เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ทะเลทรายแห่งความตาย 13

บทที่ 30 ทะเลทรายแห่งความตาย 13

บทที่ 30 ทะเลทรายแห่งความตาย 13


บทที่ 30 ทะเลทรายแห่งความตาย 13

ผ่านไปไม่กี่วินาที หนุ่มแว่นก็ตามออกมาติดๆ เขาทรุดนั่งลงบนพื้นด้วยความโล่งใจ แววตาแฝงความกังวลมองกลับไปยังทิศทางที่จากมา เห็นพ่อหนุ่มรากไทรและสาวผมขาวกำลังวิ่งตะบึงมาทางนี้

ก่อนหน้านี้เพราะเห็นสาวผมขาวจู่ๆ ก็ยืนนิ่งไม่ขยับ พ่อหนุ่มรากไทรจึงหยุดดูครู่หนึ่ง ทำให้เขาล้าหลังไปบ้าง แต่โชคดีที่เขาอยู่ห่างจากหนุ่มแว่นไม่มาก แทบจะพุ่งตามออกมาทันทีที่หนุ่มแว่นพ้นประตู

ประตูหินเลื่อนลงมาเร็วมาก นับตั้งแต่คุณลุงชุดลายพรางพุ่งออกมาประตูเริ่มขยับ จนถึงตอนพ่อหนุ่มรากไทรพุ่งออกมา ประตูก็เลื่อนลงมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

สามคนที่อยู่นอกทางลับมองสาวผมขาวที่ยังอยู่ห่างจากปากทางเกือบร้อยเมตร หัวใจต่างกระตุกวูบ ระยะทางขนาดนี้จะวิ่งให้ทันภายในไม่ถึงสิบวินาที มันยากเกินไปแล้ว

เจ้าของสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรชายอย่างยูเซน โบลต์ ยังต้องใช้เวลาถึง 9.58 วินาที

ประตูหินค่อยๆ เลื่อนลงมาตรงหน้า ด้านหลังคืองูยักษ์ที่กำลังโกรธจัด ลั่วเยว่เจี้ยนเยาะเย้ยด้วยความสะใจ "เป็นไงล่ะ? ต่อให้นายคุมร่างฉัน สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ? ฉันเริ่มจินตนาการถึงชีวิตหลังคืนชีพแล้วนะเนี่ย~"

[ลั่วเยว่เจี้ยน] กระตุกมุมปาก ตอบกลับลั่วเยว่เจี้ยนในหัวสมอง "คุณลืมข้อตกลงตอนแรกของเราไปแล้วหรือเปล่า?"

[เธอ] พูดอย่างใจเย็น "ถ้าโฮสต์ตายเพราะจงใจไปตาย การตายครั้งนี้จะไม่นับรวมในรางวัลของระบบ โฮสต์จะถูกชุบชีวิตให้เล่นเกมใหม่ แต่ถ้าโฮสต์ตายเพราะจงใจไปตายอีกครั้ง จะถือเป็นการตายจริง ไม่มีโอกาสฟื้นคืนชีพอีก"

"เพราะงั้น... คุณกำลังคาดหวังอะไรอยู่เหรอ?"

?! ลั่วเยว่เจี้ยนสะดุ้งเฮือก รีบเถียงคอเป็นเอ็น "แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะฉันจงใจไปตายซะหน่อย?! สถานการณ์แบบนี้มันจนปัญญาจริงๆ ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงนับว่าฉันจงใจไปตายด้วยล่ะ?!"

[ลั่วเยว่เจี้ยน] ทำท่าครุ่นคิด ครู่ต่อมา แววตาของเธอก็ฉายแววขบขันอย่างเกียจคร้าน "แล้วใครใช้ให้วิกฤตครั้งนี้เกิดจากการรนหาที่ตายของคุณเมื่อกี้ล่ะ?"

ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เข้าใจ ถามกลับด้วยความโมโห "มันเกี่ยวอะไรกับการกระทำของฉันเมื่อกี้?! ถ้าฉันไม่บังเอิญไปเปิดทางลับ ป่านนี้ฉันตายศพไม่สวยไปนานแล้ว!"

[ลั่วเยว่เจี้ยน] อธิบายอย่างเชื่องช้า "ไม่ใช่เพราะคุณอยากไปตาย เลยจงใจไปยืนใต้เสาต้นนั้น จนทำให้คุณออกวิ่งช้ากว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่งเหรอ? ผิดเพียงก้าวเดียวก็ผิดไปทั้งกระดาน ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนั้น พวกเราจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง?"

...ลั่วเยว่เจี้ยนเถียงไม่ออก ได้แต่หุบปากเงียบด้วยความเจ็บใจ

ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเวลานี้มองลั่วเยว่เจี้ยนที่ไม่มีทางลอดผ่านประตูหินทันแน่นอนด้วยความรู้สึกบีบหัวใจ

[ไม่นะ เทพเยว่ของฉัน! ฮือๆๆ จะมาจบเห่แบบนี้ได้ยังไง?]

[ทำแบบนี้ได้ไง! ฉันเพิ่งจะเข้าถึงเสน่ห์ของเทพเยว่เองนะ เธอจะหายไปแบบนี้ไม่ได้นะ?]

[ฮือๆๆ น้องเยว่... น้องเยว่ไม่มีทางตายแบบนี้หรอก!]

[จะทำอะไรได้อีกล่ะ? ข้างหน้าทางตัน ข้างหลังมีงูยักษ์ สาวงามผมขาวคราวนี้หมดทางหนีทีไล่จริงๆ...]

[จะว่าไป สาวงามผมขาวต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะเปิดทางลับช่วยทุกคนแท้ๆ... เฮ้อ มองในแง่หนึ่ง ไม่นึกเลยว่าสาวงามผมขาวจะต้องมาเสียสละเพื่อช่วยคนอื่น]

[เพิ่งได้เห็นความเก่งกาจภายใต้ภูเขาน้ำแข็งของสาวงามผมขาวไปนิดเดียวเอง จะต้องมาเสียเธอไปแล้วเหรอ น่าเสียดายชะมัด...]

[ไม่!!! ฉันจะร้องไห้จริงๆ นะ! น้องเยว่!!]

...

ประตูหินด้านหน้าค่อยๆ ปิดลงทีละนิ้ว ในขณะที่ทุกคนคิดว่าสาวงามผมขาวต้องตายแน่แล้ว กระบองสีดำทมิฬแท่งหนึ่งก็ถูกตั้งขัดไว้ใต้ประตูหิน หยุดการเลื่อนลงของประตูทันที

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย [ลั่วเยว่เจี้ยน] สไลด์ตัวลอดช่องว่างใต้ประตูหินออกมาได้อย่างสวยงาม พอพ้นทางลับ [ลั่วเยว่เจี้ยน] ก็เกร็งเอวดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างง่ายดาย แล้วตบไหล่พ่อหนุ่มรากไทรเบาๆ

"ขอบใจ"

พ่อหนุ่มรากไทรปรายตามองมือที่ตบไหล่ตัวเองด้วยสายตาเย็นชา ไม่พูดอะไร ดึงกระบองของตัวเองออกมาจากใต้ประตูหิน

วินาทีถัดมา ประตูหินก็ปิดสนิท เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องด้วยความเคียดแค้นของงูยักษ์ที่ดังแว่วมาและแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากการกระแทกประตู

พวกเขารู้ตัวแล้วว่า รอดตายกันมาได้แล้ว

คุณลุงชุดลายพรางมองดูการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลของ [ลั่วเยว่เจี้ยน] แล้วอดถามไม่ได้ "คุณรู้อยู่แล้วเหรอว่าจะออกมาได้?"

[ลั่วเยว่เจี้ยน] มองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงเกียจคร้าน "ฉันรู้ว่ากระบองของเจ้าหมาป่าน้อยแข็งแกร่งทำลายไม่ได้"

เธอยักไหล่ "แต่ฉันไม่แน่ใจหรอกนะว่าเขาจะเอากระบองไปขัดประตูไว้หรือเปล่า"

เธอมองไปที่พ่อหนุ่มรากไทรแล้วยิ้ม "แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเดาถูกนะ"

พ่อหนุ่มรากไทรขมวดคิ้ว "เจ้าหมาป่าน้อย?"

[ลั่วเยว่เจี้ยน] เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยิ้มมุมปาก "ทำไม ไม่ได้เหรอ?"

พ่อหนุ่มรากไทรอยากจะบอกว่าไม่ได้ แต่ดูจากท่าทางของสาวผมขาวแล้ว ต่อให้เขาคัดค้าน อีกฝ่ายก็คงไม่เปลี่ยนคำเรียกอยู่ดี งั้นก็อย่าเปลืองน้ำลายเลยดีกว่า

เขาขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับสาวผมขาว เก็บกระบองแล้วนั่งลงข้างๆ เพิ่งผ่านการใช้แรงอย่างหนักหน่วงมา แม้เขาจะรู้สึกเฉยๆ แต่คนอื่นคงไม่ไหว พักผ่อนตรงนี้สักครู่แล้วค่อยเดินทางต่อดีกว่า

[ลั่วเยว่เจี้ยน] ยิ้มมุมปาก ไม่ได้พูดอะไรต่อ คืนการควบคุมร่างกายให้ลั่วเยว่เจี้ยนอย่างเกียจคร้าน

พอกลับมาควบคุมร่างกายได้ ลั่วเยว่เจี้ยนก็ถอนหายใจโล่งอก เธอกลัวจริงๆ ว่าระบบปล่อยจอยจะยึดร่างเธอไปเลย แม้จะไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกดีกับระบบปล่อยจอยที่ยึดร่างตัวเองเมื่อกี้แปลกๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะลดความระแวงลง

เงียบกันไปครู่ใหญ่ คุณลุงชุดลายพรางก็เปิดปากพูดก่อน "เฮ้อ เกมปาฏิหาริย์นี่ประหลาดชะมัด งูยักษ์นั่นมีตั้งสี่ปีก แถมยังมีขาตั้งหกขา... ประหลาดจริงๆ..."

พ่อหนุ่มรากไทรเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือก "นั่นคือเฟยอี๋ ในคัมภีร์ซานไห่จิง บทซีซานจิง มีบันทึกไว้ว่า: [ไปทางตะวันตกหกสิบลี้ คือภูเขาไท่หัว สูงห้าพันเริ่น กว้างสิบลี้ ไร้ซึ่งนกและสัตว์อาศัย มีงูชนิดหนึ่ง นามว่าเฟยอี๋ หกเท้าสี่ปีก หากปรากฏตัว ใต้หล้าจักแห้งแล้ง]

"หมายความว่าบนภูเขาไท่หัวมีงูประหลาดชื่อ 'เฟยอี๋' หากมันปรากฏตัว แสดงว่าจะเกิดภัยแล้งรุนแรงเป็นวงกว้าง"

คุณลุงชุดลายพรางเลิกคิ้วอย่างแนบเนียน พูดชมกึ่งลองเชิง "แหม่ พ่อหนุ่มรากไทรนี่รอบรู้จริงๆ นะ เรื่องแบบนี้ยังรู้ แถมท่องจำได้อีก ฉันล่ะอายจริงๆ"

น้ำเสียงของพ่อหนุ่มรากไทรทุ้มต่ำแผ่วเบา ราวกับพยายามข่มอารมณ์บางอย่าง พูดอย่างเย็นชาว่า "แค่เคยอ่านเจอผ่านๆ"

พูดจบก็ทำท่าไม่ยอมคุยต่อ

"อย่างนี้นี่เอง" คุณลุงชุดลายพรางรู้กาละเทศะไม่ถามต่อ แต่เปลี่ยนไปคุยเรื่องก่อนหน้าแทน

"ไม่รู้ว่าเกมปาฏิหาริย์นี่มันคืออะไรกันแน่ ถึงได้มีสัตว์ประหลาดในซานไห่จิงโผล่มา? จะว่าไป เฟยอี๋โผล่มาแล้วจะเกิดภัยแล้ง ทะเลทรายแห่งนี้คงไม่ได้กลายเป็นแบบนี้เพราะไอ้ตัวนี้หรอกนะ?"

เขาก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบจากใคร แค่พูดเปรยๆ ไปอย่างนั้นเอง

คุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย สุดท้ายคุณลุงชุดลายพรางก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามสาวผมขาว "ฉันน่ะไม่ค่อยยอมรับใครหรอกนะ แต่วันนี้เธอทำเอาฉันทึ่งจริงๆ"

ลั่วเยว่เจี้ยน: ...

พอคุณลุงชุดลายพรางพูดเรื่องนี้ ลั่วเยว่เจี้ยนก็นึกถึงตอนที่ระบบปล่อยจอยยึดร่างเธอ แล้วก็คำพูดเหน็บแนมของระบบเมื่อกี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นโรคหน้าตาย ป่านนี้ลั่วเยว่เจี้ยนคงหน้าดำคร่ำเครียดไปแล้ว

เธอไม่มีอารมณ์จะคุยกับใคร เดิมทีก็ไม่อยากคุยอยู่แล้ว เลยเงยหน้ามองคุณลุงชุดลายพรางด้วยสายตาเกียจคร้าน แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากคุยด้วย

คุณลุงชุดลายพรางชะงัก เจอคนไม่อยากคุยด้วยสองคนติด ก็หมดอารมณ์จะคุยต่อ หุบปากเงียบไปปริยาย

จบบทที่ บทที่ 30 ทะเลทรายแห่งความตาย 13

คัดลอกลิงก์แล้ว