- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 76 : แผนตามหาครอบครัว
ตอนที่ 76 : แผนตามหาครอบครัว
ตอนที่ 76 : แผนตามหาครอบครัว
ตอนที่ 76 : แผนตามหาครอบครัว
ตอนเที่ยง
ทุกคนที่ทำงานในฐานเสร็จแล้วก็มารวมตัวกันที่โรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
และนานๆ ครั้งที่สมาชิกทีมต่อสู้ทุกคนจะได้มารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาในโรงอาหารตอนกลางวันแบบนี้ ดังนั้นโรงอาหารในวันนี้จึงแน่นขนัดไปหมด
นับตั้งแต่จัดการกับกลุ่มผู้ก่อปัญหาในครั้งนั้นไป จำนวนประชากรทั้งหมดของฐานก็คงที่อยู่ที่ประมาณเก้าสิบคนมาโดยตลอด
นี่ก็เป็นผลมาจากการควบคุมอย่างเข้มงวด
ไม่อย่างนั้นแล้ว หากพวกเขาออกไปเจอผู้รอดชีวิตข้างนอกและรับอีกฝ่ายเข้ามาทั้งหมด ฐานของเขาก็คงจะไม่มีพื้นที่ที่เพียงพอแบบนี้อย่างแน่นอน
คงจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าผู้รอดชีวิตที่สามารถมีชีวิตอยู่รอดอยู่ข้างนอกได้ พวกเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้างและถ้าการรับพวกเขาเข้ามามันทำให้เกิดความวุ่นวาย งั้นเขาก็ไม่ขอรับเลยจะดีกว่า
เพราะอย่างน้อยตอนนี้ฐานลวี่หยวนก็กำลังพัฒนาไปได้ด้วยดีแล้ว
แม้ว่าภารกิจหลายอย่างจะค่อนข้างหนัก แต่การรวมกำลังคนมาช่วยกันทำก็สามารถทำให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวัน
ทุกคนพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาคุ้นเคยกับชีวิตใหม่แล้ว
คนทั่วไปก็พูดคุยเกี่ยวกับอาคารใหม่ที่พวกเขาเพิ่งสร้างขึ้นในฐานและสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ในอนาคต
ส่วนทีมรักษาความปลอดภัยก็พูดคุยกันว่าวันนี้พวกเขาจะดึงดูดซอมบี้มาที่กำแพงยังไงดี เพราะถึงยังไงพวกเขาก็กำจัดพวกมันได้อย่างง่ายดายแล้วและการทำแบบนี้ก็จะช่วยให้พื้นที่รอบๆ ฐานของพวกเขานั้นปลอดภัยขึ้นด้วย
สมาชิกทีมต่อสู้ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคนอื่นๆ เพราะพวกเขามักจะเล่าประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นต่างๆ ที่เกิดขึ้นข้างนอก ซึ่งในบางช่วงก็เป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างตึงเครียดจนทำให้คนอื่นๆ หอบหายใจด้วยความตื่นเต้นตาม
ในตอนนี้เรียกได้ว่าสมาชิกทีมต่อสู้นั้นกำลังเพลิดเพลินกับสิ่งนี้เป็นพิเศษ
แม้ว่าพวกเขามักจะทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด แต่พวกเขาก็ได้รับการปฏิบัติที่ดีที่สุดในฐานด้วยเช่นกัน
เรียกได้ว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ในเวลานี้เอง ฉินจิ้นก็กำลังรับประทานอาหารอยู่ในโรงอาหารด้วยเช่นกัน
เขามองดูฉากในโรงอาหารและฟังบทสนทนาของทุกคนที่อยู่รอบๆ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
นี่เป็นเรื่องปกติ
มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดหวังว่าผู้คนจะไม่พูดคุยกันขณะรับประทานอาหาร ถูกไหม?
ที่นี่ไม่ใช่คุก ทุกคนเป็นแค่กลุ่มคนที่ทำงานหนักเพื่อเอาชีวิตรอดก็เท่านั้น
พวกเขาจำเป็นต้องจริงจังก็ต่อเมื่อทำงานหรือทำภารกิจเท่านั้น
แต่ในตอนที่รับประทานอาหารหรือพักผ่อนพวกเขานั้นไม่จำเป็นต้องเครียดขนาดนั้น การผ่อนคลายที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ
ฐานลวี่หยวนในตอนนี้อาจจะถือได้ว่าเป็นแหล่งของอาชญากรที่ฆ่าคนไปมากมายหากมองในมุมของโลกที่ยังสงบสุข
แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดพวกเขาจากการมีมุมที่อ่อนโยน
เพียงแต่พวกเขาจะแสดงมันออกมากับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น
ฉินจิ้นรับประทานอาหารเสร็จอย่างรวดเร็ว แม้ว่าความอยากอาหารของเขาจะมากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า
แต่ด้วยฐานะของผู้นำที่ทุกคนรู้กันดี
ใครจะกล้าคัดค้านเขาที่กินเยอะกว่าคนอื่นๆ?
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จและเก็บจานเรียบร้อยแล้ว ฉินจิ้นก็ไม่ได้จากไปทันที
เขาเดินไปที่หน้าโรงอาหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาสามารถมองเห็นทุกคนได้
เมื่อทุกคนเห็นผู้นำของตัวเองยืนอยู่ตรงนั้นราวกับว่าเขากำลังจะพูดอะไรออกมา ทุกคนก็หยุดคุย ปิดปากและรอการกระทำต่อไปของผู้นำของตัวเอง
เมื่อเห็นความสนใจของทุกคนมุ่งมาที่เขา ฉินจิ้นก็ไอกระแอมเบาๆ แล้วพูดช้าๆ ว่า
"ในเมื่อทุกคนมารวมตัวอยู่ที่นี่แล้ว ฉันก็มีเรื่องจะประกาศ"
ทุกคนสงสัยเพราะนับตั้งแต่วันสิ้นโลกมาถึง ผู้นำของพวกเขาก็ไม่ได้พูดในที่สาธารณะอย่างเป็นทางการแบบนี้มานานแล้ว
คำพูดของฉินจิ้นยังคงดำเนินต่อไป
"ฉันรู้ว่าทุกคนเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ของที่นี่ได้แล้วและฉันก็เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวของพวกคุณทุกคน สำหรับเรื่องนี้ ฉันขอขอบคุณทุกคนมากสำหรับการสนับสนุนนี้ เพราะหากไม่มีพวกคุณก็จะไม่มีฐานลวี่หยวนของเราในวันนี้"
หลังจากพูดแล้ว เขาก็ก้มตัวโค้งลงเล็กน้อยให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
แปะ
แปะๆ
แปะๆๆๆๆๆ
ตอนแรกมีเพียงเสียงปรบมือประปราย ซึ่งมันก็ค่อยๆ กลายเป็นเสียงปรบมืออย่างกระตือรือร้นและบางคนถึงกับตะโกนว่า
"ประธานฉิน! ไม่จำเป็นต้องขอบคุณพวกเราครับ! นี่คือสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว! การได้อยู่ในฐานลวี่หยวนก็เป็นบุญของพวกเราแล้ว! เทียบกับคนข้างนอกแล้ว พวกเราที่อยู่ในนี้ก็สบายกว่ามากแล้วครับและทั้งหมดเป็นเพราะประธานฉินครับ!"
หลายคนขานรับคำขอบคุณของผู้นำและบางคนที่ตื่นเต้นก็ถึงกับขอบคุณเขากลับ
"ใช่แล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะประธานฉิน พวกเราคงจบสิ้นกันไปนานแล้ว! ไม่อย่างนั้นพวกเราจะได้มีโอกาสมานั่งกินข้าวสบายๆ ที่นี่กันได้อย่างไร? พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณประธานฉิน!"
หลายคนขานรับ
ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าชีวิตที่สุขสบายในปัจจุบันของพวกเขานั้นได้มาอย่างยากลำบากขนาดไหน
ฉินจิ้นรออยู่ครู่หนึ่งและปล่อยให้ทุกคนพูดจนจบ ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วทำท่าทางกดลง
เสียงอึกทึกในโรงอาหารก็ค่อยๆ สงบลง
เขาจ้องมองทุกคนในโรงอาหารและเปิดเผยแผนที่เขาได้ทำไว้เมื่อเช้านี้
"ทุกคนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ก็คือครอบครัวและเพื่อนของฉัน ฉันรู้ว่าญาติและเพื่อนของพวกเราบางคนนั้นก็ได้อยู่ที่นี่อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีอีกมากที่ยังอยู่ข้างนอก!"
"และทุกคนก็น่าจะรู้แล้วว่าทีมต่อสู้ของเราได้นำเฮลิคอปเตอร์กลับมามากมายเมื่อวานนี้"
"ดังนั้น ฉันจึงวางแผนที่จะเริ่ม 'แผนการตามหาครอบครัว'!"
"คนในฐานทุกคนจะสามารถส่งชื่อและที่อยู่ของญาติและเพื่อนของตัวเองที่ต้องการให้เราไปช่วยเหลือได้! แต่จะจำกัดเฉพาะในรัศมี 1,200 กิโลเมตรจากฐานของเราเท่านั้น พวกเราจะส่งเฮลิคอปเตอร์ออกไปค้นหาและช่วยเหลือคนที่พวกคุณต้องการให้ช่วย!!"
ว้าว————!!!!
คนในโรงอาหารตกตะลึงทันที!!
ทุกคนตกตะลึง ปากของพวกเขาอ้าค้าง
เมื่อมองไปรอบๆ พวกเขาก็จะเห็นคนที่ตกตะลึงไม่แพ้กัน!
บางคนอดไม่ได้ที่จะหยิกตัวเอง
อึก~
ความเจ็บปวดนั้นบอกกับพวกเขาว่าพวกเขาไม่ได้ฝันไป!
ความไม่เชื่อบนใบหน้าของพวกเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นน้ำตาและความยินดี!
ท่ามกลางคนจำนวนมาก เกาเฉียงและตงฮุยไม่สนใจว่าจะมีคนจำนวนมากอยู่ตรงหน้าไหม แต่ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนก็ร้องไห้โฮออกมา
พวกเขาคิดถึงญาติของพวกเขามากเกินไป!
ชั่วขณะหนึ่ง คนจำนวนมากในโรงอาหารก็กอดกันร้องไห้ด้วยความยินดี
พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมากกับแผนที่ผู้นำของพวกเขาประกาศออกมา!
ฉินจิ้นมองดูฝูงชนที่ตื่นเต้นจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาไม่ขัดจังหวะพวกเขาและปล่อยให้พวกเขาปลดปล่อยความรู้สึกออกมาและอีกอย่างการขัดจังหวะตอนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
เขารออยู่ห้านาที
จากนั้นคนในโรงอาหารก็เริ่มสงบลงเล็กน้อย
ในขณะนี้ ฉินจิ้นก็ยกมือขึ้นอีกครั้งและทำท่าทางให้พวกเขาหยุด
ทุกคนรีบบอกคนข้างๆ ที่ยังคงคุยกันอย่างมีความสุขให้เงียบลงและต้องการดูว่าผู้นำของพวกเขาจะพูดอะไรอีก
"ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณทุกคนดี ตอนนี้ในเมื่อทุกคนพูดกันเสร็จแล้ว ฉันเองก็จะพูดถึงเรื่องแผนการตามหาครอบครัวต่อ"
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าทุกคนให้ความสนใจกับเขาแล้ว เขาก็พูดต่อว่า
"ทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้โลกภายนอกวุ่นวายและอันตรายมากแค่ไหน ดังนั้นเราจะยังไปได้ไม่ทั่วทุกพื้นที่เพราะความจุของถังเชื้อเพลิงของเฮลิคอปเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นขีดจำกัดของเรา ดังนั้นฉันจะกำหนดขอบเขตการค้นหาไว้เบื้องต้นที่รัศมี 1,200 กิโลเมตรจากฐาน ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะครอบคลุมมณฑลและพื้นที่ใกล้เคียงของเราแล้ว”
"นอกจากนี้ เราไม่สามารถเสียสละคนที่อยู่ในฐานเพื่อญาติหรือเพื่อนของพวกคุณที่อาจจะมีชีวิตอยู่หรืออาจไม่มีแล้วได้"
"ดังนั้นฉันจึงอยากจะชี้แจงให้ชัดเจนว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะไม่ได้ให้แบบฟรีๆ"
"ทุกคนในฐานจะมีสิทธิ์ร้องขอการช่วยเหลือด้วยเฮลิคอปเตอร์ 2 ครั้งเท่านั้น การใช้สิทธิ์หนึ่งครั้งจะทำให้ถูกหักคะแนนพื้นฐานเป็นเวลาครึ่งปี ซึ่งนั่นหมายถึงการถูกลดอาหารและสภาพความเป็นอยู่เป็นเวลาครึ่งปี"
"และการใช้สิทธิที่สองจะถูกลดเป็นเวลา 1 ปีเต็ม"
"การร้องขอการช่วยเหลือด้วยเฮลิคอปเตอร์จะถูกหักคะแนนผลงานบางส่วนด้วย ดังนั้นคนที่ไม่มีก็จะต้องทำงานชดใช้หรือออกไปทำภารกิจในอนาคตและสำหรับคนที่คิดว่าจะไม่ทำงานชดใช้ หากครบกำหนด 1 ปีแล้วยังไม่มีการทำงานเพื่อชดใช้คนๆ นั้นก็จะถูกลดสิทธิต่างๆ อย่างถาวรไม่ว่าจะเป็น ปริมารอาหารและคุณภาพที่พัก ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่มีก็จะถูกลดอย่างถาวรด้วยเช่นกัน!"
"และถ้าคะแนนลดลงไปถึงจุดหนึ่งคนๆ นั้นก็จะต้องถูกขับไล่ออกจากฐานไป!"
"ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าญาติและเพื่อนของคุณจะได้รับการช่วยเหลือกลับมาได้ แต่พวกคุณก็จะต้องถูกหักอาหารลง 1/3 จากปริมาณอาหารในปัจจุบันของคุณ"
"หรือจะให้พูดแบบเข้าใจง่ายก็คือ ปกติแล้วพวกคุณจะได้กินข้าวกันคนละ 150 กรัมต่อมื้อ มันก็จะลดลงไปเหลือ 100 กรัมต่อมื้อ! แน่นอนว่าปริมาณที่ถูกหักไปนั้นไม่ได้หายไปไหนแต่มันจะถูกมอบให้ญาติหรือเพื่อนของคุณที่ถูกช่วยกลับมาและฐานก็จะไม่ได้ใจร้ายเพราะเราก็จะให้ข้าวพวกเขาเพิ่มอีก 50 กรัมเป็น 100 กรัม นั่นหมายความว่าคนที่ได้รับการช่วยเหลือกลับมาจะได้รับข้าวในปริมาณ 100 กรัมเท่ากับคุณ!”
"ด้วยวิธีนี้ ยิ่งพวกคุณช่วยเหลือคนมามากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าพวกคุณจะต้องถูกหักปริมาณอาหารมากขึ้นเท่านั้น"
"ดังนั้น..."
"พิจารณาให้ดีว่าพวกคุณต้องการช่วยเหลือพวกเขาจริงๆ ไหมและพวกคุณสามารถช่วยเหลือได้กี่คน"
"ส่วนข้อมูลโดยละเอียดอื่นๆ จะถูกแปะไว้บนกระดานข่าวสารในบ่ายวันนี้ ใครที่สนใจก็สามารถลองไปดูได้"
"แต่จงคิดให้ดีๆ!"
หลังจากฉินจิ้นพูดประโยคสุดท้ายเสร็จ เขาก็เดินจากไปเอง โดยไม่สนใจคนในโรงอาหารที่เงียบสนิท
และทิ้งให้พวกเขามองหน้ากันต่อไป