เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 10

บทที่ 28 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 10

บทที่ 28 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 10


บทที่ 28 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 10

ปากของจู๋อินพูดยาวเหยียด แต่มือข้างหนึ่งกำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋า

บาร์บาร่าคุ้นเคยกับท่าทางนี้ดีเหลือเกิน ตะโกนลั่น: "โฮสต์! โฮสต์! คุณต้องระวังการใช้ไอเทมหน่อยนะ พวกเราเป็นแค่ตัวประกอบ นี่มันแค่โลกวงการบันเทิงที่สงบสุขและเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรไฮเอนด์ขนาดนั้น!"

ไอ้ตัวประหลาดที่เธออัญเชิญมาเมื่อคืน บาร์บาร่ายังไม่กล้าถามถึงเลย!

ตอนนี้มันพอจะเดาได้แล้วว่า โฮสต์ของมันน่าจะมีสถานะที่ไม่ธรรมดา เพราะระบบหลักติดต่อมาหามัน และมอบหมายภารกิจให้มันหนึ่งอย่าง นั่นคือให้คอยปรามโฮสต์ของมันหน่อย อย่าทำอะไรหลุดโลกเกินไป โดยเฉพาะไอเทมย้อนเวลาอะไรพวกนั้น ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าใช้

บาร์บาร่าเป็นน้องใหม่ ที่มันเป็นน้องใหม่เพราะก่อนจะมาเริ่มงานจริง มันแทบจะสิงอยู่ในบอร์ดระบบของสำนักงานทะลุมิติมาเป็นเดือน เพื่อเรียนรู้เกร็ดความรู้และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดพื้นฐาน

ในระบบมีกระทู้พูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างระบบด้วยกัน ในนั้นมีไม่น้อยที่พูดถึงระบบหลัก

ระบบหลักในปากของเหล่าระบบ ลึกลับ ทรงพลัง พูดน้อย มีคำสั่งอะไรมักจะแจ้งเตือนมาตรงๆ จะมาพูดดีๆ ขอร้องแบบนี้ที่ไหน?

บาร์บาร่าเป็นระบบเด็กน้อยอายุงานยังไม่ถึงปี จะนับว่าฉลาดรอบรู้ก็คงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้โง่แน่นอน!

โฮสต์เป็นขาใหญ่!

ต้องเกาะไว้แน่นๆ!

จู๋อินชะงัก ดึงมือออกจากกระเป๋าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซุนเลี่ยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเพิ่งจะรอดพ้นจากอะไรมา

เขาโกรธจนแทบจะขาดสติแล้ว เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเผชิญกับความอัปยศที่สุดในชีวิต

แผลบนตัวก็ไม่สนใจแล้ว ลู่เหยาตัวต้นเหตุเขาก็มองไม่เห็นแล้ว

วินาทีนี้ จู๋อินในสายตาของเขา คือผู้หญิงที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก

ถึงขนาดลืมประเด็นสำคัญ ตวาดลั่น: "เธอลืมตาพูดเรื่องโกหก ผู้หญิงปกติที่ไหนจะมีแรงควายแบบนั้นฮะ?"

ผู้ช่วยของเขาอยู่ข้างหลัง อ้าปากอยากจะบอกว่า พี่ครับ พี่ไปใส่อารมณ์กับผู้ช่วยทำไม หล่อนมีค่าพอเหรอ? ด่าชนะไปเราก็ไม่ได้อะไร เน้นไปที่นักแสดงคู่กรณีสิครับ!

แต่เห็นสภาพเขาที่โกรธจนใกล้บ้า เลือกที่จะหุบปากดีกว่า

ช่างเถอะ ให้เขาระบายหน่อยละกัน

ขืนไม่ให้เขาระบายความโกรธนี้ออกไป เดี๋ยวคาใจ ก็ต้องมาลงกับผู้ช่วยอย่างเขาอยู่ดี

ซุนเลี่ยมั่นใจมาก

ศิลปินคนอื่นเป็นยังไง ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา ภายใต้เลนส์กล้องที่บิดเบี้ยวในปัจจุบัน นักแสดงยิ่งผอมยิ่งขึ้นกล้อง โดยเฉพาะชุดโบราณ

รูปร่างที่ดูพอดีในละครหลายเรื่อง ตัวจริงผอมบางแทบไม่ต่างจากซี่โครงหมู

พูดอย่างมั่นใจ สำหรับนักแสดงชายอย่างเขาที่เข้ายิมสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง มีกล้ามเนื้อบางๆ พอให้เห็น ถือว่าโดดเด่นมากในรุ่นเดียวกัน

หล่อนกล้าดียังไงมาดูถูกเขา!

เมื่อเผชิญกับข้อกังขา

จู๋อินตกอยู่ในห้วงความคิด

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เธอนึกไอเดียดีๆ ออก

ซุนเลี่ยเห็นผู้ช่วยหญิงของลู่เหยาคนนั้นกวาดตามองตัวเองรอบหนึ่ง สีหน้าพินิจพิเคราะห์

ในใจเขาพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี ขาทั้งสองข้างถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว

น่าเสียดาย ช้าไปแล้ว

มือข้างหนึ่งยื่นมาหาเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธ ซุนเลี่ยยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกคนคว้าคอเสื้อไว้

คนอื่นก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าจู๋อินจะลงมือจู่โจม เห็นเธอจับตัวซุนเลี่ย ในความงุนงงยังมีความตื่นตะลึง คิดว่าผู้ช่วยคนนี้จะตบคนกลางที่สาธารณะเลยเหรอ?

บางคนที่หัวไว แอบหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายวิดีโอแล้ว

ท่ามกลางสายตาประชาชี จู๋อินแน่นอนว่าไม่ได้ตบคน

แต่เรื่องที่พีคกว่าตบคนกลับเกิดขึ้น

ทุกคนเห็นเธอกำคอเสื้อซุนเลี่ย แล้วเหวี่ยงส่งๆ เหมือนโยนห่อผ้าเบาๆ ห่อหนึ่ง เหวี่ยงชายหนุ่มตัวสูงร้อยแปดสิบห้าหมุนคว้างกลางอากาศร้อยแปดสิบองศา โยนขึ้นไปบนหลังม้าขาวที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างๆ

???

จนกระทั่งนั่งอยู่บนหลังม้า ซุนเลี่ยยังคงมึนงง

ฉันเป็นใคร? ฉันอยู่ที่ไหน? เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?

เขาสบตากับจู๋อินด้วยความตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก

จู๋อินผายมืออย่างใสซื่อ: "ฉันก็บอกแล้วไงว่าคุณทั้งผอมทั้งอ่อน ฉันใช้มือเดียวหิ้วคุณโยนขึ้นม้าได้สบายๆ"

"กรี๊ด—"

ตอนนี้ทุกคนถึงได้สติ ผู้ช่วยของซุนเลี่ยกรีดร้องเสียงหลงตามหลังมา

เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง กลุ่มคนรุมล้อมซุนเลี่ย พาคนลงจากม้า ตรวจร่างกาย

จู๋อินลงมือรู้หนักเบากว่าลู่เหยาเยอะ ตลอดกระบวนการมีแค่ความตกใจ ไม่มีท่าทีเกินเลย ซุนเลี่ยแม้แต่ถลอกนิดเดียวยังไม่มี

เมื่อเผชิญกับข้อสงสัย จู๋อินแสดงออกอย่างเปิดเผย: "ก็เขาเป็นคนสงสัยฉันก่อน ฉันเลยพิสูจน์ให้เขาดูไง"

แล้วงัดไม้ตายออกมา: "ฉันรู้ลิมิตน่า ลงมือรู้หนักเบา ก็แค่ล้อเล่นกับพี่ซุนขำๆ พี่ซุนเป็นรุ่นพี่ ประสบการณ์เยอะ แถมเป็นลูกผู้ชาย คงไม่มาถือสาหาความฉันหรอกเนอะ?"

น้ำเสียงคุ้นหูแบบนี้ หลายวันนี้ลู่เหยาไม่รู้ต้องกล้ำกลืนฝืนทนมาเท่าไหร่

ถ้าทุกคนยังดูไม่ออกว่าจู๋อินจงใจ ก็คงโง่เต็มทน

ผู้ช่วยซุนเลี่ยโกรธจัด: "ทำตัวไรือกฏหมายบ้านเมืองเกินไปแล้ว! ฉันจะฟ้องสื่อ แฉพฤติกรรมของเธอให้หมด"

จู๋อินเห็นด้วยมาก: "ไอเดียดี ตรงนั้นน่ะ—"

เธอกวักมือเรียกไปทางไม่ไกล: "พี่ชายหมวกดำคนนั้น มานี่หน่อย! ฉันเห็นพี่ถ่ายวิดีโอตั้งแต่แรก คงไม่พลาดรายละเอียดแม้แต่นิดเดียวสินะ"

แล้วหันไปพูดกับซุนเลี่ย: "พี่ซุน ดูสิประจวบเหมาะพอดี คนที่พี่จัดเตรียมไว้ถ่ายทุกอย่างไว้หมดแล้ว แนะนำให้โพสต์เลยค่ะ เสี่ยวเหยากับฉันจะขอโทษทันที เสียใจมากที่ทำให้พี่ตกใจ"

ซุนเลี่ย: "..."

เขาแทบจะกัดฟัน เค้นเสียงหัวเราะเย็นชา: "เธอ—"

จู๋อินใส่ใจดุจคนกันเอง: "ฉันชื่อจู๋อินค่ะ"

ซุนเลี่ยกัดฟันจนแทบละเอียด: "คุณจู๋อินนี่ชอบล้อเล่นจริงๆ ผมกับลู่เหยาเป็นเพื่อนร่วมงาน ถ่ายฉากบู๊ กะแรงไม่ถูกกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องปกติ จะไปโทษพวกคุณได้ยังไง?"

ขืนคลิปนี้หลุดออกไปจริงๆ เขาต่างหากที่จะจบเห่

ซุนเลี่ยจินตนาการได้เลยว่า คำนิยามว่า "อ่อน" คงจะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต อย่างน้อยเวลาแฟนคลับคู่แข่งจะดิสเครดิตเขา ต้องเอาคำนี้มาทำตัวแดงตัวหนาแปะไว้ในที่ที่เห็นชัดที่สุดแน่ๆ!

จู๋อินขมวดคิ้ว: "จริงเหรอคะ? พี่ซุนคิดแบบนี้จริงๆ เหรอ? แต่ฉันดูเหมือนผู้ช่วยพี่จะไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะ"

ซุนเลี่ยตวัดสายตามองขวาง อีกฝ่ายฝืนยิ้มออกมา บอกอย่างแห้งแล้งว่าจู๋อินเข้าใจผิดแล้ว

จู๋อินส่งยิ้มอ่อนโยนกลับไป สายตากวาดมองคนอื่น

รวมถึงสวี่เฉียวเฉียว ใครสบตาเป็นต้องหลบวูบ

นี่มันสตรีจอมพลังที่ใช้มือเดียวหิ้วดาราชายหนักร้อยกว่าโลลอยละลิ่ว ซุนเลี่ยยังยอมจำนน แล้วพวกเขาจะไปซ่าอะไรได้?

มีเพียงจี้ลิ่งเจ๋อที่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา

จู๋อินไม่ได้รู้สึกดีกับไอ้พวกหน้าเนื้อใจเสือพวกนี้อยู่แล้ว เอียงคอถาม: "ผู้กำกับมีคำชี้แนะอะไรไหมคะ?"

จี้ลิ่งเจ๋อเพียงแค่มองเธอลึกซึ้งแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร

ฉากสำคัญของวันนี้คือฉากพบกันครั้งแรกของพระนาง และฉากลอบสังหารเปิดตัว

บทของพระเอกส่วนใหญ่ต้องอยู่บนหลังม้า

เพียงแต่ซุนเลี่ยตอนแรกโดนคนเตะเหมือนเตะขยะร่วงลงจากม้า แล้วยังโดนคนโยนเหมือนโยนห่อผ้ากลับขึ้นไปอีก เกิดปมในใจขึ้นมาจริงๆ ผู้กำกับเลยต้องประกาศให้ถ่ายทำฉากของนักแสดงสมทบคนอื่นก่อน

ลู่เหยาเลยว่างงาน

จู๋อินหาเก้าอี้พับมาสองตัว แบ่งให้เธอตัวหนึ่ง พอก้มหน้าลง ก็สบตากับดวงตาเป็นประกายวิบวับของเด็กสาว

จบบทที่ บทที่ 28 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 10

คัดลอกลิงก์แล้ว