- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 16 แม่ของนางรองตัวร้าย 16
บทที่ 16 แม่ของนางรองตัวร้าย 16
บทที่ 16 แม่ของนางรองตัวร้าย 16
บทที่ 16 แม่ของนางรองตัวร้าย 16
คืนวันศุกร์ ตั๋วหนังใบหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ในโต๊ะเรียนของจือเยว่ เธอแอบยัดมันใส่กระเป๋าอย่างลับๆ ล่อๆ
กลับถึงบ้านหยิบออกมาพินิจดู เป็นรอบคืนวันพรุ่งนี้ เป็นหนังนอกกระแสที่ได้รับคำชมอย่างมาก
"เขาชวนฉันดูหนังเหรอ? งั้นไปก็ได้ ฉันไม่ได้อยากเจอเขานะ ฉันแค่อยากดูหนังเฉยๆ!"
จือเยว่คิดไปก็กลิ้งไปมาบนเตียง
บ่ายวันรุ่งขึ้นจือเยว่เริ่มลองชุดเปลี่ยนชุดไม่หยุด กว่าจะเคาะชุดที่ถูกใจได้ ก็เริ่มรีบร้อนแต่งหน้าทำผม
ไป๋ซ่านเห็นท่าทางของลูกสาวก็อดขำไม่ได้ แกล้งแซวว่า "แต่งตัวสวยขนาดนี้จะไปไหนจ๊ะ ไปเดตเหรอ?"
จือเยว่เขินจนไม่อยากยอมรับแต่ก็ไม่อยากโกหก ได้แต่อึกอักเปลี่ยนเรื่อง
"มะ...แม่ กินข้าวหรือยังคะ?"
ยัยลูกทึ่มคนนี้ ดูไม่ได้เลยจริงๆ บ่ายป่านนี้ใครเขากินข้าวกัน?
ไป๋ซ่านเห็นหน้าแดงเป็นตูดลิงของลูกสาว ก็ทำใจแซวต่อไม่ลง
ไป๋จือเยว่ไปถึงโรงหนังก่อนเวลามาก เธอเขินอายที่จะรอข้างนอก เลยเข้าไปนั่งรอในโรงหนังอย่างว่าง่าย มือสองข้างบีบกันไปมา เหงื่อซึมออกมาเต็มฝ่ามือ
แต่รอจนหนังใกล้ฉาย ซูเฮ่อหล่างก็ยังไม่มา ที่นั่งข้างๆ ทั้งสองฝั่งก็ยังว่างเปล่า จากความตื่นเต้นในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความน้อยใจ ผู้ชายจะมาเดตสายขนาดนี้ได้ยังไง?
คิดอยากจะถามเขาแต่ก็ไม่มีเบอร์ติดต่อ ได้แต่นั่งรออย่างโง่เขลา หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ทั้งอยากให้เขามา ทั้งเขินอายตื่นเต้น แต่ถ้าไม่มา ก็ทั้งผิดหวังและเสียใจ
หนังฉายไปครึ่งเรื่อง ไป๋จือเยว่ดูไม่รู้เรื่องเลยสักนิด เพราะซูเฮ่อหล่างยังไม่ปรากฏตัว เธอปลอบใจตัวเองว่าเขาอาจจะติดธุระ เดี๋ยวรออีกหน่อยแล้วกัน
แต่จนหนังจบ ไฟในโรงสว่างขึ้น ผู้คนทยอยเดินออกไปหมดแล้ว ซูเฮ่อหล่างก็ยังไม่มา
เธอรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองเหมือนคนโง่ เขาให้ตั๋วหนังมาใบเดียวก็แต่งตัวสวยวิ่งแจ้นมา แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเทเธอ
เธอเดินกลับบ้านอย่างผิดหวัง ฟ้ามืดแล้ว ถนนสายนี้คนไม่มาก แสงไฟถนนส่องกระทบร่างอันโดดเดี่ยวของเธอ ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรับนัด เธอคาดหวังไว้เต็มเปี่ยม แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาคน เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป นั่งร้องไห้อย่างน้อยใจบนม้านั่งข้างทาง
˃̣̣̥᷄⌓˂̣̣̥᷅
ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งยื่นทิชชูมาตรงหน้าเธอ
"ร้องไห้ทำไมครับ?"
ไป๋จือเยว่ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น เป็นซูเฮ่อหล่าง เขาก้มตัวมองดูเธอ แววตาเต็มไปด้วยความสับสน
"นายเทฉัน ยังจะมาถามอีกว่าร้องไห้ทำไม?"
เธอร้องไห้ดังกว่าเดิม
˚‧º·(˚ ˃̣̣̥᷄⌓˂̣̣̥᷅ )‧º·˚
ซูเฮ่อหล่างลนลาน คนที่ปกติสงบนิ่งอย่างเขา เป็นครั้งแรกที่ทำอะไรไม่ถูก
"ผม...ผมไม่ได้เทคุณนะ ผม...ผมก็แค่..."
"ก็แค่อะไร! พูดมาสิ! พูดมาว่าทำไมส่งของขวัญให้ตลอดแต่ไม่ยอมคุยกับฉัน พูดมาว่าทำไมนัดดูหนังแต่เพิ่งจะโผล่หัวมาตอนนี้!" ಠ╭╮ಠ
ซูเฮ่อหล่างมองเด็กสาวที่แต่งตัวมาอย่างประณีต ร้องไห้จนหน้าตาเลอะเทอะ ใจอ่อนยวบยาบ
"ที่แท้คุณก็รู้หมดแล้ว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องส่งของขวัญให้คุณ แค่เวลาผมกินของอร่อยก็จะคิดถึงคุณ เจอเรื่องน่าสนใจก็จะคิดถึงคุณ ดอกไม้บานดอกเล็กๆ ก็ทำให้คิดถึงคุณ ทุกสิ่งน่ารักๆ ที่เจอในชีวิตประจำวัน ล้วนทำให้ผมคิดถึงคุณ อยากจะแบ่งปันกับคุณ ผมคิดว่า ผมคงชอบคุณเข้าแล้ว"
ซูเฮ่อหล่างเขินอายเล็กน้อย แต่ก็พูดต่อ
"คุณรีบมาเรียนทุกวัน เลิกเรียนก็ไปซ้อมดนตรี จิตใจบริสุทธิ์ใสซื่อ ผมคิดว่าคุณยังเด็กเกินไป ยังไม่มีความคิดเรื่องความรัก ผมเลยไม่กล้าบอกคุณ กลัวจะทำให้คุณตื่นตระหนก และกลัวว่าถ้าคุณปฏิเสธ ผมจะไม่มีทางเข้าใกล้คุณได้อย่างเปิดเผยแบบนี้อีก ผมอยากจะค่อยๆ เฝ้ามองคุณเติบโต รอวันที่คุณอยากมีความรักผมค่อยปรากฏตัว"
เสียงของเขาทุ้มต่ำและอ่อนโยน ยามเอื้อนเอ่ยความในใจเหมือนน้ำอุ่นที่ค่อยๆ โอบล้อมจือเยว่
เธอเริ่มหน้าแดงอีกครั้ง
"ส่วนตั๋วหนังใบนั้น ผมมาดูคนเดียวเมื่อวันก่อนแล้วรู้สึกว่าดีมาก เลยอยากแนะนำให้คุณดู ที่นั่งข้างๆ ผมก็ซื้อไว้ด้วย กลัวคนอื่นจะมารบกวนคุณ"
"ผมไม่กล้าปรากฏตัว แต่ก็คิดว่าให้คุณออกมาดูหนังตอนกลางคืนควรจะต้องส่งคุณกลับบ้าน เลยแอบรออยู่ข้างนอกตลอด คิดไม่ถึงว่าคุณจะรอผมอยู่..."
"แสดงว่าคุณ...คุณก็อยากให้ผมปรากฏตัวใช่ไหม?"
พูดถึงตรงนี้ซูเฮ่อหล่างมองไปที่เด็กสาว แววตามีทั้งความประหลาดใจและความกังวล
จือเยว่อยากบอกว่าไม่ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับซูเฮ่อหล่างที่ดูแลเธออย่างดี คำปฏิเสธนั้นกลับพูดไม่ออก
"จริงๆ แล้ว ก็มีนิดนึง แค่นิดนึงเท่านั้นแหละ!"
อารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อครู่ละลายหายไปในบ่อน้ำอุ่นนี้จนหมดสิ้น
ซูเฮ่อหล่างยิ้มมองเธอ เหมือนมองเด็กซนคนหนึ่ง
"ตะ...แต่ทำไมคุณถึงชอบฉันล่ะ เจอกันครั้งแรกฉันหิ้วคอเสื้อคุณอย่างป่าเถื่อนขนาดนั้น..."
ซูเฮ่อหล่างกลั้นขำไม่อยู่หลุดหัวเราะออกมา
"เด็กสาวที่ในสถานการณ์ตึงเครียดขนาดนั้น ยังไม่ลืมขอโทษผม จะป่าเถื่อนได้ขนาดไหนกันเชียว?"
"ผมรู้ว่าความฝันของคุณคือการเป็นนักไวโอลินที่ยอดเยี่ยม งานแสดงดนตรีในประเทศของคุณเดือนหน้าก็จะเริ่มแล้ว ผมไม่อยากกวนสมาธิคุณตอนนี้ รอให้งานแสดงจบลง ถ้าคุณยังอยากเจอผมอีกสักนิด คุณช่วยรับผมเป็นแฟนได้ไหมครับ?"
แฟ...แฟนเหรอ?
เธอทวนคำนี้ในใจเบาๆ คำธรรมดาๆ คำหนึ่งกลับมีความหมายพิเศษเพราะเขา
ค่ำคืนในฤดูร้อนนี้ แม้แต่สายลมก็ยังอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ
โลกเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน มีแสงสว่างย่อมมีเงา บางคนใฝ่หาแสงสว่าง บางคนกลับจมดิ่งลงสู่ปลักโคลนแห่งความมืดมิด
เวลานี้ฉู่ว่านชิง กำลังก้าวเท้าทีละก้าวไปยังห้องของเถ้าแก่โรงแรม เข้าไปในห้องแล้วถอดเสื้อผ้าโยนทิ้งแทบเท้าทีละชิ้น
เถ้าแก่ตาค้าง
"ช่วยฉัน แล้วฉันจะเป็นของคุณ"
"ช่วยเธอ? 500 พอไหม?"
"ฉันไม่เอาเงิน ฉันต้องการชีวิตเซียวเจิ้นอวี่!"
เถ้าแก่หัวเราะร่า ดึงเธอล้มลงบนเตียง มองเธอจากมุมสูง
"ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิตนะ! เพื่อเธอเหรอ? อีตัวราคาถูก เธอมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ฉู่ว่านชิงยิ้มเย็น "เมียแกใกล้จะกลับมาแล้วใช่ไหม?"
"นังแพศยา แกจะทำอะไร?" เถ้าแก่โมโหสุดขีด
เมื่อก่อนเขาเป็นแค่นักเลงกระจอก ถ้าไม่มีเมีย ป่านนี้ก็คงยังเป็นนักเลงจนๆ คนหนึ่ง
"ฉันไม่เอาชีวิตเขาก็ได้ แกช่วยจับเขากดไว้ ให้ฉันซ้อมระบายอารมณ์สักยก! แล้วฉันจะยอมเป็นผู้หญิงของแกด้วยความเต็มใจ แถมช่วยปิดบังเมียแกให้ด้วย!"
เถ้าแก่กวาดตามองเรือนร่างเว้าโค้งของเธอ คุ้มค่า
"ได้ ฉันตกลง แต่แกก็อย่าให้ถึงตายนะ!"
ฉู่ว่านชิงคนก่อน ต่อให้เซียวเจิ้นอวี่ตบตีเธอ เธอก็ยังมีความหวัง ขอแค่เขากลับมารุ่งเรืองได้ เธอผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด จะต้องได้รับการทะนุถนอมจากเขาแน่นอน
แต่ตั้งแต่วันนั้น ความฝันของเธอก็พังทลาย ถูกเขาขายให้ไอ้นักเลงแลกเงิน 500 ต่อให้วันหนึ่งเขาพลิกฟื้นได้ คนแรกที่เขาจะกำจัด ก็คงเป็นเธอ
เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนรับได้ที่ผู้หญิงของตัวเองมีอดีตแบบนี้ ยิ่งเป็นอดีตที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยมือตัวเอง
เธอแค้น เซียวเจิ้นอวี่ทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง!
คืนนั้น เธอเอาเงินที่เถ้าแก่ให้ ซื้อเหล้าดีๆ ให้เซียวเจิ้นอวี่สองขวด
เซียวเจิ้นอวี่ดื่มไปก็ถามไปว่าเธอไปขายตัวมาหรือเปล่า ไม่งั้นเอาเงินมาจากไหน
ฉู่ว่านชิงไม่พูดอะไร รอจนเขาเมามาย ก็เปิดประตูห้อง
เหมือนครั้งที่แล้ว คนที่รออยู่หน้าประตูคือเถ้าแก่โรงแรม เพียงแต่ครั้งนี้คนเปิดประตูเปลี่ยนไป
"พวกแกจะทำอะไร? คู่ผัวตัวเมีย จะไปเอากันก็ออกไปข้างนอก อย่าลืมเอาเงินให้ฉันด้วย!"
เซียวเจิ้นอวี่นอนก่นด่าอยู่บนเตียง ยังไม่รู้ชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
เถ้าแก่เดินเข้าห้อง ในมือถือเชือกป่าน มัดเซียวเจิ้นอวี่จนแน่นหนา
ตอนนี้เขาถึงรู้สึกผิดปกติ พยายามดิ้นรน แต่คุณชายที่ไม่เคยทำงานหนักแถมยังเมาแอ๋ จะไปสู้แรงเถ้าแก่โรงแรมที่หากินปากกัดตีนถีบในสังคมชั้นล่างได้ยังไง
"เริ่มเลย!"
ฉู่ว่านชิงถือไม้เข้ามาจากข้างนอก จ้องมองเซียวเจิ้นอวี่เขม็ง ในหัวฉายภาพความทรงจำของทั้งคู่ซ้ำไปซ้ำมา ตั้งแต่เจอกัน รักกัน จนถึงการถูกบังคับขู่เข็ญและตบตี แล้วก็ถูกเขาขายให้คนอื่น...
ตาของฉู่ว่านชิงแดงก่ำ ชูไม้ในมือขึ้นสูง ฟาดลงไปที่ขาของเซียวเจิ้นอวี่อย่างแรง
หนึ่งที สองที เธอจ้องตีแต่จุดเดิม ปากของเซียวเจิ้นอวี่ถูกเถ้าแก่อุดไว้ ได้ยินแต่เสียงอู้อี้ด้วยความเจ็บปวด
เถ้าแก่นึกไม่ถึงว่าฉู่ว่านชิงจะลงมือหนักขนาดนี้ นึกว่าผู้หญิงตัวผอมๆ ตียังไงก็ไม่เจ็บหนัก ที่ไหนได้กะเอาให้พิการ ทีเดียวไม่หักก็ตีสองที กว่าเขาจะตั้งสติได้แล้วเข้าไปดึงตัวออกมา หัวเข่าทั้งสองข้างของเซียวเจิ้นอวี่ก็เละเทะไปแล้ว!
เถ้าแก่สูดหายใจเฮือกใหญ่
แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ทำได้แค่กัดฟันรับสภาพ แล้วเดินออกจากห้องไป
ทิ้งให้เซียวเจิ้นอวี่ก่นด่าไม่หยุด
"นังแพศยา! นังสารเลว ฉันจะฆ่าแก!"
ฉู่ว่านชิงเอาผ้าขนหนูยัดปากเซียวเจิ้นอวี่ หยิบเหล้าแรงที่เขาดื่มเหลือ ค่อยๆ เทราดลงบนแผลของเขา
เซียวเจิ้นอวี่เจ็บจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ร้องไม่ออก
"อย่าดิ้นสิ เจิ้นอวี่เด็กดี ชิงเอ๋อร์กำลังฆ่าเชื้อให้คุณนะ! คุณห้ามตายนะ ชีวิตคู่ของเราเพิ่งจะเริ่มต้นเอง......"