- หน้าแรก
- ภารกิจเปลี่ยนชะตาลูกๆ ตัวร้าย
- บทที่ 15 แม่ของนางรองตัวร้าย 15
บทที่ 15 แม่ของนางรองตัวร้าย 15
บทที่ 15 แม่ของนางรองตัวร้าย 15
บทที่ 15 แม่ของนางรองตัวร้าย 15
สติของฉู่ว่านชิงล่องลอย เดี๋ยวจมเดี๋ยวโผล่ พอหลับตาลง ในฝันเธอกับเซียวเจิ้นอวี่มีความสุขล้นเหลือ
เซียวเจิ้นอวี่รับช่วงต่อบริษัทตระกูลไป๋ได้สมดังใจ และยังยกสมบัติบ้านสกุลไป๋ให้เธอเป็นสินเดิม เธอได้แต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาในงานแต่งงานสุดหรูหรา
พอลืมตาตื่น ก็พบกับห้องที่ไม่มีหน้าต่าง อบอ้าว สกปรก แสงไฟสลัวๆ และใบหน้าอัปลักษณ์ของเถ้าแก่โรงแรมที่ขยับขึ้นลงไม่หยุด
เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนเลือดไหลเจิ่งนอง เจ็บไหม? เจ็บมาก
เธอจะจดจำความเจ็บปวดและความอัปยศในตอนนี้ เธอจะเอาคืนให้สาสม!
หลังจากนั้นเธอนอนแผ่อยู่บนเตียงเหมือนตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ที่ถูกทิ้ง มองดูเซียวเจิ้นอวี่รับแบงก์ร้อยห้าใบจากเถ้าแก่ด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วยังส่งเถ้าแก่ออกไปอย่างนอบน้อม
ห้าร้อยหยวนสินะ ที่แท้ค่าตัวเธอสำหรับเซียวเจิ้นอวี่ก็มีค่าแค่นี้
"อย่ามานอนแกล้งตาย นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอเต็มใจเองรึไง! ถ้าเธอไม่ไปอ่อยเขา เขาจะมาสนใจเธอเหรอ? ยังจะมาเสแสร้ง! คิดว่าตัวเองเป็นคนดีนักหรือไง? ก็แค่คนชั้นต่ำที่โตมาจากแหล่งเสื่อมโทรม!"
ฉู่ว่านชิงใจสลายไปแล้ว แหล่งเสื่อมโทรม? แม่ของเธอเป็นเด็กนั่งดริงค์ ไปพัวพันกับผู้ชายที่มีเมียแล้วจนคลอดเธอออกมา
เดิมทีคิดจะใช้ลูกเพื่อแย่งชิงตำแหน่งเมียหลวง แต่ไม่สำเร็จ กลับถูกผู้ชายเขี่ยทิ้ง ไม่ยอมรับลูก แม่ของเธอเลยโยนความผิดทั้งหมดมาลงที่ฉู่ว่านชิงเด็กกะโปโลคนหนึ่ง และก็ไม่ค่อยดีกับเธอนัก
เซียวเจิ้นอวี่รู้เรื่องครอบครัวเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว เขาที่เกิดมาบนกองเงินกองทองไม่ได้ใส่ใจ กลับรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นฮีโร่ช่วยสาวคนรัก
ตอนนี้พอตกอับก็เริ่มตัดพ้อต่อว่า คิดว่าถ้าฉู่ว่านชิงมีฐานะทางบ้านเหมือนไป๋จือเยว่ก็คงดี
เขาจะได้ไม่ต้องวางแผนแย่งชิงสมบัติคนอื่นจนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ต่อให้ล้มเหลวก็ยังกลับมาผงาดได้ง่ายๆ
"รีบไสหัวไปซื้อข้าวให้ฉันเดี๋ยวนี้! เมื่อก่อนฉันเสียเงินให้เธอไปตั้งเท่าไหร่ ตอนนี้เอาคืนมาบ้างจะเป็นไรไป? เธอควรจะดีใจนะที่ยังมีประโยชน์!"
ครั้งนี้ฉู่ว่านชิงไม่ได้ร้องไห้ เธอรู้ว่าน้ำตาไม่ใช่สิ่งที่ใช้เป็นอาวุธได้อีกต่อไปแล้ว
ไป๋จือเยว่เองก็มีเรื่องกลุ้มใจเล็กๆ น้อยๆ ช่วงนี้เธอมักจะได้รับของขวัญชิ้นเล็กชิ้นน้อย บางทีก็เป็นน้ำมะนาวหลังเรียนวิชาพละ บางทีก็เป็นขนมขบเคี้ยวอร่อยๆ บางทีก็เป็นยางสนสำหรับถูคันชักไวโอลิน บางทีก็เป็นเครื่องประดับน่ารักๆ หรือแม้แต่ก้อนหินสวยๆ หรือใบไม้สักใบ
ของพวกนี้จะวางอยู่อย่างเงียบๆ ในโต๊ะเรียนของเธอทุกเช้า
เห็นชัดว่าของพวกนี้มาจากคนคนเดียว เธอเก็บของขวัญทั้งหมดไว้อย่างดี รอคอยอย่างใจเย็นให้คนคนนี้ปรากฏตัวเพื่อจะได้คืนให้ แต่ของขวัญกองเต็มกล่องแล้ว ก็ยังไม่มีใครมาแสดงตัว
แปลกจัง คนให้ของขวัญปกติต้องอยากได้การตอบรับไม่ใช่เหรอ? ทำไมคนนี้ถึงเงียบเชียบขนาดนี้?
เธอยิ่งสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับคนคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว เช้าวันหนึ่งเธอรีบมามหาวิทยาลัยแต่เช้าตรู่ ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะหลังห้องเรียน อยากจะเห็นหน้าคนคนนี้ให้ได้
ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง เด็กหนุ่มคนหนึ่งผลักประตูเข้ามาพร้อมแสงแรกยามเช้า ในมือถือดอกไม้ที่มีหยดน้ำเกาะพราว เขาเดินมาที่โต๊ะของจือเยว่อย่างคุ้นเคย วางดอกไม้ลงในลิ้นชักโต๊ะอย่างทะนุถนอม
ตอนเขาก้มหน้าลง ไป๋จือเยว่ที่ซ่อนอยู่ข้างหลังเห็นหน้าเขาพอดี
สะอาดสะอ้าน อ่อนโยน นี่คือความประทับใจแรกที่เขามีต่อไป๋จือเยว่
เครื่องหน้าของเขาไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ได้คมเข้มบาดใจ แต่พอมารวมกันแล้วกลับดูสบายตา
โดยเฉพาะตอนที่เขามองดอกไม้ที่น่าจะเด็ดมาจากแปลงดอกไม้ที่ไหนสักแห่ง สายตาที่จดจ่อราวกับกำลังมองดูสมบัติล้ำค่าผ่านดอกไม้ดอกนั้น
ระ...รุ่นพี่?
ไป๋จือเยว่หน้าแดงขึ้นมาทันที นี่มันรุ่นพี่คนที่โดนเธอหิ้วคอเสื้อโยนออกจากห้องกระจายเสียงไม่ใช่เหรอ?
เดิมทีตั้งใจว่าพอรู้ตัวว่าเป็นใครก็จะมุดออกมาบอกให้รู้เรื่อง ว่าไม่ต้องส่งของมาให้อีก เธอไม่สนใจ แต่ตอนนี้กลับไม่อยากขยับตัวเลยสักนิด เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลัวเขาจะรู้ตัว
ไป๋จือเยว่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองกลัวอะไร แต่ร่างกายและสติสัมปชัญญะเหมือนถูกอะไรเหนียวๆ พันธนาการไว้ ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ
รอจนเขาเดินไปไกลแล้ว ถึงค่อยๆ กระดึบตัวออกมา มองดอกไม้ป่าดอกเล็กในลิ้นชักโต๊ะ เป็นครั้งแรกที่พบว่าดอกไม้ริมทางธรรมดาๆ ก็น่ารักดีเหมือนกัน
ฟ้าสว่างโร่ เพื่อนนักศึกษาทยอยกันมา เสี่ยวฮวาวิ่งจู๊ดมาหาไป๋จือเยว่
"เยว่เยว่ เห็นไหมว่าเป็นใคร?"
ไป๋จือเยว่พูดตะกุกตะกัก
"มะ...ไม่เห็น ฉันตื่นสาย"
เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องโกหก เช้านี้เธอเป็นอะไรไปนะแปลกจัง
เธอฟุบลงกับโต๊ะ หน้าแดงก่ำไม่อยากพูดอะไร
ตั้งแต่วันนั้น ไป๋จือเยว่มักจะมองเห็นเขาอยู่ในสายตาเสมอ
ต่างจากใบหน้าและบุคลิกที่ดูอบอุ่นนุ่มนวลเหมือนหยก รูปร่างของเขากลับดูดุดันไม่น้อย ไหล่กว้าง เอวสอบ เวลาขยับตัวจะเห็นกล้ามเนื้อผลุบโผล่ แล้วไหนจะขายาวๆ ก้นงอนๆ นั่นอีกล่ะ......
ถุยๆๆ เธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย!
ไป๋จือเยว่เอามือปิดหน้าที่แดงจนจะระเบิด
เขาชอบเธอแน่ๆ แล้วทำไมส่งแต่ของขวัญไม่มาสารภาพรักสักทีนะ......
ไป๋จือเยว่เริ่มซุ่มอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยเงียบๆ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเขาโดยไม่ให้ใครรู้
รู้ว่าเขาชื่อซูเฮ่อหล่าง เป็นคนดังของมหาวิทยาลัยเหมือนกัน อยู่ปี 3 แล้ว!
เป็นหัวกะทิของเอกการกระจายเสียงที่ได้ทุนการศึกษาทุกปี พ่อแม่เป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย ตระกูลบัณฑิต
ผู้ชายโปรไฟล์แบบนี้มักจะเป็นที่หมายปองของสาวๆ มีกระทู้สารภาพรักอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีการตอบรับใดๆ
ซูเฮ่อหล่างช่วงนี้รู้สึกแปลกใจ ทำไมแม่สาวน้อยที่เขาแอบชอบ หน้าถึงแดงตลอดเวลา?
ตอนหิ้วคอเสื้อเขาเมื่อก่อนไม่เห็นหน้าแดงเลย หรือว่าช่วงนี้อากาศร้อนเกินไป?
อืม พรุ่งนี้เอายาแก้ร้อนในไปให้สักกล่องดีกว่า เดี๋ยวจะเป็นลมแดดไปซะก่อน
ไป๋ซ่านช่วงนี้รู้สึกว่าลูกสาวแปลกไป หลังเลิกเรียนมักจะขลุกอยู่แต่ในห้อง พอไปหาทีไรก็เห็นนั่งจ้องกล่องใส่ของกล่องหนึ่งตลอด
ต่อมายังขอให้เธอทำชั้นวางของในห้องให้อีก
พอเห็นของที่วางบนชั้นไป๋ซ่านยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก
มีดอกไม้แห้ง มีก้อนหิน มีขนม ล้วนเป็นของจุกจิกสารพัดสารเพ แถมยังมีกล่องยาแก้ร้อนในอีก ของพวกนี้ถูกจือเยว่จัดวางบนชั้นอย่างประณีตบรรจง
อืม มีพิรุธ
เมื่อก่อนเธอมักจะให้ระบบคอยจับตาดูมหาวิทยาลัย เพราะตอนนั้นเซียวเจิ้นอวี่กับฉู่ว่านชิงยังคอยจ้องเล่นงานอยู่ แต่ตอนนี้รู้ว่าสองคนนั้นกำลังยุ่งอยู่กับการรักกันฆ่ากัน เธอเลยไม่ได้ให้ระบบจับตาดูแล้ว ยังไงลูกก็โตแล้ว ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง
ที่สำคัญกว่านั้นคือระบบพลังงานร่อยหรอ ต้องประหยัดหน่อย......
พอเจอสถานการณ์แบบนี้จะให้ระบบไปแอบดูจือเยว่ก็ไม่ดี เลยให้ระบบตั้งค่าแจ้งเตือนอารมณ์ไว้ที่ตัวเธอ เฉพาะตอนที่มีความผันผวนทางอารมณ์สูงๆ ถึงจะเตือนให้ไป๋ซ่านรู้
อืม ดีใจขนาดนี้ น่าจะได้รับของขวัญแล้ว
โอ๊ะ? เขินอาย แสดงว่าเจอหน้าเขาแล้วเหรอ?
จุ๊ๆๆ เด็กน้อยเอ๋ย แค่มองหน้าผู้ชายทีเดียวก็เขินได้ขนาดนี้
ผ่านไปอีกไม่กี่วัน ในโต๊ะเรียนของจือเยว่ก็มีตั๋วหนังปรากฏขึ้นมาหนึ่งใบ