เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 บทนำ (2) —— ช่างหัวโชคชะตามันสิ

บทที่ 2 บทนำ (2) —— ช่างหัวโชคชะตามันสิ

บทที่ 2 บทนำ (2) —— ช่างหัวโชคชะตามันสิ


บทที่ 2 บทนำ (2) —— ช่างหัวโชคชะตามันสิ

"ฉันมันโง่จริงๆ จริงๆ นะ..."

"เซียงหลินซ่าว" สุ่ยเหมี่ยวเงยดวงตาที่ไร้ประกายขึ้นจ้องสือโถว แล้วพูดต่อ "ฉันรู้แค่ว่าคนเราเวลาซวยดื่มน้ำเย็นยังติดฟัน; แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันจะซวยได้ขนาดนี้"

"ชาติแรกฉันยังไม่ทันได้พูดสักคำก็ถูกเหยียบเป็นเนื้อบด ฉันบอกตัวเองว่า นี่ต้องเป็นบททดสอบจากสวรรค์แน่ๆ สวรรค์จะมอบภารกิจใหญ่หลวงให้ใคร ย่อมต้องเคี่ยวกรำจิตใจผู้นั้นก่อน! ยี่สิบกว่าปีมานี้ฉันก็ผ่านมาได้แบบนี้"

"สือโถว แกคิดดูสิ?! ตอนชาติที่สองฉันก็คิดนะ สวรรค์ยังเมตตาฉันอยู่ นี่ไง ให้โอกาสฉันได้สัมผัสชีวิตกินหรูอยู่สบาย"

"ฉันมันโง่จริงๆ จริงๆ นะ คนดวงซวยอย่างฉันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะได้รับความเมตตา ที่ตกลงมาจากฟ้ามีแต่กับดัก จะไปมีขนมเปี๊ยะได้ยังไง..."

"ซื่อสุ่ย ขอโทษนะ..." สือโถวเองก็ลังเลไม่กล้าเข้าใกล้ มันรู้สึกว่าคนที่ดวงซวยน่าจะเป็นมันต่างหาก

สือโถวทนความรู้สึกผิดในใจไม่ไหว สารภาพกับสุ่ยเหมี่ยวว่าก่อนหน้านี้ที่ข้ามมิติแบบนี้ มันส่งโฮสต์ไปสวรรค์เกือบสี่หลักแล้ว

นี่กลายเป็นความยึดติดของสือโถวไปแล้ว มันไม่เชื่อว่ามันจะซวยขนาดนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันควรจะยอมแพ้แล้ว "ซื่อสุ่ย เป็นความผิดของฉันเอง เป็นฉันที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ชนกำแพงไม่หันหลังกลับ..."

ทันใดนั้น เสียงตวาดก็ขัดจังหวะการพร่ำบ่นของมัน สุ่ยเหมี่ยวลุกขึ้นยืน นิ้วชี้ขึ้นไปข้างบน สายตามุ่งมั่นราวกับจะมองทะลุความว่างเปล่านี้: "บนโลกใบนี้ ไม่มีใครกำหนดชะตาชีวิตของฉันได้! เทวดาหน้าไหนก็ไม่ได้! ไปตายซะไอ้คุณท่านสวรรค์!!!"

สือโถวได้แต่เงยหน้ามองร่างที่ยืดตรงของสุ่ยเหมี่ยวอย่างงุนงง ในตอนนี้เธอราวกับเทพเจ้าลงมาจุติ มันมองเธอที่ก้มหน้าลงมาสบตากับมัน ในดวงตาของเธอมีเปลวไฟลุกโชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

มันได้ยินเธอพูดว่า: "สือโถว เปิดโลกต่อไป มาคว่ำโลกเฮงซวยนี่กันเถอะ!"

...อุดมการณ์ช่างสวยหรู ความจริงช่างโหดร้าย!

ชาติที่สาม สุ่ยเหมี่ยวยังไม่ทันลืมตาก็ถูกจับกดน้ำตายในถังฉี่ แม้เธอจะกลับมายังมิติโดยหลุดพ้นจากสภาพแวดล้อมตอนนั้นอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ยังขยะแขยงไม่หาย

"ครอบครัวนี้มีลูกสาวสี่คนแล้ว พวกเขาไปถามร่างทรงมาว่าท้องนี้ต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ ซื่อสุ่ย คุณไม่รู้หรอกว่ายายเฒ่าใจร้ายคนนั้นทำเกินไปแค่ไหน..."

"ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว" เมื่อเทียบกับการตายสองครั้งก่อน ครั้งนี้ก็นอกจากวิธีจะน่าขยะแขยงแล้ว สำหรับเธอก็ไม่ถือว่าเจ็บปวด

"สือโถว ฉันไม่เชื่อหรอก พวกเราสองคนจะซวยขนาดนี้?! คนต่อไป!"

ชาติที่สี่ สุ่ยเหมี่ยวข้ามไปเป็นลูกชาวนาในโลกเซียน ยังไม่ทันได้ฝันหวานว่าจะได้เป็นศิษย์สายลัทธิเซียน ก็ถูกผู้ฝึกวิชามารจับไปเป็นเตาหลอมมนุษย์ อยู่มิสู้ตาย สุดท้ายต้องกัดลิ้นฆ่าตัวตายเอง

"คนต่อไป!"

การข้ามมิติครั้งที่ห้า สุ่ยเหมี่ยวข้ามไปเป็นภูตผีปิศาจในป่า แต่เธอข้ามไปผิดจังหวะ พอข้ามไปก็เจอด่านเคราะห์สายฟ้าฟาด ยังไม่ทันได้แปลงร่างสำเร็จ ก็ถูกผ่าจนเป็นตอตะโก

สำหรับเรื่องนี้ สุ่ยเหมี่ยวบอกว่า ขอแค่แรงดันไฟฟ้าสูงพอ ความตายก็เป็นเรื่องชั่วพริบตา ไม่ได้เจ็บปวดอะไร

"คน! ต่อ! ไป!"

ครั้งที่หก ครั้งที่เจ็ด... ผ่านไปสี่สิบเก้าครั้ง สุ่ยเหมี่ยวก็ได้สัมผัสวิธีตายที่แตกต่างกันไป อืม นี่จะไม่นับว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตได้ยังไงล่ะ?!

สือเหล่ยมองสุ่ยเหมี่ยวที่มีไอสีดำแผ่ออกมาทั่วร่าง ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว จำนวนครั้งที่ซื่อสุ่ยข้ามมิติมันเกินจำนวนครั้งของโฮสต์คนไหนๆ ไปไกลแล้ว

สือโถวเดินไปข้างสุ่ยเหมี่ยว ยื่นมือไปจับชายเสื้อของเธอ: "ซื่อสุ่ย ขอโทษนะ เป็นฉันที่ทำให้คุณลำบากไปด้วย"

"ไม่มีลำบากไม่ลำบากอะไรหรอก ถ้าไม่มีแก ฉันคงถูกใส่โถอัฐิไปนานแล้ว อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่ ความตายครั้งแล้วครั้งเล่าจะทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น สือโถว คนต่อไป"

ครั้งที่ห้าสิบ สุ่ยเหมี่ยวถือว่าได้พักหายใจบ้าง ตอนนี้เธอเป็นทหารเกณฑ์ เพศชาย วัยฉกรรจ์

แต่เนื่องจากความหิวโหยมาหลายปี ทำให้เขาขาดสารอาหาร แก้มตอบ หลังค่อม ซี่โครงหน้าอกปูดโป่งเป็นซี่ๆ ดวงตาที่เดิมทีด้านชากลับมามีประกายสดใสอีกครั้งเพราะวิญญาณของสุ่ยเหมี่ยวเข้ามาสวม

ฟังคำแนะนำจากสือโถว ตอนนี้เธออยู่ในราชวงศ์ที่เรียกว่าราชวงศ์หมิ่น ปีที่หนึ่งของหมิ่นที่สาม เนื่องจากกษัตริย์โง่เขลา บวกกับภัยธรรมชาติไม่หยุดหย่อน ทั่วทั้งประเทศมีแต่เสียงร้องไห้ระงม ประชาชนอยู่ไม่เป็นสุข

ราชสำนักเกณฑ์ไพร่พลและคนจนไปเป็นทหารรักษาชายแดนที่เมืองเฉิงหยาง ทหารเกณฑ์กว่าหนึ่งพันนายที่เธอสังกัดถูกเกณฑ์ไปชายแดนเฉิงหยาง

ตอนนี้สถานการณ์ของเธอแย่มาก เพราะเสบียงของพวกคนจนอย่างพวกเขาถูกนายทหารเอาไปขายต่อ วันหนึ่งได้กินโจ๊กแค่สองชาม เม็ดข้าวนับเม็ดได้ แค่พอกินกันตาย

ทางกายภาพก็โหดร้ายทารุณขนาดนี้แล้ว ทางจิตใจก็ทุกข์ทรมาน นายทหารอารมณ์ไม่ดีก็ซ้อมสักยก ยังไปไม่ถึงครึ่งทาง ทหารเกณฑ์อย่างพวกเขาก็เหลือแค่ 700 กว่าคนแล้ว

สุ่ยเหมี่ยวรับรู้ว่าสภาพร่างกายของตัวเองใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว และคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

ช่างเถอะ ยื้อได้วันนึงก็คือวันนึง อย่างน้อยอยู่ในโลกนี้ได้อีกวันก็เหมือนได้ตอกบัตรเพิ่มอีกวัน ได้พลังงานให้มิติเพิ่มอีกหน่อย

"ซื่อสุ่ย ดูทางซ้ายหน้า นั่นคือพระเอกของโลกนี้" เสียงตื่นเต้นของสือโถวดังขึ้นในหัว

เวลาคนเราหิวจะมีผลต่อความคิดจริงๆ เหมือนตอนนี้ สุ่ยเหมี่ยวเหม่อไปสิบกว่าวินาทีกว่าจะตั้งสติได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธออยู่ใกล้ตัวเอกขนาดนี้ ห่างกันแค่ไม่กี่คนกั้น

"ตอนนี้พวกเขากำลังวางแผนจะก่อกบฏ ก่อการยึดอำนาจทางทหาร ซื่อสุ่ย ไม่แน่พวกเราอาจจะได้ความดีความชอบจากการสนับสนุนมังกรนะ"

สือโถวยังคงฝันหวาน สุ่ยเหมี่ยวฟังแล้วยิ้มขมขื่น ในฐานะตัวประกอบ เธอมีความตระหนักรู้ในฐานะตัวประกอบเป็นอย่างดี ความดีความชอบจากการหนุนหลังฮ่องเต้เธอไม่กล้าฝัน ไม่ตายอยู่ที่นี่สุ่ยเหมี่ยวก็สาธุแล้ว

สือเหล่ยรู้แล้วก็เงียบกริบ ผ่านการข้ามมิติมาตั้งหลายครั้งจนมีหลักฐานยืนยันความดวงซวย มันดูเหมือนจะพูดปลอบใจดีๆ ไม่ออกเลย

สุ่ยเหมี่ยวรอคอยการก่อกบฏ ถึงตอนนั้นค่อยดูสถานการณ์เพื่อเอาตัวรอด แต่ที่คาดไม่ถึงคือสิ่งที่มาก่อนกลับเป็นการหาเรื่องของนายทหาร

วันนี้ เธอนอนอยู่บนที่นอนรวมกลางแจ้ง มองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว บี้เหาบนตัว แล้วมองเห็นกลุ่มนายทหารถือคบเพลิงพุ่งเข้ามากลางวงพวกเขา ใช้กระบองไล่ตีนพวกทหารเกณฑ์ให้ตื่น

สุ่ยเหมี่ยวดีดตัวลุกขึ้นยืนตรงทันที หลีกเลี่ยงการโดนตีไปได้

นายทหารที่เป็นหัวหน้าพุงพลุ้ย ขี่ลา หรี่ตาลงเล็กน้อย มองดูเหล่าไพร่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเบื้องล่าง

"ได้ยินว่าในพวกแกมีคนจะก่อกบฏ ช่างดวงบางดั่งกระดาษแต่ใจสูงเทียมฟ้าจริงๆ ตอนนี้จะให้โอกาสพวกแก ขอแค่ชี้ตัวหัวโจก ข้าจะละเว้นโทษให้ แต่ถ้าปกป้องมัน ฆ่าไม่ละเว้น!"

พอพูดจบ ทุกคนก็ตกตะลึง สถานการณ์เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบหนักดังระงมไปทั่ว

สุ่ยเหมี่ยวเงยหน้ามองรอบๆ เล็กน้อย ดูจำนวนคนทั้งสองฝ่าย ความแตกต่างชัดเจน จริงๆ แล้วตอนนี้ขอแค่ทุกคนกรูกันเข้าไป หมัดมั่วๆ ก็ทุบตีนายทหารสิบกว่าคนนี้ตายได้แล้ว แต่การจะให้ทุกคนหลุดพ้นจากพันธนาการทางความคิดนั้นยากเพียงใด

"ไม่มีใครพูดใช่ไหม?"

นายทหารคุมการฝึกพูดจบไม่ทันไร ทหารคนหนึ่งก็เดินเข้าไปในฝูงคนลากคนคนหนึ่งออกมา นั่นก็คือสุ่ยเหมี่ยว เอามีดพาดคอเธอ "แกพูดซิ! ใครจะก่อกบฏ?!"

สุ่ยเหมี่ยวคร่ำครวญในใจ: คนเป็นพัน ดันมาเลือกฉัน ทำไมถึงไม่ใช่โชคชะตาตัวเอกนะ ขอแค่เป็นลู่ทางสู่ความตาย เธอชนะเลิศตลอดกาลจริงๆ

ทหารออกแรงนิดหน่อย มีดก็บาดจนเลือดออกแล้ว

สุ่ยเหมี่ยวโกรธจัด แม่มเอ้ย เธอข้ามมิติมาตั้งกี่ครั้ง ชาตินี้ไม่ขอมีชื่อเสียงโด่งดัง ขอแค่รักษาชีวิตรอดในยุคโกลาหล ความปรารถนาเล็กๆ แค่นี้ยังทำให้เป็นจริงไม่ได้เหรอ!

เสือไม่คำราม เห็นฉันเป็นแมวป่วยเรอะ!! วันนี้ยื่นหัวก็โดนฟัน หดหัวก็โดนฟัน กูสู้ตายกับพวกมึง!!

เธอมองตรงไปที่พระเอก ตะโกนใส่เขาเสียงดัง: "ลูกผู้ชายไม่ตายก็แล้วไป หากตายต้องให้ชื่อระบือไกล อ๋องโหวแม่ทัพเสนาบดีล้วนมีเชื้อสายมาแต่กำเนิดฤๅ!" เธอต้องการบีบให้พระเอกก่อกบฏเดี๋ยวนี้

สุ่ยเหมี่ยวพูดจบก็ทุ่มสุดตัวจะแย่งมีดจากทหารหวังจะสวนกลับแบบหักมุม แต่แรงไม่พอ ถูกทหารปาดคอ ตาย

แต่สถานการณ์ทั้งหมดโกลาหลไปแล้ว ทหารเกณฑ์ลุกฮือ นายทหารทั้งหมดคุมไม่อยู่แล้ว พระเอกถือโอกาสนี้นำทหารเกณฑ์ฆ่านายทหารที่คุมตัว ก่อการยึดอำนาจ

ต่อมาก็คือกองทัพกบฏยกย่องพระเอกเป็นแม่ทัพ ยึดอำเภอได้สามแห่งรวด เริ่มก่อตั้งอำนาจรัฐ...

เรื่องราวการแย่งชิงอำนาจหลังจากนั้น สุ่ยเหมี่ยวไม่ได้เห็นแล้ว เธอถูกฆ่าอย่างเด็ดขาด กลับมายังมิติในชั่วพริบตา

หมุนคอ รู้สึกว่าคอยังอยู่ดีบนบ่า ต้องบอกว่า สุ่ยเหมี่ยวชินแล้ว มีดเดียวในวันนี้แทบไม่มีผลกระทบทางจิตใจต่อเธอเลย

"สือโถว แกดูสิพวกเราซวยไหม ถ้าเป็นเกมล่ะก็ เวลานี้ผู้เล่นคนอื่นเพิ่งจะออนไลน์ ยึดครองภูเขาเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่เหมือนพวกเราเซิร์ฟยังไม่เปิดก็ออฟไลน์แล้ว"

สุ่ยเหมี่ยวมองสือโถวที่ยืนทื่อไม่ขยับ นึกว่ามันรวนไปแล้ว

พอเข้าไปใกล้ก็ตกใจเสียงตะโกนของสือโถว: "ซื่อสุ่ย!! ซื่อสุ่ย!! พวกเรามีค่าความศรัทธาแล้ว พวกเรามีค่าความศรัทธาแล้วจริงๆ!!" สือโถวหมุนตัวไปรอบๆ มันตื่นเต้นจนแทบบ้า

"ค่าความศรัทธาคืออะไร?" สุ่ยเหมี่ยวไม่เคยได้ยินมันพูดมาก่อนเลย

"ก็คือทุกครั้งที่ข้ามมิติ ถ้าส่งผลกระทบต่อโลกจะมีค่าความศรัทธาเกิดขึ้น เป็นได้ทั้งบวกและลบ ยิ่งค่าความศรัทธามาก ฉันก็สามารถอัปเกรดได้เรื่อยๆ และสามารถให้การปกป้องคุณได้มากขึ้นด้วย"

"ทำไมก่อนหน้านี้ไม่บอกล่ะ?" สุ่ยเหมี่ยวตื่นเต้นบ้างแล้ว นี่สำหรับเธอคือฝนทิพย์จากฟากฟ้าชัดๆ

สือโถวที่ตื่นเต้นอยู่เดิมสงบลง รู้สึกกระอักกระอ่วน: "เอ่อ นี่... โฮสต์ก่อนหน้าคุณ 957 คนไม่เคยสร้างค่าความศรัทธาได้เลยแม้แต่นิดเดียว โดยทั่วไปมีแต่ระบบตัวเอกเท่านั้นถึงจะสร้างได้"

สือโถวซึมไปวูบหนึ่ง แต่ก็กลับมาพลังเต็มเปี่ยมทันที "ตอนนี้ดีแล้ว ฉันก็เป็นระบบที่มีค่าความศรัทธาแล้ว ดูซิใครจะกล้าดูถูกฉันอีก!!"

"แล้วของเรานี่มาได้ยังไง ฉันไม่ใช่พระเอกสักหน่อย?" สุ่ยเหมี่ยวไม่อยากจะเชื่อ เธอรู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรนะ

"อานิสงส์จากพระเอก เขาได้เป็นฮ่องเต้ ตอนพงศาวดารบันทึกเรื่องราวของเขา ย่อหน้าแรกก็เขียนถึงคุณ โดยเฉพาะคำพูดที่คุณพูดส่งผลต่อคนรุ่นหลังนับพันปี ซื่อสุ่ย!! พวกเรารวยแล้ว ระบบอื่นเหนื่อยแทบตายได้ค่าความศรัทธาแค่นิดหน่อย พวกเราโกดังระเบิดเลย"

"ซื่อสุ่ย ฉันมีความคิดดีๆ ต่อไปพวกเราข้ามมิติ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ตะโกนสโลแกนก่อนเลย!! ถ้าเป็นเหมือนครั้งนี้ ประวัติศาสตร์จารึกไว้ พวกเราก็รวยเละ!"

สุ่ยเหมี่ยวคิดถึงภาพความอับอายขายขี้หน้า ขนลุกซู่ ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น เธอไม่ทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด!!

"พวกเรานี่เหมาะสมกันจริงๆ ไม่สู้ก็แล้วไป พอสู้ก็เล่นระดับไฮเอนด์เลย!" สือโถวยังหาทางลงให้ตัวเองได้

สุ่ยเหมี่ยวได้เห็น "ฟ่านจิ้นสอบจอหงวนได้" (ดีใจจนเสียสติ) เวอร์ชั่นระบบ รออยู่ครึ่งชั่วโมงกว่า ให้ระบบสงบสติอารมณ์เอง

จากนั้น ทั้งสองก็เปิดหน้าต่างสถานะด้วยอาการสั่นเทา สือโถวเองก็เพิ่งเคยเห็นหน้าต่างสถานะ ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่กลับจักรวาลมิติสูงมันเป็นฝ่ายอิจฉาคนอื่น ตอนนี้ดีแล้ว มันก็เป็นระบบที่ฟังก์ชันครบครันแล้ว!!

สุ่ยเหมี่ยวกับสือโถวสุมหัวกันดูหน้าแผงที่มีค่าสถานะของเธอกับสือโถวเรียงรายยิบย่อย เกือบทั้งหมดเป็น 0 โชคชะตานี่ถึงกับติดลบ

เห็นแล้วเศร้าใจ ได้ยินแล้วน้ำตาไหลจริงๆ

ตอนนี้ดีแล้ว หนึ่งคนหนึ่งระบบในที่สุดก็รอจนถึงวันนี้! "จัดเต็ม อัดค่าสถานะให้ฉันเต็มแม็กซ์!" สุ่ยเหมี่ยวตอนนี้เหมือนหลานสาวที่มหาเศรษฐีหมื่นล้านตามหาเจอ อยากจะกินไข่ปลาคาเวียร์แทนข้าวให้จุกไปเลย!

พูดก็พูดเถอะ แต่ทั้งสองคนต้องเติมเยอะเกินไป ค่าสถานะแต่ละอย่างเพิ่มขึ้นมาได้แค่สามสี่สิบ

สุ่ยเหมี่ยวอัดค่าพละกำลังจนเต็ม อย่างน้อยก็ต้องมีความสามารถติดตัวบ้าง จากโลกที่เธอข้ามไปเหล่านี้ พละกำลังคุ้มค่าที่สุด

สุ่ยเหมี่ยวสูดหายใจลึกอย่างพึงพอใจ เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังผ่านการผลัดเปลี่ยนกระดูกเส้นเอ็น มันสุดยอดจริงๆ!!

สือโถวก็เปลี่ยนร่าง จากความเก่าโทรมแบบหุ่นยนต์วอลล์-อี กลายเป็นหุ่นยนต์สาวอีฟที่ดูไฮโซ ในที่สุดก็ดูมีความเป็นไฮเทคขึ้นมาหน่อย

ทั้งสองคนดื่มด่ำไปกับมันถอนตัวไม่ขึ้น วินาทีนี้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองได้ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตแล้ว

"สือโถว ขอบใจนะที่พาฉันมาสัมผัสทั้งหมดนี้!" สุ่ยเหมี่ยวตอนนี้ราวกับเกิดใหม่

"ซื่อสุ่ย ฉันต่างหากต้องขอบคุณคุณ ไม่มีคุณก็ไม่มีฉันแล้ว"

"เอาล่ะๆ พวกเราอย่าดราม่ากันเลย โลกต่อไปกันเถอะ ตอนนี้คือการเดินทางที่แท้จริงของพวกเราแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 2 บทนำ (2) —— ช่างหัวโชคชะตามันสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว