- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 86 : หัวใจเต้นแรง
ตอนที่ 86 : หัวใจเต้นแรง
ตอนที่ 86 : หัวใจเต้นแรง
ตอนที่ 86 : หัวใจเต้นแรง
ในขณะที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังสัมผัสกัน
ความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของจ้าวหลิง
มันไม่เหมือนกับการรุกของจ้าวหลิงก่อนหน้านี้เพราะครั้งนี้ฉินจิ้นเป็นฝ่ายนำแทน
ความรู้สึกอันยอดเยี่ยมที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันในหัวใจของทั้งสอง
ฉินจิ้นก็ปล่อยตัวลิ้มรสความนุ่มนวลและความอบอุ่นระหว่างริมฝีปากของเธอกับเขา
ลิ้นของพวกเขาพัวพันกันไปมา ต่างคนต่างจมดิ่งอยู่ในความรู้สึกที่อ่อนโยนและไม่สามารถปลดปล่อยได้
พวกเขาทั้งคู่เมามายไปกับมัน
เวลาผ่านไปนาน
ไม่รู้ว่าเป็นหนึ่งนาที
หรือสิบนาที
แต่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ลืมเลือนกาลเวลาไปแล้ว
จนในที่สุด จ้าวหลิงก็เป็นฝ่ายที่หายใจไม่ออกก่อนและเป็นฝ่ายที่ถอยจากการต่อสู้ด้วยลิ้นนี้ก่อน
เธอหอบหายใจเบาๆ กอดเขาแน่นและซบหน้าลงบนไหล่ของเขา ลิ้มรสความเร่าร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่
ฉินจิ้นรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ปล่อยมือ เขายังคงโอบกอดคนตรงหน้าไว้ในอ้อมแขน
พวกเขายังคงเพลิดเพลินกับช่วงเวลานี้
หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวหลิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นก่อน
"คุณฉินคะ ตอนนี้เราเป็นอะไรกันคะ?"
เธอถามและเผยให้เห็นความประหม่าเล็กน้อย ซึ่งแสดงออกถึงความคาดหวังในใจของเธอ
เขายังคงเพลิดเพลินกับความสงบนี้ แต่ฉินจิ้นก็ไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไรหลังจากได้ยินคำถามนี้
จะพูดว่าเขาไม่ชอบ?
นั่นจะต้องเป็นการโกหกอย่างแน่นอน
เขาเพิ่งจูบเธอเสร็จ
แต่จะพูดว่าเขารักเธอแล้วงั้นเหรอ?
นั่นดูเหมือนจะปลอมไปหน่อย
แม้ว่าเขาจะรู้จักจ้าวหลิงมาพักหนึ่งแล้ว แต่เขาก็คิดว่าเธอเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานและลูกน้องของเขาเท่านั้น เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักและความรู้สึกแบบนี้เลย
การจะพูดว่าตกหลุมรักเธอทันทีนั้นมันจะต้องเป็นการโกหกอย่างแน่นอน หรืออย่างมากก็แค่เป็นการกระตุ้นของฮอร์โมนในร่างกายเท่านั้น
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด
"เอ่อ เรื่องนี้ค่อนข้างกะทันหัน"
"ในชีวิตของฉัน (รวมถึงชาติที่แล้ว) นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาสารภาพรักกับฉันแบบนี้และฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเหมือนกัน"
เขามองดวงตาที่สวยงามของเธอและดูเหมือนจะเห็นร่องรอยของความผิดหวังปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นั้น
แต่เขาก็ยังคงพูดส่วนที่เหลือต่อ
"แต่"
"ฉันก็สัมผัสได้ถึงความรักที่ร้อนแรงที่เธอแสดงออกมาเมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน"
"มันรู้สึกดีมาก"
"ฉันเองก็ไม่อยากโกหกเธอ"
"และฉันก็ยอมรับว่าหัวใจของฉันก็หวั่นไหวเหมือนกัน"
ความผิดหวังในดวงตาที่สวยงามของเธอหายไป มุมหางตาของเธอโค้งขึ้นเล็กน้อยและความหวานก็เอ่อล้นออกมาอีกครั้ง
ทั้งสองกอดกันแน่นอีกครั้ง
ฉินจิ้นลูบผมของเธอเบาๆ ด้วยมือขวา สูดกลิ่นหอมจางๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเธอและเขาก็เข้าใจว่าทำไมจ้าวหลิงถึงชอบดมกลิ่นบนตัวเขา
ดูเหมือนเธอจะติดมันงอมแงมจริงๆ
"ดังนั้นขอเวลาฉันหน่อยนะ"
หลังจากพูดแล้ว เขาก็สัมผัสได้ถึงคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาที่สั่นเล็กน้อย แล้วกอดเขาแน่นขึ้นราวกับว่าเธอแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะละลายตัวเองรวมเข้ากับร่างกายของเขา
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
แต่จ้าวหลิงก็เป็นฝ่ายผลักเขาออกมาก่อน เธอจ้องมองฉินจิ้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ร่างกายของเธอทั้งตัวเปล่งประกายความงดงามที่น่าหลงใหล
เธอพูดอย่างนึกสนุกว่า "โอเคค่ะ ฉันจะไม่บังคับคุณให้ตัดสินใจอะไร เพราะตอนนี้ฉันพอใจและพอใจมากๆ แล้วที่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งคราว ตราบใดที่ประธานฉินไม่รังเกียจฉัน"
"ฉันเองก็เป็นคนมีเหตุผลมากพอและรู้ว่าฉันไม่ควรพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนอื่น"
"ดังนั้นคุณจะยังคงเป็นประธานฉินและฉันก็ยังคงเป็นลูกน้องของคุณเช่นเดิมค่ะ"
"และ"
"ฮิฮิ"
"ประธานฉินชอบก้นของฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
เมื่อมองฉินจิ้นที่ดูเขินอายเล็กน้อยขณะดึงมือขวาออก เธอก็หัวเราะเบาๆ
ฉินจิ้นถูกจับได้แล้ว แม้ว่าเขาจะหน้าหนาแค่ไหน แต่เขาก็ยังรู้สึกเขินเล็กน้อยอยู่ดี
เพราะขณะที่กอดกัน มือขวาของเขาก็ได้เลื่อนไปที่ก้นที่งอนงามของเธออย่างเป็นธรรมชาติและหลังจากสัมผัสความนุ่มนวลนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเค้นคลึงมันเล็กน้อย
สวรรค์และโลกยังเป็นพยาน
เขาก็คือผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
และนี่คือเรื่องธรรมชาติ
ไม่มีใครสามารถต้านทานเรื่องพวกนี้ได้
เขาดึงฝ่ามือกลับอย่างเสียใจเล็กน้อย
ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ในขณะนี้ เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีกที่เหมาะสมดี
เมื่อเห็นความเขินอายของเขา จ้าวหลิงก็ไม่ลืมที่จะแกล้งเขาต่อไป
"แต่ถ้าท่านประธานฉินอยากจะจับมันต่อ"
"ก็ได้นะคะ"
พูดแล้ว เธอก็เผยสีหน้าขวยเขินออกมาและคำพูดที่เธอเปล่งออกมา เมื่อประกอบกับรอยยิ้มที่น่ารักนั้น มันก็ทำให้ผู้คนรู้สึกอยากทำอะไรแปลกๆ
ฉินจิ้นพูดไม่ออก
เขาถูกแกล้งเข้าแล้วจริงๆ
ขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะลงมือและทำให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าผลที่ตามมาของการแกล้งเขาจะร้ายแรงขนาดไหน
แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือจริงๆ
จ้าวหลิงก็ได้ยิ้มเล็กน้อยแล้วพุ่งไปที่ประตู เธอถือผ้าเช็ดตัวจากเมื่อครู่นี้ไว้ในมือและพูดกับเขาผู้ที่กำลังอารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้นว่า
"ประธานฉินคะ ฉันแค่ล้อเล่นค่ะ ฉันกลับไปทำงานก่อนนะคะ ฉันจะซักผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าของคุณให้สะอาดแล้วจะส่งกลับมาให้นะคะ จากนี้ไป ก็ทิ้งเสื้อผ้าที่สกปรกแล้วให้ฉันจัดการได้เลยนะคะ ถือซะว่าเป็นรางวัลที่คุณให้ฉันได้เติมเต็มความต้องการเล็กๆ น้อยๆ ของฉันนะคะ"
"ลาก่อนนะคะ~"
หลังจากพูดแล้ว จ้าวหลิงก็ยิ้มและเดินออกจากโรงยิมไป
ทิ้งฉินจิ้นยืนอยู่กับที่และทำอะไรไม่ถูก
กลิ่นหอมที่จ้าวหลิงทิ้งไว้เมื่อเธอเดินผ่านไปยังคงอบอวลอยู่รอบๆ จมูกของเขา
น่าเสียดายที่เธอวิ่งหนีไปแล้ว
เขาถูกแกล้งจริงๆ
แต่ก็ดูเหมือนจะสนุกดี
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถรั้งเธอไว้ได้จริงๆ เพราะด้วยพละกำลังของเขา ไม่ต้องพูดถึงการวิ่งหนีออกไปเลย แม้จะอยู่ห่างกันสิบเมตร เขาก็สามารถวิ่งไปจับเธอกลับมาได้ในพริบตา
แต่เขายอมปล่อยให้เธอจากไปเอง
ทั้งสองคนจำเป็นต้องสงบสติอารมณ์ของกันและกัน
ไม่อย่างนั้น ฉากเมื่อครู่นี้คงจะต้องแตกต่างออกไปอย่างแน่นอน
เขาไม่ปฏิเสธความชอบและการสารภาพของจ้าวหลิง
ส่วนสูงและรูปร่างหน้าตาของเธอก็ไม่เลวเลย แถมเธอในเวลาปกติจะมีออร่าของผู้หญิงแกร่งด้วยซ้ำและเธอยังมีรูปร่างที่น่าทึ่งซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้านั้นอีก ซึ่งเขาก็เพิ่งได้สัมผัสมันด้วยตัวเองเมื่อครู่นี้ด้วย
การที่มีสมบัติที่ถูกซ่อนอยู่เช่นนี้มาหลงใหลเขา มันก็ไม่น่าจะเป็นการขาดทุนใช่ไหม?
นี่ก็เป็นวันสิ้นโลกแล้ว อนาคตของทุกคนไม่แน่นอน เขาเองก็ควรทำสิ่งที่เขาต้องการทำ เพื่อไม่ให้เหลือความเสียใจใดๆ
ขอแค่มันไม่ทำร้ายคนที่เขาใส่ใจก็พอแล้ว
นั่นคือหลักการของเขา
เขาโหดเหี้ยมต่อศัตรู แต่กับคนที่เขาใส่ใจ ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังต้องดูแลอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
ในขณะนี้ จ้าวหลิงสามารถถือได้ว่าเป็นคนที่เขาใส่ใจด้วยครึ่งหนึ่งแล้ว
แต่อีกครึ่งหนึ่งนั้น เขายังคงต้องสังเกตุและตัดสินใจอีกครั้งในอนาคต
เขาไม่ปฎิเสธการรุกของจ้าวหลิง
และเขาเองก็เพิ่งจะได้ลิ้มรสสาวงามคนนี้
เพียงแต่ความเร็วที่เกิดขึ้นนั้นมันเร็วเกินไป
การแยกกันอยู่ก็คงเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายที่จะคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ให้ดีเช่นกัน
ฉินจิ้นถอนหายใจยาว
ความรู้สึกที่ยังคงค้างอยู่ในมือขวาของเขาดูเหมือนจะยังคงอยู่
ถ้าจะถามว่าแล้วในชาติที่แล้วเขามีคนอื่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาไหม?
ความจริงแล้วมันก็มีอยู่...เพียงแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้พบกับเธออีกในชาตินี้หรือไม่
แล้วถ้าเขาเจอเธอล่ะ?
เขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามชะตากรรมแบบที่มันควรจะเป็น?
ในชาติที่แล้ว พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทที่สามารถฝากฝังชีวิตซึ่งกันและกันได้ อีกฝ่ายถึงกับเคยช่วยชีวิตของเขาไว้ แต่ก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสพูดถึงการขยับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งไปกว่านั้น เขาก็ได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว
มันจึงเป็นอีกความเสียใจของเขาที่ติดมาจากชาติที่แล้วด้วย
แปะ แปะ — —
ฉินจิ้นยืดหลังและข้อต่อของเขาจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ
เมื่อครู่นี้เขาควบคุมแรงของเขาได้ดีทีเดียวและโชคดีที่เขาไม่ได้ทำร้ายจ้าวหลิง
ในอนาคต เขาจะต้องเพิ่มการฝึกฝนและการควบคุมแรงของเขาด้วย หากพวกเขาทั้งสองคนสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปได้ในอนาคต
และทำเรื่องแบบเมื่อครู่อีกครั้ง
เขาจะต้องห้ามทำร้ายเธอโดยไม่ได้ตั้งใจโดยเด็ดขาด
นี่ก็เป็นอีกปัญหาของการมีพลังมากเกินไป
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงอุปสรรคสำหรับเขากับคนธรรมดาเท่านั้น
ดังนั้นเมื่อครู่นี้ เขาเองก็มีความกังวลนี้อยู่และเขาก็เบรกมันได้ทันเวลาและหลังจากนี้เขาก็จะสังเกตว่าคนๆ นี้โอเคหรือไม่และเธอจะปรับตัวเข้ากับความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะไปสู่ขั้นต่อไปไหม
ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องยุติลงชั่วคราวตรงนี้และเขาก็ยังมีงานอื่นๆ ที่ต้องทำด้วย
ภารกิจการออกช่วยเหลือก็ดำเนินมาเป็นเวลา 3 วันแล้วและวันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย ผู้รอดชีวิตในฐานที่ลงทะเบียนขอการช่วยเหลือก็ได้ใช้สิทธิของตัวเองกันไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ส่วนหนึ่งก็มีความสุข แต่ส่วนหนึ่งก็เศร้า
หลังจากได้ผลลัพธ์ ผู้ที่ยังมีชีวิตก็จะดำเนินชีวิตต่อไปและผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วก็จะสามารถอยู่ได้แค่ในความทรงจำเท่านั้น
ฉินจิ้นออกจากโรงยิมของเขา
เมื่อคืนหลี่ซู่ได้พูดว่าอีกฝ่ายมีไอเดียบางอย่างเกี่ยวกับการป้องกันฐานที่จะเสนอให้เขาดูในวันนี้ ดังนั้นเขาจึงจะไปดูมัน
มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะดูว่าเจ้าของกลุ่มเอาชีวิตรอดจะนำความประหลาดใจอะไรมาให้เขาได้อีกบ้าง