ตอนที่ 80 : แม่
ตอนที่ 80 : แม่
ตอนที่ 80 : แม่
บนท้องฟ้า
เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งกำลังบินไปยังกวางหยวน
การรับเกาเฉียงกลับขึ้นเครื่องนั้นเป็นไปอย่างราบลื่น
ซุนเสี่ยวหู่ที่ได้รับสัญญาณจากเกาเฉียงผ่านทางวิทยุสื่อสาร (รุ่นกำลังสูง ที่มีระยะรับส่งมากกว่า 10 กิโลเมตร) ก็สลัดซอมบี้ที่เขาดึงดูดออกมาทันที
เขาบินกลับไปยังจุดเดิมที่เคยปล่อยเกาเฉียงลงจากเครื่องก่อนหน้านี้และรับเกาเฉียงกลับขึ้นมา
ตอนนี้พวกเขากำลังบินกลับฐานเพื่อไปเติมเชื้อเพลิง
เมื่อเห็นว่ามีเพียงเกาเฉียงที่กลับมาคนเดียว ซุนเสี่ยวหู่ก็เดาผลลัพธ์คร่าวๆ ได้แล้ว
เขาลังเลอยู่นานและสงสัยว่าจะปลอบเกาเฉียงอย่างไรดี
เมื่อเห็นหน้าตาของอีกฝ่าย เกาเฉียงก็พอจะเดาสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังคิดได้ ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาตรงๆ ว่า
"เสี่ยวหู่ ไม่เป็นไรหรอก น้องชายของฉันยังไม่ตาย! ฉันเจอจดหมายที่เขาทิ้งไว้ เขาแค่หนีไปซ่อนที่อื่น ฉันเชื่อว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกในอนาคต!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซุนเสี่ยวหู่ก็ไม่พูดอะไรอีก
เขายังคงขับเฮลิคอปเตอร์กลับฐานตามเดิม
การเดินทางกลับเป็นไปอย่างราบรื่นและพวกเขาก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็กลับมาถึงฐานลวี่หยวนแล้ว
นี่คือความสะดวกสบายของเฮลิคอปเตอร์
บนพื้นที่โล่งบริเวณขอบฐานลวี่หยวน มันได้ถูกเคลียร์พื้นที่ให้โล่งเพื่อใช้เป็นจุดขึ้นลงสำหรับเฮลิคอปเตอร์โดยเฉพาะแล้ว
ซุนเสี่ยวหู่ติดต่อฐานด้านล่างผ่านทางวิทยุสื่อสารและลงจอดได้อย่างราบรื่นภายใต้คำสั่งอนุญาติ
ฉินจิ้นก็รีบมาดูทันทีหลังจากได้รับข่าว
นี่เป็นเที่ยวบินที่ออกไปแล้วกลับมาเร็วที่สุด
ดังนั้นเขาจึงต้องการออกมาดูว่าฐานลวี่หยวนของเขาจะมีสมาชิกใหม่มาเพิ่มหรือไม่
แต่เมื่อเห็นเพียงซุนเสี่ยวหู่และเกาเฉียง เขาก็รู้ผลลัพธ์แล้ว
เขาไม่ได้รีบเข้าไปปลอบเกาเฉียง เขาเพียงสั่งให้คนไปเติมเชื้อเพลิงให้เฮลิคอปเตอร์ด้วยเชื้อเพลิงที่ถูกเตรียมไว้
ด้วยการสูบด้วยเครื่องจักร การเติมเชื้อเพลิงก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาที ในระหว่างนั้นซุนเสี่ยวหู่ก็อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับฉินจิ้นฟังโดยย่อ แล้วก็รีบกลับไปที่เฮลิคอปเตอร์เพื่อสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง
ลมจากใบพัดปัดเป่าเศษหญ้าอีกครั้ง
แล้วเฮลิคอปเตอร์ก็ทะยานขึ้นฟ้าไป
ภายใต้สายตาของคนในฐาน มันกำลังพาเกาเฉียงไปยังอีกจุดหมายหนึ่งที่เขาต้องการไป
...
มณฑลกวางหลิน
นี่คือมณฑลที่มีพรมแดนติดกับมณฑลกวางหนาน
ห่างจากฐานลวี่หยวนไปประมาณ 800 กิโลเมตร เฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางลำหนึ่งกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า
มีคนสี่คนนั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น
ในนั้นมีเซี่ยเหยียน ตงฮุย หัวหน้าทีมหลี่ปั๋วเหวินและหลิวเหวินฮ่าว
พวกเขาคือทีมช่วยเหลือจากฐานลวี่หยวนที่กำลังเร่งเดินทางไปยังบ้านเกิดของตงฮุย
ด้วยความสำคัญของตงฮุย
เดิมที ฉินจิ้นไม่ต้องการให้เขาออกไปตามหาญาติด้วยตัวเอง
แต่เขาก็ไม่สามารถปฎิเสธคำขอที่ดื้อดึงของตงฮุยได้เพราะอีกฝ่ายกังวลว่าหากเขาไม่ไปด้วยตัวเอง คนที่ถูกส่งไปแทนเขาจะหาตัวพ่อแม่ของเขาไม่เจอ
ฉินจิ้นจึงไม่มีทางเลือกนอกจากปล่อยให้ตงฮุยไปกับเฮลิคอปเตอร์ด้วย ด้วยเหตุนี้ ฉินจิ้นจึงจัดสมาชิกทีมต่อสู้ระดับหัวหน้าไปด้วยถึง 2 คน เพื่อให้พวกเขาปกป้องตงฮุยอย่างเต็มที่
พวกเขาออกเดินทางกันมามากกว่า 3 ชั่วโมงแล้ว
บินไปเป็นระยะทางเกือบ 900 กิโลเมตร
จนในที่สุดพวกเขาก็เข้าใกล้จุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้
ที่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ยังไม่ได้พัฒนาไปมากนัก
ถึงจะพูดว่าเป็นอำเภอ แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นเพียงหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
เมื่อบินอยู่บนท้องฟ้า เซี่ยเหยียนมองลงไป เขาก็เห็นอาคารต่างๆ กระจัดกระจายไปทั่วและไม่หนาแน่นมากเท่าไหร่ แถมยังมีการปลูกพืชต่างๆ มากมายในหลายพื้นที่ หากไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน ก็ยากที่จะลงไปได้จริงๆ
"เลี้ยวไปทางนั้นอีกหน่อย เกือบถึงบ้านของผมแล้ว! ไปทางนั้นอีกหน่อย ตรงอาคารสีขาวสองชั้นนั่นแหละบ้านของผม!"
ตงฮุยหรี่ตาลงและมองหาอยู่พักหนึ่ง เขาดูเหมือนจะจำเส้นทางได้ เขาชี้ไปที่ไหนสักแห่งแล้วบอกเซี่ยเหยียนผู้ที่กำลังบังคับเฮลิคอปเตอร์
หลังจากได้รับข้อมูลแล้วเซี่ยเหยียนก็ขยับคันบังคับและเฮลิคอปเตอร์ก็บินเฉียงไปยังทิศทางนั้นทันที
"นั่นแหละ! บ้านของผมคือบ้านหลังสีขาวสองชั้นนั่น!"
หลังจากตงฮุยเห็นบ้านของตัวเอง เขาก็ตะโกนอย่างตื่นเต้นทันที
ทุกคนมองไปในทิศทางนั้นและแน่นอนว่ามันมีบ้านสีขาวสองชั้นอยู่ตรงนั้นจริงๆ แม้จะอยู่ห่างออกไปค่อนข้างมากจนยากที่จะมองให้ชัดก็ตาม
พวกเขาไม่ได้บินเข้าไปและลงจอดทันที
เซี่ยเหยียนที่ถูกฝึกมาแล้วก็ทำตามวิธีที่เขาควรทำทันที
เขาบังคับเฮลิคอปเตอร์ให้ห่างจากบ้านเป้าหมายเล็กน้อย แล้วล่อซอมบี้ที่ออกมาหลังจากได้ยินเสียงของเฮลิคอปเตอร์ให้มารวมตัวกันใต้เฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาและในขณะเดียวกันเขาก็มองหาจุดลงจอดที่เหมาะสม
ในไม่ช้า เขาก็พบพื้นที่โล่งประมาณ 1 กิโลเมตรจากจุดที่พวกเขาอยู่ ซึ่งค่อนข้างราบเรียบและเหมาะสำหรับการลงจอด
เขาล่อฝูงซอมบี้ที่อยู่ข้างล่างให้ห่างจากบ้านอีกครั้ง แล้วเร่งความเร็วเพื่อสลัดซอมบี้ให้หลุดไป
ในไม่ช้า เฮลิคอปเตอร์ก็มาถึงจุดลงจอด
ภายใต้การคุ้มครองของหัวหน้าทีมทั้งสองคน ตงฮุยก็ลงไปอยู่บนพื้นได้อย่างปลอดภัย จากนั้นทั้งสามคนก็วิ่งอย่างรวดเร็วไปยังจุดหมายของพวกเขา
เซี่ยเหยียนยังคงบังคับเฮลิคอปเตอร์ให้บินไปในทิศทางตรงกันข้าม ในตอนนี้เขาเป็นผู้รับผิดชอบการดึงดูดซอมบี้ในบริเวณรอบๆ ซึ่งนั่นหมายถึงการเพิ่มความปลอดภัยให้คนทั้ง 3 ที่เพิ่งจะลงไป
หลี่ปั๋วเหวินและหลิวเหวินฮ่าวคุ้มกันตงฮุยและวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามถนนในหมู่บ้าน
ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของเฮลิคอปเตอร์เมื่อครู่นี้จะดึงดูดซอมบี้ทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนี้ออกไปหมดแล้วและจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่เห็นซอมบี้ที่จะเข้ามารบกวนพวกเขาเลย
พวกเขาใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาก็วิ่งกันจนมาถึงเป้าหมาย
พวกเขามายืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสองชั้น ตงฮุยที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหล
นี่คือบ้านใหม่ที่เขาสร้างให้พ่อกับแม่หลังจากทำงานหนักมาหลายปีหลังเรียนจบ เขาใช้หนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วก็เก็บเงินส่งกลับบ้านให้พ่อแม่ของเขาสร้างบ้านหลังนี้
บ้านของเขาเคยตั้งอยู่ในบนภูเขาซึ่งลึกกว่านี้
ในเวลานี้ เมื่อเห็นว่าบ้านของเขายังคงเหมือนในความทรงจำ เขาก็ผ่อนคลายหัวใจที่ตึงเครียดลงเล็กน้อย
เขากลัวว่าเมื่อเขากลับมาที่นี่แล้วจะต้องเห็นภาพที่น่ากลัว
ประตูบ้านถูกล็อกและไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ รอบๆ
หลี่ปั๋วเหวินไม่ต้องการเสียเวลา หลังจากยืนยันแล้วว่านี่คือบ้านของตงฮุยและเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้ เขาก็ก้าวไปข้างหน้าและเดินไปที่หน้าประตูแล้วเคาะประตูเบาๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้น
หากมีใครอยู่ข้างใน พวกเขาก็น่าจะได้ยิน
เขาเคาะต่อเนื่องเป็นเวลาสิบหรือยี่สิบวินาที
แต่ก็ยังไม่มีการตอบสนอง
ไม่รู้ว่ามีใครอยู่ข้างในหรือไม่ แต่ถ้ามีก็ไม่รู้ว่าพวกเขาได้ยินแต่จงใจไม่ตอบสนองหรือเปล่า
แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งก็ได้รับการยืนยันแล้ว นั่นคือมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่มีซอมบี้อยู่ข้างใน ไม่อย่างนั้นพวกมันก็น่าจะวิ่งมาทันทีที่ได้ยินเสียงดังแล้ว
หลี่ปั๋วเหวินโล่งใจเล็กน้อย จากนั้นก็เรียกตงฮุยที่รออย่างกระวนกระวายให้มาข้างหน้า
ตงฮุยเริ่มกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าการเคาะประตูของหลี่ปั๋วเหวินไม่ได้รับการตอบสนอง เขากลัวว่าจะไม่มีใครอยู่ข้างใน
เนื่องจากกุญแจบ้านของเขาถูกทิ้งไว้ในหอพักในโรงงานเคมี ตอนนี้เขาจึงเปิดประตูบ้านของตัวเองไม่ได้
เขาอดกลั้นความตื่นตระหนกในใจ เดินไปที่ประตูและตะโกนเสียงเบาๆ เข้าไปข้างในว่า
"พ่อ! แม่! ผมฮุ่ยจื่อเอง! ผมกลับมาแล้ว! มีใครอยู่ไหมครับ? ถ้าอยู่ก็เปิดประตูให้ผมด้วย!"
เขาเรียกหลายครั้งติดต่อกัน
แต่คราวนี้มันกลับได้ผล!
เสียงของคนแก่ ดังขึ้นจากหลังประตู ดูเหมือนว่ามันจะเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หลังจากนั้นเสียงสะอื้นก็ดังออกมาว่า
"ฮุ่ยจื่อ!? ฮุ่ยจื่อจริงๆ เหรอ!?"
โดยไม่รอการยืนยันจากข้างนอก คนข้างในก็เปิดประตูแล้ว
หญิงชราผมขาว ร่างกายค่อมและใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาก็โผล่ออกมา
"แม่——!!!"
เมื่อตงฮุยเห็นหญิงชรา เขาก็ไม่สามารถทนความตื่นเต้นในใจได้อีกต่อไป เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวใบหน้าของเขาแดงก่ำ เขาก้าวไปข้างหน้า โอบกอดหญิงชราไว้แน่น
และร้องไห้ออกมาเสียงดัง
ในที่สุดเขาก็พบแม่ของเขาแล้ว!
แม่ลูกกอดกันร้องไห้ พวกเขามีความเศร้าโศกและความปรารถนามากมายที่ปะทุขึ้นในเวลานี้
สำหรับคนที่เคยคิดว่าจะไม่มีวันได้เจอหน้ากันอีกแล้วและไม่คิดเลยว่าจะได้พบกันอีกในชาตินี้ มันเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะระงับอารมณ์ที่เอ่อล้นออกมาได้
หลี่ปั๋วเหวินและหลิวเหวินฮ่าวเดินออกไปและให้พื้นที่แก่ทั้งสองคน
พวกเขาไปคอยเฝ้าระวังอันตรายที่อาจปรากฏตัวรอบๆ
หลังจากนั้นไม่นาน
แม่ลูกที่กอดกันอยู่ ในที่สุดก็ระบายความคิดถึงออกมาหมดจนสามารถพูดได้
ตงฮุยเช็ดน้ำตาและน้ำมูกด้วยแขนเสื้อแล้วนึกขึ้นได้ว่าเขาควรหยิบทิชชู่ออกมาเช็ดให้แม่ด้วย
หลังจากแสดงอารมณ์ออกมาแล้ว เขาก็ถามแม่ว่า
"แม่ครับ ผมมาเพื่อรับแม่กลับไป ตอนนี้ผมอยู่ในที่ที่ปลอดภัยมาก ที่นั่นเต็มไปด้วยความหวัง แม่กับพ่อไปกับผมเถอะนะครับ!"
"ว่าแต่ ทำไมพ่อไม่ออกมาล่ะครับ? พ่อยังอยู่ในบ้านเหรอครับ!?"
ในเวลานี้ ตงฮุยดูเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าพ่อของเขาไม่ได้ปรากฏตัวเลยตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้
ความรู้สึกไม่สบายใจก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หญิงชราที่เพิ่งหยุดร้องไห้ก็เริ่มสะอื้นอีกครั้ง
หัวใจของตงฮุยสั่นสะท้าน
เขายังคงถามแม่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดี
"แม่! พ่ออยู่ไหนครับ!?"
ฮือ ฮือ ฮือ——
หญิงชราสะอื้นอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะฟื้นตัว เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของลูกชาย ในที่สุดเธอก็ให้คำตอบที่ถูกกดดันอยู่ในใจมานาน
"ฮุ่ย พ่อของลูกไม่อยู่แล้ว!!"
มันเหมือนกับฟ้าผ่า
ตงฮุยรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าใส่เต็มๆ!
สมองของเขาว่างเปล่าไปสองสามวินาทีก่อนที่เขาจะกลับมามีสติ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเขาก็เหงื่อแตกพลั่กแม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นมากก็ตาม
เมื่อมองแม่ที่หัวใจสลาย เขาก็จับแขนแม่แล้วโอบกอดแม่ไว้แน่น
เขารู้ว่าเขาไม่สามารถล้มลงในเวลานี้ได้ แต่เขาควรให้กำลังใจและปลอบใจแม่
"แม่ครับ! ไม่เป็นไรนะครับ ลูกกลับมาแล้ว ผมจะปกป้องแม่เองนะครับ ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครทำร้ายแม่ได้แน่นอน!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นและกว้างขวางของลูกชาย หญิงชราก็ค่อยๆ ฟื้นตัว
เธอเพียงแค่ตื่นเต้นมากเกินไปในชั่วขณะหนึ่ง เพราะความตื่นเต้นที่ได้เจอหน้าลูกอีกครั้งและนึกถึงสามีที่อยู่ร่วมกันมาหลายปี ตอนนี้เธอก็ดีขึ้นมากแล้ว
"ฮุ่ย พาแม่ไปเถอะ แม่ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว!"
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ ตงฮุยก็พูดอย่างรวดเร็วว่า
"โอเค โอเคครับ ผมจะพาแม่ไปเดี๋ยวนี้ครับ"
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังพูดสิ่งที่เขาต้องการถามในใจ
"แม่ครับ แล้วพ่อเสียชีวิตได้ยังไงครับ? เราเอาของของพ่อไปด้วยได้ไหมครับ? เพราะเราอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกหลังจากเราออกไปแล้ว"
หญิงชราเช็ดน้ำตาและมองลูกชาย ก่อนจะเปิดเผยความลับในใจของเธอออกมา
"พ่อของลูกถูกลากออกไปแล้วถูกทุบตีจนตาย!"
"เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกชายของเฒ่าจางในหมู่บ้านมาขออาหาร พ่อของลูกบอกให้แม่ซ่อนตัว แล้วพ่อก็ออกไปคุยกับพวกเขา แม่ได้ยินกับหูตัวเองตอนแม่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าว่าพ่อของลูกไม่ยอมพวกมัน หลังจากนั้นพ่อของลูกก็ถูกลากออกไปและถูกทุบตีจนตาย!"
"หลังจากพ่อของลูกถูกทุบตีจนตายไปและกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด พ่อของลูกก็ถูกคนพวกนั้นตัดหัว พ่อของลูกน่าสงสารมากจริงๆ!"
ขณะที่เธอพูด หญิงชราก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลอีกครั้ง คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเธอหมดแรงขนาดไหนในช่วงเวลานี้และต้องแบกรับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง
หลังจากตงฮุยได้ยินดังนั้น
ดวงตาของเขาก็แดงก่ำและฟันของเขาก็ขบกันแน่น
ไฟแค้นที่ไม่ทราบที่มาก็กำลังลุกไหม้หัวใจของเขา!
เขาต้องการฆ่า!