- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 15 คฤหาสน์ปีศาจ 15
บทที่ 15 คฤหาสน์ปีศาจ 15
บทที่ 15 คฤหาสน์ปีศาจ 15
บทที่ 15 คฤหาสน์ปีศาจ 15
ลั่วเยว่เจี้ยนที่เหม่อลอยมาตลอดจู่ๆ ก็รู้สึกแสบท้อง น้ำย่อยในกระเพาะเริ่มทำงาน ท้องร้องเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน เล่นเอาเธออายจนแทบจะเอาเท้าจิกพื้น
แต่พอลองคิดดู ตั้งแต่เข้ามาในเกมบ้านี่ เธอก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันหนึ่งคืนแล้ว การจะรู้สึกหิวมันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
พอคิดได้แบบนี้ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจของลั่วเยว่เจี้ยนก็บรรเทาลงไปได้เยอะ
ไม่รู้ว่าห้องครัวที่นี่จะมีอะไรให้กินไหมนะ? ลั่วเยว่เจี้ยนเริ่มครุ่นคิด
เธอเรียบเรียงคำพูดอยู่ในหัวครู่หนึ่ง คิดคำพูดออกมายาวเหยียดเพื่อเตือนคนอื่นว่าควรไปหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย แต่พอพูดออกไปกลับมีแค่เสียงเบาๆ ว่า "ห้องครัว..."
ภายในห้องลับเงียบสงัดมาก แม้แต่เสียงหายใจยังได้ยินชัดเจน ชายหนุ่มในชุดสูทและเด็กสาวอ่อนแอที่กำลังตกอยู่ในสงครามประสาทภายในใจได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ ของลั่วเยว่เจี้ยนทันที จึงพากันชะงักไป
ห้องครัว? ห้องครัวทำไม? หรือว่าสาวผมขาวจะหิว? ชายหนุ่มในชุดสูทคิดอย่างปลงตก แน่นอนเขารู้ดีว่าสาวผมขาวคงไม่ได้พูดคำว่าห้องครัวออกมาเพราะหิวหรอก เพียงแต่เขาไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของสาวผมขาวจริงๆ
เด็กสาวอ่อนแอเองก็ทำหน้าไม่เข้าใจ แต่เธอเป็นคนค่อนข้างละเอียดรอบคอบ เวลาไปที่ไหนมักจะสังเกตรอบด้านโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเธอจึงเริ่มพยายามนึกย้อนถึงสิ่งของภายในห้องครัว
พอได้ลองนึกดูเท่านั้นแหละ เด็กสาวอ่อนแอก็เบิกตากว้างทันที สีหน้าตื่นเต้นจนชายหนุ่มในชุดสูทยังอดหันมามองไม่ได้
ชายหนุ่มในชุดสูทถามว่า "เป็นอะไรไปครับ? คุณนึกอะไรออกเหรอ?"
เด็กสาวอ่อนแอพยักหน้าอย่างแรง พูดด้วยความตื่นเต้นว่า "คุณยังจำกลิ่นที่ออกมาจากตู้เย็นในห้องครัวได้ไหมคะ?"
ชายหนุ่มในชุดสูทตกตะลึง "คุณหมายถึง..."
"ใช่ค่ะ! ในตู้เย็นนั่นมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีเลือดแช่อยู่!"
เด็กสาวอ่อนแอระงับความตื่นเต้นในใจ แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องครัวทันที พอดึงประตูตู้เย็นเปิดออก ด้านในก็มีชามใบใหญ่สองใบที่บรรจุของเหลวสีแดงที่ไม่รู้ที่มา กับก้อนเนื้อน่าขยะแขยงที่มีไขมันสีขาวลอยฟูฟ่องอยู่อย่างที่คิดจริงๆ
กลิ่นคาวเลือดรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียนพุ่งปะทะใบหน้า ทว่าเด็กสาวอ่อนแอกลับรู้สึกเพียงแค่ความโล่งใจ ความรู้สึกโล่งใจที่ยังรักษาเส้นแบ่งศีลธรรมเอาไว้ได้ ไม่ต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป ทำให้เธอเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา
ชายหนุ่มในชุดสูทที่ตามหลังเด็กสาวอ่อนแอมาติดๆ ก็เห็นของที่อยู่ในตู้เย็นเช่นกัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มจมูก แต่ ณ วินาทีนี้มันกลับหอมหวลยิ่งกว่าน้ำหอมกลิ่นใดที่เขาเคยดมมาเสียอีก
หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกมาตลอดเห็นชายหนุ่มในชุดสูทและเด็กสาวอ่อนแอวิ่งไปที่ห้องครัวทีละคน ก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นเดินตามไปที่ห้องครัวบ้าง
น้ำเสียงของเธอเจือแววหยั่งเชิงและประจบเอาใจ "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? ในห้องครัวมีอะไรหรือเปล่า?"
เด็กสาวอ่อนแอและชายหนุ่มในชุดสูทหันกลับไปมองหญิงวัยกลางคน หญิงวัยกลางคนไม่มีทางรู้เลยว่าในชั่วพริบตานี้เธอได้กอบกู้ชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายกลับมาได้แล้ว เธอเพิ่งจะเดินสวนทางกับมัจจุราชมาหมาดๆ จริงๆ
เด็กสาวอ่อนแอยิ้มอย่างผ่อนคลาย แล้วส่ายหน้า "ไม่มีอะไรค่ะคุณน้า พวกเราแค่เจอไอเทมสำคัญชิ้นหนึ่ง อีกไม่นานพวกเราก็น่าจะผ่านด่านแล้วล่ะค่ะ"
"จริงเหรอคะ?!" หญิงวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นจนขอบตาแดงก่ำ ในคฤหาสน์หลังนี้เธอต้องเผชิญกับฝันร้ายที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนตลอดห้าสิบปี ความกดดันในใจแทบจะกดทับจนเธอหายใจไม่ออก
ในที่สุด...ในที่สุดก็จะจบแล้วเหรอ? หญิงวัยกลางคนรู้สึกเหมือนฝันไป
รวบรวมเลือดได้ครบแล้ว เรื่องที่เหลือก็ง่ายแล้ว
อืมมม...ค่อนข้างง่าย
ตามบันทึกในหนังสือค่ายกลลึกลับเล่มนั้น นอกจากเลือด 6,000 มิลลิลิตรแล้ว วงเวทย์หกแฉกวิญญาณคู่ขจัดมารยังต้องการวัตถุดิบจิปาถะอีกกว่ายี่สิบชนิด
ในนั้นมีวัตถุดิบหลักหกอย่าง วัตถุดิบรองสิบเจ็ดอย่าง ซึ่งไม่ใช่ของที่หาได้ง่ายๆ เลย อย่างเช่นขนตาหนู ใครบ้านไหนเขาจะเก็บไอ้ของพรรค์นี้ไว้กัน!
แต่ชายหนุ่มในชุดสูทและเด็กสาวอ่อนแอก็รู้ดีว่า ในเมื่อเจ้าของคฤหาสน์มีหนังสือค่ายกลเล่มนี้ และได้สร้างโครงร่างของวงเวทย์หกแฉกวิญญาณคู่ขจัดมารไว้เกือบเสร็จแล้ว งั้นพวกเขาก็น่าจะรวบรวมวัตถุดิบที่เหลือไว้เรียบร้อยแล้วแน่ๆ
สิ่งที่พวกเขาต้องทำ ก็แค่หาวัตถุดิบที่ถูกรวบรวมไว้แล้วเหล่านี้ให้เจอ
สองชั่วโมงต่อมา ในที่สุดเด็กสาวอ่อนแอก็เจอวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายในช่องลับตรงโต๊ะหัวเตียงห้องพ่อแม่—ขาจิ้งจก
พวกเขาถือวัตถุดิบทั้งหมดที่ต้องใช้กลับมาที่ห้องลับด้วยความตื่นเต้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
สาวผมขาวยังคงยืนนิ่งอย่างเย็นชาอยู่ที่เดิม แต่กลับทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทและเด็กสาวอ่อนแอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก สาวผมขาวเปรียบเสมือนเสาค้ำสมุทร ขอแค่มีเธออยู่ ก็ทำให้คนไม่หวาดหวั่นต่อคลื่นลม
ชายหนุ่มในชุดสูทมองสาวผมขาวแวบหนึ่ง เห็นสาวผมขาวไม่มีปฏิกิริยาอะไร จึงรับวัตถุดิบหลักหกอย่างมาจากมือเด็กสาวอ่อนแอ—ขาจิ้งจกสามขา ขนขาแมงมุมห้าเส้น ขนตาหนูสามเส้น น้ำจากดอกพลับพลึงแดงห้ามิลลิลิตร กลีบดอกบัวหิมะหนึ่งกลีบ และหินออบซิเดียนหนึ่งก้อน
ชายหนุ่มในชุดสูทวางวัตถุดิบหลักหกอย่างลงในมุมทั้งหกของวงเวทย์ดาวหกแฉกตามลำดับ เมื่อวางวัตถุดิบหลักชิ้นสุดท้ายลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง วงเวทย์ดาวหกแฉกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตะลึง
วงเวทย์ที่เดิมทีเหมือนภาพวาดลวกๆ บนพื้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นสีม่วงหรือสีแดงต่างก็เริ่มเปล่งแสงระยิบระยับออกมา โดยเส้นสีม่วงเริ่มหมุนวนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของชายหนุ่มในชุดสูทและเด็กสาวอ่อนแอ
หลังจากหมุนครบสามรอบ ตรงใจกลางของวงเวทย์หกแฉกวิญญาณคู่ขจัดมารจู่ๆ ก็ปรากฏวังวนสีม่วงดำขึ้นมา ด้านในราวกับมีดวงดาวนับไม่ถ้วนส่องแสงระยิบระยับ แต่กลับดูลึกลับและสุขุมนุ่มลึก ทำให้ชายหนุ่มในชุดสูทและเด็กสาวอ่อนแอต้องถอนหายใจด้วยความทึ่ง
ตามขั้นตอนในหนังสือค่ายกลลึกลับ ชายหนุ่มในชุดสูทโยนวัตถุดิบรองอื่นๆ เข้าไปในวังวนทีละอย่าง จนกระทั่งอย่างสุดท้าย—เลือดสดๆ หกพันมิลลิลิตร
ทว่าในขณะนั้นเอง เสียงกรีดร้องจากด้านนอกก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขา
"คุณน้าผู้หญิง!" เด็กสาวอ่อนแอหน้าซีดเผือด
ชายหนุ่มในชุดสูทสีหน้าเคร่งเครียดกัดฟันกรอด "เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าน้าแกอยู่ที่ห้องรับแขกตลอดเหรอ?"
ด้วยนิสัยขี้ขลาดของหญิงวัยกลางคน เธอไม่มีทางกล้าไปแตะต้องอะไรซี้ซั้วแน่ และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไปกระตุ้นข้อห้ามอะไรเข้า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ชายหนุ่มในชุดสูทเดินไปที่ประตูห้องลับ ถึงได้พบด้วยความหวาดผวาว่า นอกจากห้องลับห้องนี้แล้ว ภายนอกห้องลับ ลมปีศาจกำลังพัดโหมกระหน่ำ หมอกสีเทาปกคลุมไปทั่วทั้งคฤหาสน์
ชายหนุ่มในชุดสูทยังไม่ได้เข้าใกล้ประตูห้องลับด้วยซ้ำ ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาจากด้านนอก ทำให้คนหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
"นี่มันตัวอะไรกัน?!" ชายหนุ่มในชุดสูทตกใจจนหน้าถอดสี
เด็กสาวอ่อนแอในตอนนี้เดินมาอยู่ข้างหลังเขาแล้ว พอเห็นสถานการณ์ข้างนอก ก็พูดด้วยใบหน้าซีดขาวเคร่งเครียดว่า "เป็นไปได้ว่าพวกเรากระตุ้นการทำงานของวงเวทย์ขับไล่มาร ทำให้ปีศาจที่หลงเหลืออยู่ในคฤหาสน์ถูกปลุกขึ้นมาอาละวาด..."
สิ้นเสียงลง ด้านนอกห้องลับก็มีเงาผีที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวลอยผ่านไป สายตามองมาที่คนในห้องลับอย่างโลภมาก แต่ติดที่อะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถเข้ามาในห้องลับได้
เด็กสาวอ่อนแอตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น ปลายนิ้วที่สั่นเทาชี้ไปที่บันทึกในหนังสือค่ายกลลึกลับ "นะ...ในนี้เคยเขียนบอกไว้ว่า ตอนวงเวทย์ใกล้จะสำเร็จมีความเป็นไปได้สูงที่จะกระตุ้นให้ปีศาจเกิดความคุ้มคลั่ง..."
แต่เธอไม่คิดว่าเหตุการณ์วิปริตจะรุนแรงขนาดนี้ ในตอนนี้ นอกจากในห้องลับแล้ว ด้านนอกล้วนถูกปีศาจยึดครองไปหมดแล้ว
เดิมทีเธอคิดว่าจะรอให้วงเวทย์ใกล้เสร็จแล้วค่อยเรียกหญิงวัยกลางคนเข้ามาในห้องลับ แต่เพราะตื่นเต้นเกินไปที่จะได้ออกไปจากสถานที่เฮงซวยนี้ เลยลืมความคิดก่อนหน้านี้ของตัวเองไปเสียสนิท
หญิงวัยกลางคนจึงต้องตายอยู่ด้านนอกอย่างไม่มีทางสู้ เพียงเพราะความสะเพร่าของเธอจึงต้องจบชีวิตลง
ในใจของเด็กสาวอ่อนแอเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโทษตัวเอง รู้สึกผิด เสียดาย และอื่นๆ น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
ชายหนุ่มในชุดสูทไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกผิดในใจของเด็กสาวอ่อนแอ เพียงแค่ทอดถอนใจว่าชะตากรรมของหญิงวัยกลางคนคงกำหนดมาแบบนี้ เพราะไม่กล้ามองศพชายผมเสยจึงเอาแต่หลบอยู่ที่ห้องรับแขก สุดท้ายต้องมาตายอย่างอนาถที่ห้องรับแขก
ในขณะที่เขากำลังปลงตกอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงของหล่นดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงน้ำไหล
ชายหนุ่มในชุดสูทหันขวับกลับไปมองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แล้วต้องเบิกตาแทบถลนเมื่อเห็นชามที่เดิมทีใส่เลือดไว้ล้มคว่ำอยู่บนพื้น เลือดที่เคยเต็มชามหกกระจายลงบนพื้นที่ว่างเปล่าจนหมดสิ้น
เลือดที่ไหลนองพื้นแล้วค่อยๆ ซึมหายไปก็เหมือนกับเลือดเนื้อและแรงกายแรงใจของชายหนุ่มในชุดสูท ที่มลายหายไปในพริบตา ไม่มีใครทำใจยอมรับได้ที่ชีวิตคนคนหนึ่งที่อุตส่าห์กอบกู้มาได้อย่างยากลำบากต้องมาสูญเสียไปเพราะความผิดพลาดที่เหมือนเรื่องล้อเล่นแบบนี้
ชายหนุ่มในชุดสูทค่อยๆ เงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาแดงก่ำ เห็นเพียงคนที่ยืนอยู่ข้างชามเปล่าใบนั้นดันกลายเป็น—
สาวผมขาว