เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่22: ฮิซากิ ชูเฮย์

ตอนที่22: ฮิซากิ ชูเฮย์

ตอนที่22: ฮิซากิ ชูเฮย์


“เป็นหัวหน้างั้นเหรอ”

หากจะพูดกันตรงๆล่ะก็ ตำแหน่งหัวหน้านั้นไม่ได้ทำให้เขาสนใจเลยแม้แต่น้อย.

ภาระหน้าที่มันเยอะเกินไป.

ตอนที่ยังอยู่โลกนั้น เหตุผลที่เขายอมเข้ากับพวกเบื้องบนด้วยก็เพื่อจะหยุดพวกตาแก่บ้าอำนาจพวกนั้นและคอยบ่มเพาะนักเรียนให้เติบโตขึ้นอย่างสวยงาม.

นักเรียนอย่างยูตะและยูจิคือคนที่มีความสามารถพอจะเติบโตขึ้นมาในระดับใกล้เคียงกับเขา เขากล้าพูดได้เลยว่าพวกเขาคือความสำเร็จในชีวิตของเขาเลย.

ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ,

“หึ, คิดมากไปก็ไม่มีอะไรดี. ทำอะไรได้ก็ทำไปก่อน”

โกโจปิดหนังสือในมือแล้วลุกขึ้น เขาพบว่าอาทิตย์กำลังตกดิน. เขาสวมแว่นตากลับแล้วเอาหนังสือกลับไปคืนที่เดิมแล้วจากไป.

นานาโอะกับโทชิโร่ก็ออกห้องสมุดไปนานแล้วด้วย.

ด้วยตำแหน่งรองหัวหน้า นานาโอะมีงานรัดตัวมากๆเธอพยายามหาเวลาว่างมาพบและช่วยเหลือเขา. เขารู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่เธอทำให้มากๆ.

ส่วนโทชิโร่นั้นต้องรีบกลับไปเรียนวิชาซันจัตสึ.

เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ โทชิโร่เป็นอัจฉริยะและดาบของเขาก็เริ่มแสดงความสามารถของมันออกมาแล้ว.

อีกไม่กี่เดือนเขาก็คงจะได้ชื่อดาบฟันวิญญาณและไปถึงขั้นชิไคได้. เป็นระดับที่ยมทูต90% ไม่สามารถไปถึงได้เลย.

ส่วนโกโจนั้นถึงจะเก่งกาจเพียงใดเขาก็ยังไม่สามารถสื่อถึงวิญญาณของดาบได้เลย.

วิธีที่ยมทูตจะสื่อถึงดาบของพวกเขาได้นั้นคือต้องผ่านวิธีพิเศษที่เรียกว่าจินเซ็น.

ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนและถึงแม้จะรู้สึกถึงวิญญาณดาบได้เพียงใด เขาก็ไม่สามารถสื่อสารกับมันได้เลย.

โกโจเข้าใจปัญหาของเขาดีแต่ก็ทำอะไรกับมันไม่ได้.

มันไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์แล้ว มันคือเรื่องของตัวเขาเอง.

เขารู้ว่าลึกๆแล้ว เขาปฏิเสธดาบของตัวเอง.

ดาบฟันวิญญาณนั้นคือเพื่อนสนิท. มันคือสิ่งที่ยมทูตจะมีคู่กายไปตลอดชีวิต.

แต่โกโจ ซาโตรุไม่ได้ต้องการเพื่อน.

ชั่วชีวิตของเขานั้นมีเพียงคนเดียวที่สามารถเรียกแบบนั้นได้.

เกะโท ซุงุรุ.

เพื่อนสนิทและชายคนเดียวที่เขาได้กำราบตอนที่เขาเข้าสู่ด้านมืดไป.

ตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่มีใครตามรอยเขาได้อีกเลย.

เขาคือผู้ใช้ไสยเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุด. คนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด.

มันคือความภาคภูมิใจของเขาและสิ่งเดียวที่เขาทะนงไว้. ต่อให้ตายแล้วกลับมาเกิดใหม่ในโลกนี้ก็ยังเหลืออยู่.

นั่นคือเหตุผลที่หัวใจของเขาปิดกั้นดาบฟันวิญญาณ.

“เห้อ, มาเครียดเรื่องเชี่ยๆแบบอารมณ์นี่มันน่าปวดหัวจริงๆ”

เขาเกาหัวแล้วเดินอยู่คนเดียวในตรอกร้างก่อนจะหยุดดูชายสี่คนในชุดเครื่องแบบนักเรียนตรงหน้าเขา.

“โย่! อะไรกันเนี่ย? บอกไว้ก่อนนะผมไม่ชอบผู้ชายนะเออ”

ชายทั้งสี่คนดูไม่พอใจกับท่าทีของเขา “โกโจ ซาโตรุ, นี่คือวิธีพูดกับรุ่นพี่ของนายงั้นเหรอ?!”

“เห? นี่ผมกำลังถูกบุลลี่งั้นเหรอ? โออออ นับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่เลยนะเนี่ย. เอาล่ะคุณรุ่นพี่ที่น่ารัก ผมไปทำอะไรถึงต้องให้พวกพี่มาหาครับ?”

“แก...!”

“พอ. ไม่ต้องไปตามเกมมัน”

คนที่อารมณ์ฉุนเฉียวที่สุดถูกชายผมสีดำตัวผอมและรอยสัก69บนแก้มหยุดเอาไว้.

จากนั้นเขาก็หันมาหาโกโจ “ชั้นชื่อว่าฮิซากิ ชูเฮย์. นักเรียนปี6ห้อง1. ก่อนอื่นขอยอมรับก่อนว่าวิธีที่พวกเราโผล่มานั้นอาจจะทำให้เข้าใจผิดบ้าง ผมต้องขออภัย, และผมก็คิดว่าคำพูดที่ไม่เคารพของคุณก็เกินไปด้วย. คุณจะขอโทษเหมือนกันไหม?”

โกโจเห็นได้ว่าชายคนนี้พูดจากใจจริง.

‘อา, เกลียดคนแบบนี้ชะมัด’

แม้เขาจะดูเป็นพวกนักเลงแต่ชายคนนี้ก็เป็นคนสูงส่ง. ไม่ใช่สูงส่งในสายเลือดแต่เป็นสูงส่งในท่าทางและความคิด.

พวกเขาเป็นคนประเภทที่ว่าไม่เชื่อว่าคนเราจะเลวบริสุทธิจริงหรือเชี่ยไรแบบนั้น.

โกโจชอบเรียกคนแบบนี้ว่า พวกย้อนแย้งหน้าซื่อ.

เขาก็ไม่ได้เกลียดเข้าไส้นัก แต่ปัญหาคือพวกย้อนแย้งหน้าซื่อนี้ถ้าสิ่งที่พวกเขาเชื่อพังทลายแล้วล่ะก็ พวกเขาก็อาจจะ.....ประมาณว่าโอเว่อร์หน่อยๆ.

เขาเข้าใจดีกเลยล่ะ เพราะเกะโทเองก็เป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน. คนแบบที่ว่าพูดว่าจะช่วยคนอ่อนแอ, ทำตามหน้าที่และความถูกต้องบ้าบออะไรนั่น.

แล้วสุดท้ายเหรอ? เขาก็คือคนเดียวกับที่บอกว่าโลกนี้จะอยู่รอดต่อไปได้ด้วยการกำจัดผู้ไม่ใช้ไสยเวทย์ทุกคนไปให้หมด.

ขนาดวินาทีสุดท้ายก่อนซาโตรุจะฆ่าเขา เกะโทก็ยังเพ้อว่าเขาช่วยโลกไว้ไม่ได้.

‘โลกนี้น่ะมันไม่ยุติธรรมกับคนที่ยุติธรรมหรอกนะ’

พอนึกถึงเพื่อนที่ตายไปแล้วอีกครั้ง อารมณ์สุนทรีย์ของเขาก็หายไป “โทดทีๆ. พวกนายนี่อ่อนไหวจังนะ รับมุกหน่อยก็ไม่ได้, เห้อ!”

“งั้นเหรอ. งั้นพวกเราจะขอรับไว้เป็นคำขอโทษก็แล้วกัน”

ขณะที่โกโจคิดอยู่ แม้หน้าตาเขาจะเป็นแบบนั้นก็ตาม, ชูเฮย์เป็นคนที่รักสงบและเกลียดการต่อสู้จริงๆ.

“โกโจซาโตรุ. หากพวกเรามายืนต่อหน้าแบบนี้ มันหมายความว่าการกระทำของนายได้ก่อกวนความสงบสุขของโรงเรียนนี้. มีนักเรียนหลายคนได้ร้องมาว่านาย...เอ่อทำตัวเป็นเป็นปัญหานิดหน่อยก็แล้วกัน.         และนักเรียนชายบางคนก็ร้องเรื่องที่นาย, *อะแฮ่ม* ทำตัวบ้ากาม”

พอพูดถึงท่อนนี้ ชูเฮย์ก็พยายามกระแอมซ่อนความอายไว้.

พอเห็นดังนั้นโกโจก็อดขำออกมาไม่ได้. นอกจากโดดเรียนแล้ว โกโจก็ไม่อยู่เฉยๆเวลาเห็นสาวๆเหมือนกัน.

จะให้เขาเรียนตลอดมันก็ไม่ถูกจริงมั้ย? เอาจริงๆเขาทำตัวดีกว่าพวกนักเรียนมหาลัยในโลกด้วยซ้ำ.

“แล้ว?.

ชูเฮย์กลั้นใจไว้ได้แล้วกล่าวต่อ “ชั้นเข้าใจว่า นายมีอิสระที่จะทำตามใจตัวเอง. ส่วนเรื่องที่สองนั้นทุกคนที่อยู่ในนี้ก็ไม่ใช่เด็กๆกันแล้ว. ดังนั้นถึงชั้นจะไม่เห็นด้วยอย่างมากก็ตาม ชั้นก็ไม่มีสิทธิไปห้ามได้ ขอแค่ทั้งสองฝ่ายยินยอมกันก็พอ”

จากนั้นเขาก็เริ่มจริงจังขึ้นมา “แต่ปัญหาหลักนั้นคือการกระทำของนายได้สร้างตัวอย่างที่ไม่ดีแก่นักเรียนคนอื่นๆ. นายอาจจะไม่ต้องการเรียนวิชาเหล่านั้นแต่สำหรับพวกนักเรียนทั่วไปแล้ว พอได้เห็นคนที่ไม่ทำอะไรเลยกับได้ดิบได้ดี มีแต่จะทำให้พวกเขาหมดกำลังใจและท้อแท้ต่อการเรียน”

“สรุปสั้นๆก็คือ พวกขี้งอแงยอมรับความจริงไม่ได้แล้วมาร้องให้ผมเป็นนักเรียนตัวอย่างเพื่อที่อย่างน้อยจะได้รักษาอีโก้และทำให้รู้สึกว่าพวกเขาไม่ใช่ขยะไร้ค่า...ถูกต้องมั้ย?”

หน้าของชูเฮย์กระตุกไป.

ถึงแม้คำพูดของโกโจจะรุนแรงมากๆ แต่ความจริงก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ.

ยิ่งไปกว่านั้นนักเรียนส่วนใหญ่ที่ร้องมาก็มีแต่พวกผู้ดีที่ยอมรับคนจากรุคงไกที่เก่งกว่าไม่ได้.

ชูเฮย์ไม่ได้มาที่นี่โดยไม่ศึกษาโกโจก่อน.

เขารู้เรื่องการต่อสู้สั้นๆของโกโจกับอาจารย์สอนวิชาก้าวพริบตาด้วย เหตุนี้การตัดสินโกโจจากมาตรฐานของพวกเขาถือว่าเป็นเรื่องที่โง่มาก.

เขาไม่เข้าใจการกระทำที่อิจฉาแบบนี้จริงๆ. ถ้ารู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า ทำไมถึงไม่พยายามให้มากกว่าล่ะ?

ตั้งแต่ที่เขาถูกช่วยชีวิตมาจากพวกฮอลโล่วหลายปีก่อนโดยอดีตหัวหน้าหน่วยที่9 มุกุรามะ เค็นเซย์ ชูเฮย์ก็ไม่เคยย่อท้อเพื่อที่จะไปถึงระดับเดียวกับผู้ช่วยชีวิตเขาเลย.

เขาถึงขนาดว่ายอมสักตัวเลข69ด้วย แต่เป็นที่แก้มแทนหน้าอก.

แม้ว่าเค็นเซย์จะถูกตีตราว่าเป็นคนทรยศและผู้หลบหนีพร้อมๆกับหัวหน้าคนอื่นก็ตาม นั่นก็ไม่ได้ทำให้การสรรเสริญของเขาหายไปเลย.

แต่ถึงอย่างนั้น “ผมเข้าใจที่คุณพูด. แต่ได้โปรด, เห็นแก่โรงเรียนช่วยหยุดทำตัวแบบนั้นได้ไหม” ขณะที่พูด เขาเองก็คำนับลงต่ำมากด้วย.

พอเห็นดังนั้นโกโจก็ลดแว่นตาของเขาลงแล้วยิ้มทะเล้นให้ “ฮิซากิ ชูเฮย์สินะ? เหะเหะ~!คุณรู้มั้ย? ถ้าแค่คำนับแล้วจะขออะไรก็ได้ โลกนี้คงไม่ใช่แบบนี้”

เขาสวมแว่นตากลับแล้วเอามือล้วงกระเป๋าก่อนจะเดินผ่านฮิซากิที่คำนับอยู่ไปอย่างไม่สนโลกใดๆ.

ก่อนจะเลี้ยวจากไปเขาพูดทิ้งไว้ว่า

“ผมนับถือในคำพูดและความคิดของคุณนะ. แต่ผมไม่มีวันบังคับตัวเองให้เป็นไปตามคนที่ผมไม่รู้จักหรอก. เชื่อผมเถอะ มันไม่คุ้มเลย”

มันคือคติของเขา.

เขาไม่ใช่ฮีโร่ และก็ไม่ใช่แม้แต่คนดีด้วย.

เขาไม่ได้สู้เพื่อสิ่งจอมปลอมแบบความยุติธรรมหรืออยากจะเป็นตัวอย่างให้ใคร.

เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตตามที่ใจอยาก โดยไม่สนสิ่งอื่นใด.

จบบทที่ ตอนที่22: ฮิซากิ ชูเฮย์

คัดลอกลิงก์แล้ว