- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 79 ตอนพิเศษของตงเอ๋อร์
บทที่ 79 ตอนพิเศษของตงเอ๋อร์
บทที่ 79 ตอนพิเศษของตงเอ๋อร์
บทที่ 79 ตอนพิเศษของตงเอ๋อร์
ข้าไม่ได้ชื่อตงเอ๋อร์ ข้าชื่อเจ้าลิงน้อย ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองแซ่อะไร ข้ารู้แค่ว่าข้าเป็นหัวขโมย
อย่าถามว่าทำไมข้าถึงเป็นหัวขโมย ข้าจำความได้ก็เป็นแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะเลี้ยงข้าทำไม?
พวกเขาคือใคร? พวกเขาคือลุงหวังกับป้าหวัง พวกเขาให้ข้ากินให้ข้าดื่ม แต่ข้าก็ต้องเอาของที่ขโมยมาได้ให้พวกเขา ข้าว่ามันก็ยุติธรรมดี เพราะถ้าไม่มีผู้ใหญ่สองคนนี้คอยคุ้มกะลาหัว เจ้าพวกเด็กเหลือขออย่างพวกข้าคงถูกเอาไปขาย หรือตายอยู่ข้างถนนโดยไม่มีใครรู้ไปแล้ว
แต่ต่อมาพวกเขาถูกทางการจับตัวไป พวกเด็กเหลือขอตัวเล็กๆ ก็ถูกทางการพาตัวไปด้วย
ข้าไม่รู้จะไปทำอะไร ก็เลยยังคงใช้ชีวิตด้วยการลักเล็กขโมยน้อยเหมือนเดิม กะว่าอีกสักสองปีจะหาผู้ชายสักคนแต่งงานด้วย แล้วก็ไปเก็บเด็กเหลือขอมาสอนวิชาขโมยของ
เหมือนอย่างลุงหวังกับป้าหวัง
เพียงแต่ต้องระวังหน่อย จะทำเหมือนป้าหวังไม่ได้ พอเห็นเด็กในปกครองโดนตีหนักเข้าหน่อยก็พุ่งออกไปให้เขาจับ
แต่วันนั้นข้าดันพลาดท่า ตอนกำลังล้วงกระเป๋าเงินยายป้าคนหนึ่งก็โดนจับได้คาหนังคาเขา
ยายป้านั่นมองหน้าข้า ไม่ได้โวยวายจะแจ้งทางการ
แค่ลากข้าไปข้างทาง บิดหูข้า แล้วตบสั่งสอนไปชุดใหญ่
ตบไปก็บ่นไป
"ไม่รักดี! จะขโมยอีกไหม! จะขโมยอีกไหม!"
ขโมยสิ! จะไม่ขโมยได้ยังไง! ข้ามีชีวิตมาสิบห้าปี เป็นขโมยไปแล้วสิบปี นี่มันอาชีพข้านะ!
แต่ยายป้านี่มือหนักชะมัด รู้สึกเหมือน...
เหมือนแม่ที่โกรธจัดตีลูกที่ไม่เชื่อฟัง ข้าโดนตบจนเจ็บร้าวไปทั้งหน้า ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว
แต่ตอนนั้นเองก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มา นางแต่งตัวสวยมาก ด้านหลังมีคนติดตามเป็นขบวน น่าจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่
นางเข้ามา "ผดุงความยุติธรรม" ให้ข้า เล่นเอายายป้าคนนั้นโกรธแทบแย่ ไม่หันมามองข้าอีกเลย คว้าเงินแล้วก็เดินหนีไป
คุณหนูคนนั้นประคองข้าขึ้นมา อยากให้ข้าไปเป็นสาวใช้
ข้าแกล้งเล่นตัว บอกว่าข้าไม่ขายตัว ไม่เซ็นสัญญา
แต่นางก็ยังตกลง แถมยังชมว่าข้ามีศักดิ์ศรี
ฮึ คนโง่แบบนี้ข้าต้องเกาะให้แน่น!
นางพาข้ากลับบ้าน ที่แท้นางก็เป็นลูกสาวอัครมหาเสนาบดีไป๋ คุณหนูรองแห่งจวนสกุลไป๋ ท่านอัครมหาเสนาบดีไป๋ข้ารู้จัก! ขนาดลุงหวังป้าหวังยังบอกว่าเป็นคนดี งั้นเขาต้องเป็นคนดีจริงๆ แน่!
คุณหนูรองให้คนพาข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดสวยงาม จัดห้องกว้างขวางให้อยู่ ในห้องยังมีสาวใช้อีกคนชื่อชิวเอ๋อร์ แต่นางดูเหมือนจะไม่สบาย เอาแต่ก้มหน้าพักผ่อน อ้อ คุณหนูรองตั้งชื่อให้ข้าว่าตงเอ๋อร์ คงจะตั้งให้คล้องจองกับชื่อชิวเอ๋อร์กระมัง
พอมาอยู่จวนสกุลไป๋ ข้าถึงได้รู้ว่าเตียงที่สะอาดนุ่มนิ่มมันนอนสบายขนาดนี้ แป้งหมี่ขาวมันขาวเหมือนหิมะจริงๆ แล้วผ้าบางชนิดก็ลื่นกว่าผิวคนเสียอีก
หลายวันต่อมาข้าก็เริ่มคิด หรือข้าจะล้มเลิกอาชีพและแผนการเดิมชั่วคราวดีนะ?
ก็คุณหนูรองคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนดีเหมือนใต้เท้าไป๋นี่นา
การเป็นสาวใช้ในจวนสกุลไป๋ไปตลอดชีวิตก็ดูไม่เลวเหมือนกัน
ข้ายังตัดสินใจไม่ได้ ตกค่ำ คุณหนูรองก็สั่งคนมาเรียกชิวเอ๋อร์
ชิวเอ๋อร์ก้มหน้า เดินโซเซออกไป
ข้าเลยคิดว่า ป่วยออดๆ แอดๆ แบบนี้จะดูแลคุณหนูรองได้ดีได้ยังไง ข้าตามไปดูหน่อยดีกว่า
ข้ายืนรออยู่หน้าประตู กะว่ารอชิวเอ๋อร์ออกมาข้าจะเข้าไปเปลี่ยน
แต่ข้าไม่เห็นชิวเอ๋อร์ออกมา กลับได้ยินเสียงตบตีและเสียงกรีดร้องของนางแทน
และเสียงด่าทอของคุณหนูรองเป็นชุด
ฟังดูแล้วไม่ได้ด่าชิวเอ๋อร์ แต่ยืมมือชิวเอ๋อร์ระบายอารมณ์ด่าคนอื่น
ชั่วพริบตานั้น อากาศปลายฤดูร้อนเหมือนจะเข้าสู่ฤดูหนาวตามชื่อข้าจริงๆ
ลมหนาวพัดมาวูบใหญ่ พัดเอาความอบอุ่นในตัวข้าไปจนหมดสิ้น
เสียงกรีดร้องดังอยู่นาน
พอประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง ชิวเอ๋อร์ก็เดินโซซัดโซเซออกมา
ข้าเพิ่งเคยเห็นหน้าของนางชัดๆ เป็นครั้งแรก นางน่าจะสวยมาก มีดวงตาที่งดงาม แม้จะมีน้ำตาคลอเบ้า
แต่บนแก้มมีทั้งแผลเก่าแผลใหม่ แดงช้ำม่วงเขียว ดูน่ากลัวมาก
ชิวเอ๋อร์เห็นข้าก็ไม่พูดอะไร ข้าอยากจะเข้าไปประคองแขนนาง แต่กลับพบว่าแขนของนางเต็มไปด้วยรูเล็กๆ เลือดซิบ น่าจะโดนปิ่นปักผมทิ่ม
ใครๆ ก็บอกว่าลุงหวังป้าหวังเป็นคนเลว แต่พวกเขาก็ไม่เคยตีพวกข้าขนาดนี้
แต่กุลสตรีผู้สูงศักดิ์คนนี้ กลับตบตีคนแล้วยังเดินเฉิดฉายได้อย่างสง่างาม
นี่หรือคือคุณหนูตระกูลใหญ่?
นี่หรือคือลูกสาวอัครมหาเสนาบดีไป๋?
ทำไมกัน?
ข้านอนไม่หลับ ชิวเอ๋อร์ก็เหมือนกัน นางคงมีเรื่องในใจ
ต่อมานางก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ ออกไปข้างนอก ข้าแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
สักพักก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากห้องคุณหนูรอง
ข้าไปมุงดู เห็นคุณหนูรองกับอ๋องเยี่ยนอะไรนั่นเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เห็นคุณหนูรองดื้อรั้นขัดใจพ่อแม่ ถึงขั้นยอมตัดขาดความสัมพันธ์
น่าเบื่อ น่าเบื่อจริงๆ
หลังจากนั้นคุณหนูรองก็สมัครใจเป็นอนุ ถูกหามเข้าจวนอ๋องเยี่ยน ข้ากลายเป็นสาวใช้คนเดียวของนาง ก็ต้องตามไปด้วย
ยังดีที่ชิวเอ๋อร์ได้อยู่ที่จวนสกุลไป๋ต่อ
พอไปถึงจวนอ๋องเยี่ยน คุณหนูรองก็จะไปตบตีกับอนุคนอื่น ข้าต้องออกแรงดึงนางไว้ นางจะรนหาที่ตายก็เรื่องของนาง แต่อย่าลากข้าไปด้วย
จุดจบคือศาลเตี้ย นางถูกขัง ยังดีที่ไม่ขังข้าด้วย ข้าไม่อยากอยู่เป็นเพื่อนนาง นางอารมณ์บูดขนาดนี้ ข้าไม่อยากเป็นชิวเอ๋อร์คนที่สอง
ข้าจะหนีไปดื้อๆ ก็ไม่ได้ ขโมยอย่างข้าไม่เคยกลับมือเปล่า ในฐานะหัวขโมยผู้รักในอาชีพ ข้าต้องมีจรรยาบรรณ
ในที่สุดโอกาสก็มาถึง นางเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงวันไหว้พระจันทร์กับอ๋องเยี่ยน ข้าแกล้งปวดท้องไม่ไป
สมองอันโง่เขลาของนางคงไม่ได้คิดอะไรมาก พอนางไป ข้าก็กวาดตั๋วเงินของนางมาหมดเกลี้ยง แล้วเดินออกจากจวนอ๋องเยี่ยนอย่างสง่าผ่าเผย
สบายตัว! เงินตั้งเยอะขนาดนี้พอให้ข้าเก็บเด็กเหลือขอได้เป็นพันคนเลย!
ข้าจะต้องเป็นยอดหัวขโมย! เป็นปรมาจารย์แห่งการขโมย! เป็นคุณย่าทวดแห่งวงการขโมย!
ข้าเดินกร่างอยู่บนถนน เดินไปก็เก็บเด็กเหลือขอไป
จนกระทั่งข้าถูกทหารล้อมจับ
ความฝันที่จะเป็นปรมาจารย์แห่งการขโมย ประกาศล้มละลายตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้ง...
ต่อมาพวกเขาพาข้าไปที่ที่ข้าไม่รู้จัก ที่นั่นมีผู้หญิงสวยมากๆ คนหนึ่ง
นางถามข้าว่าทำไมถึงเก็บเด็กเหลือขอ ข้าบอกว่าข้าจะสืบทอดเจตนารมณ์ของลุงหวังป้าหวัง จะเป็นปรมาจารย์แห่งการขโมย
นางถามอีกว่าลุงหวังป้าหวังคือใคร ข้าเล่าให้นางฟังอย่างละเอียด หวังว่านางจะเห็นแก่ที่ข้าว่านอนสอนง่ายแล้วปล่อยข้าไป
นางฟังจบก็พยักหน้า แถมยังยิ้มแล้วโบกมือให้
ข้าคิดว่ามีหวังแล้ว นี่กำลังบอกลาข้าสินะ!
ที่ไหนได้ วินาทีถัดมาข้าก็ถูกกดตัวลง แล้วถูกขังลืม ขังยาวไปหนึ่งปีเต็ม
จะขังก็ขังแต่แรกสิ! เปลืองน้ำลายข้าชะมัด!
หนึ่งปีผ่านไปข้าถูกปล่อยตัวออกมา แต่ก็เหมือนไม่ได้ปล่อย ผู้หญิงคนนั้นจับข้าโยนเข้าไปในสถานศึกษาสตรี ให้ข้าเรียนหนังสือ
เรียนหนังสือ? เอ่อ ขอโทษนะ ข้าขอกลับไปโดนขังเหมือนเดิมได้ไหม? ། – _ – །
ต่อมา ข้าถึงรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือฮองเฮาองค์ปัจจุบัน นางยังฝากจดหมายมาให้ข้าฉบับหนึ่ง
ในจดหมายเขียนว่าอะไรข้าไม่บอกหรอก แต่ข้ารู้ว่าชาตินี้ข้าคงหนีไปไหนไม่พ้นแล้ว
ข้าใช้แรงใจแรงกายทั้งหมดที่มีตั้งใจเรียน จนในที่สุดสามปีต่อมาก็จบการศึกษา
หลังจากจบการศึกษา ชั่วชีวิตนี้ข้าทำอยู่เรื่องเดียว
นั่นคือรวบรวมเด็กๆ
ไม่ว่าจะเป็นเด็กกำพร้า เด็กที่ถูกทิ้ง เด็กที่ถูกทารุณกรรมในบ้าน หรือเด็กหลงทาง ราชวงศ์ต้าเฉียนเพิ่งสร้างแผ่นดินได้ไม่กี่สิบปี ยังไม่มั่นคงนัก มีภัยพิบัติ มีสงคราม แต่ที่ไหนมีเด็ก ที่นั่นต้องมีข้า
ข้ารวบรวมพวกเขามา เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ สอนวิชาชีพให้พวกเขามีที่ยืนในสังคม อ้อ แน่นอนว่าไม่ใช่วิชาขโมยของ เห็นข้าเป็นคนยังไงเนี่ย!
จากตอนแรกที่ยุ่งจนหัวหมุน ต่อมาเด็กที่ข้าต้องไปเก็บมาก็น้อยลงเรื่อยๆ
ข้าว่างขึ้นเรื่อยๆ แต่ข้ากลับมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าข้าจะแก่เฒ่าลงทุกวัน
ข้าเฝ้ารอวันที่ข้าจะได้พักผ่อนอย่างแท้จริง และข้าเชื่อว่าวันนั้นจะต้องมาถึงแน่นอน