เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (2)

ตอนที่ 8: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (2)

ตอนที่ 8: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (2)


ซุยฟงหัวหน้าหน่วยที่สองแห่ง13หน่วยพิทักษ์และผู้บัญชาการหน่วยลับได้ตามเฝ้าดูโกโจ ซาโตรุอยู่อย่างลับๆมานานแล้ว. เธอคิดอยู่เพียงอย่างเดียวว่า.

‘ไม่ชอบหมอนี่เลย’

สิ่งที่ทำให้เธอไม่ชอบใจก็คือท่าทียียวนของเขา. ทุกคำพูดที่เขาพูดออกมามีความโอหังซ่อนอยู่. ทุกอย่างนั่นมันทำให้เธอนึกถึงชายคนนึง.

‘เจ้าบ้าคิสุเกะ’

เกือบจะถึง60ปีแล้วที่เขาได้หนีจากเซเรเทย์ไปพร้อมกับท่านหญิงของนาง. ขนาดผ่านไปแล้ว60ปีเธอก็ยังอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความโมโหเมื่อนึกถึง.

‘ตั้งสติก่อน’

เธอรีบตัดสินใจว่าจะไม่สู้กับชายคนนี้ทันที. เธอไม่ใช่บอดี้การ์ดตัวน้อยที่คอยติดตามเจ้าหญิงเมื่อแต่ก่อนอีกแล้ว. ด้วยฐานะของเธอในตอนนี้เธอจะเอาอารมณ์เข้ามายุ่งกับงานไม่ได้.

‘งานนี้ควรจะเป็นบททดสอบให้พวกหน้าใหม่. จะพูดว่าพวกมันสอบตกก็ไม่ได้เพราะเราก็ถูกจับได้พร้อมๆกหัน. ให้พวกหน้าใหม่ลองสู้ดีไหมนะ?’

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง. ภารกิจนี้จะเข้าการต่อสู้ได้ก็ต่อเมื่อเป้าหมายทำตัวเป็นภัยคุกคาม. เสียดายที่พวกเขายังเก็บข้อมูลไม่พอว่าชายคนนี้จะเป็นภัยหรือไม่.

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเธอลงมือผิดพลาดไป มันก็จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นแทน.

‘ถ้าภารกิจเราล้มเหลวตั้งแต่ครั้งแรกนี่ล่ะก็ หัวหน้าฆ่าเราตายแหง’

โกโจรู้สึกว่าคนที่อยู่รอบๆไม่ได้แสดงทีท่าเร่งรีบอะไร เลยเข้าใจว่าพวกเขาคงแค่มาตามดูเท่านั้น.

‘อา~! ให้ตายสิ, อย่าบอกนะว่าเราเข้าใจผิดไป?!’

ไอ้ฉากที่ผู้ชายเดินเข้าตรอกมืดๆแล้วตะโกนเรียกพวกที่แอบย่องตามมา จากนั้นก็อัดจนน่วมแบบเท่ๆที่เห็นตลอดในหนัง เขารีบเกินไปหรือเปล่านะ?

สถานการณ์กลับกลายเป็นอึดอัดขึ้นมาแทน. ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง.

โกโจเกาหัวแล้วพูดขึ้นมา “เอางี้เป็นไง, พวกเราทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นไง? พวกนายก็ทำเหมือนที่ทำมาตลอด ส่วนผมก็จะทำเหมือนว่ามองไม่เห็นแล้วกัน. ตกลงไหม?”

พอมองไปที่โกโจด้วยสีหน้าฉุนเฉียว ซุยฟงก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง คนเรามันจะน่าต่อยขนาดนี้ได้ยังไงกัน.

แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ ทหารของเธอคนหนึ่งอดไม่ไหวพุ่งเข้าไปข้างหลังของโกโจด้วยก้าวพริบตาเสียแล้ว.

แม้เขาจะดูเร็วมากๆ, แต่สำหรับเธอแล้ว ทหารคนนั้นช้ามากเสียจนเธอเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน.

‘เจ้าโง่นั่น’

เธอสบถออกมาก่อนจะรีบเข้าไปห้ามไว้ แต่เธอก็หยุดฝีเท้าไว้เพราะเห็นว่าโกโจกำลังจะทำอะไร. เขายิ้มให้เนือยๆก่อนจะก้าวไปข้างๆสองก้าวหลบการโจมตีนั้น.

ทหารคนนั้นถูกอัดเข้าที่ท้องเต็มๆ.

แค่ไม่กี่วินาที ทหารระดับสูงของเธอก็ถูกวิญญาณหน้าใหม่นี่อัดร่วงไปโดยไม่ได้สวนเลยแม้แต่น้อย.

“แกหยุดมันได้ยังไง?” ซุยฟงถามด้วยความตกใจ.

การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้เร็วอะไรเลย. จริงๆแล้วเขาก็แค่เร็วกว่าคนธรรมดานิดเดียวเท่านั้น แต่ทหารของเธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย.

โกโจยิ้มให้แล้วเปิดผ้าปิดตาออก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินสุกสกาวเหมือนอัญมณี.

“แค่เห็นก็ง่ายแล้ว.”

“แก-!”

เธอกัดฟันก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้อีกสี่คนโจมตีแต่ไม่ให้ถึงตาย.

โกโจยักไหล่ตอบแล้วเอาผ้าปิดตาลง.

‘ผมไม่ได้โกหกนะ’

ในโลกของเขานั้น สมาชิกในตระกูลโกโจทุกคนสามารถใช้ไร้ขอบเขตได้. แต่คนที่ใช้ไร้ขอบเขตไปพร้อมกับริคุกันคือคนที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง.

ไร้ขอบเขตนั้นหากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือพลังควบคุมมิติและกาลเวลา.

ส่วนริคุกันนั้นก็คือหนึ่งในพลังที่เยี่ยมที่สุดที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถล่วงรู้ความจริงส่วนหนึ่ง เสมือนกับว่าเวลาผ่านไปแล้วหนึ่งนาทีในหัวของเขา.

นี่คือพลังที่แข็งแกร่งมากๆ เพราะแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถทำให้ผลลัพธ์แปรเปลี่ยนได้เลย.

“ฮ่าๆ. พวกนี้ใจร้อนจังเลยนะ.”

ในโลกปัจจุบันของเขานี้, โลกที่มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่เห็น, สีทุกสีค่อยๆจางหายไปจนเหลือเพียงแต่ขาวกับดำเท่านั้น.

บางคนอาจจะคิดว่ามันเป็นพลังที่ประหลาด แต่นั่นไม่จริงเลย.

“โหหห! เยี่ยมไปเลยนะเนี่ย.”

โกโจหัวเราะออกมาขณะที่มองทุกคนกระโดดเข้ามาใส่เขาราวกับว่าทุกอย่างช้าลง.

พวกนั้นโดดเข้ามาตรงๆเลยทำให้รู้สึกตลก.

ร่างใหม่ของเขาในตอนนี้แกร่งกว่าร่างเดิมมากๆ. เขาจึงสามารถใช้พลังได้มากกว่าที่เคยทำได้.

‘ถ้ามีไร้ขอบเขต ชั้นก็คงไม่ต้องหลบเลยล่ะนะ’

ขณะที่ค่อยๆคิดว่าจะหาทางเอาไร้ขอบเขตกลับมายังไง เขาก็เริ่มขยับตัว.

---

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมานั้นซุยฟงไม่สามารถเข้าใจได้เลย.

ในอดีตนั้น เธอได้ตามรับใช้องค์หญิงโยรุอิจิและได้เห็นการเติบโตของนางจากเหมือนคนอื่นๆไปเป็นคนที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา. จนท่านถึงกับได้สมญานามว่า “เทพพริบตา”.

ในฐานะหัวหน้าของหน่วยลับคนปัจจุบันแล้ว, เธอเชี่ยวชาญด้านการใช้ก้าวพริบตาและเคยเห็นวิชาความเร็วมาแล้วทุกอย่าง.

ถ้าชายคนนี้เร็วมากล่ะก็ อาจพูดได้ว่าเขาล่องหนไปได้เลย.

เพียงแต่ว่า.

‘เจ้านี่ช้ามาก’

เขาไม่ได้เร็วไปกว่าทหารของเธอเลย แล้วก็ไม่ได้ใช้วิถีมารด้วย. แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครแตะตัวเขาได้เลยแม้แต่คนเดียว.

มันเหมือนกับว่าเขามองเห็นอนาคตได้. แต่ละก้าวของเขานั้นสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีหรือแม้แต่สวนกลับได้อย่างสมบูรณ์แบบ. เขาถึงขนาดทำให้พวกทหารขัดขากันเองได้เลย.

แม้แต่เรื่องพลังเอง เขาก็ไม่ได้แสดงให้เห็นมากนัก กลับกันเขากลับใช้พลังอย่างน้อยที่สุดตลอดเลย.

ที่งงที่สุดเหรอ? เขาทำทุกอย่างนั่นในขณะที่มีผ้าปิดตาอยู่ยังไงล่ะ.

จบบทที่ ตอนที่ 8: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว