- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 79 : กระดาษโน้ต
ตอนที่ 79 : กระดาษโน้ต
ตอนที่ 79 : กระดาษโน้ต
ตอนที่ 79 : กระดาษโน้ต
ภายในฐานลวี่หยวน
หลายคนมองดูเฮลิคอปเตอร์ไต่ระดับและบินลับหายไปจากสายตา
พวกมันแบกความหวังของคนหลายคนไว้
เมื่อเห็นพวกมันจากไป ฉินจิ้นก็ไม่ได้ยืนรออยู่ที่เดิมอีกต่อไป
ตอนนี้ปฏิบัติการก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือการรอผลลัพธ์เท่านั้น
...
เมืองเซินเจิ้น
บนถนนสายหนึ่งใกล้กับเขตชานเมือง
เวลาประมาณ 7 โมงกว่าๆ แสงแดดก็เพิ่งจะเริ่มส่องสว่างลงบนผืนดิน
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หญ้าและวัชพืชอื่นๆ ที่อ่อนนุ่มก็ได้งอกขึ้นจากทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตามรอยร้าวในอาคารหรือรอยแตกบนถนน
บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันได้รับสารอาหารจากสายฝนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
วันนี้เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
มันจึงไม่มีซอมบี้ให้เห็นบนท้องถนนเลยแม้แต่ตัวเดียว
พวกมันน่าจะไปแอบซ่อนตัวอยู่ตามอาคารต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดจากดวงอาทิตย์
ทันใดนั้น
เสียงการตัดอากาศก็ดังสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า
และเสียงนั้นก็ดูเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
มันคือเสียงของเฮลิคอปเตอร์!
มันเหมือนกับก้อนหินที่ถูกโยนลงน้ำ
ถนนที่เงียบสงัดพลันเดือดพล่านขึ้นมาทันที ซอมบี้ทุกตัวที่เคยหลบแดดอยู่ก็โผล่ออกมาจากอาคารต่างๆ แล้วมองไปยังทิศทางของเฮลิคอปเตอร์!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนี้เป็นหนึ่งในลำที่มาจากฐานลวี่หยวน!
นี่คือเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่มีซุนเสี่ยวหู่เป็นนักบินและมีเกาเฉียงนั่งอยู่ด้านข้าง!
เฮลิคอปเตอร์ลำนี้มีขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้จริงกว่า 400 กิโลกรัมและมีระยะบิน 600 กิโลเมตร
จุดหมายแรกของพวกเขาอยู่ห่างจากฐานลวี่หยวนไม่ถึง 300 กิโลเมตรและเมื่อรวมกับเชื้อเพลิงสำรองอีก 100 กิโลกรัม พวกเขาจึงไม่มีแรงกดดันจากระยะทางที่ไกลนี้เลย
ซุนเสี่ยวหู่และเกาเฉียงน้ำหนักรวมกันประมาณ 150 กิโลกรัม อาวุธและอาหารบนเครื่องมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม เมื่อรวมกับเชื้อเพลิงสำรอง 100 กิโลกรัม พวกเขาจึงยังสามารถบรรทุกน้ำหนักได้อีกประมาณ 150 กิโลกรัม
หรือก็คือน้ำหนักของคนประมาณสองคน
เนื่องจากในระหว่างการบินพวกเขาก็จะต้องใช้น้ำมันไปเรื่อยๆ ซึ่งนั่นจะทำให้น้ำหนักสูงสุดที่พวกเขาจะบรรทุกได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
เกาเฉียงเป็นทั้งผู้ลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือและยังเป็นสมาชิกทีมต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองน้ำหนักเพื่อนำคนอื่นมาเพิ่ม
เขาเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกที่ลงทะเบียนนอกจากหวังหยาง ดังนั้นเขาจึงเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่ได้ออกมา
น้องชายของเขาเปิดร้านซ่อมโทรศัพท์มือถืออยู่ที่นี่
มันเป็นสถานที่ที่ใกล้กับขอบเมืองเซินเจิ้น ค่าเช่ามันจึงไม่สูงนักดังนั้นน้องชายของเขาจึงอาศัยและทำงานเลี้ยงชีพอยู่ที่นี่
ตามการคาดการณ์ของเกาเฉียง ในคืนแห่งการกลายพันธุ์ น้องชายของเขาน่าจะยังอยู่ที่ร้านและกำลังเฝ้าร้านอยู่
ส่วนตอนนี้อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เขาเองก็ไม่กล้าคิดเท่าไหร่
แต่ในเมื่อเขามาแล้ว เขาก็ควรลงไปหาอีกฝ่าย!
เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม!
ด้วยความคิดนี้ เขาก็ตะโกนเสียงดังบอกซุนเสี่ยวหู่ ผู้ที่กำลังบังคับเฮลิคอปเตอร์อยู่ว่า
"เสี่ยวหู่ เรามาถึงแล้ว! ร้านของน้องชายฉันอยู่ข้างล่าง บินตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร! แล้วหาที่โล่งๆ แถวนั้นแล้วปล่อยฉันลงจากเครื่องได้เลย จากนั้นก็ช่วยล่อซอมบี้ออกไปให้หน่อย! ฉันจะใช้เวลาสักพัก แต่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงแน่นอน ถ้าฉันหาเขาไม่เจอ ฉันจะเรียกนายผ่านทางวิทยุสื่อสารแล้วขึ้นเครื่องที่จุดเดิม!"
ซุนเสี่ยวหู่ทำท่าโอเค
จากนั้นเขาก็ขยับคันบังคับและเฮลิคอปเตอร์ก็บินไปทางพื้นที่โล่งข้างหน้า
ซอมบี้นับไม่ถ้วนยื่นแขนออกมาพยายามจะคว้าเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ด้านบน แต่ความเร็วของทั้งสองนั้นแตกต่างกันมากเกินไป พวกมันจึงถูกทิ้งไว้ข้างหลังในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
หลังจากเฮลิคอปเตอร์มาถึงพื้นที่โล่ง มันก็ลดความสูงลงอย่างรวดเร็ว เกาเฉียงที่เตรียมพร้อมมานานแล้ว เมื่อเห็นว่าความสูงอยู่ห่างจากพื้นเพียงประมาณ 1 เมตร เขาก็กระโดดลงไปทันที!
เขากลิ้งลงบนพื้นเพื่อลดแรงกระแทก แล้วรีบลุกขึ้นยืน ทำท่าโอเคให้ซุนเสี่ยวหู่บนเฮลิคอปเตอร์แล้วรีบวิ่งหนีออกจากตรงนั้นทันที
เพราะสถานการณ์ของเขาคงจะแย่หากมีซอมบี้ถูกดึงดูดด้วยเสียงเฮลิคอปเตอร์เข้ามาตอนนี้
เมื่อเห็นเกาเฉียงวิ่งไปแล้ว ซุนเสี่ยวหู่ก็ดึงเครื่องขึ้นและบินออกไปอย่างช้าๆ ในทิศทางตรงกันข้ามกับเกาเฉียง
เขาต้องการล่อซอมบี้ที่กำลังตามมาให้ออกห่างไปให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นให้กับเกาเฉียง
ข้อเสียของเฮลิคอปเตอร์นั้นตราบใดที่ใช้มันอย่างฉลาด มันก็สามารถกลายเป็นข้อดีได้เช่นกัน
....
เกาเฉียงลงจากเครื่องบินและวิ่งไปอย่างรวดเร็ว เมื่อฟังเสียงคำรามของเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ข้างหลังเขาที่เบาลงเรื่อยๆ เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็ยังราบรื่น
ต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาแล้วว่าจะหาน้องชายของเขาเจอได้อย่างไร
โดยไม่เสียเวลาอีก
หลังจากเฮลิคอปเตอร์ เกาเฉียงก็รีบวิ่งไปทางร้านของน้องชายของเขาในทันที
เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งก่อนหน้านี้และบางครั้งเขาก็มาช่วยน้องชายของเขาเฝ้าร้าน ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับที่นี่อยู่บ้าง เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเขาก็วิ่งไปได้ไกลถึงสองสามร้อยเมตร
ซอมบี้ที่อยู่ใกล้เคียงก็เพิ่งถูกเฮลิคอปเตอร์ล่อออกไป ดังนั้นถนนจึงค่อนข้างโล่งและปลอดภัยมาก
ข้างถนนทั้งสองฝั่งก็เต็มไปด้วย ร้านค้าเล็กๆ
ไม่นานเขาก็พบกับเป้าหมายของเขาอย่างรวดเร็วร้าน xxxx Repair
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาก็คือประตูเหล็กที่ยังคงปิดอยู่ โดยมีร่องรอยของกาลเวลาและรอยขีดข่วนที่ดูแล้วน่าจะเกิดจากซอมบี้ แต่นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก
เกาเฉียงทั้งรู้สึกดีใจและกังวล
เขาดีใจที่ประตูของที่นี่ยังถูกปิดอยู่ มันเป็นไปได้สูงว่าน้องชายของเขาอาจเป็นคนปิดมัน ไม่อย่างนั้นมันก็อาจเป็นใครสักคนที่เข้ามาที่นี่ในคืนแห่งการกลายพันธุ์ที่เป็นคนปิดประตูและหลบอยู่ข้างใน
แต่นอกจากความดีใจแล้วมันก็ยังมีความกังวลอยู่ เพราะมันมีร่องรอยการขีดข่วนที่น่าสงสัยว่าน่าจะเกิดจากซอมบี้อยู่บนนั้นและอาจมีซอมบี้อยู่ข้างในด้วย
และเมื่อเขาเปิดประตูนี้ขึ้น เขาก็จะรู้ผลลัพธ์ของความเป็นความตายของน้องชายของเขาในทันที ดังนั้นในเวลาแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องกังวลทั้งนั้น
เขาเดินไปที่ประตูเหล็ก ก่อนจะรวบรวมความกล้าแล้วเอื้อมมือขวาออกไปเคาะแผ่นเหล็กเบาๆ ก่อนจะกระซิบเข้าไปข้างในว่า
"อาเฉิง! ฉันเอง! อาเฉิง! พี่มาช่วยนายแล้ว! เปิดประตูเร็ว!"
เขาเคาะต่อเนื่องเป็นเวลาห้าวินาทีและพูดอยู่นาน แต่ก็ยังไม่มีเสียงจากข้างในตอบกลับมา
หัวใจของเกาเฉียงดิ่งลง
ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา
เขาอดกลั้นความไม่สบายใจไว้
เขายังคงเคาะประตูเหล็กเบาๆ และเปลี่ยนวิธีพูดกับคนข้างในด้วยเพราะเขาเกรงว่าน้องชายของเขาอาจจะอยู่ข้างในจริงๆ แต่อีกฝ่ายไม่เชื่อว่าเขาจะมาจึงไม่กล้าตอบกลับ
ครึ่งนาทีผ่านไป
คำพูดมากมายก็ไร้ประโยชน์ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ข้างในจริงๆ
หัวใจของเขาเต้นแรง
เขาลูบกระเป๋าเสื้อ หยิบพวงกุญแจออกมาพวงหนึ่ง นี่คือกุญแจบ้านของเขา
แต่ด้วยความที่เขาเคยช่วยน้องชายเฝ้าร้านบ่อยๆ ดังนั้นเขาจึงมีกุญแจสำรองของประตูเหล็กนี้ด้วย!
เขาหงุดหงิดตัวเองที่เพิ่งนึกขึ้นได้ในตอนนี้ เขารีบค้นหากุญแจประตูเหล็กจากความทรงจำของเขา
หลังจากหาเจอ เขาก็เสียบมันเข้าไปในรูกุญแจตรงกลางแล้วค่อยๆ บิดและเสียงคลิกก็ดังขึ้น ซึ่งบ่งบอกว่าประตูได้ถูกปลดล็อคแล้ว
เขาระงับความตื่นเต้นแล้วนั่งยองๆ ก่อนจะค่อยๆ ดึงประตูเหล็กขึ้น
ในขณะเดียวกัน เขาก็ระวังอันตรายที่อาจมาจากภายในไปด้วย
แม้ว่าเขาจะตื่นเต้น แต่เขาก็ยังคงระมัดระวังตัวอย่างดีซึ่งนี่คือคุณสมบัติพื้นฐานของสมาชิกทีมต่อสู้
ประตูเหล็กถูกดึงขึ้นครึ่งหนึ่งอย่างง่ายดายและเผยให้เห็นฉากภายใน
ห้องเล็กๆ ขนาดประมาณไม่ถึง 10 ตารางเมตร มันมีเคาน์เตอร์กระจกอยู่ด้านหน้า พร้อมเครื่องมือมากมายถูกวางอยู่บนนั้นและผนังทั้งสองข้างก็ปกคลุมด้วยโปสเตอร์โทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ
มองแค่แวบเดียว เขาก็ไม่เห็นร่างของใครเลย
เกาเฉียงรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
แต่เขาก็ยังก้าวเข้าไปในร้าน
เขาเข้าไปยืนอยู่กลางร้าน เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งก่อนหน้านี้ นี่คือที่ที่น้องชายของเขาอยู่บ่อยที่สุด
แต่น่าเสียดายที่น้องชายของเขาไม่อยู่ที่นี่
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว
ด้วยความผิดหวัง เขายังคงตรวจสอบสิ่งของต่างๆ ด้านใน สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นของน้องชายของเขา เขากำลังคิดว่าจะนำพวกมันติดตัวไปด้วยดีหรือไม่
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เจอน้องชายของเขาอีก แต่การได้เห็นของที่ระลึกของอีกฝ่ายก็คงจะเป็นความทรงจำที่ดีใช่ไหม?
เขาเดินไปรอบๆ ร้านอย่างช้าๆ
และทันใดนั้นเอง
ดวงตาของเขาก็ถูกดึงดูดไปที่เคาน์เตอร์กระจกเพียงตัวเดียวในร้าน!
เนื่องจากประตูเหล็กไม่ได้ถูกเปิดออกจนสุด แสงภายในจึงสลัวและเขาก็มองไม่เห็นมันจนกระทั่งเมื่อครู่นี้ ตอนนี้เมื่อเขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มันกลับมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีตัวหนังสือถูกเขียนอยู่ด้วย!
ความคิดของเขาพลุ่งพล่าน เขารีบเปิดไฟฉายที่พกติดตัวมาแล้วหยิบกระดาษโน้ตนั้นขึ้นมาและตรวจสอบอย่างละเอียดทันที
เขาอ่านข้อความถูกเขียนไว้ว่า
ถึง พี่ชายและน้องสาว
ถ้าพวกคุณมาที่นี่ ผมเสียใจมากจริงๆ ผมได้ออกจากร้านมาสักพักแล้ว เพราะเมื่อเร็วๆ นี้พวกซอมบี้เข้ามาโจมตีตอนกลางคืนบ่อยขึ้น ผมกังวลว่าประตูเหล็กในร้านจะต้านทานพวกมันได้อีกไม่นาน ดังนั้นผมจึงตั้งใจจะอพยพไปพร้อมกับพี่หลงและคนอื่นๆ ในวันพรุ่งนี้
พี่หลงเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ผมเจอตอนออกไปข้างนอกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตอนแรกผมยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมกับพวกเขา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าผมคงต้องเข้าร่วมกับพวกเขาแล้ว
ถ้าพวกคุณมาที่นี่ ได้โปรดอย่าห่วงผมเลย ผมอาจใช้ชีวิตได้ดีกับพี่หลงและคนอื่นๆ ผมยังได้ยินมาด้วยว่าพวกเขารู้จักสถานที่ที่ดีในกวางหยวนและพวกเขากำลังจะไปที่นั่น พี่ชายเองก็อยู่ในกวางหยวนด้วย บางทีผมอาจจะไปเจอพี่ชายที่นั่น
ถ้าพวกคุณมาที่นี่และเห็นโน้ตของผม พวกคุณสามารถเขียนสถานการณ์กับที่อยู่ทิ้งไว้ที่นี่ได้ ผมอาจจะกลับมาที่นี่ในอนาคตถ้าผมมีโอกาสและผมจะไปหาทันทีถ้าผมเห็นมัน!
ผมหวังว่าพวกเราสามพี่น้องจะรอดชีวิตไปได้จนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง!
ข้อความบนโน้ตไม่ได้มีมากนักและเกาเฉียงก็อ่านจบเกือบหมดแล้ว
และในบรรทัดสุดท้ายเขายังเขียนไว้ว่า
ไม่ต้องห่วง จากอาเฉิง
เกาเฉียงถือกระดาษโน้ตใบนั้นอย่างตื่นเต้นและน้ำตาไหลก็เอ่อล้นออกจากหางตาของเขา จนกระทั่งน้ำตาของเขาหนึ่งหยดได้ตกลงบนกระดาษโน้ตแผ่นนั้น
เขาสะดุ้งและรีบเช็ดมันทันที
เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามันไม่เสียหายอะไร
เขาเช็ดน้ำตาและถอนหายใจก่อนจะพูดว่า
"เฮ้อ อาเฉิง นายนี่มันโง่จริงๆ! ถ้านายรอฉันอีกสักสองสามวัน พี่ชายของนายก็อาจจะมารับนายแล้วก็ได้!"
เขาถอนหายใจอีกครั้ง
เขาสงบลงและหาปากกาและกระดาษในร้าน ก่อนจะรีบเขียนลงไป
เขาเขียนสถานการณ์ปัจจุบันของเขาแบบย่อๆ แล้วเขียนที่อยู่ของฐานลวี่หยวนลงไป เพื่อให้น้องชายและน้องสาวของเขาที่อาจมาที่นี่ในอนาคตได้เห็น
ฉินจิ้นได้ประกาศไว้แล้วว่าพวกเขาสามารถทิ้งที่อยู่ของฐานไว้ได้และฐานลวี่หยวนในปัจจุบันก็ไม่กลัวผู้รอดชีวิตที่จะมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านของพวกเขา
ถ้ามีคนอื่นมาเห็นโน้ตแผ่นนี้และตามไปที่ฐานลวี่หยวน หากพวกเขาไม่ใช่ญาติหรือเพื่อนของคนภายในฐาน พวกเขาก็จะถูกเปิดเผยในทันที
มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเข้าร่วมฐานลวี่หยวนจากสิ่งนี้ เพราะพวกเขาจะต้องผ่านการตรวจสอบต่างๆ ก่อน
และยังมีแนวโน้มสูงที่จะถูกปฏิเสธด้วยซ้ำ
เกาเฉียงทิ้งโน้ตที่เขาเขียนไว้ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดบนเคาน์เตอร์กระจกอีกครั้ง
เขามองโน้ตที่น้องชายเขียนไว้ ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่เขาได้รับมาจากฐานออกมาก่อนจะถ่ายรูปโน้ตแผ่นนั้นไว้ แล้วก็วางมันกลับคืนที่เดิม
เขาเลือกที่จะไม่เอามันไป
เขาเลือกที่จะทิ้งมันไว้ที่นี่เพราะบางทีน้องสาวของเขาอาจจะมาเห็นมันในอนาคต
เขาเดินไปรอบๆ ร้านและหยิบเครื่องมือต่างๆ มา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่น้องชายของเขาเคยใช้ซ่อมโทรศัพท์มือถือต่างๆ
เขาอยากเอามันกลับไปเป็นของที่ระลึก
เขาเดินออกจากร้านเล็กๆ และเหลือบมองดูภายในร้านอีกครั้งแล้วก็ค่อยๆ ปิดประตูเหล็กลง
แม้จะดูเหมือนว่าเขาได้ใช้เวลาไปนานมากในการทำทุกอย่างจนเสร็จ แต่จริงๆ แล้วเขาใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น
ตอนนี้จึงถือว่าเร็วกว่าเวลาที่เขานัดกับเสี่ยวหู่ไว้มาก แต่เขาก็ตัดสินใจรีบกลับก่อนดีกว่า
เสี่ยวหู่นั้นยังต้องใช้เชื้อเพลิงในการบินเฮลิคอปเตอร์วนไปมา ดังนั้นการรีบกลับไปเติมน้ำมันให้เต็มโดยเร็วที่สุดแล้วไปยังจุดหมายอีกแห่งจึงดูมีประโยชน์มากกว่าการที่มานั่งเศร้าอยู่ที่นี่
เขาไม่คิดถึงสถานที่แห่งนี้อีกต่อไปแล้ว เขาวิ่งไปที่พื้นที่โล่งกว้างที่เขาใช้ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์และถือโอกาสวิทยุหาเสี่ยวหู่ทันที
โดยบอกให้อีกฝ่ายเตรียมพร้อมสำหรับการรับเขากลับขึ้นไปจากพื้นที่ลงจอดเดิมในอีก 8 นาที
ในเวลานี้ แสงแดดตอนเช้าสว่างกว่าตอนที่เขาเพิ่งมาถึงมาก
พอออกจากร้านเล็กๆ ที่ไม่มีคนดูแลแห่งนี้แล้ว
เขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งเมื่อไหร่