- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ
ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ
ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ
ตอนที่ 77 : การร้องขอการช่วยเหลือ
ภายในโรงอาหาร
หลังจากฉินจิ้นจากไป
กลุ่มคนในฐานก็ถูกทิ้งไว้ให้มองหน้ากันเอง
ในตอนแรก การประกาศแผนการช่วยเหลือครอบครัวของคนในฐานทำให้พวกเขายินดีอย่างยิ่ง
จากนั้นเมื่อเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ถูกพูดตามมามันก็เหมือนกับน้ำเย็นที่ถูกสาดใส่หัวของพวกเขาอย่างกระทันหัน
การร้องขอการช่วยเหลือสำหรับญาติและเพื่อนของพวกเขาไม่ใช่เรื่องยาก พวกเขาเพียงแค่ต้องไปยื่นคำขอก็เท่านั้น
แต่ข้อกำหนดที่ตามมาคือการที่พวกเขาต้องลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงและยังต้องจ่ายด้วยคะแนนผลงานอีก นั่นคือสิ่งที่ท้าทายมาก
ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะต้องทำงานสกปรกและเหนื่อยล้ามากแค่ไหนเพื่อชดใช้
หรือพวกเขาอาจจะต้องไปทำภารกิจที่อันตรายเลยด้วยซ้ำ
บางคนก็เริ่มตัวสั่นเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
จริงอยู่ที่ว่า มันไม่มีอาหารฟรีในโลกแบบนี้อีกต่อไป
ดังนั้นเพียงแค่ชั่วพริบตา คนหลายคนที่เดิมทีกระตือรือร้นและอยากจะส่งชื่อและที่อยู่ของญาติและเพื่อนเพื่อร้องขอการช่วยเหลือก็เริ่มถอยกลับไปทันที
พวกเขาถามตัวเองว่า
พวกเขายินดีที่จะสละอาหารในอนาคตและลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงเพื่อช่วยใครบางคนที่อาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วไหม?
หากพวกเขาร้องขอการช่วยเหลือไปและมันล้มเหลว พวกเขาก็อาจจะต้องแบกรับหนี้จากคะแนนผลงานอีก
หากพวกเขาช่วยเหลือญาติและเพื่อนได้ พวกเขาก็ยังจะต้องแบ่งปันอาหารให้อีกนั่นหมายความพวกเขาจะต้องเสียอาหารในส่วนของตัวเองไปและคุณภาพชีวิตก็ยังต้องถูกลดลงอีกงั้นเหรอ?
ตอนนี้มันก็ชัดเจนแล้วว่าชีวิตของพวกเขาไม่ได้สบายเลย!
คนจำนวนมากในโรงอาหารจึงพูดคุยกันและไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี
บางคนถึงกับล้มเลิกความคิดที่จะร้องขอการช่วยเหลือไปแล้ว
พวกเขาขออยู่แบบสบายๆ อย่างตอนนี้ดีกว่า ทำไมพวกเขาต้องพาคนกลับมาแล้วลดคุณภาพชีวิตของตัวเองลงด้วย?
บางคนก็เลือกที่จะไม่สนใจมันอีกหลังจากได้ยินเงื่อนไข
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนั้นเพราะยังมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีความคิดที่แตกต่างออกไป
ตัวอย่างเช่น เกาเฉียงและตงฮุย
ตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาได้ยินการประกาศแผนการตามหาครอบครัว พวกเขาก็อยู่ในภาวะตื่นเต้นทันที!
แม้หลังจากที่ผู้นำประกาศเงื่อนไขและข้อจำกัดเพิ่มเติมแล้ว มันก็ยังไม่สามารถดับความหวังของพวกเขาลงได้
พวกเขาคิดถึงครอบครัวมากเกินไป!
เกาเฉียงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือน้องชายและน้องสาวของเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!
แม้จะต้องใช้สิทธิ์ทั้งหมดที่มีเขาก็จะใช้มันอย่างไม่ลังเล เขาไม่สนว่าตัวเองจะต้องทำงานที่สกปรกหรือเหนื่อยล้าแค่ไหนในอนาคต! และเขาก็ไม่สนว่าอาหารของเขาจะถูกหักไปเท่าไหร่!
แต่ตราบใดที่เขาสามารถช่วยน้องชายและน้องสาวของเขาได้ เขาก็ยินดีที่จะกินอุจจาระด้วยซ้ำ!
ตงฮุยที่อยู่ข้างๆ ก็เช่นกัน
ในเวลานี้ มือของเขาก็สั่นด้วยความตื่นเต้นและน้ำตาก็ไหลออกมาเองโดยไม่ตั้งใจจนใบหน้าของเขาเปียกชื้น
เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือให้ได้!
ตราบใดที่พวกเขาสามารถพาพ่อแม่ของเขากลับมาได้ เขาก็จะมอบชีวิตของเขาให้กับฐานลวี่หยวนอย่างไม่ลังเล!
...
แผนของฉินจิ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเหมือนการโยนระเบิดลงกลางฐานลวี่หยวน
มันได้จุดประกายความหวังที่ทุกคนเคยละทิ้งไปแล้ว
ไม่มีใครกล้าพูดว่าพวกเขาไม่คิดถึงญาติที่อยู่ข้างนอกอีกแล้ว แม้ว่าหลายคนจะเชิญญาติและเพื่อนที่ใกล้ชิดมาร่วมงานเลี้ยงของโรงงานในคืนแห่งการกลายพันธุ์ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะมาอยู่ที่นี่
และจะต้องมีญาติและเพื่อนที่สนิทแต่ไม่ได้มาอยู่เช่นกัน
ตอนนี้ฐานของเขาก็มีเฮลิคอปเตอร์แล้ว มันสามารถเข้าถึงสถานที่ที่อยู่ห่างไกลออกไปได้อย่างรวดเร็ว ตราบใดที่ญาติของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ นั่นหมายถึงความหวังในการช่วยเหลือกลับมาก็จะยังคงอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย!
แน่นอนว่าเงื่อนไขที่ตามมาสามารถหยุดคนบางคนที่กำลังคิดจะลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือแบบสุ่มสี่สุ่มห้าและทำให้พวกเขาต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากพวกเขาไม่ได้ต้องการช่วยเหลือญาติเหล่านั้นจริงๆ เงื่อนไขเหล่านี้ก็จะกลายเป็นตัวคัดกรองคนเหล่านั้นให้ออกไป
แต่สำหรับคนในฐานที่ต้องการช่วยเหลือญาติของพวกเขาจริงๆ ข้อจำกัดเหล่านี้จะไม่มีความหมายเลยและจะไม่กลายเป็นโซ่ตรวนที่จะขัดขวางไม่ให้พวกเขาลงทะเบียนร้องขอเพื่อช่วยญาติและเพื่อนของพวกเขา
หลังทานอาหารกลางวันเสร็จ
ทุกคนก็ออกจากโรงอาหารไปเพื่อพักผ่อนและคิดเกี่ยวกับการลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือ
ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องคิดให้ชัดเจนว่าจะลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือญาติกับเพื่อนของพวกเขาหรือไม่
แต่คนที่แน่ใจแล้วว่าจะลงทะเบียนก็ต้องคิดให้ดีด้วยว่าญาติหรือเพื่อนของพวกเขานั้นน่าจะอยู่ที่ไหนในตอนนี้
หากไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้ เฮลิคอปเตอร์ก็จะไม่สามารถเข้าถึงพวกเขาได้หรือหากอยู่ไกลเกินไปมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่จะไปหาพวกเขาอยู่ดี
คนส่วนใหญ่จึงพากันคาดคะเนเส้นทางการอพยพของญาติของพวกเขาหลังคืนแห่งการกลายพันธุ์และกำหนดจุดที่พวกเขาอาจจะอยู่อย่างคร่าวๆ ไว้
....
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในสถานที่แห่งหนึ่งในฐาน บริเวณนั้นมีกระดานข่าวสารตั้งอยู่
นี่คือสถานที่ที่จัดทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับการประกาศข่าวสารต่างๆ
หลังจากวันสิ้นโลก ฐานลวี่หยวนก็มักจะประกาศกฎใหม่และข้อควรระวังไว้ที่นี่
ในเวลานี้ มีคนจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่หน้ากระดานข่าวสารนี้
พวกเขากำลังจ้องมองรายละเอียดของแผนการตามหาครอบครัวที่เพิ่งถูกประกาศ
มันอธิบายขอบเขตและเงื่อนไขของการช่วยเหลือโดยละเอียด เพื่อให้ทุกคนทราบอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องแลกกับอะไรบ้าง
ผู้ที่ตัดสินใจจะลงทะเบียนก็สามารถตรงไปที่อาคารสำนักงานเพื่อลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือได้ทันที โดยจะมีหวังหยางนั่งรอรับการลงทะเบียนและรับข้อมูลจากพวกเขาอยู่
ส่วนเวลาที่พวกเขาจะเริ่มออกค้นหานั้น.....ก็คือรุ่งสางของวันพรุ่งนี้!
เฮลิคอปเตอร์จะขึ้นบินทันทีหลังรุ่งสางของวันพรุ่งนี้!
นั่นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของฐานสำหรับแผนการนี้และมันไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น
หลายคนเมื่อเห็นเนื้อหาบนกระดานก็เลิกความคิดที่จะไปลงทะเบียนร้องขอทันที พวกเขาไม่ต้องการให้อะไรมาส่งผลกระทบต่อชีวิตในปัจจุบันของพวกเขาโดยเฉพาะการทำเพื่อคนอื่น
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนมากที่กระตือรือร้น ดังนั้นหลังจากได้อ่านแล้ว พวกเขาก็รีบเดินตรงไปยังอาคารสำนักงานทันที
บนกระดานนั้นยังได้เน้นย้ำด้วยว่าการช่วยเหลือจะเป็นไปตามคิวหรือก็คือหากพวกเขาไปลงทะเบียนร้องขอก่อน ฐานลวี่หยวนก็จะออกตามหาคนของพวกเขาก่อนนั่นเอง
การปล่อยให้ญาติและเพื่อนของพวกเขาต้องรออีกหนึ่งวันก็หมายถึงความอันตรายที่เพิ่มอีกหนึ่งวัน
ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจแล้ว พวกเขาก็จะต้องรีบไปเป็นคนแรก!
หลายคนยังอยู่กับที่และมองดูคนที่วิ่งไปที่อาคารสำนักงาน พวกเขาถอนหายใจก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ชั้นหนึ่งของอาคารสำนักงาน
หวังหยางได้เตรียมโต๊ะพร้อมสมุดบันทึกและปากกาไว้แล้ว เขาได้รับการแต่งตั้งจากฉินจิ้นให้เป็นคนรับลงทะเบียนการร้องขอการช่วยเหลือ
ในคืนแห่งการกลายพันธุ์เขาได้พาภรรยาของเขามาเพียงคนเดียวและนั่นทำให้เขาเสียโควตาไปฟรีๆ หนึ่งที่และเขาก็ได้แต่เสียใจอย่างเงียบๆ ไปพักหนึ่ง
เขาเองก็ไม่คิดว่าผู้นำของเขาจะให้โอกาสเขาอีกครั้งในวันนี้
เขาตัดสินใจใช้โอกาสนี้ในการลงทะเบียนร้องขอการช่วยเหลือทันที
เขาเขียนชื่อลูกสาวและที่อยู่ที่เธอน่าจะอยู่ลงไป
มันเป็นสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองหนึ่ง
ตามการคาดการณ์ของเขา ลูกสาวของเขาที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยน่าจะพักอยู่ในหอพักของมหาลัยในคืนนั้น ส่วนเธอจะยังรอดชีวิตอยู่หรือไม่นั้น เขาเองก็ไม่แน่ใจ
การเขียนชื่อลงไปในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการขอลองดูสักครั้งและมันยังเป็นความปรารถนาของเขาและภรรยาที่อยู่ในฐานเช่นกัน
อย่างน้อยก็ขอให้ได้ผลลัพธ์ก็พอ ไม่ว่ามันจะดีหรือร้ายก็ตาม
ในตอนที่เขาเขียนเสร็จ เสียงวิ่งก็ดังขึ้นมาจากทางเดินข้างนอกทันที
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที
เกาเฉียงก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาแล้วหอบหายใจอย่างหนัก!
ใบหน้าของเกาเฉียงแดงก่ำ เขายังไม่ทันได้หายใจและเขาก็หมดแรงที่จะพูด เขาได้แต่ชี้ไปที่สมุดบันทึกอย่างแรง ราวกับกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง
หวังหยางมองอีกฝ่ายและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"น้องเกา นายพูดช้าๆ ก็ได้ ไม่ต้องห่วง นายมาถึงเร็วที่สุดแล้ว บอกฉันให้ชัดๆ แล้วฉันจะลงทะเบียนให้"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังหยาง เกาเฉียงก็สงบลงในที่สุดและหลังจากหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง เขาก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า
"ช่วยลงทะเบียนให้ผมหน่อย! ผมต้องการช่วยน้องชายและน้องสาวของผม ที่อยู่ของพวกเขาก็ตามกระดาษใบนี้เลย"
หลังจากพูดแล้ว เกาเฉียงก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบกระดาษที่ยับยู่ยี่ออกมาแผ่นหนึ่งและคลี่ออกต่อหน้าหวังหยาง มันมีชื่อสองชื่อและที่อยู่เขียนอยู่บนนั้น
และยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย
หวังหยางรับมันไปและคัดลอกลงไปอย่างระมัดระวัง
ไม่นาน ก็มีคนอื่นโผล่ออกมาข้างหลังเกาเฉียง
คราวนี้เป็นตงฮุย
ในเวลานี้ เขาก็หอบหายใจอย่างหนักเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาก็วิ่งมาเหมือนกัน แต่ก็ยังช้ากว่าเกาเฉียงอยู่
แต่เขายังคงพูดได้และเขาก็พูดกับหวังหยางที่กำลังลงทะเบียนอยู่ทันที
"ผู้จัดการหวังครับ ช่วยลงให้ผมด้วยอีกคน! พ่อแม่ของผมพวกเขาน่าจะอยู่ที่นี่ครับ ผมต้องการให้ช่วยสองคน!"
"โอเค~ โอเค วิศวกรตงใจเย็นๆ ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะลงทะเบียนทุกอย่างให้ ตอนนี้ฉันขอรบกวนพวกนายช่วยไปดูแลความเรียบร้อยของคนที่กำลังตามมาทีหลังให้หน่อยได้ไหม ให้พวกเขาเข้าแถวกันตามลำดับ ทุกคนจะได้ลงทะเบียนกันได้แบบไม่ใครแซงใคร"
หวังหยางตอบรับคำของตงฮุยและเขาก็เห็นคนที่กำลังมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน เขาจึงถือโอกาสขอให้สองคนแรกที่มาถึงไปช่วยดูแลความเรียบร้อยให้
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
สมุดบันทึกของหวังหยางก็ได้ลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลของคนนับสิบแล้ว!
ส่วนใหญ่จะเลือกขอให้ช่วยแค่หนึ่งคนและมีเพียงไม่กี่คนเช่น เกาเฉียง ที่ร้องขอให้ช่วยถึง 2 คน
หลังจากรอไปอีกครึ่งชั่วโมง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาอีก เขาก็เก็บของและไปยังออฟฟิศของฉินจิ้นที่ชั้นบน
.....
ฉินจิ้นรับสมุดบันทึกการลงทะเบียนจากหวังหยางและดูอย่างละเอียดทันที
มีคนมาลงทะเบียนถึง 17 คน
ในจำนวนนั้น มี 5 คนที่ขอให้ช่วยถึง 2 คน
ซึ่งเท่ากับว่าเขาจะต้องออกค้นหาคนรวม 22 คน
เขาจ้องมองรายชื่อและสถานที่ที่บันทึกไว้บางที่ก็ไกล แต่บางที่ก็ใกล้
เขาคำนวณในใจอย่างเงียบๆ
ถ้าเขาส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไป 3 ลำในแต่ละวันและแต่ละเที่ยวใช้เวลา 2 ถึง 5 ชั่วโมงโดยที่ระหว่างวันจะมีแสงอาทิตย์เพียง 9 ถึง 10 ชั่วโมง
นั่นจะเท่ากับว่าเขาจะส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปทำภารกิจได้ 7 ถึง 9 เที่ยวต่อวัน
ซึ่งภารกิจทั้งหมดจะสามารถเสร็จได้ภายใน 3 วัน
และนั่นคือเวลาก่อนที่ฝนกรดจะมาถึงพอดี!