เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 510 : อาวุธของฐาน 2

ตอนที่ 510 : อาวุธของฐาน 2

ตอนที่ 510 : อาวุธของฐาน 2


ตอนที่ 510 : อาวุธของฐาน 2

ระเบิดน้ำหนัก 10 ตัน!

มันเป็นขนาดที่น่าตกใจจริงๆ

เรียกได้ว่า นอกจากอาวุธนิวเคลียร์แล้ว นี่ก็คงเป็นจุดสูงสุดของอาวุธที่พวกเขาจะสร้างได้แล้ว

นอกจากระเบิดนิวเคลียร์ อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสุดก็น่าจะเป็นระเบิดเทอร์โมบาริกและระเบิดชนิดพิเศษอื่นๆ อีกไม่กี่ชนิด

ระเบิดเทอร์โมบาริกมีอานุภาพเทียบเท่ากับระเบิด TNT ประมาณ 44 ตัน

ส่วนระเบิดยักษ์ที่ตงฮุยประดิษฐ์ขึ้นมานี้ กลับมีอานุภาพถึงเกือบ 1 ใน 4 ของระเบิดเทอร์โมบาริก!

และที่สำคัญคือพวกเขามีมันมากกว่าหนึ่งลูก!

ถ้าใครกล้ามาหาเรื่องฐานลวี่หยวน ขอแค่พวกเขาลากเจ้าระเบิดยักษ์น่ากลัวพวกนี้ออกไปใช้ ก็รับรองได้เลยว่าอีกฝ่ายคงจำสภาพเดิมไม่ได้แน่

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ซอมบี้หรือซอมบี้กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่าปกติ ภายใต้อานุภาพทำลายล้างนี้ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมกันหมด

“ระเบิดยักษ์นี่แรงจริงๆ แต่มันก็ค่อนข้างหนักไปหน่อย ด้วยขีดความสามารถในการบรรทุกของเฮลิคอปเตอร์กับเรือเหาะของเรา อย่างมากก็คงขนไปได้แค่ลูกเดียวครับ น่าเสียดายจริงๆ ถ้าพวกเรามีเครื่องบินทิ้งระเบิดหนักมันก็อาจจะดีกว่านี้ จะได้ขนไปทิ้งใส่หัวศัตรูทีละเยอะๆ”

ตงฮุยพูดอย่างเสียดาย

เห็นได้ชัดว่าเขาก็คิดเหมือนคนอื่นๆ คือพวกเขาอยากเห็นภาพปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงจากการทิ้งเจ้ายักษ์ใหญ่พวกนี้ใส่หัวศัตรู

“......”

ฉินจิ้นไม่ได้ตอบรับและปล่อยให้หัวหน้าฝ่ายผลิตคนนี้จินตนาการต่อไป

จากนั้นพวกเขาก็เดินดูรอบๆ ฐานย่อยจนทั่ว แล้วกลับไปเดินดูที่ฐานหลักอีกรอบ ฉินจิ้นถึงได้ยุติการเดินตรวจสอบการผลิตของฐานในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้เขามีแค่ตัวเลขที่ตงฮุยและลูกพี่ลูกน้องของเขาส่งมาให้ ว่าวันนี้ผลิตได้เท่าไหร่และเข้าคลังเท่าไหร่

การเดินตรวจสอบด้วยตัวเองทีละจุดแบบนี้ ครั้งล่าสุดก็คงเมื่อครึ่งเดือนก่อน

แต่ก็ต้องบอกเลยว่าในระยะเวลาสั้นๆ นี้พลังต่อสู้ของฐานก็ยังคงพุ่งทะยานแบบไม่มีที่สิ้นสุด!

ตอนนี้ฐานลวี่หยวนก็ไม่ได้ต่างจากป้อมปราการที่มีคลังแสงขนาดยักษ์!

ใครก็ตามที่กล้าเข้ามาหาเรื่อง ก็ต้องเตรียมรับมือกับเพลิงพิโรธได้เลย!

นี่แหละคือความปลอดภัยที่เขาต้องการ!

ตั้งแต่วันสิ้นโลกมาถึง จนกระทั่งฐานมีคนมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อสร้างฐานที่แข็งแกร่งและปลอดภัยที่สุดให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย โดยไม่ต้องกังวลพวกสุนัขจิ้งจอกข้างนอกและได้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระเสรี

ตอนนี้แม้จะยังขาดอีกนิดหน่อย

แต่มันก็ใกล้จะถึงจุดนั้นแล้ว

หลังจากลาตงฮุย เขาก็ไปที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนา เขาตั้งใจจะไปตรวจสอบความคืบหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆ กับหลี่ซู่

หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาคนนี้ประจำอยู่ที่ฝ่ายของตัวเองตลอด

ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายเข้ามาในฐานลวี่หยวน หลี่ซู่ก็แทบไม่ได้ออกไปไหนไกลเลย อย่างมากก็แค่ไปทดสอบของเล่นใหม่ๆ รอบฐานเท่านั้น

และช่วงนี้เนื่องจากมีการสร้างแนวป้องกัน กับดักและลูกเล่นต่างๆ บนกำแพงที่เขาเคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้จึงต้องถูกหยุดไว้และเปลี่ยนไปวิจัยอย่างอื่นแทนก่อน

“ช่วงนี้เป็นไงบ้าง? มีของใหม่อะไรออกมาบ้างไหม?”

ฉินจิ้นถามหลี่ซู่อย่างเป็นกันเอง

เขารู้จักกับหัวหน้าฝ่ายพัฒนาคนนี้มาครึ่งปีกว่าแล้ว ถ้านับรวมเวลาที่คุยกันในแชทกลุ่มวันสิ้นโลกช่วงก่อนคืนแห่งการกลายพันธุ์ด้วย มันก็น่าจะเกินหนึ่งปีไปแล้ว

“ก็เรื่อยๆ ครับ ช่วงนี้มีของใหม่ๆ ออกมาบ้าง แต่อานุภาพยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่ แต่เพราะตอนนี้เขตลวี่หยวนของเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ผมก็เลยมีไอเดียใหม่ขึ้นมา!”

“หลังจากนี้ผมอยากติดตั้งกล้อง AI ในเขตลวี่หยวน!”

“ถ้าเราสามารถรวมมันเข้ากับระบบอาวุธอัตโนมัติและระบบควบคุมจากระยะไกลได้ ถึงตอนนั้นถ้ามีซอมบี้หรือศัตรูโผล่ออกมา เราก็จะสามารถจัดการพวกมันจากระยะไกลได้ทันที!”

“แล้วช่วงนี้ ผมกับพี่ตงก็กำลังช่วยกันพัฒนาระเบิดกระโดด เวลามีคนหรือซอมบี้ไปเหยียบมัน มันก็จะกระโดดขึ้นมาแล้วระเบิดกระจายเป็นแนวราบ! ฉีกทุกอย่างภายในรัศมี 10 เมตรให้เป็นชิ้นๆ!”

“เมื่อก่อนทหารก็เคยใช้ระเบิดพวกนี้อยู่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วอานุภาพของมันจะเน้นฆ่าคนอย่างเดียว หรือไม่ก็ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งนั่นยังไม่พอที่จะจัดการกับซอมบี้ที่ไม่กลัวความเจ็บ!”

“พวกเราเลยกำลังทดลองส่วนผสมต่างๆ เพื่อหาสูตรระเบิดที่เหมาะสมที่สุดอยู่ครับ”

พอพูดถึงของเล่นใหม่ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาอย่างหลี่ซู่ก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที

บางทีมันอาจจะเป็นนิสัยปกติของพวกสายเทคนิคแบบเขาก็ได้

เพราะหลังจากโลกพังทลาย กฎเกณฑ์และข้อตกลงต่างๆ ที่เคยห้ามเพราะขัดต่อมนุษยธรรมก็ถูกโยนทิ้งลงถังขยะไป ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ขอแค่ใช้ได้ดี มันก็ถือเป็นของดีแล้ว!

หลี่ซู่และตงฮุยต่างก็เป็นแบบนี้เช่นกัน

เพราะเมื่อข้อจำกัดที่เคยมีหายไป พวกเขาก็สามารถทำสิ่งที่อยากทำได้อย่างเต็มที่

แต่แน่นอนว่ามันยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยอยู่

“ช่วงนี้ผมยังอยากดัดแปลงอาวุธเพื่อนำไปใส่โดรนกับเรือเหาะด้วย ถ้าพวกเราไม่ใช้ยานพาหนะบินได้แบบพวกมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด มันก็คงน่าเสียดายแย่!0”

พูดจบ หลี่ซู่ก็เริ่มเล่าไอเดียอาวุธบนโดรน เฮลิคอปเตอร์และเรือเหาะให้ฉินจิ้นฟัง

ฉินจิ้นก็ตั้งใจฟังคำบรรยายของอีกฝ่ายและคอยเสริมบ้างเป็นครั้งคราว

ความสุขของผู้ชายก็เรียบง่ายแบบนี้แหละ

ก็เหมือนกับตอนเด็กๆ ที่ชอบจุดประทัดเล่นกัน ยิ่งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งสนุกมากเท่านั้น

“ไอเดียพวกนี้บางส่วนก็ถูกเสนอขึ้นมาโดยพวกลูกน้องของผม หลายอย่างก็ฟังดูเข้าท่าดี พวกเราจึงเริ่มทดลองทำตัวต้นแบบของพวกมันมาบ้างแล้ว”

“แต่ปัญหาของพวกเราตอนนี้ก็คือ พวกเรายังมีคนเก่งไม่มากพอ โดยเฉพาะพวกที่เขียนโปรแกรมได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็คงสร้างฐานที่ทันสมัยและแข็งแกร่งกว่านี้ได้แล้ว”

พูดถึงตรงนี้ หลี่ซู่ก็แสดงสีหน้าเสียดายออกมา

นี่คือจุดอ่อนของฐานลวี่หยวน

แม้จะรับผู้รอดชีวิตที่มีความสามารถเข้ามาหลายรอบ แต่ผู้รอดชีวิตที่เป็นวิศวกรและนักวิจัยก็ยังคงน้อยเกินไปอยู่ดี

งานวิจัยและพัฒนาที่พูดถึงนี้ไม่ใช่สิ่งที่วิศวกรแค่ยี่สิบสามสิบคนจะทำไหว ไม่อย่างนั้นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ก็คงไม่ต้องเลี้ยงวิศวกรไว้เป็นพันเป็นหมื่นคนหรอก?

“เรื่องนี้คงต้องรอไปก่อนจนกว่าพวกเราจะรับคนเข้ามาเพิ่ม”

“รอให้ภัยแล้งผ่านไปก่อน ด้วยอิทธิพลของเราที่ขยายไปถึงเมืองเซินเจิ้นกับเมืองกว่างโจวแล้ว พวกเราคงจะดึงคนเก่งๆ เข้ามาช่วยได้ไม่น้อย”

ฉินจิ้นลูบคางพลางบอกกับหลี่ซู่

เรื่องนี้เขาเองก็ช่วยไม่ได้ แต่ตอนที่ฐานหงอวิ๋นมาขอความช่วยเหลือ เขาเองก็คิดถึงเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน

สำหรับการแก้ปัญหานี้ก็คงต้องรอให้สร้างฐานสาขาเพิ่มขึ้นเท่านั้น พวกเขาถึงจะสามารถรวบรวมคนเก่งๆ ที่ยังรอดชีวิตมาจากเมืองต่างๆ ได้มากขึ้น

เรื่องนี้จะรีบร้อนก็ไม่ได้

คงได้แต่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้เท่านั้น

แต่หลังจากภัยแล้งผ่านพ้นไป พวกเขาก็จะมีโอกาสให้พัฒนาอีกครั้ง

หลังจากเดินดูฝ่ายพัฒนาจนทั่วแล้วและคุยเล่นกับหลี่ซู่อยู่อีกเกือบพักใหญ่ ในที่สุดฉินจิ้นก็เดินกลับไปห้องทำงานของเขา

อากาศในตอนนี้ก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้อะไรที่ต้องทำเขาก็สั่งการไปหมดแล้ว ที่เหลือก็มีแค่รอ

วันสิ้นโลกผ่านไปไม่ถึงปี การที่เขาสร้างฐานลวี่หยวนมาได้ถึงขนาดนี้ ก็คงถือว่าไม่ช้าแล้วล่ะมั้ง?

ถ้าไม่นับการที่เขารู้อนาคตล่วงหน้า ทุกอย่างก็ล้วนเกิดจากน้ำพักน้ำแรงที่เขาสร้างขึ้นมาทีละนิดตั้งแต่ก่อนจนมาถึงหลังวันสิ้นโลก!

ในฐานะคนธรรมดา เขาเองก็ถือว่าเขาได้ทำเต็มที่แล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 510 : อาวุธของฐาน 2

คัดลอกลิงก์แล้ว