เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13: ยามาโมโตะ เก็นริวไซ

ตอนที่ 13: ยามาโมโตะ เก็นริวไซ

ตอนที่ 13: ยามาโมโตะ เก็นริวไซ


พวกนักเรียนหน้าใหม่กำลังพากันมายืนรอที่ประตูตะวันตกของรุคงไกอยู่.

โกโจพร้อมผ้าปิดตาของเขา หาวออกมาเล็กน้อย. เขาอยากจะนอนหลับให้นานกว่านี้แท้ๆแต่โทชิโร่ตื่นเต้นเกินไปจึงถูกลากมาด้วย.

ยักษ์ใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหน้าประตูนั้นก็คือจิดันโบ. เขาค่อยๆยกประตูขึ้นเหนือหัวอย่างช้าๆ.

สำหรับคนจากรุคงไกแล้ว นี่คือประตูสู่โลกใหม่ของพวกเขา.

ผู้คุมที่อยู่ข้างหลังประตูนั้นยิ้มให้ “ยินดีต้อนรับสู่เซเรเทย์”

----

ระยะทางจากประตูตะวันตกสู่โรงเรียนนั้นไม่ไกลมาก เพราะเป็นทางตรงอย่างเดียว. แต่สำหรับโกโจแล้วนับว่าเป็นภาพที่น่าตื่นตามาก.

ถึงแม้ที่แห่งนี้จะยังดูเหมือนในยุคศักดินา แต่ความต่างก็แทบราวฟ้ากับเหว.

ขนาดอากาศเองยังรู้สึกสะอาดกว่า. คนอื่นๆก็ดูร่ำรวยและแข็งแรงกว่า.

พวกเขาได้รับเครื่องแต่งกายประจำโรงเรียน โดยเป็นชุดกิโมโนสีขาวและน้ำเงินสำหรับผู้ชายและสีขาวแดงสำหรับผู้หญิง. พอได้รับมาแล้วพวกเขาได้รับแจ้งว่าดาบอาซาอุจินั้นจะได้ตอนที่เข้าเรียนวิชาดาบครั้งแรก.

ผู้คุมสอบนั้นไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากเพราะเมื่อได้เข้าเรียนวิชาแล้วพวกเขาก็จะได้เข้าใจเอง.

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขารวมถึงนักเรียนทุกคนก็ถูกเรียกมาที่ลานกว้างเพื่อฟังคำปราศรัยของผู้ก่อตั้งโรงเรียน.

ในตอนนั้นเองโกโจที่ทำตัวเอื่อยมานานเริ่มตั้งใจฟัง.

ที่โพเดี้ยมนั้นมีชายชราหนวดเครายาวกำลังถือไม้คทาพยุงในชุดหัวหน้าหน่วยอยู่.

“ข้าคือยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ หัวหน้าหน่วยที่1แห่ง13หน่วยพิทักษ์และเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนชินโอแห่งนี้. สำหรับยมทูตที่เข้ามาได้ข้ามีคำเดียวอยากจะพูด. ขอต้อนรับทุกคน”

นักเรียนทุกคนต่างพากันเงียบขณะฟังตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ข้างหน้านั้น. โกโจเองก็เช่นกัน แต่เหตุผลเขานั้นต่างออกไป.

‘ตาแก่นี่คือปีศาจชัดๆ’

เป็นครั้งแรกหลังจากที่ผ่านมานาน โกโจรู้สึกเหงื่อแตกออกมา. ไม่มีคำไหนจะอธิบายสิ่งที่เขาเห็นได้เลย.

เขาเคยเห็นหัวหน้าหน่วยมาแล้ว แต่ถ้าเทียบกับคนที่อยู่ข้างหน้านี่ล่ะก็ ซุยฟงก็เหมือนกับแสงเทียนส่วนชายคนนี้ก็คือทั้งขุมนรก.

ถามว่าเขากลัวรึป่าว?

คำตอบก็คือไม่. ตรงกันข้ามเลย เขารู้สึกตื่นเต้นต่างหาก.

โกโจนั้นแข็งแกร่ง. เขาคิดว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งที่สุด. แต่การรังแกคนอ่อนแอกว่าไม่ได้ทำให้เขาดีใจเลย.

‘ฮ่าฮ่าฮ่า, เจ๋งเลย!’

ขณะเดียวกันยามาโมโตะก็กล่าวต่อ “ข้าขอพูดตรงๆเลยแล้วกัน, ข้าก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้มากว่า2พันปีก่อนเพื่อเหตุผลเดียว. เพื่อสร้างและฝึกฝนทหารเอาไว้คุมกันโซลโซไซตี้. จากวินาทีนี้ต่อไปพวกเจ้าก็คือทหารและจะถูกปฏิบัติเช่นเดียวกัน.”

ยามาโมโตะค่อยๆกวาดตามองทุกคนจนมาหยุดอยู่ที่โทชิโร่และโกโจครู่หนึ่ง “จงอย่าคิดว่าการต่อสู้นั้นจะงดงามหรือมีเกียรติ. จงอย่าคิดเสียดายชีวิต พวกเจ้าต้องปกป้องในสิ่งที่ควนปกป้อง, สังหารศัตรูจากข้างหลังหากจำเป็น”

แม้เขาจะพูดอย่างสุขุม แต่แรงดันวิญญาณของเขาก็ครอบคลุมไปทั่วลานจนเกือบทั้งโรงเรียน. แม้แรงดันนี้จะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่มันก็หนักแน่นพอจะบดขยี้90%ของนักเรียนทุกคนตรงนี้ได้เลย.

โกโจคือหนึ่งในคนที่สามารถยืนอยู่ได้โดยไม่รู้สึกหายใจลำบากเลยและเขาก็รู้สึกชอบความคิดนั้นด้วย.

แม้ชื่อจะต่างกันแต่ผู้ใช้ไสย์เวทย์และยมทูตเองก็ไม่ใช่ฮีโร่หรืออัศวินที่ไหน. พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อเกียรติหรือความถูกต้อง.

พวกเขามีหน้าที่เดียวก็คือเพื่อกำจัดฮอลโล่ว (คำสาป)และจะไม่มีอะไรคิดว่าสกปรกเลย.

ยามาโมโตะพอใจกับเสียงเงียบมาก เขาพยักหน้าแล้วกล่าว “แค่นี้แหละ. ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้ารู้สึกเบื่อกับปราศรัยยาวๆแล้ว. ทีนี้ก็ตามอาจารย์ของพวกเจ้าไปเข้าห้องเรียนได้แล้ว. ข้าขอให้พวกเจ้าโชคดี”

พอกล่าวเสร็จเขาก็หันกลับแล้วเดินลงไป.

จบบทที่ ตอนที่ 13: ยามาโมโตะ เก็นริวไซ

คัดลอกลิงก์แล้ว