- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นยอดคน
- บทที่ 55 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (2)
บทที่ 55 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (2)
บทที่ 55 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (2)
บทที่ 55 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (2)
เช้าวันรุ่งขึ้น สุ่ยเหมี่ยวเคาะประตูห้องสุ่ยเจี้ยนเหว่ยอย่างกระตือรือร้น เขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนคุยกับอีกฝ่าย ในที่สุดก็ตกลงซื้อขายล็อตแรกได้สำเร็จ ส่งไปลองเชิงก่อนหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์
"เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น?!" สุ่ยเจี้ยนเหว่ยใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียววิ่งออกมา ได้ยินเสียงทุบประตูร้อนรนของสุ่ยเหมี่ยว
"ข่าวดีครับพ่อ เราส่งออกสำเร็จเป็นครั้งแรกแล้ว เขาโอนมัดจำมาแล้ว รีบไปส่งของกันครับ!!"
"สถานการณ์เป็นไง?" เมื่อกี้ถามไม่ละเอียด รีบไปโรงงาน ตอนนี้นั่งรถอยู่ สุ่ยเจี้ยนเหว่ยยังงงๆ
"เพื่อนผมที่อาหรับไงครับ เขาช่วยแชร์คลิป คนในประเทศเขาเห็นเลยสนใจจะร่วมมือ"
"ทางโน้นหาเราเจอได้ไง ไกลขนาดนั้น?!"
"โดนคว่ำบาตรครับ หลายประเทศไม่ส่งสินค้าไปที่นั่น อย่างอื่นยังพอทน แต่ท่อเหล็กที่เป็นวัสดุก่อสร้าง จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทนไม่ได้หรอกครับ พวกเขาก็รีบหาคู่ค้าใหม่อยู่"
"นี่เป็นเรื่องดีสำหรับเรา..." สุ่ยเจี้ยนเหว่ยยิ้มแก้มปริ
"ลูกชายพ่อเก่งจริงๆ กลับมาปุ๊บก็แก้ปัญหาได้ปั๊บ"
"พ่อ อย่าเพิ่งชมผมเลยครับ พูดถึงเรื่องนี้ ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสของเรา เราทำคลิปเวอร์ชั่นภาษาอาหรับโดยเฉพาะ ยอมจ่ายค่าโฆษณานิดหน่อย ยิงแอดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย"
"ใช่ๆๆ ต้องทำ ต้องทำ"
"พ่อ เรื่องพิธีการศุลกากรพ่อไปวิ่งเรื่องหน่อยนะครับ ผมจะคุยรายละเอียดกับลูกค้าช่วงเช้า ดูว่าจะรั้งลูกค้ารายใหญ่รายนี้ไว้ได้ไหม"
"ได้เลย ฟังลูกทุกอย่าง" สุ่ยเจี้ยนเหว่ยตอนนี้เย็นฉ่ำเหมือนดื่มน้ำแข็งในฤดูร้อน ใจลอยละล่อง
ลูกคนอื่นยังเที่ยวเตร่ดื่มเหล้า แต่ลูกเขาเป็นเสาหลักให้ครอบครัวได้แล้ว ในฐานะพ่อแม่จะมีอะไรมีความสุขไปกว่านี้อีก?!
เดี๋ยวนี้หน่วยงานรัฐเน้นบริการประชาชน พัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ สนับสนุนเศรษฐกิจ ขั้นตอนไหนลดได้ก็ลด สุ่ยเจี้ยนเหว่ยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็จัดการเรียบร้อย
ครั้งแรกอาจไม่คุ้น ครั้งสองก็ชำนาญ ผ่านครั้งนี้ไป ธุรกิจก็เริ่มเดิน สุ่ยเหมี่ยวยังสัญญากับฝ่ายโน้นว่า ถ้าแนะนำลูกค้าสำเร็จ จะให้เปอร์เซ็นต์ด้วย
แบบนี้ก็เลยมีออเดอร์เพิ่มขึ้นมาอีกหลายเจ้า แม้จะไม่เปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันได้มากนัก แต่อย่างน้อยก็ทำให้โรงงานฟื้นตัว พอถูไถไปได้
ช่วงนี้ สุ่ยเหมี่ยวเรียนภาษาอาหรับด้วยตัวเอง ใส่ชุดอาหรับไลฟ์สดแนะนำสินค้ากับลูกค้า ปิดการขายได้เรื่อยๆ
เรื่องนี้ไปเข้าหูคนอื่น ทั้งนิคมอุตสาหกรรม โรงงานอื่นร่อแร่กันหมด มีแต่โรงงานท่อเหล็กเจี้ยนเหว่ยที่มีรถบรรทุกขนของออกวันละหลายรอบ ดูแล้วปริมาณไม่น้อยเลย
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยไปหาช่องทางใหม่มาจากไหน?! คนอื่นสงสัย จ้างคนขับรถสืบดูถึงรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังไลฟ์สดขายของให้ที่บ้าน แถมพูดภาษาต่างประเทศไฟแลบ
แม่เจ้า ท่อเหล็กกลายเป็นของไฮโซตั้งแต่เมื่อไหร่ คนอื่นเห็นก็เริ่มสนใจ บ้านมันทำได้ บ้านฉันก็ทำได้ แค่คอสเพลย์ไม่ใช่เหรอ พวกเราก็ไม่ใช่คนหัวโบราณสักหน่อย
ดังนั้น โรงงานท่อเหล็กในนิคมอุตสาหกรรมแทบทุกแห่งเริ่มธีมอาหรับกันหมด ทำเอาสุ่ยเจี้ยนเหว่ยโมโหแทบแย่ ธุรกิจที่บ้านเพิ่งจะดีขึ้น คู่แข่งก็มาแย่งอีกแล้ว
สุ่ยเหมี่ยวปลอบใจพ่อ: "ไม่เป็นไรครับพ่อ ลูกค้าเราค่อนข้างนิ่งแล้ว เราได้เปรียบกว่า พวกเขาไม่มีลูกเล่นอะไรหรอก"
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยมองลูกชายผู้ใสซื่อ ลูกเอ๋ย คนทำธุรกิจหน้าด้านทั้งนั้น เดี๋ยวลูกจะได้เห็นวิธีการของพวกเขา
ไม่ต้องรอวันหลัง บ่ายนั้นสุ่ยเหมี่ยวก็เจอดี บัญชีโรงงานข้างๆ มารัวคอมเมนต์ในไลฟ์สดของเขา โฆษณาโรงงานตัวเอง แถมยังตัดราคากันซึ่งๆ หน้า!
สุ่ยเหมี่ยวคิดว่าสงครามธุรกิจคือการใช้คารมเชือดเฉือนกัน ไม่คิดว่าความจริงจะเล่นกันโต้งๆ แบบนี้ มาแย่งลูกค้าในไลฟ์สดกันดื้อๆ
โดนป่วนแบบนี้ โรงงานสุ่ยเหมี่ยวเสียลูกค้าไปหลายเจ้า ตัวเขาเองโมโหจนกินข้าวไม่ลง สุ่ยเจี้ยนเหว่ยกลับปลงตกกว่า
"ลูก อย่าโกรธเลย ทำธุรกิจก็แบบนี้แหละ เห็นคนอื่นได้เงินสู้ตัวเองได้เงินเองดีกว่า ศีลธรรมอะไรไม่มีหรอก เพื่อเงินแล้วทำได้ทุกอย่าง"
"พ่อ ผมไม่เป็นไร ผมแค่คิดว่าเราจะตั้งรับแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พูดตรงๆ สินค้าใครๆ ก็เหมือนกัน ลูกค้าย่อมเลือกที่ถูกกว่า"
สุ่ยเหมี่ยวอยากยกระดับอุตสาหกรรม แต่สภาพโรงงานตอนนี้ ขยับนิดเดียวก็กระทบไปทั้งตัว ปรับเปลี่ยนไม่ได้ แต่โชคดีที่โลกก่อนเขาเล่นกับวัสดุมาเยอะ การปรับปรุงสายการผลิตท่อประปาเล็กๆ ง่ายนิดเดียว
"พ่อ สองสามวันนี้ผมจะปรับปรุงสายการผลิต ยกระดับคุณภาพท่อเหล็กของเรา"
"ได้ ในโรงงานนี้ลูกตัดสินใจเลย พ่อจะเป็นลูกมือให้"
สามวันติด สุ่ยเหมี่ยวขลุกอยู่กับการปรับสายการผลิต ไม่ปรับมุมตรงนี้ ก็เพิ่มอุณหภูมิตรงนั้น
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยยืนงงอยู่ข้างๆ พูดตรงๆ เขาแค่สร้างสายการผลิตตามโปรแกรมที่วิศวกรตั้งไว้ ไม่กล้าแตะต้องอะไรเลย
แต่ลูกชายเขาแทบจะรื้อทั้งระบบ สุ่ยเจี้ยนเหว่ยปากไม่พูด แต่ใจตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวจะพัง แต่พอทดลองเดินเครื่อง ทุกอย่างก็ปกติดี
พอสินค้าตัวใหม่ออกมา สุ่ยเจี้ยนเหว่ยดูด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าสินค้าใหม่ไม่เหมือนท่อเหล็กเดิม นอกจากจะประหยัดวัตถุดิบไปเกือบหนึ่งในสาม รูปลักษณ์ยังดูละเอียดประณีตกว่าเดิม
"ลูกชาย! เจ๋งไปเลย!" สุ่ยเจี้ยนเหว่ยตบไหล่สุ่ยเหมี่ยวอย่างตื่นเต้น แรงตบหนักหน่วงจนลมออกหู
กลับเป็นสุ่ยเหมี่ยวที่ไม่พอใจ ขมวดคิ้วเล็กน้อย จริงๆ มันน่าจะดีกว่านี้ แต่ตอนนี้ไม่มีเงินทุนก้อนโตมาปรับปรุง เหมือนแม่ครัวหัวป่าก์ไม่มีข้าวสาร ก็ทำได้แค่นี้แหละ
บ่ายวันนั้นตอนไลฟ์สด สุ่ยเหมี่ยวถ่ายทอดกระบวนการผลิตทั้งกระบวนการ แน่นอนว่าไม่บอกรายละเอียดการปรับปรุง นั่นเป็นความลับทางการค้า
สุ่ยเหมี่ยวแค่อธิบายละเอียดว่าท่อเหล็กมีประสิทธิภาพดีขึ้นตรงไหนบ้าง ถึงขั้นเอาแว่นขยายมาส่องเทียบพื้นผิวท่อเหล็กก่อนและหลังปรับปรุง เห็นลวดลายของสินค้าใหม่ชัดเจน เป็นการผสมผสานระหว่างสุนทรียศาสตร์อุตสาหกรรมและการใช้งานจริง
ไม่มีใครต้านทานโลหะที่เย็นเยียบแต่งดงามได้ แม้มันจะเป็นแค่ท่อประปา
"ท่อเหล็กที่ปรับปรุงแล้วลวดลายละเอียดขึ้น ความหนาแน่นสูงขึ้น ความแม่นยำสูงกว่าท่อเดิมประมาณ 30% เมื่อเทียบกันแล้ว ทนทานต่อการสึกหรอและการกัดกร่อนได้ดีกว่า..."
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการของถูกที่สุด ยังมีลูกค้าที่ต้องการคุณภาพสูงกว่า สุ่ยเหมี่ยวเลยคัดกรองลูกค้า แบ่งกลุ่มลูกค้า เขาจะเก็บลูกค้าที่ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพไว้
การไลฟ์สดครั้งนี้ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มมาหลายราย ต่างบอกว่าคุณภาพดูดีมาก ยินดีลองซื้อไปใช้ดูก่อน
ครั้งนี้สุ่ยเหมี่ยวเดิมพัน ไม่เพียงไม่ลดราคา ยังขึ้นราคาอีกนิดหน่อย แม้ว่าการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพจะลดต้นทุนลง หักลบกลบหนี้แล้ว กำไรก็น่าดูชม แต่สุ่ยเหมี่ยวคิดว่านี่คือสิ่งที่เขาควรได้รับ เป็นค่าวิชาความรู้
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยตอนนี้ยกอำนาจในโรงงานให้สุ่ยเหมี่ยวหมดแล้ว เขาเข้าใจแล้วว่าโรงงานสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่แค่กล้าลุยก็พอ เดี๋ยวนี้ต้องใช้เทคโนโลยี
เหมือนเพื่อนเก่าพวกนั้น เมื่อก่อนแอบดูทีเดียวก็ทำตามได้ แต่ตอนนี้ให้มายืนหน้าสายการผลิต ก็ไม่รู้จะขโมยวิชายังไง นี่แหละเทคโนโลยีคือราชา ลูกชายเขาไปเรียนเมืองนอกมาอย่างหนักจริงๆ!
สุ่ยเหมี่ยวไม่สนว่าพ่อจะจินตนาการว่าเขาเรียนหนักแค่ไหนในต่างแดน เขาเน้นติดตามลูกค้าใหม่กลุ่มนี้ ตั้งแต่เซ็นสัญญาจนถึงของถึงมือ คอยแก้ปัญหาให้ตลอด จนลูกค้าได้รับท่อเหล็ก ถึงขั้นมีลูกค้าตื่นเต้นบอกเขาว่า ท่อเหล็กล็อตนี้คุณภาพดีมาก อัตราความเสียหายระหว่างการใช้งานลดลงเยอะ
สองวันต่อมา ลูกค้าชื่อฮาบิสก็สั่งออเดอร์ใหญ่ เขาบอกว่าติดต่อกับกองทัพท้องถิ่นได้แล้ว ท่อเหล็กที่ต้องการทั้งหมดจะสั่งจากเขา สุ่ยเหมี่ยวเปิดแผนที่ดู พื้นที่กว้างใหญ่เท่าครึ่งมณฑลซานตง
สุ่ยเหมี่ยวรู้ว่าแถบอาหรับไม่สงบ มีการปะทะกันระหว่างประเทศบ่อยๆ ทำธุรกิจที่นั่นไม่ได้สงบสุขเหมือนในประเทศ ฮาบิสน่าจะใช้เส้นสายทหาร ผูกขาดการจัดหาท่อเหล็กในพื้นที่นั้นผ่านผลประโยชน์ทับซ้อน
แต่ละประเทศมีสถานการณ์ต่างกัน สุ่ยเหมี่ยวไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ ขอแค่ธุรกิจเขาถูกกฎหมายก็พอ
สุ่ยเหมี่ยวคิดในใจ ถ้าท่อประปาที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งหมดมาจากโรงงานพวกเขา โรงงานคงฟื้นคืนชีพ ไม่เพียงเรียกคนงานกลับมาได้ ยังต้องรับคนเพิ่มอีก
เฮ้ หรือว่าชาตินี้สุ่ยเหมี่ยวจะเป็นราชานักธุรกิจท่อเหล็กระดับโลก? แต่เทคโนโลยีนี้หยาบไปหน่อย ไม่มีความไฮเทคเลย ถ้าจะเป็นราชา ก็ต้องยกระดับเทคโนโลยีโรงงานให้สุดยอดไปเลย
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยได้เห็นกับตาในเวลาสั้นๆ เพียงสองเดือนว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ท่อเหล็กบ้านเขาประหยัดวัสดุกว่า ราคาแพงกว่า แต่ดันขายดีจนผลิตไม่ทัน
สายการผลิตทั้งหมดห้าสาย สายหนึ่งลูกชายใช้ทดลองเทคโนโลยีใหม่ตลอด อีกสี่สายเดินเครื่องเต็มกำลัง คนงานทำงานสามกะยังแทบทำไม่ทัน
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยคิดไม่ถึงว่าแค่ท่อเหล็กเส้นเดียวจะทำอะไรได้เยอะแยะขนาดนี้ ถึงขั้นสั่งทำพิเศษได้
ลูกค้าเสนอว่าอยากได้ท่อที่เบากว่า ความแม่นยำสูงกว่า ราคาสูงขึ้นอีกสามส่วนก็ได้ สุ่ยเหมี่ยวสนใจ สองสามวันนี้เลยยุ่งอยู่กับเรื่องนี้
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยสงสัย ของที่ปรับปรุงก่อนหน้านี้ก็พอใช้แล้ว ของที่ดีกว่านี้ไม่จำเป็นมั้ง เปลืองเงินเปล่าๆ
สุ่ยเหมี่ยวตอบว่า: "ที่ไหนก็มีคนรวย ฮาบิสจะเอาไปใช้ในหมู่บ้านคนรวย ต้องให้พวกเขาเห็นว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มค่าและพิเศษกว่าใคร"
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยพยักหน้าเข้าใจ เขาเคยเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของเศรษฐีมาบ้าง โถส้วมทองคำยังทำได้ แค่ท่อประปาดีหน่อยก็เรื่องปกติ
ด้วยพลังแห่งเงินตรา สุ่ยเหมี่ยวก็ผลิตท่อเหล็กตามวัสดุที่ลูกค้าต้องการได้สำเร็จ เขาจดสิทธิบัตรเอง ถ่ายคลิปส่งออกเอง ทำท่อรุ่นนี้ให้เป็นเกรดส่งออก ในประเทศก็เปิดตลาดได้ สองทางประสานกัน โรงงานบ้านสุ่ยเหมี่ยวก็ดังระเบิด
และเมื่อฮาบิสใช้เงินเปิดทางขยายอาณาเขตตัวแทนจำหน่ายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ท่อเหล็กที่ต้องการก็ยิ่งมากขึ้น
"ฮาบิส รู้ไหม ครึ่งปีมานี้ท่อเหล็กที่นายซื้อจากฉันเอามาต่อกันรอบโลกได้รอบหนึ่งแล้วนะ ต้องใช้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"
"สุ่ย นายก็รู้ ที่นี่ไม่สงบ ท่อเหล็กเราโดนระเบิดไปเยอะ ที่ฝังลงดินได้จริงๆ มีไม่เท่าไหร่ ท่อพวกนี้แทบจะเป็นของใช้แล้วทิ้ง ใช้แล้วก็ต้องเติม"
สุ่ยเหมี่ยวถอนหายใจ สงครามโหดร้ายเสมอ โดยเฉพาะกับคนระดับล่าง ฟังจากที่ฮาบิสพูด วงจรอุบาทว์ฝังแล้วระเบิด ระเบิดแล้วฝัง ตอนนี้แค่ได้น้ำใช้ปกติก็หรูแล้ว
"สุ่ย พยายามส่งท่อเหล็กมาให้เราเยอะๆ หน่อย เราโดนระเบิดเยอะเกินไป" ฮาบิสเร่งยิกๆ ไม่ใช่เขาไม่เคยคิดจะใช้ท่ออื่น แต่เทียบกับของสุ่ยเหมี่ยวแล้ว ฟ้ากับเหวชัดๆ
แบบนี้ โรงงานบ้านสุ่ยเหมี่ยวก็ตั้งตัวได้ด้วยโครงการ "ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่" ในแถบอาหรับ ไม่เพียงกอบกู้กิจการ ขยายสายการผลิต ยังซื้อโรงงานข้างๆ ขยายพื้นที่เพิ่มอีกเท่าตัว
เวลาปีเดียว ก็กลายเป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ของนิคมอุตสาหกรรม ผู้บริหารนิคมฯ ต่างมาเอาอกเอาใจ โรงงานมีปัญหาอะไรก็รีบมาช่วยวิ่งเต้น
สุ่ยเจี้ยนเหว่ยในฐานะนิติบุคคลขึ้นเวทีรับโล่ผู้เสียภาษีรายใหญ่ ยิ้มจนตาหยี เมื่อก่อนได้แต่นั่งตบมือข้างล่าง ตอนนี้กลายเป็นคนที่คนอื่นอิจฉา โชคดีจริงๆ ที่มีลูกชายดี