- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นยอดคน
- บทที่ 85 ฉันเป็นแค่ลูกแมวตัวน้อย (ตอนพิเศษ)
บทที่ 85 ฉันเป็นแค่ลูกแมวตัวน้อย (ตอนพิเศษ)
บทที่ 85 ฉันเป็นแค่ลูกแมวตัวน้อย (ตอนพิเศษ)
บทที่ 85 ฉันเป็นแค่ลูกแมวตัวน้อย (ตอนพิเศษ)
มีคนบอกว่าคนที่เรียนด้านการเกษตรสมองไม่เหมือนชาวบ้าน พวกเขาคิดว่าตัวเองสื่อสารกับพืชและสัตว์ที่ปลูกและเลี้ยงได้ ต่างก็อ้างตัวว่าเป็นดรูอิดรุ่นที่สองกันทั้งนั้น
นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรที่อื่นเป็นยังไงไม่รู้ แต่นักศึกษามหาวิทยาลัย S มหาวิทยาลัยเกษตรน้องใหม่เชื่อเรื่องนี้อย่างสนิทใจ อย่างน้อยในมหาวิทยาลัยของพวกเขาก็สามารถสื่อสารกับลูกพี่เหมียวได้อย่างเป็นมิตร
ใช่แล้ว ตั้งแต่เว่ยอิงฉีกลับเข้ากรมหลังเสร็จภารกิจสายลับ สุ่ยเหมี่ยวก็มาใช้ชีวิตเสพสุขอยู่ที่มหาวิทยาลัย S ไม่คิดว่าจะต้องมาเป็นขาใหญ่ในมหาวิทยาลัยเกษตร
อย่างตอนนี้ เธอกำลังหลับตาพักผ่อน นักศึกษาชายสามคนคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ถือธูปสามดอก ข้างหน้ายังมีของเซ่นไหว้เพียบ โขกหัวไปพลางขอร้องสุ่ยเหมี่ยวไปพลาง
"ลูกพี่เหมียว โปรเจกต์จบของพวกเราคือมะเขือเทศราชินี มันใกล้สุกแล้ว ขอให้ลูกพี่ช่วยดูแลหน่อย ภายในสิบวันนี้อย่าให้ใครหรือวิทยานิพนธ์ของคนอื่นมากินมันนะ นี่ไก่ย่าง อาหารแมว และกัญชาแมวที่พวกเราเอามาเซ่นไหว้ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อาหารสามมื้อจะจัดเต็มตามมาตรฐานนี้ ลูกพี่เห็นว่าไงครับ?!"
สุ่ยเหมี่ยวมองของเซ่นไหว้ตรงหน้า อืม รู้ธรรมเนียมดี! ช่วงนี้ทุกคนยุ่งกับโปรเจกต์จบ ค่าตัวหน่วยพิทักษ์วิทยานิพนธ์แมวเหมียวก็พุ่งสูงขึ้น ก่อนหน้านี้มีคนหนึ่งเอาแค่อาหารแมวมาให้ สุ่ยเหมี่ยวตบคว่ำคาที่เลย ล้อเล่นหรือเปล่า ของแค่นี้ เอาไปให้ลูกน้องกินยังอายเลย
สุ่ยเหมี่ยวบิดขี้เกียจท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของพวกเขา แล้วเริ่มโซ้ยอย่างเอร็ดอร่อย นี่หมายความว่าเธอรับงานนี้แล้ว
"ตกลงแล้ว ตกลงแล้ว!" นักศึกษาทั้งสามคนรออย่างสงบจนสุ่ยเหมี่ยวกินเสร็จ
"เร็วเข้า เร็วเข้า อุ้มลูกพี่ไปที่แปลงของพวกเรา"
หัวหน้าทีมอุ้มสุ่ยเหมี่ยวขึ้นอย่างระมัดระวัง พาไปที่แปลงเกษตรของพวกเขา "ลูกพี่ นี่ถิ่นพวกเรา ปลูกมะเขือเทศราชินีหลากสายพันธุ์"
พูดพลางเลือกผลที่แดงที่สุดส่งให้สุ่ยเหมี่ยวอย่างพิถีพิถัน
อื้ม รสชาติไม่เลว!
เห็นสุ่ยเหมี่ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย เขาพูดต่อ: "ลูกพี่ ขอแค่ครั้งนี้วิทยานิพนธ์จบของพวกเราผ่านฉลุย ต่อไปลูกพี่อยากกินมะเขือเทศราชินีแบบนี้เท่าไหร่ก็ได้ไม่อั้นครับ"
เพราะงั้นสุ่ยเหมี่ยวถึงได้เพลิดเพลินอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหน ที่นี่ทุกคนเก่ง พูดจาไพเราะ ทำงานพิถีพิถัน โอ้โห สุ่ยเหมี่ยวชอบมาก!
สุ่ยเหมี่ยวเดินสำรวจรอบแปลง แล้วเงยหน้าหอน: "ซังเปียว ซังเปียว!!"
ไม่ไกลนัก แมวส้มตัวใหญ่ที่กำลังนอนหงายพุงอ้อนสาวๆ อยู่ ก็ดีดตัวลุกขึ้น วิ่งพลางร้องบอกสาวๆ: "ลูกพี่เรียกแล้ว สาวๆ ไว้เจอกันใหม่นะ!"
ที่แปลง นักศึกษาทั้งสามเขย่งมอง เห็นซังเปียววิ่งมาแต่ไกลก็วางใจ
"นั่นซังเปียว ขุนพลมือหนึ่งของลูกพี่ ไก่ย่างไม่เสียเปล่าจริงๆ คราวนี้วางใจได้แล้ว" นักศึกษามหาวิทยาลัย S ทำแฟ้มประวัติแมวสามสิบกว่าตัวในโรงเรียนไว้หมด รู้เรื่องราวของแมวทุกตัวอย่างละเอียด
อย่างซังเปียว ถึงจะเจ้าชู้แต่ฝีมือการต่อสู้น่าทึ่ง ทำงานจริงจัง เป็นหนึ่งในบอดี้การ์ดแมวเหมียวเหรียญทองที่ทุกคนยอมรับ
"ลูกพี่ เรียกผมเหรอ?"
"อืม มีงานให้ทำ เฝ้าแปลงนี้สิบวัน มีไก่ย่างเสิร์ฟทุกวัน"
"ลูกพี่ดีกับผมที่สุด!" ซังเปียวชอบไก่ย่างเป็นชีวิตจิตใจ รีบแสดงความภักดีทันที
"ลูกพี่วางใจ ผมไม่ทำให้ผิดหวังแน่"
สุ่ยเหมี่ยวพยักหน้า ร้องเหมียวใส่นักศึกษาทั้งสามคนแล้วเดินจากไป
ซังเปียวเห็นลูกพี่เดินไปไกลแล้ว ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที บ่นนักศึกษาทั้งสามคนชุดใหญ่ที่มาขัดจังหวะความสำราญของเขา แล้วก็เดินไปนอนเฝ้าข้างแปลงอย่างรู้หน้าที่
สุ่ยเหมี่ยวใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในมหาวิทยาลัย บางครั้งก็ออกไปช่วยเว่ยอิงฉีสืบคดีบ้าง แน่นอนว่าตัวตนของเธอในวงการตำรวจหรือวงการนักเลงนั้นลึกลับมาก เรียกกันรวมๆ ว่าสายข่าวคนนั้น (นังตัวแสบ)
มีคนสงสัยถามเว่ยอิงฉีว่าไปหาสายข่าวฝีมือดีขนาดนี้มาจากไหน เว่ยอิงฉีได้แต่ยิ้ม ต่อให้บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก
ทำเลที่ตั้งของเมือง S พิเศษมาก พอโดนตำรวจคุมเข้ม การขนส่ง "ขยะ" ไปแถบชายฝั่งก็ต้องใช้เวลาและแรงงานมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะโดนจับก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า
แน่นอนว่ามีพวกไม่เชื่อเรื่องดวง แต่ผลคือมาหนึ่งตายหนึ่ง มาสองตายคู่ แค่สามปี การซื้อขาย "ขยะ" ในเมือง S ก็ลดฮวบจนน่าตกใจ
...
ต้าจ้วงแก่แล้ว เขาจะเกษียณแล้ว เพื่อนร่วมงานที่สถานีตำรวจรับเลี้ยงเขา เขาจะย้ายไปบ้านใหม่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเขาที่หน่วยสุนัขตำรวจ
จางลี่กอดเขาร้องไห้โฮ เขาก็อาลัยอาวรณ์ ยิ่งอาลัยลูกพี่ที่ชอบนั่งยองๆ อยู่บนคาน ถ้าไปที่ใหม่ เขาจะได้เจอลูกพี่อีกไหม?
"จางลี่ เอกสารเรียบร้อยแล้ว ผมมารับต้าจ้วงกลับบ้าน"
ต้าจ้วงมองผู้ชายที่เดินเข้ามาหา นี่คือเจ้านายใหม่ของเขา หางที่ลู่ลงค่อยๆ กระดิก แล้วก็กระดิกเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขาได้กลิ่นลูกพี่ นี่คือทาสแมวของลูกพี่นี่นา!! เขามองขึ้นไปบนคาน ลูกพี่พยักหน้าให้เขาจริงๆ
ต้าจ้วงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดจางลี่ วิ่งไปทักทายเว่ยอิงฉี
จุดหักมุมนี้ทำเอาจางลี่งงไปเลย สรุปว่าพอมีคนใหม่ก็ลืมคนเก่าใช่ไหม? แต่นี่มันเร็วเกินไปไหม
นักศึกษามหาวิทยาลัย S พบว่าลูกพี่เหมียวหายไปหลายวัน พอกลับมาก็พาหมามาด้วยตัวหนึ่ง หมาตัวนี้มาถึง สถานะของซังเปียวก็ตกลงไปอีกขั้น
เขาตัวติดกับลูกพี่เหมียวตลอดเวลา แถมยังรับช่วงต่องานบางส่วนของลูกพี่เหมียว และเข้ากับแมวตัวอื่นๆ ได้ดี อ๋อ พวกเขาเข้าใจแล้ว นี่คือหมาปีศาจจิ้งจอกชัดๆ
...
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!" ลูกพี่ อาหวงกับเสี่ยวฮว๋าทะเลาะกันแล้ว!
เฮ้อ สุ่ยเหมี่ยวถอนหายใจ ที่ไหนมีคน ที่นั่นมียุทธภพ โลกของแมวก็มียุทธภพเหมือนกัน ลูกน้องเธอมักจะทะเลาะกันเรื่องถิ่น เรื่องทาสใครเยอะกว่า เรื่องขี้ปะติ๋วพวกนี้
คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ?
"ลูกพี่ อาหวงแกล้งไล่ไก่เข้ามาในแปลงของฉัน จิกผักฉันไปสองต้นแล้ว เขาอิจฉาเกียรติยศบอดี้การ์ดเหรียญทองของฉัน!"
"แกพูดมั่ว ฉันแค่เฝ้าที่ของฉัน ไก่โดนไล่ออกไปมันจะไปไหนฉันจะไปรู้เหรอ?!"
"แกกวนตีน!"
"แกสิหาเรื่อง!"
สุ่ยเหมี่ยวมองดูนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มุงดูอยู่สามชั้นในสามชั้นนอก เขกหัวแมวไปตัวละที: "ทะเลาะอะไรกัน ให้คนนอกเขาหัวเราะเยาะ! ไก่พวกนั้นอยู่ไหน พาฉันไป!"
นักศึกษาแถวนั้นแทบทุกคนถือมือถือถ่ายคลิป พอเห็นพวกมันเลิกทะเลาะกัน วิ่งเหยาะๆ หนึ่งนำสองตาม เห็นชัดว่าจะไปก่อเรื่อง รีบตามไปดู
"ลูกพี่ ไก่ลายดอกพวกนั้นแหละ ชอบวิ่งมาแปลงนี้ จิกกินไปทั่ว!"
สุ่ยเหมี่ยวเห็นแล้ว กระโจนใส่พวกมันเหมือนเสือลงจากเขา สุ่ยเหมี่ยวไม่เคยฆ่าไก่ แต่ฆ่าคนมาไม่ใช่น้อยๆ รัศมีอำมหิตทำเอาไก่ขี้ขลาดพวกนั้นตกใจจนไม่กล้าขยับ
เธอตบหน้าไก่ตัวหนึ่งกระเด็นไปเมตรกว่า ทำแบบเดียวกัน สั่งสอนพวกสัตว์ปีกที่ชอบกร่างพวกนี้ทีละตัว
เจ้าของไก่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเดิมทีกะจะมาดูเรื่องสนุก ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นเรื่องสนุกซะเอง เห็นสุ่ยเหมี่ยวกระโจนใส่ไก่แทบหยุดหายใจ แหวกฝูงชนออกมา ตะโกนลั่น: "ลูกพี่ ลูกพี่ ไว้ชีวิตไก่ด้วยครับ!!"
พอสั่งสอนไก่เสร็จ สุ่ยเหมี่ยวเดินมาหาเจ้าของไก่ ด่ากราดชุดใหญ่ ฉากนั้น แมวดูน่าเกรงขาม ส่วนคนนั่งยองๆ ผงกหัวหงึกๆ ไม่กล้าหือ
แต่ฝูงชนรอบข้างเงียบกริบ ไม่มีใครหัวเราะ พวกเขารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสมัยมัธยมต้นตอนโดนฝ่ายปกครองเทศนา
มหาวิทยาลัย S ดังระเบิดเพราะแมวกลุ่มนี้ ถึงขั้นเอาไปใส่ในโฆษณารับสมัครนักศึกษา ชูจุดขาย "โปรเจกต์จบของคุณมีแมวพิทักษ์"
ต้องบอกว่า โดดเด่นท่ามกลางมหาวิทยาลัยเกษตรอื่นๆ ทำเอามหาวิทยาลัยอื่นอิจฉาจนปวดฟัน ถุย! แกสูงส่ง แกเก่งนักนี่?!
[ใครกันนะ ที่ทำให้ลูกพี่เหมียวออกโรงเอง] กระทู้นี้โพสต์ลงบอร์ดมหาลัยปุ๊บ ก็พุ่งขึ้นอันดับหนึ่ง กลายเป็นกระทู้ฮอตทันที
[วันนี้ตอนเอาข้าวไปส่งรุ่นพี่ซังเปียว เจอว่าแปลงข้างๆ ลูกพี่เหมียวเป็นคนเฝ้าเอง?!! ใครกัน!! เพื่อนๆ ออกมาบอกหน่อยว่าทำยังไงถึงเชิญลูกพี่เหมียวออกมาได้?!]
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
[ลูกพี่จริงๆ ด้วย เชี่ย เธอนั่งยองๆ อยู่ตรงนั้น เห็นแล้วอุ่นใจชะมัด! คนล่ะ ยังไม่มีใครเอาข้าวไปส่งลูกพี่อีกเหรอ?!!]
[ทำบุญด้วยอะไรมา?! อิจฉาจนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้ว!]
เว่ยอิงปั๋วยังไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นศัตรูของคนทั้งมหาวิทยาลัย เขาถือข้าวกล่องรีบวิ่งมาที่นา
"ลูกพี่ ลูกพี่ ซื้อไก่ย่างมาให้แล้ว พอดีต้องรออบใหม่เลยช้า หิวหรือยัง กินเร็ว!"
ตอนนี้สุ่ยเหมี่ยวกินได้ไม่เยอะ ฉีกน่องไก่มากินอันเดียว เว่ยอิงปั๋วไม่ถือสา หยิบไก่ที่เหลือขึ้นมากินเอง
จะว่าไปก็น่าอัศจรรย์ ตอนเด็กๆ เขาโดนแมวลายสลิดแกล้ง ทำให้เขาเข็ดขยาดแมวมาตลอด มหาลัยที่เรียนก็ดันมีตำนานแมว
ตอนแรกเขาก็แค่นเสียงใส่ แต่เรียนมาสามปีครึ่ง ต้องยอมรับว่าเชื่อสนิทใจ ตอนทำโปรเจกต์จบ เขาก็ไปไหว้เหมือนกัน ไม่คิดว่าลูกพี่เหมียวจะมาช่วยเขาด้วยตัวเอง
เว่ยอิงปั๋วมองสุ่ยเหมี่ยวที่กินไก่ช้าๆ นึกถึงความสัมพันธ์ของพี่ชายกับลูกพี่เหมียว นึกถึงแมวลายสลิดตัวนั้นตอนเด็กๆ...
"เหมียวเหมี่ยว คือเธอมาตลอด ใช่ไหม?"
สุ่ยเหมี่ยวแค่กระดิกหู ไม่ตอบอะไร เว่ยอิงปั๋วก็ไม่พูดอะไรอีก เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว นี่เป็นความลับที่งดงามของเขาคนเดียว
สิบกว่าปีที่ผ่านมา สุ่ยเหมี่ยวส่งนักศึกษารุ่นแล้วรุ่นเล่า เพราะนักศึกษาพวกนี้ได้รับความดูแลจากเธอในมหาวิทยาลัย จึงมีความเมตตาต่อแมวเสมอ นี่ถือเป็นความดีที่สุ่ยเหมี่ยวทำให้แมวในโลกนี้
สุ่ยเหมี่ยวแก่มากแล้ว แมวรุ่นแรกๆ ที่ตามเธอมาต่างทยอยจากไป ในมหาวิทยาลัยมีต้นไทรอยู่ต้นหนึ่ง เวลาแมวตาย นักศึกษาจะฝังไว้ใต้ต้นไทร แขวนป้ายไม้ชื่อแมวไว้ บนป้ายยังเขียนประวัติชีวิตของมัน
สุ่ยเหมี่ยนั่งยองๆ ใต้ต้นไม้ มองป้ายไม้นับสิบแผ่นไหวตามลม มีซังเปียว, เสี่ยวฮว๋า, อาหวง... แล้วก็ต้าจ้วง
สุ่ยเหมี่ยวค่อยๆ หมอบลงที่รากไม้ ตอนนี้ ต้องเพิ่มเธอเข้าไปอีกหนึ่งแล้ว