- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 22 ทะเลทรายแห่งความตาย 5
บทที่ 22 ทะเลทรายแห่งความตาย 5
บทที่ 22 ทะเลทรายแห่งความตาย 5
บทที่ 22 ทะเลทรายแห่งความตาย 5
พอรู้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางกายภาพไม่ใช่เรื่องลี้ลับ ชายหนุ่มหัวทองก็ใจกล้าขึ้นมาทันที เขาเดินย่องเข้าไปหากระดูกขาวชิ้นนั้น แล้วแอบชะโงกหน้าไปมองด้านหลังต้นกระบองเพชร
เห็นเพียงหนูยักษ์ตัวหนึ่งลำตัวยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ขาก็ยาวอย่างเหลือเชื่อ น่าจะยาวสักสามสี่สิบเซนติเมตร หางยิ่งยาวเกือบหนึ่งเมตร กำลังซ่อนอยู่หลังต้นกระบองเพชร กัดกินเลือดเนื้อบนกระดูกขาวอย่างรวดเร็ว
"เชี่ย ตัวบ้าอะไรเนี่ย? ไปเอาหนูตัวใหญ่ขนาดนี้มาจากไหน!" ชายหนุ่มหัวทองอุทานด้วยความตกใจ
"มันคือหนูเจอร์บัวทะเลทราย เพียงแต่น่าจะกลายพันธุ์" พ่อหนุ่มรากไทรเดินมาหยุดข้างหลังเขา เห็นภาพนี้เช่นกัน น้ำเสียงดูเคร่งเครียด
พอได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มหัวทองก็ดูเหมือนจะโล่งอก "โธ่ ก็แค่หนูตัวใหญ่ตัวหนึ่ง มีอะไรน่ากลัว"
เขามองสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อหนุ่มรากไทร แล้วเอ่ยปากเยาะเย้ย "มีแต่นายนั่นแหละที่ตื่นตูม ไม่รู้นึกว่าเป็นสัตว์ประหลาดอะไรซะอีก"
"ไม่ นายลองดูฟันของพวกมันสิ..." ยังไม่ทันที่พ่อหนุ่มรากไทรจะพูดอะไร คุณลุงชุดลายพรางก็ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเคร่งเครียดพูดแทรกขึ้นมา
ชายหนุ่มหัวทองไม่เข้าใจ พอสังเกตดูละเอียดๆ ก็ต้องผวาเมื่อพบว่าฟันสีน้ำตาลเหลืองที่เคี้ยวตุ้ยๆ เปื้อนเลือดเนื้อบนกระดูกอยู่นั้น กลับเป็นเขี้ยวที่ดูแหลมคมอย่างยิ่ง!
วินาทีถัดมา หนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ที่กินเนื้อจนเกลี้ยงก็เริ่มกัดกระดูกดัง "กร๊อบๆ" ภายใต้สายตาหวาดผวาของชายหนุ่มหัวทอง แรงกัดที่ดูเบาสบายราวกับฉีกกระดาษนั้น กลับบดขยี้กระดูกที่แข็งแกร่งจนละเอียดเป็นผุยผงได้อย่างง่ายดาย
"อ๊าก!!!" เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบของโอเอซิส ที่แท้ก็เป็นหนุ่มแว่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นหนูตัวนี้เข้า ทนไม่ไหวจนกรีดร้องออกมา
พอร้องเสร็จ เขาถึงรู้ตัวว่าทำพลาด รีบพูดตะกุกตะกักด้วยความรู้สึกผิดว่า "ข... ขอโทษครับ ผมกลัวสัตว์ฟันแทะพวกนี้จริงๆ..."
ทว่า เวลานี้ไม่มีใครมีอารมณ์มาฟังเขาแก้ตัวแล้ว เพราะทันทีที่สิ้นเสียงกรีดร้องของหนุ่มแว่น เจ้าหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารอยู่ตลอดตัวนั้น ก็สังเกตเห็นพวกเขาแล้ว
หูกลมเล็กของมันกระดิก ปลายจมูกขยับฟุดฟิด ดวงตาสีแดงฉานเหมือนถั่วคู่หนึ่งจ้องมองมาที่พวกเขา จากนั้นเสียงร้องแหลมสูงที่หูคนธรรมดายากจะแยกแยะก็ดังทะลุฟ้า
ผู้เล่นทั้งหกคนขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าซีดเผือด แววตาตื่นตระหนก เพราะหลังจากเสียงร้องแหลมนั้นสิ้นสุดลง หนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ตัวมหึมานับสิบตัวก็โผล่หัวออกมาจากพุ่มหญ้าต่างๆ
"แม่เจ้า..." สาวน้อยถักเปียพึมพำเสียงเบาด้วยความตกใจ
"ฉันเพิ่งเคยเห็นหนูตัวใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรก..."
หนุ่มแว่นเองก็พูดด้วยความหวาดกลัว "ไหนบอกว่าหนูเจอร์บัวทะเลทรายเป็นสัตว์สันโดษไงครับ?!"
คุณลุงชุดลายพรางมองหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์รอบๆ อย่างระแวดระวังพลางตอบกลับ
"พวกนี้เป็นหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ นิสัยย่อมต่างจากหนูเจอร์บัวธรรมดาอยู่แล้ว... ระวัง!"
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งตัว หนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ตัวแรกที่พวกเขาเจอก็กระโจนเข้าใส่ พุ่งตัวมาหาพวกเขาอย่างดุดัน!
ทุกคนเห็นเพียงภาพเบื้องหน้ามืดดับลงวูบหนึ่ง หนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ตัวนั้นก็ถูกกระบองสีดำสนิทจนแทบไม่มีแสงตกกระทบฟาดกระเด็นออกไป
ทุกคนมองตามกระบองไป เห็นเพียงพ่อหนุ่มรากไทรที่มีสีหน้าเย็นชากำลังจ้องมองฝูงหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ที่ส่งเสียงร้องจี๊ดๆ และขยับตัวยุกยิกเตรียมจะบุกเข้ามา
ปากก็พูดเสียงเย็น "หาอาวุธใกล้ๆ มือซะ ฉันไม่ปกป้องพวกนายหรอกนะ"
ระหว่างที่พูด หนูเจอร์บัวที่เตรียมตัวอยู่แล้วก็กระโจนเข้ามาพร้อมกัน ดวงตาสีแดงฉานอันดุร้ายฉายแววโลภโมโทสัน ฟันแหลมคมส่องประกายเย็นยะเยือก อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำเข้ามา
ชายหนุ่มหัวทองหยิบกิ่งไม้ค่อนข้างหนาจากพื้นขึ้นมา สายตามุ่งมั่น มองฝูงหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ข่มความกลัวในใจ กัดฟันหลับตาแล้วเหวี่ยงไม้ในมืออย่างบ้าคลั่ง
"อึก..." เสียงร้องอู้อี้ดังขึ้นข้างตัวชายหนุ่มหัวทอง ชายหนุ่มหัวทองลืมตาขึ้นมองข้างๆ โดยสัญชาตญาณ ก็เห็นพ่อหนุ่มรากไทรเอามือกุมไหล่ หลุบตามองต่ำคิ้วขมวดมุ่น
"ขอโทษที... ฉันไม่ได้ตั้งใจ..." ชายหนุ่มหัวทองตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองเผลอไปตีโดนพ่อหนุ่มรากไทร หน้าแดงก่ำด้วยความละอายใจทันที
เขารู้ดีว่าเมื่อกี้ตัวเองใส่แรงไปขนาดไหน ไหล่ของพ่อหนุ่มรากไทรต้องช้ำม่วงแน่นอน
แต่พ่อหนุ่มรากไทรไม่ได้มองชายหนุ่มหัวทองแม้แต่หางตา เขาแค่นวดไหล่นิดหน่อยแล้วใช้กระบองสีดำทมิฬแท่งนั้นต้านรับหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ต่อ
ชายหนุ่มหัวทองรู้สึกไม่พอใจนิดหน่อย แต่พอคิดได้ว่าตัวเองเป็นคนทำให้พ่อหนุ่มรากไทรเจ็บตัว อารมณ์ขุ่นเคืองที่เพิ่งก่อตัวขึ้นก็มลายหายไปทันที
เขาเรียกสติกลับมา เหวี่ยงไม้ในมือมั่วซั่วต่อไป เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่กล้าหลับตาแล้ว คอยระวังตลอดว่ารอบตัวมีผู้เล่นคนอื่นอยู่หรือเปล่า
ในมือคุณลุงชุดลายพรางถือวัตถุทรงกลมที่ไม่รู้จักชื่อ รอบวงกลมมีแผ่นเหล็กวงกลมติดฟันเลื่อยล้อมรอบอยู่หกอัน ทุกๆ 30 วินาที แผ่นเหล็กจะบินออกไปเอง ยิงไปรอบตัวในระยะหนึ่งเมตรแล้วบินกลับมาเองโดยอัตโนมัติ
ระหว่างนี้ คุณลุงชุดลายพรางใช้จานบินติดฟันเลื่อยในมือโจมตีหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามาตลอด แม้พลังการต่อสู้จะเทียบกับพ่อหนุ่มรากไทรไม่ได้เลย แต่ว่า...
คุณลุงชุดลายพรางมองหนุ่มแว่นกับสาวน้อยถักเปียที่อยู่รอบๆ ซึ่งสภาพแย่กว่าชายหนุ่มหัวทองเสียอีก ในแววตาฉายความรังเกียจพาดผ่าน
แม้พ่อหนุ่มรากไทรจะบอกตลอดว่าตัวเองจะไม่ปกป้องคนอื่น แต่ในระหว่างที่เขาเหวี่ยงกระบอง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังคอยดูแลคนอื่นรอบตัวอย่างมีสติ ช่วยลดแรงกดดันของคนอื่นไปได้มากโข
เมื่อเทียบกันแล้ว ลั่วเยว่เจี้ยนต่างหากที่ไม่มีความคิดจะปกป้องคนอื่นเลยสักนิด เธอไม่แม้แต่จะงัดเอาไพ่ที่หมุนเล่นอยู่ในมือออกมาใช้ เพียงแค่ขยับตัววูบไหวก็หลบการโจมตีของหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ได้ทั้งหมด ทำเอาคุณลุงชุดลายพรางที่หลบหลีกอย่างยากลำบากถึงกับคิ้วกระตุก
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เจตนาของลั่วเยว่เจี้ยน เธอมีคุณสมบัติ 'สัญชาตญาณเฉียบคม' การหลบหลีกการโจมตีพวกนั้นก็เหมือนการหายใจปกติ ร่างกายมันขยับหลบไปเองตามธรรมชาติก่อนที่สมองเธอจะทันตอบสนองเสียอีก
ในสายตาคนอื่น นี่มันเหมือนศิลปะชัดๆ
หลังจากโดนหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ข่วนเป็นแผลเลือดซิบอีกหน คุณลุงชุดลายพรางก็เริ่มทนไม่ไหว ระหว่างที่ต้องอดทนหลบหลีกและตอบโต้ไปพลาง ก็หันไปมองลั่วเยว่เจี้ยนแล้วถามเชิงปรึกษาว่า
"คุณช่วยลงมือหน่อยได้ไหม? พวกเราฝีมือไม่ดีขนาดนั้น จะยื้อไม่ไหวกันอยู่แล้ว"
ลั่วเยว่เจี้ยนนึกในใจว่าฉันก็อยากทำนะ แต่ฉันทำไม่ได้จริงๆ นี่นา! เธอแทบอยากจะให้สัญชาตญาณเฉียบคมไม่ทำงาน แล้วตัวเองจะได้โดนกรงเล็บหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ตบตายไปซะรู้แล้วรู้รอด!
เห็นลั่วเยว่เจี้ยนไม่ขยับทำอะไร คุณลุงชุดลายพรางก็อดเร่งเร้าไม่ได้ "คุณมีไอเทมไม่ใช่เหรอ? ใช้ออกมาหน่อยได้ไหมครับ?"
ลั่วเยว่เจี้ยนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองยังมีไอเทมอยู่นี่หว่า! เธอก็ไม่ได้อยากให้เพื่อนร่วมทีมตายกันหมด พอได้ยินคำเตือนของคุณลุงชุดลายพราง ก็หันไปมองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
สายตานี้ทำเอาคุณลุงชุดลายพรางเหงื่อแตกพลั่กท่ามกลางอากาศร้อนระอุ ตัวเขาแข็งทื่อ ในใจรู้สึกเสียใจภายหลังสุดขีด
เขาก็รู้อยู่ว่าลั่วเยว่เจี้ยนไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยง่ายๆ แล้วจะไปหาเรื่องเธอทำไม? ทั้งที่ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นจนตรอกสักหน่อย
ในขณะที่เขากำลังนึกเสียใจอยู่นั้น ก็เห็นลั่วเยว่เจี้ยนใช้นิ้วคีบไพ่แล้วตวัดเบาๆ เลือดก็พุ่งกระฉูดออกจากคอของหนูเจอร์บัวที่กระโจนอยู่กลางอากาศ เพียงชั่วพริบตา หนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ที่คนอื่นรับมือกันแทบตายก็สิ้นใจคาที่
ต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุที่หนูเจอร์บัวกลายพันธุ์พวกนี้รับมือยาก ส่วนใหญ่เป็นเพราะหนังพวกมันหนาและเหนียวมาก แม้แต่การโจมตีที่รุนแรงของพ่อหนุ่มรากไทร ก็ยังฆ่าพวกมันจริงๆ ได้ไม่กี่ตัว ทว่า สาวน้อยผมขาวแค่ลงมือครั้งเดียวก็ฆ่าหนูเจอร์บัวกลายพันธุ์ได้ทันที!
คุณลุงชุดลายพรางมองตาค้าง แววตาฉายความอิจฉาริษยาพาดผ่านแวบหนึ่ง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงแกล้งทำเป็นพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า
"นี่คือไอเทมของคุณเหรอครับ? ร้ายกาจมาก ผมว่าความคมของไพ่ใบนี้ไม่ด้อยไปกว่ากระบี่วิเศษในตำนานโบราณพวกนั้นเลย"