- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 83 : คนเลว?
ตอนที่ 83 : คนเลว?
ตอนที่ 83 : คนเลว?
ตอนที่ 83 : คนเลว?
ในตอนเช้า
ภายในยิมส่วนตัวบนอาคารสำนักงาน
ร่างกำยำเปลือยอกที่สวมเพียงกางเกงกีฬา กำลังโหนบาร์ด้วยมือเดียว
ไม่ต้องสงสัยเลยเพราะคนๆ นี้ก็คือฉินจิ้นผู้นำของฐานลวี่หยวน
ในตอนนี้มีแอ่งน้ำเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นบนพื้น
นั่นเป็นเหงื่อของเขาจากเม็ดเหงื่อที่ไหลลงมาตามไหล่และแผ่นหลัง ผ่านมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กและไหลลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก
"991...992...993...994...."
เสียงพึมพำหลุดออกจากริมฝีปากของเขา
"...1000"
หลังจากนับถึงหนึ่งพัน ราวกับว่าเขาบรรลุเป้าหมายแล้ว เขาก็คลายมือขวาที่แดงก่ำและกระโดดลงสู่พื้น
"ฮู่ววว—"
เสียงหายใจหนักๆ ดังออกมา ร่างกายของเขาทั้งตัวแดงก่ำ ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินใครก็ได้ทุกเมื่อ
นับตั้งแต่วันสิ้นโลกมาถึง สภาพร่างกายของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสร้างยิมแห่งนี้เมื่อไม่นานมานี้ เขาก็มาที่นี่บ่อยๆ และบางครั้งก็ถึงกับออกกำลังกายหลายครั้งต่อวัน
ในตอนนี้ เขาไม่สามารถบอกได้ว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาไปถึงระดับใดแล้ว
เพราะอุปกรณ์ออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการฝึกความแข็งแกร่งของเขาได้อีกต่อไป แม้จะตั้งค่าไว้สูงสุดแล้ว แต่เขาก็ยังสามารถเล่นพวกมันได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้น โปรแกรมการออกกำลังกายของเขาจึงต้องถูกชดเชยด้วยการเพิ่มจำนวนครั้งแทนการเพิ่มน้ำหนัก
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเขาได้ห่างไกลจากร่างกายของมนุษย์ธรรมดาทั่วไปไปมากแล้ว
เขามีความรู้สึกเป็นอิสระอย่างเต็มที่
และไม่รู้ว่าจะอธิบายได้อย่างไรดี
มันราวกับว่าตัวเขาในอดีตต้องคอยสวมเสื้อผ้าที่ทำมาจากเหล็กและตะกั่วที่จะคอยถ่วงร่างกายของเขาไว้
แต่ตอนนี้เขาก็ได้ถอดมันออกมาในที่สุด
เขาสามารถกระโดดได้สูงเท่ากับตึก 2 ชั้นแล้ว
และเมื่อจดจ่อสมาธิ เขายังสามารถมองเห็นวิถีกระสุนได้อย่างคร่าวๆ!
การสังเกตการณ์และการรับรู้ของเขาเฉียบคมกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า
หากมีใครจ้องมองเขาจากระยะร้อยเมตร แม้จะไม่มีการสบตา แต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงสายตานั้นอย่างคลุมเครือ
ทั้งตัวของเขาดูเหมือนได้สลัดเสื้อผ้าที่คอยถ่วงเขาออกไป
เขาสัมผัสกับธรรมชาติได้ดีขึ้น
เขาเข้าใจว่านี่อาจจะเป็นการวิวัฒนาการแบบรอบด้าน
ในชาติที่แล้วเขาวิวัฒนาการด้านขาเพียงอย่างเดียว แต่ในตอนนี้หลังจากปรับตัวเข้ากับร่างกายใหม่นี้ได้ เขาก็เริ่มชินกับระดับความแข็งแกร่งของเขาที่มากขึ้น
ตัวเขาในปัจจุบันสามารถเอาชนะตัวเขาเองในชาติที่สิบคนพร้อมกันได้!
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเทียบกับคนที่กลับชาติมาเกินในนิยายได้
แต่เขาก็อาจถือได้ว่าเป็นผู้รู้อนาคตคนหนึ่งได้?
แต่ถึงยังไง การทำตัวให้เรียบง่ายเข้าไว้ก็ดีกว่า
เพราะเขาไม่มีสูตรโกง ดังนั้นเขาจึงต้องพยายามรักษาความปลอดภัยของตัวเองให้ดี
.....
หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ฉินจิ้นก็สัมผัสความรู้สึกตื่นเต้นในร่างกายอย่างละเอียด
เขารู้สึกสบายมาก
มันเป็นเพราะโดพามีนที่กำลังหลั่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ช่วงหลังๆ มานี้ เขาต้องเริ่มระมัดระวังการเคลื่อนไหวของเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างแรงกระแทกมากเกินไป เพราะน้ำหนักตัวของเขาได้เกิน 120 กิโลกรัมไปแล้ว!
ถูกต้อง 120 กิโลกรัม!
ร่างกายในปัจจุบันของเขาที่สูงประมาณ 1.8 เมตร กลับมีน้ำหนักเท่ากับผู้ชายโตเต็มวัยสองคน แต่เขาก็ไม่ได้ดูอ้วนหรือบวมเลยแม้แต่น้อย
ตอนสวมเสื้อผ้า เขายังดูผอมเกินไปด้วยซ้ำ
ดังนั้นจึงสามารถลองจินตนาการดูได้เลยว่า
พลังและแรงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขานั้นมากขนาดไหน!
และเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความหนาแน่นของกระดูกและความหนาแน่นของกล้ามเนื้อได้ไปถึงระดับที่น่าตกใจแล้วเท่านั้น
แม้ว่าเขาจะยังห่างไกลจากความสามารถในการงอเหล็กด้วยมือเปล่าได้ แต่เขาก็ต้องใส่ใจกับการเคลื่อนไหวในเวลาปกติของเขา เพื่อจะได้ไม่เผลอไปทำร้ายใครเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพราะต้องไม่ลืมว่าเขานั้นมีนิสัยชอบตบไหล่ของคนอื่นบ่อยๆ...
หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้ว เขาก็หยิบผ้าขนหนูข้างๆ มาเช็ดเหงื่อออกจากร่างกาย
ช่วงนี้ เสื้อผ้าของเขามักจะหายไปหลังจากออกกำลังกายในยิมส่วนตัวของเขา ทำให้เขามีเสื้อผ้าที่พอดีตัวน้อยลงไปเรื่อยๆ เขาเองก็ไม่รู้ว่าใครที่เอาไปซักแล้วไม่ได้นำกลับมาคืน เขาจึงคิดที่จะให้ผู้จัดการสักคนหนึ่งมาจัดการเรื่องนี้ให้เขาในภายหลัง
ตอนนี้ก็เดือนพฤศจิกายนแล้ว
ฝนกรดในความทรงจำของเขากำลังจะมาถึงในอีกประมาณสองวัน
วันนี้ก็น่าจะเป็นวันสุดท้ายของการออกช่วยเหลือด้วยเฮลิคอปเตอร์แล้ว
เกือบทุกคนที่ได้ลงทะเบียนและออกไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาก็พบญาติและเพื่อนฝูงจำนวนมาก ซึ่งถือว่ามันได้บรรลุผลตามความปรารถนาของพวกเขาแล้ว
หลังจากที่สองสามคนสุดท้ายออกไปและกลับมาในวันนี้ แผนการช่วยเหลือนี้ก็จะหยุดลงชั่วคราว
จากนั้นเขาก็จะต้องขนย้ายเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมดไปยังคลังเพื่อเก็บรักษาพวกมัน เพื่อไม่ให้พวกมันเสียหายจากฝนกรด เพราะหากพวกมันเสียหายเพราะฝนกรดขึ้นมาจริงๆ เขาก็คงจะร้องไห้จนอยากตายจริงๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว เขาก็สวมเสื้อผ้าลำลองตามปกติของเขา
ซึ่งเป็นเพียงเสื้อยืดออกกำลังกายตัวหนึ่งเท่านั้น
แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นมากแล้ว แต่เขาก็สวมเพียงเสื้อแจ็คเก็ตบางๆ ทับลงไป เพราะด้วยร่างกายที่แข็งแรงของเขา ความหนาวเย็นเพียงเล็กน้อยนี้ไม่สามารถทะลวงเข้ามาในร่างกายของเขาได้เลย
เขาปิดไฟในยิม ก่อนจะผลักประตูยิมของเขาออกและลมเย็นๆ ก็พัดมาจากทางเดิน ทำให้เขารู้สึกสดชื่น
เขาก้าวเท้าไปทางบันไดและเตรียมที่จะไปดูเรือนกระจกสำหรับเพาะปลูก
ในตอนเช้าตรู่ หลังจากออกกำลังกายเสร็จ มันก็คงจะดีที่จะไปเด็ดแตงโมและผลไม้สดๆ มาลิ้มรสสักหน่อย
หลังจากที่เขาก้าวออกไปได้ไม่กี่ก้าว
ทันใดนั้น
ความรู้สึกแปลกๆ ก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกในใจของเขา
มันคือความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังถูกจ้องมอง
มันไม่ใช่สัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงอันตราย ไม่มีแม้แต่ความอาฆาตพยาบาท
แต่มันมาจากใครกัน?
มีคนแอบจ้องมองเขาอยู่ภายในฐาน
หรืออาจจะเป็นกลุ่มที่ก่อปัญหาแล้วรอดมาได้ก่อนจะซ่อนตัวตั้งแต่นั้นมา?
น่าสนใจ
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเขาก็เย็นชาลง
ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะขอดูหน่อยละกันว่าคนโง่คนนั้นคือใครถึงได้กล้าทำแบบนี้!
เขายังคงเดินไปทางบันไดโดยไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาและเมื่อเขาเข้าใกล้บันได เขาก็ออกแรงที่ขาอย่างรวดเร็ว หลบเข้าไปในห้องหนึ่งที่เปิดประตูอยู่ข้างๆ
เขารักษาความเงียบและกลั้นหายใจไว้
เขาจดจ่อสมาธิไปที่ทางเดินข้างนอก เพื่อดูว่ามีใครกำลังสอดแนมเขาอยู่หรือไม่
สิบวินาทีผ่านไป
สามสิบวินาทีผ่านไป
หนึ่งนาทีผ่านไป
ขณะที่เขากำลังเริ่มหมดความอดทนเล็กน้อยและเริ่มสงสัยว่าเขาคิดผิดไปหรือเปล่า
แต่จู่ๆ เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินข้างนอก!
แกร๊ก
มันคือเสียงประตูเปิด
ฉินจิ้นคาดว่าประตูโรงยิมของเขาน่าจะถูกเปิดแล้ว
แต่เขาก็ยังสงสัยเล็กน้อย
ถ้ามีคนอยากก่อปัญหาจริงๆ อีกฝ่ายก็ควรจะไปที่ออฟฟิศของเขาที่อยู่ข้างโรงยิมของเขาแทนไม่ใช่เหรอ?
เพราะในนั้นมีเอกสารลับต่างๆ ของฐานลวี่หยวนอยู่! (แม้ว่าจะไม่ใช่เอกสารลับสุดยอดก็ตาม)
แล้วอีกฝ่ายมาโรงยิมของเขาทำไม?
ด้วยความสงสัย เขาจึงรออีกครึ่งนาที โดยวางแผนที่จะจับ "คนร้าย" คนนั้นให้ได้คาหนังคาเขาหลังจากเขาลงมือ!
เขาต้องการจะจับให้ได้คาหนังคาเขา ก็เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ปฏิเสธไม่ได้แม้จะอยากปฏิเสธก็ตาม!
ครึ่งนาทีผ่านไปในพริบตา
หลังจากได้ยินเสียงประตูเปิด เสียงฝีเท้านั้นก็ดูเหมือนจะเข้าไปในโรงยิมและหลังจากนั้นมันก็ยากที่จะได้ยินอย่างชัดเจนแล้ว
ในเมื่อเป็นแบบนั้น เขาก็จะเข้าไปดูแทน!
ฉินจิ้นวางแผนที่จะจับอีกฝ่ายให้ได้และดูว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังต้องการทำอะไรกันแน่!
เขาเดินออกจากห้องที่เขาซ่อนตัวอยู่พร้อมกับเดินให้เบาที่สุดและรีบเดินเข้าไปใกล้กับยิมของเขา
เขาต้องการจะดูให้ชัดเจนว่าใครกันแน่ที่กำลังซ่อนตัวอยู่และกล้าดียังไงถึงกล้าวางแผนร้ายใต้จมูกของเขา!
ในพริบตา
เขาก็มาถึงประตูโรงยิมแล้ว
แน่นอนว่าประตูบานนั้นกำลังถูกแง้มอยู่ ราวกับว่ามันถูกงัดเข้าไปแล้ว
เขาค่อยๆ เข้าใกล้ประตูที่แง้มอยู่
และมองเข้าไปข้างในผ่านช่องของประตู
เนื่องจากไฟข้างในไม่ได้เปิดอยู่ มันจึงมีเพียงแสงสลัวๆ เท่านั้น
แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขาในการมองเห็นคนที่อยู่ข้างใน!
อะไรกัน!?
คนๆ นั้นคือ!?