เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 9

บทที่ 27 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 9

บทที่ 27 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 9


บทที่ 27 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 9

สายตาของจี้ลิ่งเจ๋อจับจ้องไปที่ลู่เหยาเขม็ง

เกิดอะไรขึ้น?

ในฐานะผู้กำกับ น่าจะไม่มีใครรู้เรื่องพรสวรรค์ของลู่เหยาดีไปกว่าเขา เขารู้มานานแล้วว่าเด็กสาวคนนี้มีพรสวรรค์ในเส้นทางการแสดง เพียงแต่ยังขาดประสบการณ์และครูที่ดี

เขาไม่ได้คิดจะเป็นครูที่ดีคนนั้น

เด็กใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์ก็ราบรื่น ทรัพยากร ฝีมือการแสดง และคอนเนกชันไม่ขาดแคลน การจะทำให้เธอประทับใจ เข้าไปนั่งในใจเธอ กลายเป็นที่พึ่งที่เธอไว้วางใจอย่างหมดใจนั้น ยากยิ่ง

แต่ถ้าเป็นการส่งถ่านกลางหิมะในตอนที่เธอตกต่ำล่ะ?

ดังนั้นความคิดเล็กคิดน้อยของซุนเลี่ย เขาจึงทำเป็นมองไม่เห็น การกลั่นแกล้งโดดเดี่ยวอย่างโจ่งแจ้งในกองถ่าย เขาก็ไม่เคยสนใจ

เขากำลังรอโอกาสที่เหมาะสม ที่จะยื่นมือเข้าไป

แต่ตอนนี้ เป็นใครกัน?

ใครเป็นคนสอนเธอ เปลี่ยนแปลงเธอ?

เขามองดูเธอที่กดดันคู่ต่อสู้ได้เป็นครั้งแรก แสดงฉากเปิดตัวที่สมบูรณ์แบบ แต่บนใบหน้ากลับไม่ฉายแววตื่นเต้นดีใจแม้แต่น้อย

เธอไม่ได้สนใจสถานการณ์วุ่นวายทางฝั่งซุนเลี่ยตรงหน้า แต่หันหน้ามองไปทางซ้ายมือ

หญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ร่มไม้ รับสายตาของเธอได้อย่างแม่นยำ

จู๋อินยกมือขึ้น ชูนิ้วโป้งให้เธอ

ทันใดนั้นน้ำแข็งและหิมะก็ละลาย

การกระทำของลู่เหยาเป็นไปโดยสัญชาตญาณล้วนๆ คนที่เธอไว้ใจที่สุดในกองถ่ายตอนนี้คือจู๋อิน พอแสดงจบ ก็หันกลับไปโดยไม่รู้ตัว อยากได้รับการยอมรับจากเธอ

ได้รับคำชมอย่างเปิดเผยจากจู๋อิน เธอก็ยกมุมปาก ยิ้มออกมา

จี้ลิ่งเจ๋อขมวดคิ้ว ตะโกนเสียงขรึม: "ลู่เหยา!"

มุมปากที่เพิ่งยกขึ้นตกลงทันที ลู่เหยามองเขาอย่างสงบนิ่ง: "ผู้กำกับ มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

จี้ลิ่งเจ๋อ: "...เมื่อกี้คุณทำได้ดี"

เขาถาม: "เมื่อกี้คิวบู๊เป๊ะมาก แอบไปฝึกมาเหรอ?"

ลู่เหยา: "ค่ะ"

ไม่มีคำอธิบายฟุ่มเฟือย และไม่ได้มองสีหน้าของจี้ลิ่งเจ๋อ เธอแค่คิดอย่างแปลกใจนิดหน่อยว่า ที่แท้ความรู้สึกที่ได้รับคำชมจากผู้กำกับก็งั้นๆ เอง

จี้ลิ่งเจ๋อสังเกตสีหน้าเธอ ไม่ได้พูดอะไรอีก ตะโกนเสียงดัง: "ซุนเลี่ย พร้อมหรือยัง?"

ซุนเลี่ยรีบตอบ: "พร้อมแล้วครับ"

เขารีบจัดแจงตัวเองเดินเข้ามา เห็นลู่เหยา ก็เหมือนอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง ย้ำว่า: "เมื่อกี้ผมแค่แปลกใจนิดหน่อย ถึงต่อบทไม่ทัน"

ลู่เหยาพยักหน้าแสดงว่ารับรู้ กอดกระบี่ ห้อยสลิงซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้

การถ่ายทำดำเนินต่อไป

ที่ทำให้หลายคนผิดหวังคือ การปรากฏตัวอีกครั้ง ท่าทางของลู่เหยาก็ยังคงได้มาตรฐานสวยงาม ไม่ใช่แค่ดอกไม้บานวูบเดียวแล้วโรยราแต่อย่างใด

ครั้งนี้ซุนเลี่ยเตรียมตัวมาดี กระบี่ที่นักฆ่าแทงเข้ามาถูกปัดป้อง

ในฉากโคลสอัพ สายตาเย็นชาของนักฆ่าหรี่ลง ใช้กระบี่ยาวเป็นจุดหมุน หมุนตัวกลางอากาศหนึ่งรอบ เท้าที่อัดแน่นด้วยพละกำลังเตะอัดเข้าที่ไหล่ของเป้าหมายอย่างจัง

สายตาของครูฝึกคิวบู๊ในกองถ่ายเป็นประกาย ท่าสวยมาก!

ซุนเลี่ยก็เห็นท่านั้น ความคิดแรกคือ ผู้หญิงคนนี้ก่อนหน้านี้ต้องจงใจซ่อนเขี้ยวเล็บแน่ๆ ถ้าบอกว่าการแสดงยังพอบรรลุได้ในข้ามคืน แต่ฝีมือการต่อสู้ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักจริงๆ ไม่มีทางลัดหรอก

ในสมองของเขาคิดสับสนปนเปไม่เข้าใจว่าลู่เหยาจะซ่อนฝีมือไปทำไม มือก็ขยับตามสัญชาตญาณ ยกแขนขวาขึ้น งอไปข้างหน้า เพื่อรับลูกเตะนี้

แรงมหาศาลปะทะเข้ามา แขนเจ็บแปลบ ซุนเลี่ยเบิกตากว้าง ยังไม่ทันตั้งตัว ทั้งร่างก็ถูกแรงนี้กระแทกจนตกจากหลังม้า

ทั้งกองถ่ายโกลาหลขึ้นมาทันที รีบเข้าไปดูอาการของซุนเลี่ย

โชคดีที่ภายใต้แขนเสื้อชุดโบราณที่รัดกุมเขาสวมสนับแขนไว้ ลูกเตะเดียวของลู่เหยาจึงไม่ถึงขั้นทำให้กระดูกหัก แต่ก็ช้ำเขียวเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จินตนาการได้เลยว่าลูกเตะนั้นใช้แรงมหาศาลขนาดไหน

ตกลงมาจากม้าทำให้เกิดแผลถลอกเล็กน้อย

ลู่เหยาเองก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ มองดูแพทย์ประจำกองถ่ายทำแผลให้ซุนเลี่ย กล่าวขอโทษ: "ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้คิดว่า แรงฉันจะเยอะขนาดนี้"

ตัวเธอเองก็สงสัย เธอจำได้แม่นว่าเมื่อก่อนเธอก็แค่แรงผู้หญิงสาวธรรมดาๆ

หรือว่า... เธอใจกระตุก นึกถึงเครื่องดื่มสีเขียวที่จู๋อินให้เธอดื่ม

ซุนเลี่ยหน้าถอดสี ถูกนักแสดงหญิงร่วมงานที่ดูถูกมาตลอดเตะตกม้า ช่างน่าขายหน้าจริงๆ

ผู้ช่วยของเขากรีดร้องขึ้นมาแล้ว: "ลู่เหยา นี่เธอหมายความว่ายังไง? คิดจะฆาตกรรมศิลปินของเราเหรอ?"

ลู่เหยา: "..."

เดิมทีเธอก็พูดไม่เก่งอยู่แล้ว ไปเดินเล่นในดันเจี้ยนวันสิ้นโลกมาแล้วยิ่งพูดไม่เป็นเข้าไปใหญ่: "ขอโทษค่ะ"

อีกฝ่ายเห็นเธอเป็นแบบนี้ น้ำเสียงยิ่งกำเริบเสิบสาน: "ขอโทษแล้วมีประโยชน์อะไร? แก้ปัญหาอะไรได้? ร่างกายของนักแสดงสำคัญขนาดไหนเธอไม่รู้หรือไง?"

ลู่เหยาทำตัวไม่ถูก ด้านหลังมีลมเย็นพัดมา มีคนมายืนอยู่ข้างกายเธอ

จู๋อินยัดเนื้อตากแห้งอะไรสักอย่างใส่มือเธออย่างคล่องแคล่ว: "เมื่อกี้ลำบากแล้ว มา เคี้ยวสักสองคำ เติมพลังหน่อย ปล่อยเป็นหน้าที่พี่เอง"

ชั่วพริบตา ลู่เหยารู้สึกว่ามีสายตาซับซ้อนปนอิจฉาหลายคู่จับจ้องมาที่ตัวเอง

? หมายความว่าไง?

นักแสดงคนอื่น: อา ผู้ช่วยบ้านเธอไม่เพียงไม่ห้ามเธอกินของจุกจิก ยังเอาเนื้อตากแห้งมาป้อนถึงปากด้วย!

ลู่เหยาลังเลนิดหน่อย ก่อนจะฉีกซองอย่างว่าง่ายต่อหน้าทุกคน กัดกินเนื้อตากแห้ง

จู๋อินถึงได้หันไปมองซุนเลี่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ กับผู้ช่วยที่ท่าทางหาเรื่องของเขา

หน้าตาของเธอเป็นประเภทหวานใสไร้พิษภัย เวลาไม่แสดงท่าทีคุกคาม ใครๆ ก็คงคิดว่าเป็นสาวน้อยไร้เดียงสาน่ารักคนหนึ่ง

เธอยิ้มตาหยี ท่าทางเป็นมิตร: "ก่อนอื่น พวกเราขอโทษก่อน จริงอยู่ที่น้องเสี่ยวเหยาของเรากะแรงไม่ถูก จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำอาจารย์ซุนเลี่ยบาดเจ็บ เมื่อกี้น้องเสี่ยวเหยาของเราก็ได้แสดงความขอโทษอย่างจริงใจไปแล้ว"

ซุนเลี่ยไม่พูด ผู้ช่วยของเขาแค่นเสียงหัวเราะ: "อุบัติเหตุแบบนี้ เธอคงไม่คิดว่าแค่ขอโทษแล้วจะจบนหรอกนะ?"

"อืม..." จู๋อินได้ยินประโยคนี้ บนใบหน้าก็ปรากฏแววลำบากใจขึ้นมา

ผู้ช่วยซุนเลี่ยยังนึกว่าเธอมีปัญญาแค่นี้ ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าคราวนี้ต้องฉวยโอกาสเล่นงาน ถ้าถือโอกาสรีดไถอะไรจากหลานตี้ได้บ้าง...

มีเพียงบาร์บาร่าที่นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ ที่ยกอุ้งเท้าสีชมพูขึ้นปิดหน้า อยู่ด้วยกันมาหลายปี มันเข้าใจโฮสต์ของตัวเองดีที่สุด ทุกครั้งที่โฮสต์ทำหน้าแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าเธอลำบากใจจริงๆ แต่หมายความว่าคู่กรณีชะตาขาดแล้ว

เป็นไปตามคาด พอขอโทษเสร็จ ประโยคต่อมาก็ตามมาติดๆ:

"ถ้าถอยมามองอีกมุม อุบัติเหตุครั้งนี้ เสี่ยวเหยาของพวกเราผิดก็จริง แต่อาจารย์ซุนเลี่ย ไม่มีส่วนรับผิดชอบเลยสักนิดเหรอคะ?"

ซุนเลี่ย: ?

จู๋อิน: "เสี่ยวเหยาแรงเยอะไปนิดนึงก็จริง แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ปกติ เธอยังห้อยสลิงอยู่กลางอากาศ แรงเตะแค่นั้น ผู้ชายตัวโตสูงร้อยแปดสิบห้า จะถูกเตะจนร่วงลงไปกองกับพื้นได้ยังไงคะ?"

เธอมองซุนเลี่ย ถอนหายใจ: "อาจารย์ซุนเลี่ยคะ คุณดูเหมือน... จะอ่อนไปหน่อยนะคะ"

ทั้งกองถ่ายตกอยู่ในความเงียบงันทันที

อาจารย์ซุนเลี่ย

คุณดูเหมือนจะอ่อนไปหน่อยนะคะ...

อ่อนไปหน่อยนะคะ...

อ่อน...

ซุนเลี่ยหน้ามืดวูบ หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที: "เธอหมายความว่ายังไง?"

จู๋อินก็ไม่ได้จงใจจะกวนประสาท เธอคิดแบบนั้นจริงๆ ซุนเลี่ยคนนี้ดูเหมือนจะสูง แต่ผอมเหมือนไม้เสียบผี กล้ามก็ไม่มี เลือดลมก็ไม่ดี

ยาของเธอมีผลจริง แต่ลู่เหยาก็เพิ่งดื่มไปสองแก้ว ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นหรอก

ดังนั้น โดยเนื้อแท้แล้วก็คือซุนเลี่ยอ่อนเอง

เธอพูดอย่างจริงใจ: "อาจารย์ซุนเหมือนมนุษย์กระดาษ ลมพัดทีกลัวจะปลิว แนะนำให้ไปเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายหน่อยนะคะ ไม่งั้นฉันกลัวว่าเสี่ยวเหยาของฉันจะไม่กล้าเล่นฉากบู๊กับคุณแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 27 ฉันเป็นผู้ช่วยให้ดาราหญิง 9

คัดลอกลิงก์แล้ว