เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (1)

บทที่ 54 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (1)

บทที่ 54 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (1)


บทที่ 54 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (1)

พอกลับถึงมิติ สุ่ยเหมี่ยวแทบจะตาบอดเพราะแสงสีทองอร่ามที่เปล่งออกมาจากตัวเขา ดูเหมือนค่าความศรัทธาจะทุบสถิติใหม่แล้ว

เดิมทีคิดว่าสือโถวจะกระโจนเข้ามาหาด้วยความดีใจ แต่กลับเงียบกริบ

"สือโถว สือโถว?"

สักพัก เงาตะคุ่มก็ปรากฏขึ้นจากอากาศ ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

"อาบา อาบา——ซ่า——ซื่อสุ่ย!" สือเหล่ยให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ระบบของตัวเองมาก แต่ตอนนี้แขนขาขาดรุ่งริ่ง ดูไม่ได้เลย

"เกิดอะไรขึ้น? สือโถว ใครทำแกเจ็บขนาดนี้?!" สุ่ยเหมี่ยวโกรธมาก แม้สือโถวจะพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่หลายโลกที่ผ่านมา ก็มีแค่มันที่อยู่เคียงข้างเขาผ่านวันเวลาอันยาวนาน

"ซ่า——ไม่ใช่ คือฉันอยากไปแย่งข้อมูลดีๆ มา แต่พวกนั้นมันโหดเกินไป ฉันสู้ไม่ได้เลย!"

พูดถึงตรงนี้ สือโถวก็เศร้าอีก "ซื่อสุ่ย บทนางเอกแย่งไม่ได้ฉันก็ยอมรับ แต่ทำไมบทนางรองถึงแย่งยากขนาดนี้..." พูดไปร้องไห้ไป

"เอาล่ะๆ ไม่เป็นไร บทอะไรก็ช่างมันเถอะ อย่าร้องเลย โลกที่แล้วเราได้ค่าความศรัทธามาเยอะ แกเอาไปเปลี่ยนสกินสวยๆ เถอะ" สุ่ยเหมี่ยวลูบหัวมัน

"ฉันไปแล้วนะ อย่าเสียใจไปเลย"

สุ่ยเหมี่ยวหายตัวไปจากมิติ สือโถวมองค่าความศรัทธามหาศาล ทั้งที่มันช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่สุ่ยเหมี่ยวก็แบ่งให้ครึ่งหนึ่ง น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลพราก ฉันจะต้องแย่งข้อมูลดีๆ มาให้ซื่อสุ่ยให้ได้!!

ว้าว! มีสกินลายกาแล็กซี่ลิมิเต็ดด้วย สือโถวอยากซื้อ แต่ก็อดใจไว้ จะฟุ่มเฟือยไม่ได้ มันกัดฟันเลือกปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าติดแขน กับสกินทองคำขาวสุดแกร่ง

ฮึ คราวหน้าเจอพวกตัวร้ายหน้าไม่อาย จะยิงให้กระจุย ดูซิใครจะกล้าแย่งกับฉัน!! สือโถวมองสกินลิมิเต็ดอย่างอาลัยอาวรณ์ คราวหน้า คราวหน้าแน่นอน!

สุ่ยเหมี่ยวเข้าสู่โลกใหม่แล้ว ข่าวดีคือ แบ็คกราวด์คือประเทศจีน ภาษาแม่ของเขายังเหมือนเดิม ข่าวร้ายคือ เขาเป็นผู้ชายอีกแล้ว เขาเข้าใจความรู้สึกของสือโถวแล้ว บทผู้หญิงมันแย่งยากจริงๆ!

ข่าวดีคือ เขายังเป็นลูกคนรวยที่เรียนต่อในอเมริกา ข่าวร้ายคือ ฐานะทางบ้านง่อนแง่น ใกล้จะล้มละลาย

"เฮ้ สุ่ย นายกลับมาแล้วเหรอ เมแกนจัดแข่งรถ ไปดูกันไหม?"

คนที่คุยกับเขาคือรูมเมทที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน มาลิค อาวัด บิน มูบารัค มาจากประเทศเล็กๆ ในคาบสมุทรอาหรับ ส่วนเมแกนที่เขาพูดถึง คือลูกมหาเศรษฐีระดับท็อปในห้องเรียน

ส่วนพวกเขาสองคน ถือว่าพอมีตังค์ แต่ไม่เยอะ เป็นประเภทลูกกระจ๊อกคอยเชียร์ข้างสนามพวกลูกเศรษฐีตัวจริง

สุ่ยเหมี่ยวเรียนอยู่อเมริกา ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย แค่ชอบรถสปอร์ต แต่ฐานะทางบ้านเขาจะซื้อรถสปอร์ตคันละหลายล้านหรือเป็นสิบล้านก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาเลยได้แต่ตามมาลิคไปดูให้หายอยาก

"มาลิค ขอโทษที ฉันต้องเตรียมตัวกลับประเทศแล้ว"

"เกิดอะไรขึ้น สุ่ย นายเพิ่งเรียนประวัติศาสตร์จีนได้ปีเดียวเอง แต่ก็นะ นายเป็นคนจีน เรียนไม่เรียนก็ค่าเท่ากัน"

สุ่ยเหมี่ยวปวดตับกับตัวตนที่ระบบสุ่มมาให้จริงๆ ต้องเรียนห่วยขนาดไหน ถึงส่งคนจีนมาเรียนประวัติศาสตร์จีนที่อเมริกาเพื่อเอาวุฒิปริญญาเนี่ย!!

"มาลิค ช่วยไม่ได้ โรงงานพ่อฉันมีปัญหา ฉันต้องกลับไปช่วยท่าน"

มาลิคกอดสุ่ยเหมี่ยว "โอเค เพื่อน หวังว่านายกลับไปแล้วทุกอย่างจะราบรื่น ถ้าต้องการความช่วยเหลือ บอกฉันนะ ไม่มีนายทำกับข้าวให้กินมาเป็นปี ฉันจะอดตายอยู่แล้ว"

สุ่ยเหมี่ยวกอดตอบ "ยินดีต้อนรับถ้านายมาเที่ยวจีน ฉันจะพาไปกินของอร่อยของจริง"

บ้านสุ่ยเหมี่ยวตอนนี้อยู่ที่มณฑลซานตง มณฑลที่ปลูกต้นหอมยักษ์นั่นแหละ คนที่นี่ส่วนใหญ่สูงเกินร้อยแปดสิบทั้งนั้น

พอออกจากสนามบิน เจอพ่อในโลกนี้ เขาก็ตกใจ

เขาว่าสูงร้อยแปดสิบสามแล้วนะ แต่พ่อเขาสุ่ยเจี้ยนเหว่ย สูงร้อยเก้าสิบกว่าเกือบสองเมตร ตัวใหญ่ล่ำบึ้ก ดูภายนอกนึกว่านักเลงคุมบ่อน

แม้สุ่ยเจี้ยนเหว่ยจะดูน่ากลัว แต่เขาแต่งตัวเรียบง่าย เหมือนเพิ่งกลับมาจากทำนา ดูไม่ออกเลยว่ามีทรัพย์สินหลายสิบล้าน และเขาก็รักสุ่ยเหมี่ยวลูกชายคนนี้มาก ไม่ถึงกับตามใจทุกอย่าง แต่ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยขัดใจสุ่ยเหมี่ยวเลย

เจอกันปุ๊บสุ่ยเจี้ยนเหว่ยก็บ่นด้วยความเป็นห่วง: "ลูกชาย ผอมลงกว่าคราวที่แล้วอีก พ่อบอกแล้วว่าอยู่เมืองนอกกินไม่อิ่ม สู้กลับมาบ้านเราไม่ได้ มหาลัยสอบไม่ติดก็ช่างมันเถอะ บ้านเราไม่มีหัวด้านเรียนหนังสือหรอก..."

บ่นไปเรื่อยเปื่อย สุ่ยเหมี่ยวยืนฟังเงียบๆ เขาไม่ต้องทำอะไรเลย กระเป๋าเดินทางอะไรพ่อแย่งไปถือหมด

นั่งรถกลับบ้าน บ้านอยู่ในหมู่บ้านวิลล่า ทิวทัศน์สวยงาม แต่บ้านมีแค่ผู้ชายสองคน ก็รกไปหน่อย แม่ป่วยเสียไปเมื่อสองปีก่อน สุ่ยเจี้ยนเหว่ยอยู่บ้านก็ทำตัวหยาบๆ

พอถึงบ้าน สุ่ยเหมี่ยวนั่งลงบนโซฟาอย่างสบายใจ แต่พ่อก็วุ่นวายหั่นผลไม้ หาขนมมาให้กิน แบบนี้สุ่ยเหมี่ยวจะนั่งนิ่งได้ไง

"พ่อ พ่อนั่งเถอะ จะกินอะไรเดี๋ยวผมหยิบเอง เล่ามาสิ เกิดอะไรขึ้น ตอนผมไปกิจการโรงงานยังดีๆ อยู่เลยนี่นา?!"

สุ่ยเจี้ยนเหว่ยเปิดโรงงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจ ผลิตท่อเหล็กเชื่อมชุบสังกะสีสำหรับส่งของเหลวความดันต่ำ พูดง่ายๆ ก็คือท่อประปา

โรงงานพื้นที่กว้าง แต่ไม่มีเทคโนโลยีอะไรซับซ้อน ก่อนหน้านี้อยู่ได้เพราะคุณภาพสินค้าและลูกค้าเก่า

"โธ่ ไม่มีอะไรหรอก ปัญหาเล็กน้อย ลูกอุตส่าห์รีบกลับมาทำไม" สุ่ยเจี้ยนเหว่ยฝืนยิ้ม

"พ่อ บ้านนี้ผมก็มีส่วน มีเรื่องอะไรที่ผมช่วยแบ่งเบาไม่ได้เหรอ? เล่ามาเถอะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่"

"ลูก พ่อขอโทษนะ จำหลิวเจี้ยนเสวียไอ้สารเลวนั่นได้ไหม..."

"เขาเป็นเพื่อนสนิทพ่อไม่ใช่เหรอ? ทะเลาะกันเหรอครับ?!" สุ่ยเหมี่ยวรู้ความสัมพันธ์ของพ่อดี

"อย่าพูดถึงเลย ปีที่แล้วมันรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ามีเส้นสายในเทศบาล พ่อเลยวานให้มันวิ่งเต้น เสร็จแล้วจะให้ค่านายหน้า มันวิ่งเต้นสำเร็จ บอกว่ากำลังผลิตตอนนี้เพิ่มอีกเท่าตัวยังไหว พ่อเลยกู้เงินมาเพิ่มสายการผลิตอีกสามสาย เร่งผลิตเต็มกำลัง..."

"เขาหลอกพ่อเหรอ?"

"เปล่าหรอก แต่ไอ้แบ็คของมันกับตัวมันโดนจับเข้าคุก ออเดอร์ใหญ่เลยหายวับ ของค้างสต็อกขายไม่ออก"

"หาคนอื่นไม่ได้เหรอครับ?" สุ่ยเหมี่ยวไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจ ไม่รู้จะช่วยยังไง

"คนจะซวยดื่มน้ำเย็นยังติดฟัน ปีนี้ตลาดท่อเหล็กซบเซา จะขายให้ใครก็ไม่มีใครเอา"

สุ่ยเจี้ยนเหว่ยทิ้งตัวลงบนโซฟา กลุ้มใจ "ไม่ต้องพูดถึงเงินต้น ดอกเบี้ยแต่ละวันก็ไม่น้อยแล้ว ไหนจะคนงานอีกกี่ชีวิต ต้องกินต้องใช้ วันๆ มีแต่ขาดทุน"

สุ่ยเหมี่ยวมองพ่อที่หน้าเศร้าสร้อย "พ่อ พรุ่งนี้เราไปดูโรงงานกัน ถ้าล้มละลายจริงๆ ผมเลี้ยงพ่อเอง"

สุ่ยเจี้ยนเหว่ยซึ้งใจจนน้ำตาไหล "เดิมทีอยากจะเก็บเงินไว้เป็นสินสอดให้ลูก ไม่คิดว่าจะมาเจ๊งไม่เป็นท่า พ่อไม่น่าโลภเลย!" พูดไปร้องไห้โฮไป

ช่วงนี้เขากดดันมาก ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่กลัวจะพาลูกลำบากไปด้วย พอได้ยินลูกพูดแบบนี้ เขาก็กลั้นไม่อยู่

"เฮ้อ!" สุ่ยเหมี่ยวเดินไปตบไหล่พ่อ "พ่อ ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่เรายังมีชีวิตอยู่ อุปสรรคแค่นี้เดี๋ยวก็ผ่านไป"

วันรุ่งขึ้น สุ่ยเหมี่ยวตามสุ่ยเจี้ยนเหว่ยไปเขตนิคมอุตสาหกรรม พอถึงโรงงานท่อเหล็กเจี้ยนเหว่ย สุ่ยเหมี่ยวพบว่าแทบไม่มีคนงานทำงานเลย

"ตอนนี้ทำงานไปก็ยิ่งขาดทุน พ่อเลยจ่ายค่าแรงขั้นต่ำให้พวกเขา ให้ไปหางานทำข้างนอกก่อน รอเศรษฐกิจดีค่อยกลับมาทำ"

สุ่ยเจี้ยนเหว่ยพาสุ่ยเหมี่ยวไปดูโกดัง โกดังใหญ่เท่าสนามฟุตบอล เต็มไปด้วยท่อเหล็ก

"ถามไปทั่วแล้ว ไม่มีใครเอา อย่าว่าแต่พ่อเลย ทั้งนิคมอุตสาหกรรมกี่โรงงานที่เป็นแบบนี้ ปีนี้หน้าหนาวของวงการท่อเหล็กจริงๆ"

สุ่ยเหมี่ยวถาม: "ช่องทางออนไลน์ล่ะครับ?"

เดี๋ยวนี้ TikTok กำลังมาแรง อาจจะเป็นโอกาส

"มีสิ" สุ่ยเจี้ยนเหว่ยเปิดบัญชี TikTok ของโรงงานให้ดู ผู้ติดตามน้อยนิด ยอดวิวยิ่งน้อยกว่า

"สินค้าเราเหมาะกับการขายหน้าร้านมากกว่า ตอนนี้ในประเทศคนทำเยอะ แข่งกันดุเดือด ช่องทางไหนก็คนแน่นไปหมด"

"งั้นส่งออกต่างประเทศล่ะครับ เมื่อวานผมเช็คดู เขตพัฒนาเศรษฐกิจมีเงินอุดหนุนการค้าระหว่างประเทศด้วย" สุ่ยเหมี่ยวไม่รู้เรื่องพวกนี้ ถามไปตามตรง

"ลูกรัก ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของโรงงานครอบคลุมการนำเข้าส่งออกก็จริง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยส่งออกสักรายการ

ของแบบนี้ประเทศไหนก็มี ทำไมต้องถ่อมาซื้อไกลถึงนี่ ราคาเราถูกก็จริง แต่ไม่คุ้มให้เขาบินมาดูถึงเมืองจีนหรอก"

สุ่ยเจี้ยนเหว่ยเห็นสุ่ยเหมี่ยวทำหน้าผิดหวัง ก็ไม่อยากทำลายความตั้งใจ ลูกชายอุตส่าห์อยากช่วย จิตใจดี ฝึกฝนอีกหน่อยเดี๋ยวก็เก่ง เพิ่งจะยี่สิบเองนี่นา

"ลูกมีความคิดอะไร ก็ลองดู บ้านนี้ลูกเป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว"

"อื้ม พ่อ เอาตารางราคารุ่นต่างๆ กับราคาส่งออกแต่ละประเทศมาให้ผมหน่อย ผมจะจดไว้ ในมือถือผมมี TikTok เวอร์ชั่นต่างประเทศ เดี๋ยวผมจะลองโพสต์ดู"

"ได้เลย!"

วันรุ่งขึ้น สุ่ยเจี้ยนเหว่ยเอากระดาษแผ่นใหญ่สามแผ่นเต็มๆ ให้สุ่ยเหมี่ยว ไม่ใช่แค่ระบุรุ่นท่อต่างๆ แต่ยังมีราคาส่งออกแต่ละประเทศด้วย

เขาคิดว่าสุ่ยเหมี่ยวแค่จะถ่ายรูปโพสต์ข้อความนิดหน่อย ไม่คิดว่าลูกชายจะท่องจำ แล้วพูดแนะนำหน้ากล้องเอง

การจดจำไม่ใช่ปัญหาสำหรับสุ่ยเหมี่ยว เขาจำไม่ได้แค่ภาษาอังกฤษ แต่ยังจำภาษาเล็กๆ ของประเทศเล็กๆ ได้ด้วย

สุ่ยเจี้ยนเหว่ยฟังอยู่ข้างๆ ก็ปลื้มใจ สำเร็จหรือไม่ไม่สำคัญ ลูกตั้งใจทำเรื่องสักเรื่องได้ก็ไม่ง่ายแล้ว

พอเตรียมทุกอย่างเสร็จ สุ่ยเหมี่ยวก็ส่งมือถือให้พ่อ ให้พ่อช่วยถ่าย

สุ่ยเหมี่ยวคิดว่าถ้าทำแบบเรียบๆ ร้อยๆ คงไม่มีใครสนใจ TikTok มีแต่พวกบ้าๆ บอๆ ถ้าจริงจังเกินไปคนไม่ดูหรอก ต้องมีลูกเล่นหน่อย

เขาใส่สูทผูกไทพูดสำเนียงลอนดอนผู้ดีทักทาย แล้วพริบตาเดียว ร่มในมือกลายเป็นท่อเหล็ก ยังคงใช้สำเนียงลอนดอนแนะนำข้อมูลท่อเหล็ก

เปลี่ยนฉากอีกทีเป็นเศรษฐีอาหรับโพกหัว พูดจาโผงผางด้วยท่าทางนักเลงโต

...

การถ่ายทำไม่ง่าย สุ่ยเหมี่ยวใช้เวลาเกือบทั้งวัน ตอนเย็นมาตัดต่อ สุ่ยเหมี่ยวดูผลงาน ก็พอใจ แต่จะมีผลแค่ไหนไม่รู้ อัปโหลดคลิปแล้วก็แท็กแก๊งเพื่อนตัวแสบให้ช่วยแชร์

ใครจะคิดว่ามาลิคตอบกลับมาคนแรก: "เพื่อน นายแสดงเหมือนมาก โดยเฉพาะสำเนียง ได้ฟีลสุดๆ ฮ่าๆๆ! ฉันแชร์ให้แล้วนะ"

"ขอบใจ มาลิค" สุ่ยเหมี่ยวไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มาก พรุ่งนี้ค่อยถ่ายภาษาอื่นต่อ ถ้าผ่านไปอาทิตย์สองอาทิตย์ยังเงียบ ค่อยหาวิธีอื่น

ใครจะคิดว่ากลางดึกคืนนั้นจะได้รับโทรศัพท์จากมาลิค "บ้าจริง ลืมไปว่าที่นายเป็นตอนกลางคืน แต่ข่าวที่ฉันจะบอกลบล้างความผิดฉันได้ ที่ประเทศฉันมีคนมาคอมเมนต์ในคลิปฉัน สนใจจะซื้อท่อเหล็ก ฉันส่ง ID TikTok เขาให้นายแล้ว เขาออนไลน์อยู่ คุยกันเองนะ"

สุ่ยเหมี่ยวที่งัวเงียอยู่ตาสว่างทันที สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนจริงๆ สุ่ยเหมี่ยวรีบลุกขึ้น ใช้แอปแปลภาษาคุยกับฝ่ายนั้นทันที

จบบทที่ บทที่ 54 หนทางสู่มหาเศรษฐี เริ่มจากการรับช่วงต่อโรงงานท่อเหล็ก (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว