เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ

ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ

ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ


ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ

ภายในโรงอาหาร

หลังจากฉินจิ้นจากไป

กลุ่มคนในฐานก็ถูกทิ้งไว้ให้มองหน้ากันเอง

ในตอนแรก การประกาศแผนการช่วยเหลือครอบครัวของคนในฐานทำให้พวกเขายินดีอย่างยิ่ง

จากนั้นเมื่อเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ถูกพูดตามมามันก็เหมือนกับน้ำเย็นที่ถูกสาดใส่หัวของพวกเขาอย่างกระทันหัน

การร้องขอการช่วยเหลือสำหรับญาติและเพื่อนของพวกเขาไม่ใช่เรื่องยาก พวกเขาเพียงแค่ต้องไปยื่นคำขอก็เท่านั้น

แต่ข้อกำหนดที่ตามมาคือการที่พวกเขาต้องลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงและยังต้องจ่ายด้วยคะแนนผลงานอีก นั่นคือสิ่งที่ท้าทายมาก

ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะต้องทำงานสกปรกและเหนื่อยล้ามากแค่ไหนเพื่อชดใช้

หรือพวกเขาอาจจะต้องไปทำภารกิจที่อันตรายเลยด้วยซ้ำ

บางคนก็เริ่มตัวสั่นเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

จริงอยู่ที่ว่า มันไม่มีอาหารฟรีในโลกแบบนี้อีกต่อไป

ดังนั้นเพียงแค่ชั่วพริบตา คนหลายคนที่เดิมทีกระตือรือร้นและอยากจะส่งชื่อและที่อยู่ของญาติและเพื่อนเพื่อร้องขอการช่วยเหลือก็เริ่มถอยกลับไปทันที

พวกเขาถามตัวเองว่า

พวกเขายินดีที่จะสละอาหารในอนาคตและลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงเพื่อช่วยใครบางคนที่อาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วไหม?

หากพวกเขาร้องขอการช่วยเหลือไปและมันล้มเหลว พวกเขาก็อาจจะต้องแบกรับหนี้จากคะแนนผลงานอีก

หากพวกเขาช่วยเหลือญาติและเพื่อนได้ พวกเขาก็ยังจะต้องแบ่งปันอาหารให้อีกนั่นหมายความพวกเขาจะต้องเสียอาหารในส่วนของตัวเองไปและคุณภาพชีวิตก็ยังต้องถูกลดลงอีกงั้นเหรอ?

ตอนนี้มันก็ชัดเจนแล้วว่าชีวิตของพวกเขาไม่ได้สบายเลย!

คนจำนวนมากในโรงอาหารจึงพูดคุยกันและไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี

บางคนถึงกับล้มเลิกความคิดที่จะร้องขอการช่วยเหลือไปแล้ว

พวกเขาขออยู่แบบสบายๆ อย่างตอนนี้ดีกว่า ทำไมพวกเขาต้องพาคนกลับมาแล้วลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงด้วย?

บางคนก็เลือกที่จะไม่สนใจมันอีกหลังจากได้ยินเงื่อนไข

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนั้นเพราะยังมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีความคิดที่แตกต่างออกไป

ตัวอย่างเช่น เกาเฉียงและตงฮุย

ตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาได้ยินการประกาศแผนการตามหาครอบครัว พวกเขาก็อยู่ในภาวะตื่นเต้นทันที!

แม้หลังจากที่ผู้นำประกาศเงื่อนไขและข้อจำกัดเพิ่มเติมแล้ว มันก็ยังไม่สามารถดับความหวังของพวกเขาลงได้

พวกเขาคิดถึงครอบครัวมากเกินไป!

เกาเฉียงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือน้องชายและน้องสาวของเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!

แม้จะต้องใช้สิทธิ์ทั้งหมดที่มีเขาก็จะใช้มันอย่างไม่ลังเล เขาไม่สนว่าตัวเองจะต้องทำงานที่สกปรกหรือเหนื่อยล้าแค่ไหนในอนาคต! และเขาก็ไม่สนว่าอาหารของเขาจะถูกหักไปเท่าไหร่!

แต่ตราบใดที่เขาสามารถช่วยน้องชายและน้องสาวของเขาได้ เขาก็ยินดีที่จะกินอุจจาระด้วยซ้ำ!

ตงฮุยที่อยู่ข้างๆ ก็เช่นกัน

ในเวลานี้ มือของเขาก็สั่นด้วยความตื่นเต้นและน้ำตาก็ไหลออกมาเองโดยไม่ตั้งใจจนใบหน้าของเขาเปียกชื้น

เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือให้ได้!

ตราบใดที่พวกเขาสามารถพาพ่อแม่ของเขากลับมาได้ เขาก็จะมอบชีวิตของเขาให้กับฐานลวี่หยวนอย่างไม่ลังเล!

...

แผนของฉินจิ้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเหมือนการโยนระเบิดลงกลางฐานลวี่หยวน

มันได้จุดประกายความหวังที่ทุกคนเคยละทิ้งไปแล้ว

ไม่มีใครกล้าพูดว่าพวกเขาไม่คิดถึงญาติที่อยู่ข้างนอกอีกแล้ว แม้ว่าหลายคนจะเชิญญาติและเพื่อนที่ใกล้ชิดมาร่วมงานเลี้ยงของโรงงานในคืนแห่งการกลายพันธุ์ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมาอยู่ที่นี่

และจะต้องมีญาติและเพื่อนที่สนิทแต่ไม่ได้มาอยู่เช่นกัน

ตอนนี้ฐานของเขาก็มีเฮลิคอปเตอร์แล้ว มันสามารถเข้าถึงสถานที่ที่อยู่ห่างไกลออกไปได้อย่างรวดเร็ว ตราบใดที่ญาติของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ นั่นหมายถึงความหวังในการช่วยเหลือกลับมาก็จะยังคงอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย!

แน่นอนว่าเงื่อนไขที่ตามมาสามารถหยุดคนบางคนที่กำลังคิดจะลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือแบบสุ่มสี่สุ่มห้าและทำให้พวกเขาต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากพวกเขาไม่ได้ต้องการช่วยเหลือญาติเหล่านั้นจริงๆ เงื่อนไขเหล่านี้ก็จะกลายเป็นตัวคัดกรองคนเหล่านั้นให้ออกไป

แต่สำหรับคนในฐานที่ต้องการช่วยเหลือญาติของพวกเขาจริงๆ ข้อจำกัดเหล่านี้จะไม่มีความหมายเลยและจะไม่กลายเป็นโซ่ตรวนที่จะขัดขวางไม่ให้พวกเขาลงทะเบียนร้องขอเพื่อช่วยญาติและเพื่อนของพวกเขา

หลังทานอาหารกลางวันเสร็จ

ทุกคนก็ออกจากโรงอาหารไปเพื่อพักผ่อนและคิดเกี่ยวกับการลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือ

ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องคิดให้ชัดเจนว่าจะลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือญาติกับเพื่อนของพวกเขาหรือไม่

แต่คนที่แน่ใจแล้วว่าจะลงทะเบียนก็ต้องคิดให้ดีด้วยว่าญาติหรือเพื่อนของพวกเขานั้นน่าจะอยู่ที่ไหนในตอนนี้

หากไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้ เฮลิคอปเตอร์ก็จะไม่สามารถเข้าถึงพวกเขาได้หรือหากอยู่ไกลเกินไปมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่จะไปหาพวกเขาอยู่ดี

คนส่วนใหญ่จึงพากันคาดคะเนเส้นทางการอพยพของญาติของพวกเขาหลังคืนแห่งการกลายพันธุ์และกำหนดจุดที่พวกเขาอาจจะอยู่อย่างคร่าวๆ ไว้

....

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในสถานที่แห่งหนึ่งในฐาน บริเวณนั้นมีกระดานข่าวสารตั้งอยู่

นี่คือสถานที่ที่จัดทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับการประกาศข่าวสารต่างๆ

หลังจากวันสิ้นโลก ฐานลวี่หยวนก็มักจะประกาศกฎใหม่และข้อควรระวังไว้ที่นี่

ในเวลานี้ มีคนจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่หน้ากระดานข่าวสารนี้

พวกเขากำลังจ้องมองรายละเอียดของแผนการตามหาครอบครัวที่เพิ่งถูกประกาศ

มันอธิบายขอบเขตและเงื่อนไขของการช่วยเหลือโดยละเอียด เพื่อให้ทุกคนทราบอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องแลกกับอะไรบ้าง

ผู้ที่ตัดสินใจจะลงทะเบียนก็สามารถตรงไปที่อาคารสำนักงานเพื่อลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือได้ทันที โดยจะมีหวังหยางนั่งรอรับการลงทะเบียนและรับข้อมูลจากพวกเขาอยู่

ส่วนเวลาที่พวกเขาจะเริ่มออกค้นหานั้น.....ก็คือรุ่งสางของวันพรุ่งนี้!

เฮลิคอปเตอร์จะขึ้นบินทันทีหลังรุ่งสางของวันพรุ่งนี้!

นั่นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของฐานสำหรับแผนการนี้และมันไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น

หลายคนเมื่อเห็นเนื้อหาบนกระดานก็เลิกความคิดที่จะไปลงทะเบียนร้องขอทันที พวกเขาไม่ต้องการให้อะไรมาส่งผลกระทบต่อชีวิตในปัจจุบันของพวกเขาโดยเฉพาะการทำเพื่อคนอื่น

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนมากที่กระตือรือร้น ดังนั้นหลังจากได้อ่านแล้ว พวกเขาก็รีบเดินตรงไปยังอาคารสำนักงานทันที

บนกระดานนั้นยังได้เน้นย้ำด้วยว่าการช่วยเหลือจะเป็นไปตามคิวหรือก็คือหากพวกเขาไปลงทะเบียนร้องขอก่อน ฐานลวี่หยวนก็จะออกตามหาคนของพวกเขาก่อนนั่นเอง

การปล่อยให้ญาติและเพื่อนของพวกเขาต้องรออีกหนึ่งวันก็หมายถึงความอันตรายที่เพิ่มอีกหนึ่งวัน

ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจแล้ว พวกเขาก็จะต้องรีบไปเป็นคนแรก!

หลายคนยังอยู่กับที่และมองดูคนที่วิ่งไปที่อาคารสำนักงาน พวกเขาถอนหายใจก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ชั้นหนึ่งของอาคารสำนักงาน

หวังหยางได้เตรียมโต๊ะพร้อมสมุดบันทึกและปากกาไว้แล้ว เขาได้รับการแต่งตั้งจากฉินจิ้นให้เป็นคนรับลงทะเบียนการร้องขอการช่วยเหลือ

ในคืนแห่งการกลายพันธุ์เขาได้พาภรรยาของเขามาเพียงคนเดียวและนั่นทำให้เขาเสียโควตาไปฟรีๆ หนึ่งที่และเขาก็ได้แต่เสียใจอย่างเงียบๆ ไปพักหนึ่ง

เขาเองก็ไม่คิดว่าผู้นำของเขาจะให้โอกาสเขาอีกครั้งในวันนี้

เขาตัดสินใจใช้โอกาสนี้ในการลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือทันที

เขาเขียนชื่อลูกสาวและที่อยู่ที่เธอน่าจะอยู่ลงไป

มันเป็นสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองหนึ่ง

ตามการคาดการณ์ของเขา ลูกสาวของเขาที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยน่าจะพักอยู่ในหอพักของมหาลัยในคืนนั้น ส่วนเธอจะยังรอดชีวิตอยู่หรือไม่นั้น เขาเองก็ไม่แน่ใจ

การเขียนชื่อลงไปในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการขอลองดูสักครั้งและมันยังเป็นความปรารถนาของเขาและภรรยาที่อยู่ในฐานเช่นกัน

อย่างน้อยก็ขอให้ได้ผลลัพธ์ก็พอ ไม่ว่ามันจะดีหรือร้ายก็ตาม

ในตอนที่เขาเขียนเสร็จ เสียงวิ่งก็ดังขึ้นมาจากทางเดินข้างนอกทันที

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที

เกาเฉียงก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาแล้วหอบหายใจอย่างหนัก!

ใบหน้าของเกาเฉียงแดงก่ำ เขายังไม่ทันได้หายใจและเขาก็หมดแรงที่จะพูด เขาได้แต่ชี้ไปที่สมุดบันทึกอย่างแรง ราวกับกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง

หวังหยางมองอีกฝ่ายและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

"น้องเกา นายพูดช้าๆ ก็ได้ ไม่ต้องห่วง นายมาถึงเร็วที่สุดแล้ว บอกฉันให้ชัดๆ แล้วฉันจะลงทะเบียนให้"

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังหยาง เกาเฉียงก็สงบลงในที่สุดและหลังจากหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง เขาก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า

"ช่วยลงทะเบียนให้ผมหน่อย! ผมต้องการช่วยน้องชายและน้องสาวของผม ที่อยู่ของพวกเขาก็ตามกระดาษใบนี้เลย"

หลังจากพูดแล้ว เกาเฉียงก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบกระดาษที่ยับยู่ยี่ออกมาแผ่นหนึ่งและคลี่ออกต่อหน้าหวังหยาง มันมีชื่อสองชื่อและที่อยู่เขียนอยู่บนนั้น

และยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย

หวังหยางรับมันไปและคัดลอกลงไปอย่างระมัดระวัง

ไม่นาน ก็มีคนอื่นโผล่ออกมาข้างหลังเกาเฉียง

คราวนี้เป็นตงฮุย

ในเวลานี้ เขาก็หอบหายใจอย่างหนักเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาก็วิ่งมาเหมือนกัน แต่ก็ยังช้ากว่าเกาเฉียงอยู่

แต่เขายังคงพูดได้และเขาก็พูดกับหวังหยางที่กำลังลงทะเบียนอยู่ทันที

"ผู้จัดการหวังครับ ช่วยลงให้ผมด้วยอีกคน! พ่อแม่ของผมพวกเขาน่าจะอยู่ที่นี่ครับ ผมต้องการให้ช่วยสองคน!"

"โอเค~ โอเค วิศวกรตงใจเย็นๆ ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะลงทะเบียนทุกอย่างให้ ตอนนี้ฉันขอรบกวนพวกนายช่วยไปดูแลความเรียบร้อยของคนที่กำลังตามมาทีหลังให้หน่อยได้ไหม ให้พวกเขาเข้าแถวกันตามลำดับ ทุกคนจะได้ลงทะเบียนกันได้แบบไม่ใครแซงใคร"

หวังหยางตอบรับคำของตงฮุยและเขาก็เห็นคนที่กำลังมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน เขาจึงถือโอกาสขอให้สองคนแรกที่มาถึงไปช่วยดูแลความเรียบร้อยให้

ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

สมุดบันทึกของหวังหยางก็ได้ลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลของคนนับสิบแล้ว!

ส่วนใหญ่จะเลือกขอให้ช่วยแค่หนึ่งคนและมีเพียงไม่กี่คนเช่น เกาเฉียง ที่ร้องขอให้ช่วยถึง 2 คน

หลังจากรอไปอีกครึ่งชั่วโมง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาอีก เขาก็เก็บของและไปยังออฟฟิศของฉินจิ้นที่ชั้นบน

.....

ฉินจิ้นรับสมุดบันทึกการลงทะเบียนจากหวังหยางและดูอย่างละเอียดทันที

มีคนมาลงทะเบียนถึง 17 คน

ในจำนวนนั้น มี 5 คนที่ขอให้ช่วยถึง 2 คน

ซึ่งเท่ากับว่าเขาจะต้องออกค้นหาคนรวม 22 คน

เขาจ้องมองรายชื่อและสถานที่ที่บันทึกไว้บางที่ก็ไกล แต่บางที่ก็ใกล้

เขาคำนวณในใจอย่างเงียบๆ

ถ้าเขาส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไป 3 ลำในแต่ละวันและแต่ละเที่ยวใช้เวลา 2 ถึง 5 ชั่วโมงโดยที่ระหว่างวันจะมีแสงอาทิตย์เพียง 9 ถึง 10 ชั่วโมง

นั่นจะเท่ากับว่าเขาจะส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปทำภารกิจได้ 7 ถึง 9 เที่ยวต่อวัน

ซึ่งภารกิจทั้งหมดจะสามารถเสร็จได้ภายใน 3 วัน

และนั่นคือเวลาก่อนที่ฝนกรดจะมาถึงพอดี!

จบบทที่ ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว