- หน้าแรก
- ย้อนเวลาสู่อดีต เชียนเหรินเสวี่ยวิงวอนขอความช่วยเหลือ
- ตอนที่ 1 เนตรแห่งกาลเวลา
ตอนที่ 1 เนตรแห่งกาลเวลา
ตอนที่ 1 เนตรแห่งกาลเวลา
ตอนที่ 1 เนตรแห่งกาลเวลา
ณ แดนเทพ
ราชาเทพผู้ถือครองตรีศูลทองคำกำลังขมวดคิ้วมุ่น เขาตวาดก้องด้วยน้ำเสียงเปี่ยมบารมี พลางยกมือขึ้นปล่อยลำแสงสีแดงเข้มพุ่งออกไป
สิ่งแปลกปลอมจากต่างมิติบังอาจคิดจะส่งผลกระทบต่อทวีปโต้วหลัวงั้นรึ รนหาที่ตาย
พี่สาม เกิดอะไรขึ้นหรือ เสียงอุทานดังขึ้น หญิงสาวร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีชมพูถักเปียแมงป่องเดินเข้ามาจากด้านหลัง นางเกาะแขนชายหนุ่มด้วยความกังวล
ใบหน้าหล่อเหลาของถังซานเผยแววรักใคร่เอ็นดู เขาค่อยๆ ส่ายหน้า ไม่มีอะไรหรอก ข้าทำให้เจ้าเป็นห่วงเสียแล้ว
ผ่านไปหนึ่งหมื่นปีแห่งการพัฒนาบนทวีปโต้วหลัว สำนักถังได้เสื่อมถอยไปนานแล้ว แต่ดาวดวงใหม่ที่กำลังทอแสงดวงนั้น กลับมีสายสัมพันธ์นับไม่ถ้วนกับสำนักถังของข้า
ทันใดนั้น ความตกตะลึงพาดผ่านใบหน้าของถังซาน แสงสีฟ้ากราดเกรี้ยวพุ่งออกจากดวงตา สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
ดวงดาวแห่งทวีปโต้วหลัว... นี่มันเกิดอะไรขึ้น
จิตเทพของถังซานกวาดลงไปยังเบื้องล่าง พบว่าลำแสงสีแดงเข้มที่เขาปล่อยออกไปนั้นไม่สามารถเจาะทะลุสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวได้ กลับกลายเป็นว่าสิ่งแปลกปลอมนั้นได้ห่อหุ้มวิญญาณดวงหนึ่งจากต่างโลก และนำพามันพุ่งลงสู่คฤหาสน์พยัคฆ์ขาวได้อย่างแม่นยำ โดยที่ถังซานไม่อาจล่วงรู้
ทันใดนั้นเอง ลูกแก้วสีขาวที่เป็นตัวแทนของระบบพลันเปลี่ยนสถานะกลายเป็นของเหลวสีขาวขุ่นแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งทวีปโต้วหลัวราวกับชั้นฟิล์มบางๆ เปรียบเสมือนแป้งที่ชุบเคลือบน่องไก่เอาไว้
ถังซานพยายามขับเคลื่อนจิตเทพ แต่ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าจิตเทพของเขาไม่สามารถเจาะทะลุชั้นฟิล์มนั้นได้ อย่าว่าแต่จะแทรกแซงโลกเบื้องล่างเลย
กฎเกณฑ์ที่ว่าเทพเจ้าไม่อาจแทรกแซงโลกมนุษย์ได้ปรากฏชัดขึ้นในขณะนี้
ห้าสิบลี้นอกจักรวรรดิซิงหลัว พระราชวังอันงดงามตระการตาตั้งตระหง่านอยู่เหนือพื้นดิน นั่นคือคฤหาสน์พยัคฆ์ขาว
ค่ำคืนนี้ถูกลิขิตให้เป็นคืนที่ไม่ธรรมดา
ภายนอกหน้าต่าง เมฆดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้า สายฟ้าฟาดผ่าเปรี้ยงปร้างกึกก้อง
ภายในห้อง แสงตะเกียงสลัวส่องสว่างไปทั่วทุกมุม ในห้องพักคนใช้ที่มีขนาดไม่ถึงสามสิบตารางเมตร ทารกน้อยคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น
อุแว้ อุแว้
เสียงร้องไห้จ้าดังก้องแข่งกับเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าภายนอก เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทารกผู้นี้หาใช่เด็กธรรมดา
หญิงสาวใบหน้าซีดเผือดทว่ารูปโฉมงดงามมองดูทารกตัวย่นในห่อผ้าด้วยสายตาเปี่ยมรัก รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางทันที
หญิงสาวผู้นี้มีนามว่า ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ สาวใช้ส่วนตัวของพยัคฆ์ขาวแห่งจักรวรรดิซิงหลัวในปัจจุบัน
เด็กคนนี้เป็นลูกของนางและพยัคฆ์ขาว ไต้เฮ่า แต่เนื่องจากฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์เป็นเพียงสาวใช้ เด็กน้อยจึงมีสถานะเป็นลูกนอกสมรส
พยัคฆ์ขาวมีอำนาจรองจากเพียงราชวงศ์ นอกจากฮูหยินใหญ่ผู้ดูแลคฤหาสน์พยัคฆ์ขาวแล้ว แทบไม่มีใครล่วงรู้ถึงการกำเนิดของฮั่วอวี่เฮ่า
ไต้เฮ่าต้องออกศึกทำสงครามตลอดทั้งปี และยังไม่รู้เลยว่าเขามีลูกชายเพิ่มขึ้นมาอีกคนอย่างน่าประหลาด และเด็กคนนี้... ก็เป็นเด็กปัญญาอ่อน
เรียนฮูหยินใหญ่ เด็กไต้อวี่เฮ่าคนนั้น...
ฮูหยินใหญ่แห่งคฤหาสน์พยัคฆ์ขาวปรายตามองอย่างเย็นชา ทำให้สาวใช้ตัวสั่นเทาและรีบแก้ไขคำพูดทันที
ฮั่วอวี่เฮ่า ลูกของนังคนใช้ต่ำต้อยนั่นอายุสามขวบแล้วเจ้าค่ะ อย่าว่าแต่พูดจาเลย แม้แต่จะจดจำหน้าแม่ของตัวเองยังทำได้ยาก ในความเห็นของบ่าว เด็กคนนี้ไม่มีอนาคตอันใดเจ้าค่ะ
สีหน้าของฮูหยินใหญ่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นที่มุมปาก
อาศัยหน้าตาสะสวยล่อลวงท่านดยุคโดยไม่ดูสถานะของตนเอง ก็ดี เดิมทีข้าคิดว่าเด็กนั่นจะเป็นภัยคุกคามต่อไต้หัวปินและไต้เยว่เหิง แต่ในเมื่อมันเป็นเด็กปัญญาอ่อน ก็ปล่อยมันไป
อีกอย่าง อย่าลืมว่าตั้งแต่นี้ไป งานสกปรกและงานหนักทั้งหมดในคฤหาสน์จงมอบให้นังคนใช้ต่ำต้อยนั่นทำ บ่าวไพร่ชั้นต่ำก็ควรทำตัวให้สมฐานะ หากวันหน้าข้าเห็นนางพักผ่อน เจ้าจะต้องไปทำงานแทนในส่วนของนาง
นี่คือคำสั่งสุดท้ายที่ฮูหยินใหญ่แห่งคฤหาสน์พยัคฆ์ขาวทิ้งท้ายไว้
นับแต่นั้นมา ร่างกายของฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ก็ซูบผอมลงทุกวัน นางต้องทำงานหนักไม่จบไม่สิ้น ทั้งที่อยู่ในวัยที่ควรจะงดงามสะพรั่ง แต่มือที่เคยเนียนละเอียดกลับเต็มไปด้วยแผลเป็นและรอยด้าน แม้ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ นิ้วมือของนางก็ยังต้องแช่อยู่ในน้ำเย็นจัดเพื่อซักเสื้อผ้า
ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก เงยหน้ามองฮั่วอวี่เฮ่าที่นั่งเหม่อลอยมองท้องฟ้าอยู่ใต้ต้นไม้ ความทุกข์ใจทั้งมวลพลันมลายหายไป
ในสายตาคนนอก ลูกชายของนางคือคนโง่เขลาเบาปัญญา แต่ในสายตาของฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ เขาคือสมบัติล้ำค่า เป็นเพียงคนเดียวรองจากไต้เฮ่าที่ครองพื้นที่สำคัญที่สุดในหัวใจของนาง
ใบไม้ผลิผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงเวียนมา พริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยไปหกปี
วิญญาณยุทธ์คือปาฏิหาริย์แห่งทวีปโต้วหลัว ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ทุกคนสามารถปลุกวิญญาณยุทธ์ได้เมื่ออายุครบหกปี
วิญญาณยุทธ์แบ่งออกเป็นสองประเภท คือวิญญาณยุทธ์เครื่องมือและวิญญาณยุทธ์สัตว์ นอกเหนือจากสองประเภทนี้แล้ว ยังมีวิญญาณยุทธ์ร่างกาย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากชิ้นส่วนของร่างกาย
ผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ร่างกายนั้นหาได้ยากยิ่ง สำนักกายาอันโด่งดังในโลกวิญญาณจารย์คือแหล่งรวมตัวของผู้ใช้วิญญาณยุทธ์ร่างกาย หากวิญญาณยุทธ์ร่างกายได้รับการปลุกครั้งที่สอง ศักยภาพในอนาคตย่อมไร้ขีดจำกัด
ณ คฤหาสน์พยัคฆ์ขาว ฮูหยินใหญ่เดินทางมาควมคุมดูแลพิธีด้วยตนเอง
ฮูหยินใหญ่นั่งอยู่บนโซฟาหรูหรานุ่มสบาย สายตาหลุบต่ำกวาดมองเด็กๆ ที่จะเข้ารับการปลุกวิญญาณยุทธ์ในปีนี้
เด็กเหล่านี้บางคนเป็นลูกของอนุภรรยา บางคนเป็นลูกหลานของหน่วยองครักษ์พยัคฆ์ขาว และยังมีลูกหลานของคนรับใช้เช่นเดียวกับฮั่วอวี่เฮ่า
ระลอกคลื่นแห่งความกังวลปรากฏขึ้นในดวงตาอันสงบนิ่งของฮูหยินใหญ่
ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ยืนต่อแถวอยู่ด้านหน้าสุดพร้อมกับฮั่วอวี่เฮ่า สองแม่ลูกเลือกตำแหน่งหัวแถว ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ไม่มีคำบ่นใดๆ ต่อการปฏิบัติที่ได้รับในคฤหาสน์ แม้รู้ดีว่าเป็นการกลั่นแกล้งโดยเจตนาของฮูหยินใหญ่ แต่นางก็ยังคงรักษาจิตใจที่สงบนิ่งไว้เสมอ
วิญญาณยุทธ์เครื่องมือ เคียว พลังวิญญาณศูนย์
วิญญาณยุทธ์สัตว์ เสือชีตาห์ พลังวิญญาณระดับสาม
ผู้รับผิดชอบในการปลุกวิญญาณยุทธ์คือพ่อบ้านของคฤหาสน์ หลังจากประกาศว่าเด็กคนใดมีพลังวิญญาณ คนรับใช้ก็จะพาตัวไปลงทะเบียนทันที
เด็กที่มีพลังวิญญาณ ไม่ว่าวิญญาณยุทธ์จะมีคุณภาพเช่นไร ก็สามารถเป็นวิญญาณจารย์ได้ ไม่ว่าจะเลือกติดตามท่านดยุคไปสนามรบ หรือเป็นวิญญาณจารย์ประจำคฤหาสน์ในอนาคต พวกเขาก็จะได้หลุดพ้นจากสถานะ คนรับใช้ ในที่สุด
ไม่นาน ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ก็นำฮั่วอวี่เฮ่ามายืนอยู่เบื้องหน้าพ่อบ้าน
พ่อบ้านแห่งคฤหาสน์พยัคฆ์ขาวมีนามว่า ไต้ลี่ เขาเคยเป็นองครักษ์ส่วนตัวของพยัคฆ์ขาวรุ่นก่อน หลังจากบาดเจ็บและเกษียณจากสนามรบ ไต้เฮ่าจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นพ่อบ้านเพื่อช่วยฮูหยินใหญ่ดูแลกิจการภายใน
พ่อบ้านไต้ลี่ทนดูชะตากรรมของฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์และลูกชายไม่ไหว จึงแอบช่วยเหลือสองแม่ลูกผู้น่าสงสารนี้มาโดยตลอด
ท่านลุงลี่ ฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์ไม่กล้าเงยหน้าสบตาฮูหยินใหญ่ แต่เอ่ยทักทายพ่อบ้านเบาๆ
สีหน้าของพ่อบ้านซับซ้อน แต่แววตาซ่อนความยินดีเอาไว้ลึกๆ
เด็กตรงหน้าที่ชื่อฮั่วอวี่เฮ่าคือเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านดยุค แม้จะเป็นลูกนอกสมรส แต่ก็เป็นสายเลือดของท่าน
พิธีปลุกวิญญาณยุทธ์จะเริ่มแล้ว อวี่เฮ่า มาหาลุงลี่เร็วเข้า
ฮั่วอวี่เฮ่าผู้มีพัฒนาการทางสมองช้ากว่าปกติเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย ดวงตาใสแจ๋วมองดูท่านลุงลี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นหันไปมองมารดาที่ส่งสายตาให้กำลังใจ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนระหว่างหินกลมสีดำทั้งหกตามสัญชาตญาณ
ในขณะนั้นเอง บรรยากาศพลันหนักอึ้งขึ้นทันตา ฮูหยินใหญ่จิกมือลงบนที่วางแขนโซฟา แววตาฉายเจตนาสังหาร
ไต้เยว่เหิง ลูกชายคนโตของนาง ปลุกวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาวได้สำเร็จและเพิ่งเข้าเรียนที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อ ส่วนไต้หัวปิน ลูกชายคนเล็ก ก็ปลุกวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาวได้เช่นกัน แถมพรสวรรค์ยังสูงส่งยิ่งกว่าพี่ชาย
หากลูกของนังคนใช้ต่ำต้อยนี่ปลุกวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาวของท่านดยุคได้เหมือนกัน มันจะไม่กลายเป็นภัยคุกคามต่อเยว่เหิงและหัวปินหรอกหรือ
แสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้น หินกลมสีดำทั้งหกหมุนวนรอบตัวฮั่วอวี่เฮ่า ขณะที่พลังวิญญาณไหลเข้าสู่ร่างกาย เขาพลันรู้สึกอบอุ่นวาบ ในวินาทีเดียวกันนั้น แสงสีทองเจิดจ้าก็ส่องประกายออกมาจากดวงตาของฮั่วอวี่เฮ่า
ไต้ลี่ผู้รับผิดชอบพิธีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเมื่อตระหนักว่าฮั่วอวี่เฮ่าไม่ได้ปลุกวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาว หากเด็กคนนี้มีวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาว แม้จะเป็นคนโง่เขลา ก็ย่อมต้องได้รับความสนใจจากท่านดยุคอย่างแน่นอน
โดยไม่รู้ตัว สายตาของไต้ลี่ประสานเข้ากับดวงตาของฮั่วอวี่เฮ่า
ในชั่วพริบตานั้น ไต้ลี่พลันรู้สึกว่ากระแสเวลาที่ไหลเวียนรอบตัวเชื่องช้าลง การเคลื่อนไหวของมือที่กำลังยกขึ้นก็ช้าตามไปด้วย
วินาทีถัดมา ดวงตาของไต้ลี่ก็ปิดสนิท ร่างของเขาล้มตึงลงกับพื้นเสียงดังสนั่น
จบตอน