- หน้าแรก
- เซียนสายชิล ระบบบันทึกชีวิตพิชิตสวรรค์
- บทที่ 20 มามุงดูเรื่องสนุกกันเถอะ
บทที่ 20 มามุงดูเรื่องสนุกกันเถอะ
บทที่ 20 มามุงดูเรื่องสนุกกันเถอะ
พี่แกทำได้ยังไง? ลู่เหยาจ้องมองดวงตาที่เปล่งประกายสีทองของศิษย์พี่เสิ่นเขม็ง
"ศิษย์น้องเป็นพ่อครัววิญญาณจริงๆ หรือนี่? อะแฮ่ม ศิษย์พี่ได้ยินกิตติศัพท์มานานแล้วว่า พ่อครัววิญญาณล้วนเป็นผู้ที่หล่อเหลาเก่งกาจ ความเชี่ยวชาญในรสชาติอาหารถึงขั้นสุดยอด วันนี้ได้เจอศิษย์น้อง เจ้าช่างสมคำร่ำลือ ดุจมังกรหงส์ในหมู่มนุษย์ หล่อเหลาไร้ที่ติจริงๆ!"
ลู่เหยาเงียบกริบ มองศิษย์พี่กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ รู้สึกเหมือนเสียงดีดลูกคิดกำลังดังโป้กๆ ใส่หน้า
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังหยิบขนมกุ้ยฮวาออกมาหนึ่งชิ้น ช่วยไม่ได้ เขาแพ้คนซื่อสัตย์แบบนี้จริงๆ
"นี่เป็นขนมที่ข้าทำเล่นๆ เชิญศิษย์พี่ลองชิมครับ"
"อะแฮ่ม งั้นข้าไม่เกรงใจนะ..."
"อื้อหือ! ศิษย์น้อง! มันเยี่ยมยอดมาก!!" เสิ่นมู่หยางกัดคำเดียวถึงกับตาโต ร้องชมไม่ขาดปาก
"ถ้าศิษย์พี่ชอบ เดี๋ยวข้าแบ่งให้เพิ่มอีก"
ได้ยินดังนั้น เสิ่นมู่หยางก็ตอบรับทันที เขาไม่ใช่คนขี้เกรงใจจอมปลอม นิสัยตรงไปตรงมาคือตัวตนของเขา
แต่จะให้กินฟรีๆ ก็กระไรอยู่ เขาไม่มีนิสัยชอบเอาเปรียบใคร จึงหยิบแผ่นหยกออกมาโยนให้ลู่เหยา
"ศิษย์น้อง พี่ไม่กินของเจ้าฟรีหรอก เอานี่ไป วิชาเนตรอาคม เมื่อกี้เห็นเจ้าสนใจตาข้ามากใช่ไหม? นี่แหละเคล็ดลับ"
"ขอบคุณครับศิษย์พี่! วันหลังถ้าอยากชิมของอร่อยอีก ก็แวะมาหาข้าที่ยอดเขานิรนามได้เลยนะครับ"
ลู่เหยารับมาด้วยความยินดี เขาอยากได้ 'คอนแทคเลนส์' แฟนซีมาใส่เล่นอยู่พอดี ตาเรืองแสงได้นี่มันเท่ระเบิดไปเลยไม่ใช่เหรอ!
"พูดแล้วนะ! งั้นเดี๋ยวค่อยไปหอโอสถ พี่จะพาไปดูของดีก่อน"
"ที่ไหนครับ?"
"บนยอดเขาลูกโน้น วันนี้มีศิษย์สองคนกำลังพนันขันต่อกันอยู่ พี่จะพาไปดูเรื่องสนุก"
เสิ่นมู่หยางชี้ไปยังยอดเขาหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พักของศิษย์ในของยอดเขาโอสถ ลู่เหยาสนใจทันที จึงตอบตกลงง่ายๆ
เขาหนีบเย่ซิงอวี่ไว้ใต้รักแร้อย่างเคยชิน เตรียมจะหิ้วไปด้วย เสิ่นมู่หยางที่อยู่ข้างๆ เห็นภาพนี้ถึงกับอ้าปากค้าง งุนงงไปหมด
"ศิษย์น้องลู่ นั่นเจ้าทำอะไรน่ะ?"
สำนักกระบี่นิลกาฬเป็นสำนักธรรมะไม่ใช่เหรอ? ศิษย์น้องลู่กล้าลักพาตัวเด็กกลางวันแสกๆ ได้ยังไง? อย่างน้อยก็ช่วยเนียนหน่อยไม่ได้หรือไง
"อ๋อ? นี่ศิษย์น้องข้าเอง ข้าจะพาไปด้วยน่ะครับ"
ได้ยินคำตอบ เสิ่นมู่หยางยิ่งงงหนัก "ศิษย์น้องเจ้า? ศิษย์อาหลี่มีศิษย์แค่เจ้าคนเดียวไม่ใช่เหรอ? ไปรับเพิ่มตอนไหน?"
"เมื่อเดือนก่อนครับ"
"อ้าว ท่านอาจารย์ไม่เห็นบอกข้าเลย?"
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหยิบหยกพกชิ้นเล็กๆ ออกมา ยื่นให้เย่ซิงอวี่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น "ศิษย์น้องเล็ก นี่ของขวัญต้อนรับจากศิษย์พี่นะ ขอโทษทีเมื่อกี้มัวแต่คุยเลยไม่ได้สนใจเจ้า"
เย่ซิงอวี่ที่แขนขาห้อยต่องแต่ง เงยหน้าขึ้นมองด้วยตาข้างเดียว จ้องมองเงียบๆ ไม่ขยับตัว
เห็นศิษย์น้องนิ่งเงียบ และมือศิษย์พี่ค้างอยู่กลางอากาศอย่างเก้อเขิน ลู่เหยาจึงยื่นมือไปรับหยกพกมายัดใส่มือเย่ซิงอวี่ แล้วหันไปขอบคุณแทน
"ขอบคุณครับศิษย์พี่ ข้ารับไว้แทนศิษย์น้องแล้วกัน เขาพูดไม่ค่อยเก่ง ขี้อายนิดหน่อยน่ะครับ"
ตอนนั้นเองที่เสิ่นมู่หยางสังเกตเห็นรอยแผลเป็นที่ตาของศิษย์น้องเล็ก เด็กคนนี้ก้มหน้าตลอดเวลา ถ้าลู่เหยาไม่บอกว่าจะพาไปด้วย เขาคงไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ
รอยแผลเป็นบวกกับใบหน้าไร้ความรู้สึก จินตนาการเรื่องราวชีวิตรันทดนับหมื่นคำก็ผุดขึ้นในหัวทันที เขาจึงรีบโบกมือเปลี่ยนเรื่อง
ในสำนักกระบี่นิลกาฬ หนึ่งในห้าเป็นเด็กกำพร้า ชีวิตรันทดมีให้เห็นเกลื่อน ในฐานะยอดกระบี่รุ่นเยาว์และศิษย์พี่ใหญ่ของสำนัก เขาไม่มีรสนิยมชอบจี้ปมด้อยใครเล่น
"ไปกันเถอะศิษย์น้องทั้งสอง พี่จะพาไปดูเรื่องสนุก รับรองว่าเด็ด"
เสิ่นมู่หยางนำทาง ทั้งสามเหาะตามสายลมมุ่งหน้าสู่ยอดเขาโอสถ
...
"ถึงแล้ว"
ทั้งสามร่อนลงพื้น แล้วเดินเท้าเข้าไป ลู่เหยามองกลุ่มศิษย์ที่มุงดูกันเป็นวงกลมด้วยความสงสัย
เมื่อกี้ตอนอยู่บนฟ้าก็เห็นคนมุงกันเต็มไปหมด นึกว่ามีลัทธิอะไรมาชุมนุมกันเสียอีก
พอเบียดเสียดเข้าไปถึงวงใน ทั้งสามถึงได้เห็นสถานการณ์ชัดเจน
"ฉินลั่วเฟิง ถ้ารู้ตัวก็ยอมแพ้ซะ! เลิกยุ่งกับศิษย์พี่หญิงหลิว ไม่งั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้!"
"เหอะ น่ารำคาญ"
ชายหนุ่มสองคนยืนประจันหน้ากัน คนหนึ่งตะโกนหน้าดำหน้าแดง อีกคนกลับดูสงบนิ่ง ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา
"หวังว่าตอนแพ้ เจ้าจะยังปากดีได้เหมือนตอนนี้นะ! ถึงตอนนั้นข้าจะหักแขนหักขาเจ้า ให้ศิษย์พี่หญิงหลิวได้เห็นสภาพดูไม่ได้ของไอ้ขยะอวดดีอย่างเจ้า!"
"ฉู่หมิงเซวียน ข้าคืนคำพูดนั้นให้เจ้าเหมือนกัน!"
ได้ยินคำพูดโอหังของฉินลั่วเฟิง สีหน้าของฉู่หมิงเซวียนยิ่งดูน่าเกลียด เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมศิษย์พี่หญิงหลิวผู้เย็นชาถึงได้ไปหลงใหลไอ้ขยะนี่ เขาตามจีบนางมาสิบปี นางไม่เคยชายตามองเขาสักนิด
ไอ้ฉินลั่วเฟิงนี่เข้าสำนักมาสิบห้าปีก็ยังติดแหง็กอยู่ที่ขั้นสร้างรากฐาน มีอะไรดีมาเทียบกับเขา? วันนี้เขาต้องทำให้มันรู้สำนึก ว่ามีแค่เขาเท่านั้นที่คู่ควรกับศิษย์พี่หญิงหลิว!
"ฉู่หมิงเซวียน! เจ้าทำบ้าอะไร! ใครใช้ให้เจ้าท้าลั่วเฟิงประลอง?!"
เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้น หญิงสาวในชุดขาวเรียบง่าย ใบหน้าสวยสง่าแต่เย็นชา เดินแหวกวงล้อมเข้ามาขวางระหว่างทั้งสอง
พอเห็นผู้มาใหม่ รังสีอำมหิตของฉู่หมิงเซวียนก็หดหายไปทันที เขาพูดตะกุกตะกัก "ศิษย์พี่หญิงหลิว ข้าแค่..."
"ไม่เป็นไรศิษย์พี่หญิงหลิว การประลองนี้ข้าเป็นคนเสนอเอง เงื่อนไขคือถ้าข้าชนะ เขาต้องเลิกยุ่งกับท่านตลอดไป"
ฉินลั่วเฟิงพูดแทรกฉู่หมิงเซวียน ชิงพูดขึ้นก่อน
ศิษย์พี่หญิงหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองฉู่หมิงเซวียนด้วยสายตาเย็นชา "ในสายตาเจ้า ข้าเป็นแค่ของเดิมพันงั้นหรือ?"
"เปล่าครับ ศิษย์พี่หญิงหลิว ข้าแค่..."
"แค่อะไร? ทนเห็นข้าสนิทกับคนอื่นไม่ได้? สิบปีมานี้ พอข้าสนิทกับใคร เจ้าก็หาเรื่องเขาไปทั่ว เจ้าเคยนึกถึงความรู้สึกข้าบ้างไหม?"
"ข้าขอโทษ"
"พอเถอะ ข้าไม่อยากฟัง ครั้งนี้เจ้าทำข้าผิดหวังจริงๆ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับข้าอีก"
เห็นสีหน้ารังเกียจของศิษย์พี่หญิงหลิวและความเชื่อใจที่นางมีให้ฉินลั่วเฟิง ฉู่หมิงเซวียนกำหมัดแน่น กัดฟันเค้นเสียงออกมาคำเดียว
"ได้!"
ในเมื่อเป็นศิษย์ยอดเขาโอสถ การประลองย่อมเป็นการปรุงยา โดยมีศิษย์สายตรงคอยกำกับดูแล พวกเขาจะสุ่มสูตรยา แล้วแข่งกันปรุงยา ตัดสินแพ้ชนะที่คุณภาพของยา
ศิษย์สายในชุดม่วงเดินออกมาหน้าทั้งสอง แล้วล้วงมือลงไปสุ่มหยิบกระดาษในกล่อง ตลอดกระบวนการเขาใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบเพื่อป้องกันการโกง
เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย เขาเปิดกระดาษออก หัวข้อที่เห็นทำเอาเขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะกางกระดาษออกประกาศให้ทุกคนทราบ
"ยาเม็ดระดับสาม ยาบำรุงวิญญาณสายฟ้าม่วง!"