เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21: ความเย็นในห้องสมุด

ตอนที่ 21: ความเย็นในห้องสมุด

ตอนที่ 21: ความเย็นในห้องสมุด


[ณ ห้องสมุดของโรงเรียนชินโอ]

“ชั้นบอกคุณกี่ครั้งแล้วค่ะว่าอย่าโดดเรียน?”

นานาโอะมองโกโจด้วยความผิดหวังขณะที่บ่น.

แค่หัวหน้าของเธอก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองได้เพิ่มปัญหาเข้ามาใส่ตัวเองซะแล้ว.

โกโจเก็บหนังสือในมือก่อนจะหยิบอีกเล่มออกมาแล้วหัวเราะให้เธอเล็กน้อย.

ในตอนนี้นั้นเขาไม่ได้ใส่ทั้งแว่นดำและผ้าปิดตา. เพราะต่อให้พลังของเขาจะแกร่งแค่ไหนเขาก็คงไม่บ้าอ่านหนังสือโดยมีอะไรบังตาอยู่หรอก...

พอเห็นดังนั้นนานาโอะก็ยอมแพ้แล้วหันไปหาโทชิโร่ที่นั่งอยู่ข้างๆแทน “ขอร้องล่ะนะคะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าโตมาเป็นแบบเขาเด็ดขาด”

โทชิโร่ได้แต่พยักหน้าเจื่อนๆให้.

นานาโอะได้พบเพื่อนของโกโจทุกคนแล้ว. และถึงแม้ทุกคนจะทำตัวประหม่าเพราะตำแหน่งและท่าทีของเธอก็ตาม พวกเขาก็รู้ดีว่าลึกๆแล้วเธอเป็นคนอ่อนโยนมากๆ.

นอกจากนานาโอะที่สนิทกับเขามากที่สุดแล้วก็มีโมโมะ แต่เธอพยายามไม่ติดตามไปไหนบ่อยเพราะเธอกับคิระคือตัวแทนของนักเรียนปีหนึ่ง.

“พี่ซาโตรุ, ผมว่าพี่เพลาๆหน่อยก็ดีนะ. ผมได้ยินพวกนักเรียนพูดถึงพี่ระหว่างทางมานี่แล้วข่าวที่พี่มีเรื่องกับอาจารย์ไคโรก็รู้กันหมดแล้วด้วย. ชื่อเสียงพี่มีแต่แย่กับแย่ลงนะ”

“หืม...แล้วยังไงล่ะ?”

ครั้งนี้ทั้งสองคนอึ้งไปเลย.

พอเห็นทั้งสองคนเงียบไป โกโจก็ถอนหายใจออกมา. เขารู้ว่าพวกนั้นเป็นห่วงเขา แต่นั่นก็เป็นความรู้สึกที่เขาไม่คุ้นเอาเสียเลย.

“ฟังนะ, เป้าหมายของผมตอนที่เข้าโรงเรียนมาคืออะไร?”

“หาข้อมูลเรื่องวิถีมารและความรู้พื้นฐานจากโรงเรียน”

“แล้วคิดว่าผมทำอะไรอยู่ล่ะ?”

“..”

“เห็นมั้ย? เป้าหมายก็เห็นๆกันอยู่. คนเราชอบเอาตัวเองไปยุ่งในที่ที่ไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง. ตอนนี้จะบอกว่าผมบรรลุเป้าหมายแล้วก็ได้. โรงเรียนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องสอนอะไรผมอีกต่อไป”

โกโจไม่ได้พูดเล่น. สถานะนักเรียนของเขานั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญเลย. ทุกอย่างที่เขาต้องการก็คือความรู้และข้อมูล.

“จะพูดให้ถูก โรงเรียนนี้ก็แค่สิ่งจำเป็นเฉยๆเท่านั้น”

ในฐานะนักเรียน แม้ว่าเขาจะสามารถหาข้อมูลได้เยอะแต่เขาก็ยังมีข้อจำกัดที่ล่วงรู้ไม่ได้อยู่.

เหตุนี้เขาจึงจำเป็นจะต้องเลื่อนสถานะตัวเอง หรือก็คือเป็นยมทูตนั่นเอง.

“ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ต้องไปศึกษาที่โลกมนุษย์ในอีกสองสัปดาห์ล่ะก็ ผมคงไปขอจบการศึกษาแล้ว”

เขาได้วิชาซันจัตสึมาบ้างแล้วและต่อให้ยังไม่มีชิไคก็ตาม. การจะจบหลักสูตรนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องมีชิไคเสมอไป.

นานาโอะถอนหายใจออกมาและเลิกตื๊อ. เพราะเธอรู้ดีว่าโกโจนั้นไม่ใช่คนขี้เกียจ. เขาแค่เป็นคนมีเป้าหมายตรงๆและจะโยนอย่างอื่นที่ไม่จำเป็นทิ้งไป.

ยิ่งไปกว่านั้น เธอต้องยอมรับว่าวิชาใหม่ที่เขาสร้างขึ้นมานั้นทำให้เธอสนใจมากๆ.

หญิงทุกคนในตระกูลอิเสะจะไม่สามารถสร้างพันธะกับดาบของตนได้เลย เธอเองก็เช่นกัน.

เหตุนี้เธอจึงไม่มีสิ่งที่เอาไว้ใช้โจมตีดีๆ. แต่ถ้าเธอได้เรียนประกายทมิฬล่ะก็....

‘มันก็คงไม่ง่ายแบบนั้นหรอก’

โกโจใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่ที่เจอกับเธอเพื่อสร้างประกายทมิฬ, แต่ตอนนี้เขาก็ยังมีปัญหาเรื่องควบคุมมันอยู่.

“ฮึ่ม, เอาเถอะ. ชั้นไมได้เรียนคุณมาวันนี้เพราะจะดุหรอกนะคะ”

“เห?! จริงเหรอ? อย่าเพิ่งหยุดสิ. ผมยอมรับเลยนะว่าถูกดุพร้อมกับมองด้วยสายตาเย็นชาผ่านแว่นตาของคนสวยๆแบบคุณรู้สึกดีมากๆ”

โทชิโร่ตัวสั่นเทาขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาเย็นชาของนานาโอะ แต่โกโจกับหัวเราะออกมาแทน “ฮ่าๆ หยุดก็น่าจะดีเหมือนกัน. คงไม่อยากทำให้เด็กเสียคน ใช่ไหม?”

นานาโอะเริ่มปวดไมเกรนขึ้นมา โกโจนั้นเป็นคนที่มีเสน่ห์มากๆ เธอยอมรับเลยว่าเธอก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่โชคดีที่ทุกครั้งเธอเริ่มมีความรู้สึกให้ เขาก็จะทำลายมันลงด้วยมุกเห่ยๆของเขา.

“ช่วยจริงจังหน่อยได้ไหมคะ?”

“โทษทีๆ จริงจังก็ได้. แล้วมีอะไรงั้นเหรอ?”

พอมั่นใจแล้วว่าเขาจะไม่เล่นมุกต่อ เธอก็เริ่มจริงจัง “คุณตัดสินใจรึยังคะว่าจะเข้าหน่วยไหน?”

นานาโอะรู้ดีว่าที่เขาพูดเมื่อตะกี้นั้นคือเรื่องจริง. ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้เขาจะจบการศึกษาตอนไหนก็ได้. หากว่ากันจริงๆ ความสามารถด้านวิถีมารและฮาคุดะของเขาในตอนนี้สามารถทำให้เขาเข้าหน่วยไหนก็ได้ที่อยากเข้าได้ในทันที.

โกโจอ่านหนังสือเล่มต่อไปแล้วกล่าว “ก็นะ, ผมก็คิดไว้อยู่บ้าง. แต่ผมก็รับฟังคำแนะนำนะ. อยากให้ผมเข้าหน่วยคุณไหมล่ะ?”

“เอาตามตรงเหรอคะ? ไม่ค่ะ. หัวหน้าของชั้นก็ปวดหัวมากพอแล้ว. ถ้ามีอีกคนมาคงไม่ไหว”

“โอ๊ย! ผมรู้สึกหัวใจตัวเองแตกสลายเลยแหะ. ชิโระ นายว่าเธอพูดแรงไปไหม? นายจะเข้าหน่วยเดียวกับผมใช่มั้ย?”

“ฮ่าๆ...” สิ่งเดียวที่โทชิโร่ทำได้ก็คือหัวเราะแห้งๆให้แล้วหลบสายตา.

“ไม่นึกเลยว่าขนาดน้องชายของชั้นเองยังทิ้งชั้น. เห้อ โลกช่างโหดร้าย. โอะ? เจ้าหญิงเยือกเย็นยิ้มงั้นเหรอ?”

“คิดไปเองแล้วค่ะ”

“ไม่ล่ะ ผมมั่นใจว่าผมเห็นนะ. ไม่มีอะไรผ่านตาผมไปได้. แต่เอาจริงๆนะ ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ?”

“ในอีกประมาณสิบปี หัวหน้าหน่วยที่3และ6คนปัจจุบันจะสละตำแหน่งค่ะ. ทุกหน่วยคงวุ่นน่าดู”

“อ๋อ? ก็เลยอยากให้ผมรอเสียบตำแหน่งหัวหน้าสินะ?”

นานาโอะลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้ “ชั้นรู้ค่ะว่ามันบ้าแต่ชั้นรู้สึกว่าถ้าเป็นคุณคงจะไม่ยากเกินไปแน่. อย่างน้อยเป็นรองหัวหน้าหรืออันดับสามก็ได้. แต่คุณคงเป็นหัวหน้าหน่วยที่6ไม่ไหวหรอกค่ะ.”

“ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้”

“ชั้นพูดจริงค่ะ. ตอนนี้ผู้ลงสมัครมีอยู่สองคน. รองหัวหน้าคุจิกิ เบียคุยะก็ถูกเลือกให้มาแทนหัวหน้าคุจิกิ งินเรย์แล้วด้วย. เขาถูกติดสินแล้วว่ามีความสามารถเพรียบพร้อมทุกอย่าง ตอนนี้ก็มีแต่ให้เขารอแค่นั้นค่ะ”

“อา, เส้นใหญ่นี่เอง”

“ไม่หรอกค่ะ. ต่อให้เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ก็เลือกเองไม่ได้. หากจะเป็นก็ต้องมีความสามารถเพรียบพร้อมค่ะ”

“อย่างเช่น?”

“อย่างแรกที่เห็นทั่วๆไปก็คือแสดงบังไคให้ดู. การแสดงนี้จะต้องมีหัวหน้าหน่วยอย่างน้อยสามคนเป็นพยานรวมถึงหัวหน้าใหญ่ด้วย. อย่างที่สองที่ยากกว่าก็คือ คุณจะต้องได้รับการอณุมัติจากหัวหน้าหน่วย6คนจากทั้งหมด13คนแล้วก็ต้องให้อีก3คนยอมรับจาก7คนที่เหลือ. อย่างสุดท้ายที่ยากที่สุดและง่ายที่สุดในเวลาเดียวกัน. นั่นก็คือต้องเอาชนะหัวหน้าหน่วยโดยมีสมาชิกของหน่วยนั้นอย่างน้อย200คนเป็นพยานค่ะ.”

เธอขมวดคิ้วขึ้นมา “พูดตรงๆว่า ต่อให้คุณแกร่งพอๆกับหัวหน่วยก็ตาม ชั้นก็ไม่แนะนำให้คุณเลือกวิธีนี้ค่ะ. นอกจากหน่วย11ที่มีธรรมเนียมต้องฆ่าหัวหน้าคนก่อนแล้ว ถ้าคุณเลือกวิธีนี้คุณคงใช้ชีวิตไม่ราบรื่นแน่ค่ะ.”

เธอไม่เข้าใจพวกสมองกล้ามหน่วย11นั่นเลย.

โดยรวมแล้วหน่วย11นั้นเป็นหน่วยที่แกร่งที่สุด. หัวหน้าหน่วยแต่ละคนของหน่วยนั้นคือสิ่งที่มีค่า.

ในสายตาเธอนั้นธรรมเนียมนั่นเป็นสิ่งที่ไร้สาระมาก แต่เธอก็ไม่มีอำนาจพอจะประท้วงมัน.

“ฮึ่มมม...ว่าแต่คุณพูดว่ามีคนลงสมัครสองคนใช่มั้ย? คนชื่อคุจิกิที่รอเสียบตำแหน่งหัวหน้าหน่วย6อะไรนั่น. แล้วหน่วยที่สามล่ะ?”

“เบียคุยะค่ะ. คุจิกิ เบียคุยะ”

“จ้าๆ. เบียคุยะ. ใครจะไปสนกัน? คนที่สองคือใครล่ะ?”

“เห้อ.... ผู้ลงสมัครตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่3คือรองหัวหน้าหน่วยที่5. อิจิมารุ งินค่ะ”

---

[ณ หน่วยที่สอง, เซเรเทย์]

ขณะนี้ซุยฟงกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตำแหน่งผู้นำตระกูลฟง เธอจึงไม่ได้ใส่เสื้อหัวหน้าหน่วยอยู่.

ตระกูลฟงนั้นเป็นตระกูลผู้ดีที่มีไมตรีกับตระกูลชิโฮอิน.

ตามจริงแล้ว ผู้นำตระกูลชิโฮอินคนปัจจุบัน, ชิโฮอิน ยูชิโร่จะต้องเป็นผู้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่สอง.

แต่ถึงแม้เขาจะเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถมากแค่ไหน ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีพละกำลังพอจะขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้า.

ขณะที่กำลังนั่งฟังรายงานอยู่นั้น ซุยฟงที่กำลังเบื่อๆอยู่กลับเปลี่ยนท่าทีทันทีที่เธอได้ยินเรื่องโกโจกับเพื่อนของเขา.

ไคโร ฟงนั้นไม่ใช่คนที่อ่อนแอ ในเมื่อเขาพ่ายแพ้ให้กับการดวลความเร็วและวิชา มันแสดงให้เห็นว่าโกโจเติบโตขึ้นมากเพียงใด.

แต่การที่เขาสามารถสร้างวิชาที่เหมือนกับชุนโกได้?

มันทำให้เธอประหลาดใจกับโกโจมากขึ้นไปอีก.

‘ลองส่งบัตรเชิญพิเศษไปให้เขาดีไหมนะ?’

เป็นเรื่องปกติที่นักเรียนพิเศษจะได้รับอณุญาตให้ทำภารกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่ยมทูตได้.

เพราะการมีประสบการณ์ก่อนคือสิ่งที่ดี.

ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่ อิจิมารุงินทำไว้ก็ยังไม่กระจ่างด้วย.

แต่เธอถูกปฏิเสธไปรอบนึงแล้วนี่สิ.

เธอคงไม่มีหน้าไว้แน่ถ้าถูกปฏิเสธรอบสอง.

‘ฮึ่มมม...ทำยังไงดี?’

จบบทที่ ตอนที่ 21: ความเย็นในห้องสมุด

คัดลอกลิงก์แล้ว