เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 : ปลาหลีฮื้อตกมาจากฟ้า

ตอนที่ 41 : ปลาหลีฮื้อตกมาจากฟ้า

ตอนที่ 41 : ปลาหลีฮื้อตกมาจากฟ้า


ตอนที่ 41 : ปลาหลีฮื้อตกมาจากฟ้า

สวีจื้อหย่งต้อนวัวลากเกวียน ลากเด็กสองคนกับถังไม้สองถัง เกวียนวัวหยุดที่หัวสะพานเล็ก ๆ สวีฮุ่ยจึงบอกพ่อและพี่รองของตนว่าวันนี้จะมิจับปลาที่แม่น้ำในหมู่บ้านฉือหลิ่ง

“แล้วพวกเราจะไปจับปลาที่ใด ?” สวีจื้อหย่งเอ่ยถาม

“เส้นทางเข้าเมืองต้องผ่านแม่น้ำสายหนึ่งมิใช่หรือ ด้านนั้นยังมีป่าอีกด้วย สามารถหลบเลี่ยงสายตาของผู้อื่นในระหว่างที่จับปลาได้ !” สวีฮุ่ยคิดไว้หมดแล้ว

สวีเจี้ยนหลินจับมือน้องสาว ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “น้องหญิง พวกเราจะพอจับปลาที่มีขนาดใหญ่เหมือนคราวก่อนได้หรือไม่ ?”

“พี่รอง แค่จับปลาได้ก็เพียงพอแล้ว คนเรามิควรคิดแต่จะอยากมีอยากได้ มิรู้จักพอ” สวีฮุ่ยมิอยากใช้ความสามารถพิเศษที่สามารถดึงดูดฝูงปลาได้โดยการไปจับปลาที่แม่น้ำทุกวัน เพราะนางอยากจะสร้างความมั่งคั่งด้วยความพยายามและสองมือของนางเอง

ถึงแม้บางครั้งอาจมีลาภหล่นลงจากฟ้า แต่ใครจะรับประกันได้ว่าจะมีลาภหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ !

สวีจื้อหย่งพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ลูกสาวของเขาพูดถูกทุกประการ เพราะในอนาคตหากมิมีความสามารถพิเศษนี้แล้วก็ต้องอาศัยความสามารถของตนเองมาจับปลา เขามิอาจพาลูกสาวไปได้ทุกที่ เพราะถึงเยี่ยงไรความปลอดภัยของนางเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

เกวียนวัวเคลื่อนที่ไปได้ประมาณครึ่งชั่วยามก็มาถึงชายป่า ทั้งสามผูกวัวไว้กับต้นไม้เรียบร้อยแล้วจึงพากันเดินถือถังไม้ไปยังริมแม่น้ำ

สวีฮุ่ยถอดรองเท้าของตนเองแล้วพันขากางเกงขึ้นมาเหนือเข่า สวีเจี้ยนหลินเห็นว่ารอบด้านมิมีใคร จึงถอดเสื้อและกางเกงของตนเอง แล้วกระโดดลงไปในน้ำ

หลังจากเลือกบริเวณที่น้ำไหลเบาได้แล้ว สวีฮุ่ยจึงเอามือจุ่มลงไปในน้ำแล้วแอบปล่อยน้ำแร่ใสจากในมิติลงไป 2-3 หยด ส่วนสวีจื้อหย่งได้เข้ามาเลือกจับปลาเฉพาะตัวที่หนักประมาณ 2 ชั่ง เพียงมินาน ในถังไม้ก็มีปลาถึงสิบกว่าตัวแล้ว

สวีจื้อหย่งถอนหายหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนหน้านี้เขามิมีความมั่นใจเอาเสียเลย เพราะถ้าหากจับปลามิได้ขึ้นมา เขาจะไปอธิบายกับพ่อบ้านเหวินได้เยี่ยงไร ! แต่ตอนนี้จำนวนปลาใกล้ได้ครบแล้ว เขาจึงรู้สึกโล่งใจมิน้อย

“ครบแล้ว ! เสี่ยวหลินจื่อสวมกางเกง พวกเราจะไปกันแล้ว !” สวีจื้อหย่งตรวจสอบปลาที่อยู่ในถังไม้ทั้งสองพบว่ามันมีทั้งหมด 20 ตัวพอดี มิขาดมิเกิน

เขาเพิ่งได้ลงน้ำ ยังเล่นมิสมใจอยากเลย ! สวีเจี้ยนหลินยอมขึ้นมาบนฝั่งอย่างเสียดาย ส่วนสวีฮุ่ยทำได้เพียงค่อย ๆ เดินไปทางด้านหลัง ตอนนี้พี่รองรู้จักอายแล้ว หากไปเห็นตอนเขาสวมกางเกงขึ้นมา ประเดี๋ยวเขาจะอายเอา

“เจ้านาย เจ้ารอข้าสักประเดี๋ยว ในแม่น้ำแห่งนี้มีสมบัติ !”

เมื่อได้ยินเสียงของเฮ่อจิ่น สวีฮุ่ยจึงหยุดฝีเท้า ในแม่น้ำจะมีสมบัติอะไรได้ หรือจะเป็นศิลาสมบัติเหมือนในนิยาย ? แต่บริเวณนี้อยู่ติดริมตลิ่งขนาดนี้ หากมีศิลาสมบัติจริงคงถูกคนอื่นเก็บไปนานแล้ว

“เจ้านาย เจ้าเดินไปในน้ำสัก 2-3 ก้าว ประเดี๋ยวสมบัติก็จะมาหาเจ้าเอง !”

สวีฮุ่ยจึงเดินกลับลงไปในน้ำ 2-3 ก้าว สวีจื้อหย่งตะโกนเรียกให้นางกลับขึ้นมาบนฝั่ง สวีฮุ่ยเพียงแค่พูดขึ้นว่า: “รอให้พี่รองสวมกางเกงเสร็จก่อน แล้วข้าจะขึ้นไป ท่านพ่อ ข้ามิลงไปลึกหรอก ข้าจะอยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว !”

อย่างนี้เริ่มเกิดระลอกคลื่นบนผิวน้ำ จากคลื่นเล็ก ๆ ได้ก่อตัวกลายเป็นคลื่นใหญ่แล้ว !

“ฮุ่ยฮุ่ยรีบกลับมา มีลมพัดมาแล้ว !” สวีจื้อหย่งตะโกนอยู่บนฝั่ง

“รีบทำสมาธิเปิดมิติเร็วเข้า !” เฮ่อจิ่นพูดอย่างร้อนใจ

ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีทองลำแสงหนึ่งพุ่งเข้าใส่สวีฮุ่ย ลำแสงสีทองนั้นสว่างจ้าจนนางมิอาจลืมตาขึ้นได้ จนกระทั่งนางลืมตาขึ้นมานั้น ก็พบว่าตรงหน้ามิมีสิ่งใดเลย

“เฮ่อจิ่น เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้น ?”

“มันเป็นเรื่องดีเชียวล่ะ ตอนนี้พ่อและพี่รองของเจ้าเดินมาแล้ว ไว้รอให้เจ้าเข้าไปในมิติก่อนค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้ข้าจะมอบบางสิ่งให้เจ้าเอาไว้แก้ตัวก่อนแล้วกัน เปิดเสื้อของเจ้าสิ !”

สวีฮุ่ยเปิดเสื้อตามที่มันบอก ทันใดนั้นปลาหลีฮื้อสีแดงสองตัวก็กระโดดเข้ามาในเสื้อของนาง ซึ่งเป็นตอนที่สวีจื้อหย่งและสวีเจี้ยนหลินเดินมาถึงตัวนางพอดี

“ฮุ่ยฮุ่ย เมื่อครู่พ่อเห็นลำแสงสีทอง ลูกเห็นหรือไม่ ?” สวีจื้อหย่งถาม

“ข้ามิรู้เหมือนกันว่ามันคือแสงอะไร แสงสว่างจ้าจนข้าลืมตามิขึ้น พอข้าลืมตาได้อีกครั้งก็มิมีอะไรแล้ว มีก็แต่เจ้าปลาสองตัวนี้ที่กระโดดเข้ามาในอกของข้า !”

“แม่เจ้า ! นี่มัน……ปลาหลีฮื้อมิใช่หรือ ? น้องหญิง คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านเคยบอกว่าหากใครพบเจอปลาหลีฮื้อ นั่นหมายความว่าจะพบเจอแต่ความโชคดี ! พวกมันกระโดดเข้ามาในอกของเจ้าเอง เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเจ้ากำลังจะโชคดีครั้งใหญ่แล้ว !” สวีเจี้ยนหลินลูบปลาหลีฮื้อสีแดงสองตัวนั้น เหตุใดเขาถึงมิโชคดีแบบนี้บ้าง !

“พวกเรารีบไปกันเถิด หลังจากเอาปลาไปส่งแล้วจะได้รีบกลับบ้าน !” สวีจื้อหย่งตะโกนเรียกลูก ๆ ทั้งสอง

“ท่านพ่อ เราเลี้ยงปลาสองตัวนี้ไว้เถิด กลับบ้านแล้วก็ให้ท่านย่า ท่านแม่และพี่ใหญ่ได้ลูบมัน พวกเขาจะได้อาศัยความโชคดีของน้องหญิงด้วย” นี่เป็นครั้งแรกที่สวีเจี้ยนหลินได้เห็นปลาหลีฮื้อสีแดง เขาจึงตัดใจขายมันมิลง

วันนี้พวกเขาเอาถังไม้มาแค่สองถังเท่านั้น ขนาดใส่ปลาลงไป 20 ตัวยังแน่นถังขนาดนี้! ถ้าหากต้องเอาถังไม้มาใบหนึ่งเพื่อใส่ปลาหลีฮื้อ แล้วเทปลาทั้งยี่สิบตัวใส่ลงในถังไม้ถังเดียวกัน เกิดไปถึงในเมืองแล้วปลาตายขึ้นมา แล้วทีนี้เขาจะขายได้เยี่ยงไร !

“มิเป็นไรท่านพ่อ เราเอาปลาสองตัวนี้ใส่ลงไปในถังก่อน พอใกล้ถึงจวนตระกูลเหวินค่อยจับปลาสองตัวนี้มาใส่ไว้ในเสื้อของข้า !” สวีฮุ่ยกล่าว

สามคนพ่อลูกจึงขึ้นไปนั่งบนเกวียน สวีฮุ่ยเอาปลาหลีฮื้อสีแดงทั้งสองตัวใส่ลงไปในถังไม้ แล้วหยดน้ำแร่ใสลงไปเล็กน้อย

ระหว่างเส้นทางดินที่คดเคี้ยว เกวียนวัวลำหนึ่งเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว สวีจื้อหย่งสะบัดแส้ตีขึ้นฟ้าอย่างเดียว เขามิกล้าสะบัดแส้ลงบนตัวแม่วัวแก่

เพราะการที่ครอบครัวชาวนาจะเลี้ยงวัวได้สักตัวนั้นมิใช่เรื่องง่ายเลย พวกเขายังคาดหวังให้พวกมันช่วยไถพรวนดิน ลากสิ่งของและช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต ! จะทำใจตีมันลงได้เยี่ยงไร !

หลังจากเข้าเมืองมาแล้ว สวีจื้อหย่งจึงไปตามทางที่พ่อบ้านเหวินบอก ระหว่างทางมีสอบถามชาวบ้านละแวกนั้นบ้างถึงได้มาถึงจวนตระกูลเหวิน

เมื่อเห็นป้ายชื่อจวนเหวินติดตระหง่านอยู่เช่นนั้น สองพี่น้องได้ช่วยกันจับปลาหลีฮื้อออกมา เกวียนวัวไปจอดอยู่ที่ด้านหลังประตู สวีจื้อหย่งจึงลงจากเกวียนมาคุยกับคนที่ยืนเฝ้าอยู่มุมประตู สวีฮุ่ยจึงกระซิบถามพี่รองว่ารู้หรือไม่ว่าที่ใดมีร้านขายเมล็ดพันธุ์บ้าง

“เจ้าจะซื้ออะไร ? เจ้ามีเงินหรือ ?”

“ข้ามี 10 อีแปะ ข้าอยากซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว มันมีประโยชน์มากเลยนะ !”

สวีเจี้ยนหลินเกาหัว เขารู้เพียงว่ามีร้านขายเมล็ดพันธุ์ แต่มิรู้ว่ามีเมล็ดข้าวขายหรือไม่

“พวกเจ้าสองคนรีบแหวกทางเร็วเข้า ม้าของคุณชายมันพยศ ถ้าชนพวกเจ้าสองคน ข้ามิรับผิดชอบนะ !”

ม้าตัวเล็กกำลังวิ่งทะยานมาทางด้านนี้ ในขณะที่สวีเจี้ยนหลินกำลังจะจับมือน้องสาววิ่งหนี แต่จู่ ๆ ม้าตัวนั้นก็วิ่งตะบึงไปทางสวีฮุ่ย

“เฮ้ ! รีบหยุดม้าของเจ้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นผู้อื่นอาจถึงตายได้เชียวนะ เจ้ารู้หรือไม่ ?” สวีฮุ่ยยื่นมือไปผลักพี่รองออกไป ส่วนอีกมือก็ถลกกระโปรงขึ้น เมื่อเห็นว่าหน้าบ้านหลังนี้มีรูปปั้นสิงโตผู้พิทักษ์ที่ทำมาจากหินตั้งตระหง่านอยู่ด้านข้างประตู ซึ่งตรงกลางมีช่องพอให้นางเอาตัวลอดผ่านไปได้ สวีฮุ่ยจึงวิ่งไปที่ด้านหลังรูปปั้นสิงโตด้วยความเร็วสูงสุด

ม้าวิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้ารูปปั้นสิงโต มันคุกเข่าลงไปด้านหน้า ดูทีท่าราวกับเหมือนจะอดทนมิไหว

มีเด็กชายอายุราวสิบขวบคนหนึ่งลงมาจากหลังม้า เขามีริมฝีปากแดงเรื่อ ฟันขาว หากจะให้บอกว่าเขามีข้อด้อยจุดไหนบ้าง ก็คงต้องบอกว่าเขามีรูปร่างอวบไปหน่อย กล่าวได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อหุ่นอวบคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

“บนตัวเจ้าต้องมีบางสิ่งที่เจ้าเทาของข้าสนใจแน่นอน รีบออกมาให้ข้าดูเร็วเข้า !” เด็กชายคนนั้นกล่าว

ของที่ม้าเจ้าสนใจน่ะหรือ……มีกับผีน่ะสิ ! สวีฮุ่ยจึงโผล่หัวเล็ก ๆ ออกมาจากด้านหลังรูปปั้น:“งั้นเจ้าดูม้าให้ข้าไหมล่ะ ? เกิดมันเป็นเช่นเมื่อครู่ขึ้นมา ข้าจะทำเยี่ยงไร ?”

เป็นเพราะตอนบ่ายมิได้ออกมาขายของที่ตลาด สวีฮุ่ยจึงไม่ได้แต่งกายเป็นเด็กผู้ชาย อีกทั้งรอยกระที่นางใช้ขี้เถ้าทาได้หลุดออกไปจนหมดตั้งแต่ตอนที่นางลงไปจับปลาแล้ว

เหวินจื้อหงคลายแส้ในมือ เขาเดินไปตรงหน้ารูปปั้นสิงโต แล้วกระดิกนิ้วเรียกหนูน้อยออกมา “เจ้าออกมาได้แล้ว !”

“ข้ามิออกไป เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะรับปากว่าจะดูแลม้าตัวนั้นของเจ้าให้ดี !” สวีฮุ่ยมิแยแส

“มิเคยมีใครกล้าเรียกร้องกับข้ามาก่อน เจ้าเป็นคนแรกเลยนะ !”

ข้าแค่รับประกันความปลอดภัยของตนเองก็ถือว่าเป็นการเรียกร้องอย่างนั้นรึ ! สวีฮุ่ยถลึงตาใส่เหวินจื้อหงอย่างมิยอม และเมื่อสายลมพัดผ่านมา ผมที่เคยปกคลุมหน้าสวีฮุ่ยได้ปลิวออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตใสแป๋วของนาง

แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้น ๆ ทว่าดวงตางดงามคู่นั้นกลับหยั่งรากลึกลงในจิตใจของหนุ่มน้อยเหวินจื้อหงเข้าแล้ว !

จบบทที่ ตอนที่ 41 : ปลาหลีฮื้อตกมาจากฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว