เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่7: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (1)

ตอนที่7: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (1)

ตอนที่7: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (1)


เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นบนฟ้า บางแห่งไม่ไกลจากเขตหนึ่งของรุคงไก มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่. คนสี่คนกำลังนั่งหันหน้ามองกัน. เป็นชายสองคนและหญิงสองคน.

ชายคนแรกมีผมสีดำและใส่ชุดกิโมโนสีดำพร้อมตรารองหัวหน้าอยู่บนแขน. เขามองไปที่คนอื่นๆแล้วกล่าว

“มีธุระอะไรพี่ใหญ่? พี่ก็รู้นี่ว่าเขตนี้ไม่ได้อยู่ใต้การดูแลของพี่น่ะ”

สีหน้าของเขาดูดุดันและจริงจังมาก. เขาคือชิบะ ไคเอ็น รองหัวหน้าหน่วย13.

คนที่อยู่ข้างหน้าเขานั้นเป็นชายที่แก่กว่าและมีลักษณะคล้ายๆกัน. ใครดูก็รู้ว่าทั้งสองคนนั้นเป็นพี่น้องกัน. แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองแตกต่างก็คือ คนแรกนั่งอย่างสบายใจไม่เดือดร้อนอะไรเลย ส่วนอีกคนนั้นก็มีชุดคลุมสีขาวขนาดใหญ่พร้อมตัวอักษร สิบ ในภาษาคันจิอยู่ข้างหลัง.

เขาคือชิบะ อิชชิน หัวหน้าหน่วยที่สิบ. พอเห็นสีหน้าจริงจังของน้องเขาแล้ว อิชชินก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆให้.

ในโซลโซไซตี้นั้น มีตระกูลใหญ่สี่ตระกูลที่เป็นที่รู้กัน. ตระกูลที่แม้แต่วังกลาง46ห้อง ผู้คุมใจกลางโซลโซไซตี้ยังต้องเกรงใจ.

ตระกูลเหล่านั้นคือ ชิโฮอิน, คุจิกิ, อิเซะและสึนะยาชิโระ.

แต่สิ่งที่คนไม่รู้ก็คือความจริงแล้วไม่ได้มีแค่สี่ตระกูลแต่เป็นห้าต่างหาก. ตระกูลชิบะเองก็เป็นหนึ่งในนั้น. น่าเสียดายที่ไม่รู้เพราะอะไร ตระกูลชิบะจึงสูญเสียความยิ่งใหญ่และแย่ไปกว่านั้นก็คือถูกขับไล่ออกมาจากเซเรเทย์ด้วย.

ตอนนี้ในเมื่อบุตรชายคนโตของตระกูลเป็นหัวหน้าหน่วย, ตระกูลนี้ก็อาจจะถูกนับเป็นตระกูลชั้นสูงระดับเล็กได้อยู่. เสียดายที่ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น.

“แกจะโกรธไปถึงไหนเนี่ย? แกก็รู้ดีนี่ว่าชั้นไม่ได้อยากจะขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลน่ะ”

ไคเอ็นส่ายหัว “ไม่ใช่เรื่องนั้น. ถึงผมจะเคยเกลียดพี่เพราะเรื่องนี้ในอดีต แต่พอได้เข้า13หน่วยพิทักษ์แล้วผมก็ได้เข้าใจว่าเซเรเทย์มันเน่าเฟะแค่ไหน. ผมโมโหก็เพราะพี่ทำตัวเหมือนนางเอกที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อตระกูลต่างหาก”

พอได้ฟังแบบนั้นเส้นเลือดก็ปูดขึ้นมาบนหน้าผากเขา. เสียงหัวเราะจากผู้หญิงสองคนข้างๆไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลงเลย.

“คุคาคุ, รันงิคุ มันตลกตรงไหนไม่ทราบ?”

ชิบะ คุคาคุ, ผู้หญิงผมสีดำพร้อมหุ่นยั่วใจของเธอเอามือมาปิดปากไว้เพื่อกลั้นขำ. ดวงตาสีเขียวของเธอเต็มไปด้วยความชอบใจแต่ก็พยายามกลั้นไว้เพื่อไม่ให้พี่ชายเธอเสียหน้า.

มัตสึโมโต้ รันงิคุ รองหัวหน้าหน่วย10กลับหัวเราะออกมาเสียงดังแทน.

ไคเอ็นเมินสองคนนั้นไปเพราะรู้จักนิสัยดีอยู่แล้ว จากนั้นก็หันไปหาพี่ชายของเขา “ตอบผมมาสิ พี่มาทำไม?”

อิชชินเกาหัวแล้วถอนหายใจออกมา “ตาแก่ส่งชั้นมาหลังจากได้รับรายงานของเด็กนั่น. แค่ฮอลโล่วโผล่มาในเขตหนึ่งก็แปลกพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับมีวิญญาณหน้าใหม่ที่ใช้วิถีมารได้หลังจากมองแค่ครั้งเดียวก็ยิ่งไปกันใหญ่เลย”

ผ่านมาแล้วสามวันตั้งแต่โมโมะไปรายงานสถานการณ์.

ไคเอ็นขมวดคิ้วขึ้นมา “แล้วหัวหน้าผมล่ะ?”

“นายก็รู้นี่ว่าเขาไม่ค่อยสบาย. ตอนประชุมก็แทบจะไม่ไหว”

“อะไรนะ?!”

ไคเอ็นลุกขึ้นมาทันที. เป็นที่รู้ๆกันว่าหัวหน้าแห่งหน่วย13, อุคิทาเกะ จูชิโร่นั้นถึงแม้จะเป็นหนึ่งในหัวหน้าที่อายุมากที่สุดก็ตาม สุขภาพของเขานั้นอ่อนแอมากๆ.

“เห้อ~ ไม่ต้องห่วงหรอก. ยัยโรคจิตสองหน้าจัดการให้แล้ว”

ไคเอ็นถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา. เขารู้ในทันทีว่าพี่ชายตัวเองพูดถึงใคร. อุโนะฮานะ เร็ตสึ, หัวหน้าหน่วยที่4และคนที่ใช้วิถีมารรักษาได้เก่งที่สุดในโซลโซไซตี้.

เขานั่งลงอีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมา “เข้าใจแล้วครับ. ถ้าท่านอยู่ในมือของหัวหน้าอุโนะฮานะแล้วล่ะก็พวกเราก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว. แต่ทำไมพี่ถึงชอบว่านางอยู่เรื่อย? ถึงผมจะยอมรับนะว่าตอนท่านรักษาอาจจะรุนแรงไปบ้าง แต่ผมก็ไม่คิดว่าท่านจะเป็นคนสองหน้านะ”

“ฮ่าๆ~ ถ้านายได้เห็นจะไม่พูดแบบนั้น”

อิชชินเองก็เหมือนกับอุคิทาเกะ, พวกเขาคือหนึ่งในหัวหน้าที่แก่ที่สุดในโซลโซไซตี้. แต่ถ้าเทียบกับอุโนะฮานะแล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นรุ่นน้องเสมอ.

เพราะนางก็เกือบจะแก่พอๆกับหัวหน้าใหญ่, ทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่อายุมากกว่า2พันปี.

แต่ไม่ใช่แค่นั้น, เขารู้ดีเลยว่าหัวหน้าหน่วยที่4นั้นไม่ใช่คนที่อ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนที่เธอพยายามจะแสดง.

การที่เธอเป็นเค็นปาจิคคนแรกและหัวหน้าหน่วย11ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้แล้วว่าเธอโหดและกระหายเลือดแค่ไหน. ยิ่งไปกว่านั้นก่อนที่เธอจะมาเป็นหนึ่งใน13หน่วยพิทักษ์ เธอเคยเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นอาชญากรที่โหดเหี้ยมที่สุดในโซลโซไซตี้.

แต่นั่นมันก็แค่ความลับที่ไม่เคยออกสู่สาธารณะและเขาเองก็ไม่อยากจะเจอหน้าคนโรคจิตแบบนั้นด้วยเลยเปลี่ยนเรื่องแทน.

“ช่างเถอะ. พวกเรากับหน่วยสองได้รับภารกิจมา. อันดับแรก, ให้พวกเราจับตาดูเขาไว้ว่ามีระดับพลังเทียบเท่าหรือมากกว่าหัวหน้าหน่วยหรือเปล่า. อย่างที่สอง พวกเราต้องพิสูจน์ตัวตนเขาให้ได้ หากเขาไม่ใช่ผู้ไม่หวังดี พวกเราจะให้เขาได้เข้าเรียน. คนที่มีพรสวรรค์แบบเขามีไว้ก็ไม่เสียหาย”

“แล้วถ้าเขาไม่หวังดีล่ะ?” ไคเอ็นถาม.

“ก็ฆ่าไง”

---

*ฮัดเช้ย*

ในที่ที่หนึ่งของรุคงไก, ชายผมสีเงินที่ถอดเสื้อพร้อมปิดตาด้วยผ้าพันแผลจามออกมาเบาๆ.

“ให้ตายสิ มีใครนินทาชั้นรึไงนะ?”

“หรือไม่ก็ คุณกำลังเป็นหวัดเพราะแต่งตัวเหมือนพวกโรคจิตตั้งแต่ไก่โห่?”

เด็กผู้ชายผมสีเงินที่อาจมองได้ว่าเป็นน้องชายเขา ประชดใส่ขณะที่กัดแตงโมอยู่.

โกโจไม่สนใจคำพูดเขาเลย เขาส่ายนิ้ว “จุ! จุ! จุ! เธอไม่เข้าใจหรอก. ร่างของผมคือความงามที่แท้จริง. เธอควรจะดีใจนะที่ได้นั่งอยู่แถวหน้าน่ะ. ว่ามั้ยโมโมะ?”

“เห?”

โมโมะที่กำลังกัดแตงโมอย่างมีความสุขอยู่สะดุ้งขึ้นมาเมื่อถูกเรียก, เธอมองกลับไปทางร่างกายที่งดงามของเขาแล้วพยักหน้าพร้อมหน้าแดงเล็กน้อย.

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นผู้ชายไม่ใส่เสื้อหรอก. เพราะยมทูตส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย. มันเป็นภาพปกติในโรงเรียนไปแล้ว.

สามวันผ่านไปด้วยกัน พวกเขาสามคนก็สนิทกันมากขึ้น.

พอโกโจได้เห็นท่าทีชื่นชมก็กลับไปง่วนต่อ.

ถึงแม้ร่างใหม่ของเขาจะดูคล้ายร่างก่อน, มันก็ยังมีข้อแตกต่างเล็กน้อยอยู่. เขาจึงต้องฝึกฝนเพื่อให้กลับมาเฉียบคมเหมือนในอดีตอีกครั้ง.

“เอาล่ะโมโมะ. รีบกินแล้วมานี่ซะ. ผมวอร์มเสร็จแล้ว”

โมโมะกินแตงโมหมดภายในคำเดียวแล้วรีบวิ่งไปหาโกโจ.

สามวันมานี้โมโมะได้ฝึกกับโกโจตลอด.

แม้ว่ามันจะผ่านไปแค่สามวันก็ตาม, การเคลื่อนไหว, หายใจ, และการรับรู้ของเธอก็แทบจะแตกต่างจากสามวันก่อนลิบลับเลย.

ถึงแม้เรื่องวิถีมารเธอจะนำโกโจอยู่ก็ตาม, เขาก็สู้กับพวกคำสาปมาตลอด10ปี.

พอถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านั้นให้โมโมะ เขาก็ได้เปลี่ยนอัจฉริยะให้กลายเป็นสัตว์ประหลาด.

หลังจากฝึกฝนกันหลายชั่วโมง โกโจก็ยืดตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินโมโมะที่ตัวเปียกเหงื่อไป.

“เอาล่ะ ผมต้องไปทำอะไรซักหน่อย. พยายามฝึกวิถีพันธนาการระดับต่ำไว้ล่ะ. ชิโระ อย่าให้เธอขี้เกียจนะ.

“เข้าใจแล้ว~!”

โทชิโร่โบกมือส่งๆให้.

---

พอปล่อยให้เด็กสองคนที่จู่ๆกลายมาเป็นศิษย์แล้ว โกโจก็ออกจากที่พักไป.

พอเดินมาได้ไม่กี่นาที เขาก็มาถึงที่โล่ง.

เขาหยุดแล้วเริ่มยืดตัวเล็กน้อย.

“เอาล่ะๆ ผมไม่รู้นะว่าคุณเป็นใคร แต่มาแอบส่องคนอื่นแบบนี้มันไม่สุภาพเลยนะ?”

สิ่งเดียวที่โกโจได้ก็คือความเงียบ. แม้ว่าตาของเขาจะถูกผ้าปิดไว้ เขาก็จ้องไปทางทางหนึ่งโดยไม่ลดละ.

ตรงนั้นเองก็มีชายร่างใหญ่กำลังถือถุงมันฝรั่งและผู้หญิงตัวเล็กใส่เสื้อกิโมโนสีดำพร้อมกับเสื้อคลุมสีขาว ค่อยๆโผล่ออกมา.

“น่าประหลาดใจจังเลยนะ ไม่นึกเลยว่าพวกเราจะถูกจับได้เร็วแบบนี้”

ผู้หญิงคนนั้นมองมาทางเขาด้วยสายตาสงสัย.

ความจริงแล้วเธอไม่ต้องรับภารกิจนี้มาก็ได้ แต่เธออยากจะใช้โอกาสนี้ฝึกพวกหน้าใหม่ในหน่วย. ตอนนี้ดูเหมือนภารกิจนี่จะน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ.

ทางด้านโกโจเองก็ทำหน้าจริงจังเป็นครั้งแรกหลังจากที่ผ่านมานาน.

เขามั่นใจได้เลยว่าสองคนนี้แกร่งมาก.

เขายิ้มออกมา

‘ดูเหมือนจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ’

จบบทที่ ตอนที่7: เผชิญหน้ากับหน่วยที่สอง (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว