เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 บทนำ (1) —— เวรกรรมจริง ๆ ดันมาเจอกับระบบแบบนี้

บทที่ 1 บทนำ (1) —— เวรกรรมจริง ๆ ดันมาเจอกับระบบแบบนี้

บทที่ 1 บทนำ (1) —— เวรกรรมจริง ๆ ดันมาเจอกับระบบแบบนี้


คำแนะนำก่อนอ่าน

1.เรื่องนี้เป็นแนวท่องโลก ตัวเอกเป็นผู้หญิง แต่ทะลุมิติไปอยู่ในร่างต่างๆ ทั้งหญิง ชาย สัตว์ ข้อมูลฯลฯ (95% เป็นหญิง)

2.เรื่องนี้มีระบบ แต่ระบบกากมาก ไม่ค่อยมีบท

3.เป็นแนวสู้ชีวิต สร้างตัวให้ก้องโลก

4.ตัวเอกไม่มีคู่รัก

บทที่ 1 บทนำ (1) —— เวรกรรมจริง ๆ ดันมาเจอกับระบบแบบนี้

โลกนี้มีจักรวาลมิติสูงดำรงอยู่

ระบบในนิยายก็มีอยู่จริงเช่นกัน

ทำไมถึงพูดแบบนี้ ก็เพราะสุ่ยเหมี่ยวตัวเอกของเรื่องนี้เพิ่งได้ครอบครองระบบเมื่อคืนวานนี้น่ะสิ

สุ่ยเหมี่ยวรู้มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าความขรุขระของชีวิตเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่ได้ ชีวิตที่ราบรื่นแทบไม่มีอยู่จริง คนเรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ก็เพื่อผ่านบททดสอบชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า

ครอบครัวของเธอเรียกได้ว่าเป็นโหมดนรก พ่อเสียสติ แม่เป็นอัมพาตติดเตียง เธอประทังชีวิตด้วยการเก็บของเก่าขาย ดิ้นรนเติบโตขึ้นมาราวกับหญ้ารก

ตลอดช่วงมัธยมปลาย เธอส่งพ่อจากไป แล้วก็ส่งแม่จากไป โลกใบนี้เหลือเพียงเธอที่โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิง หมดห่วงกังวลใดๆ

แต่เธอก็ยังอยากมีชีวิตอยู่ดีๆ นะ! เธอพยายามจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ ในตอนที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น โชคชะตาก็เล่นตลกกับเธออีกครั้ง

ตอนปีสอง สุ่ยเหมี่ยวตรวจร่างกาย แล้วพบว่าเธอเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายแล้ว

บางทีสุ่ยเหมี่ยวก็คิดว่าโชคชะตาของตัวเองนี่น่าขันจริงๆ อายุเพิ่งจะยี่สิบแท้ๆ ช่วงวัยที่สวยงามเพิ่งจะเริ่มต้น แต่กลับเดินมาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตเสียแล้ว

หลังจากรู้ผลเธอก็ล้มเลิกการรักษา ปฏิเสธความช่วยเหลือจากสังคมและมหาวิทยาลัย กลับมาบ้านเกิด รอความตายอย่างเงียบๆ

แต่พูดตามตรง นี่ก็เป็นเพียงการต่อต้านเล็กๆ น้อยๆ ที่มีต่อโลกอันเฮงซวยใบนี้ ใช้การเผชิญหน้ากับความตายอย่างเปิดเผยเพื่อปกปิดความกังวลในใจ

ความจริงแล้ว ใครบ้างจะไม่กลัวตาย ถ้าเธอไม่กลัวตาย ตอนนั้นคงตามพ่อกับแม่ไปแล้ว แต่การมีชีวิตอยู่นี่ทำไมมันยากจังนะ เธออยากมีชีวิตอยู่นะ!!!

สุ่ยเหมี่ยวเจ็บปวดจนชาไปหมดแล้ว เธอสัมผัสได้ถึงชีวิตที่กำลังไหลออกไป ไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้เธอคงต้องไปพบยมบาลแล้ว

แต่ตอนนี้เธอคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรแล้วคว้าไว้ก่อน จะมีอะไรน่ากลัวไปกว่าความตายอีกเหรอ?

เวลาย้อนกลับไปเมื่อคืนวาน สุ่ยเหมี่ยวที่นอนรอความตายอยู่บนเตียง จู่ๆ ในหัวก็มีเสียงคล้ายคอมพิวเตอร์เปิดเครื่องดังขึ้น จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงที่มีความเป็นโลหะ: "สวัสดี ฉันคือระบบท่องเวลา..."

"ฉันยอมรับ!" สุ่ยเหมี่ยวโพล่งออกมาโดยไม่กระพริบตา เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์เมื่อกี้เป็นเรื่องจริงหรือภาพหลอนของตัวเอง แต่ก็ไม่เสียหายที่จะลองเสี่ยงดู

"เอ่อ นี่..." ระบบเองก็เพิ่งเคยเจอโฮสต์แบบนี้เป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าการสนทนาครั้งแรกกับโฮสต์จะเป็นแบบนี้

ก่อนหน้านี้มันเตรียมคำพูดไว้ยาวเหยียด กะว่าจะโม้วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของตัวเองก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องอนาคตที่ทั้งสองจะไปถล่มทลายทั่วทิศต่อหน้าโฮสต์ที่ไร้ประสบการณ์... ทำไมพูดประโยคแรกไม่ทันจบก็ทำสัญญากันแล้วล่ะ?!

"ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ..." ระบบยังรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ ก่อนหน้านี้การทำสัญญากับโฮสต์แต่ละคนของมันล้วนมีพิธีรีตองทั้งนั้น

"ขอแค่แกเป็นของจริงก็พอ อีกอย่าง... สภาพฉันตอนนี้... ยังมีทางเลือกให้ปฏิเสธ... อีกเหรอ?" พูดประโยคยาวๆ อย่างตะกุกตะกักจบ สุ่ยเหมี่ยวก็แทบจะขาดใจ

"นั่นก็จริง" ระบบมองดูร่างที่แห้งราวกับซากศพบนเตียง แล้วเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

...

หลังจากหนึ่งคนหนึ่งระบบทำสัญญากันเสร็จ สุ่ยเหมี่ยวก็ปรากฏตัวในมิติแห่งจิตสำนึก ในชั่วพริบตานี้ เธอรู้สึกได้ว่าร่างกายกลับมาแข็งแรง พลังชีวิตที่ห่างหายไปนานทำให้เธอแทบหลั่งน้ำตา นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนามาตลอดครึ่งปีมานี้

"ถึงแม้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสจะทำได้สมจริง แต่ในมิติแห่งจิตสำนึกกับโลกแห่งความจริงนั้นไม่เหมือนกัน ในมิติแห่งจิตสำนึก พูดง่ายๆ ก็คือมีแค่จิตวิญญาณเท่านั้นที่เข้ามาได้" ระบบอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟัง

สุ่ยเหมี่ยวมองไปที่ระบบ พบว่ารูปร่างของมัน เหมือนกับหุ่นยนต์วอลล์-อีไม่มีผิดเพี้ยน แถมยังดูเก่าคร่ำครึเหมือนกันด้วย สูงไม่ถึงเข่าเธอด้วยซ้ำ

สุ่ยเหมี่ยวยืนฟังมันเล่าที่มาของตัวเองเงียบๆ รู้ว่ามันมาจากจักรวาลมิติสูง ตอนที่ถูกสร้างขึ้นมันได้รับมอบหมายบทบาทที่สอดคล้องกัน —— ระบบตัวประกอบ

"หือ?! ไม่ใช่สิ เมื่อกี้แกบอกว่าเป็นระบบท่องเวลาไม่ใช่เหรอ?" สุ่ยเหมี่ยวสงสัยแล้ว นี่มันต่างกันเกินไปไหม

"...นี่มันก็เหมือนกันนั่นแหละ โฮสต์ลองคิดดูสิถ้าคุณกลายเป็นตัวประกอบ ไม่ต้องแบกรับชะตากรรมของทั้งประเทศ ไม่ต้องแบกรับความแค้นนองเลือดของตระกูล เป็นแค่ฉากหลังที่ไม่มีชื่อแซ่ เป็นตัวประกอบในฝูงชนให้ครบจำนวนคนก็พอ ไม่มีความยากอะไรเลย นี่มันต่างกับระบบท่องเวลาตรงไหน!!"

"ที่แกพูด... ก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา"

แต่สุ่ยเหมี่ยวรู้สึกว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้อง ช่างเถอะไม่คิดแล้ว การมีชีวิตอยู่สำคัญที่สุด "ระบบ แกมีชื่อไหม? ต่อไปให้ฉันเรียกแกว่ระบบๆ ตลอดเลยเหรอ?"

"ในฐานะโฮสต์ คุณมีสิทธิ์ตั้งชื่อให้ฉัน" ชื่อไม่สำคัญ ชื่อเก่าของมันถ้าไม่มีเป็นพันก็มีเก้าร้อยแล้ว

"ฉันชื่อสุ่ยเหมี่ยว งั้นแกชื่อสือเหล่ยก็แล้วกัน ชื่อเล่นสือโถว (ก้อนหิน) สือโถว แกคิดว่าไง?"

ความเงียบของระบบในขณะนี้ช่างดังกึกก้อง แต่พอลองคิดถึงประวัติที่ผ่านมาของมัน การจะหาคนหัวอ่อนมารับเคราะห์แบบนี้ได้อีกก็ไม่ง่าย ชื่อนี้ใช่ว่าจะยอมรับไม่ได้

"ดี! เป็นชื่อที่ดีจริงๆ! ชื่อของคุณมีแต่น้ำ น้ำไร้รูปร่างแต่ก็เป็นคมดาบได้; ชื่อของฉันมีแต่หิน เป็นเพชรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก พวกเราคือคู่สร้างคู่สม ไร้เทียมทานทั่วหล้า!"

อะไรเละเทะไปหมด?! สุ่ยเหมี่ยวเริ่มสงสัยแล้วว่าระบบของเธอตัวนี้ไม่ปกติ

"ซื่อสุ่ย (น้ำสี่สาย) เตรียมตัวพร้อมหรือยัง? ตอนนี้ฉันจะทำการหลอมรวมกับจิตสำนึกของคุณ เมื่อหลอมรวมสำเร็จ ร่างกายในโลกนี้จะหมดสัญญาณชีพ ตายอย่างสมบูรณ์ และพวกเราก็จะเริ่มการเดินทางสู่หมื่นโลก!"

สือโถวแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ คุณเรียกฉันสือโถว งั้นฉันก็เรียกคุณซื่อสุ่ย!

"การข้ามมิติของพวกเราคือการยึดร่างเหรอ?" สุ่ยเหมี่ยวไม่ค่อยแน่ใจว่าการข้ามมิติของมันคือการแย่งชิงรังนกกระจิบหรือเปล่า

"เป็นไปได้ยังไง พวกเราไม่เหมือนระบบชั่วร้ายพวกนั้นสักหน่อย พวกเราเป็นกองกำลังถูกกฎหมาย ล้วนใช้พลังงานของระบบสร้างตัวตนให้คุณโดยตรงทั้งนั้น"

สือโถวดูแคลนพฤติกรรมของระบบป่าเถื่อนพวกนั้นมาก "พวกนั้นทำผิดกฎหมาย ถ้าต่อไปเจอแล้วแจ้งจับยังมีรางวัลด้วยนะ... ช่างเถอะ พวกเราคงไม่เจอหรอก"

"พวกเราก็แค่ระบบตัวประกอบ ไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น แค่มีชีวิตรอดก็พอ แต่ว่าต้องอยู่ในโลกนั้นให้นานพอสมควร อยู่หนึ่งวันก็จะมีพลังงานหนึ่งวันป้อนกลับเข้าระบบ ไม่งั้นไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะเปิดโลกใหม่ไม่ได้ ยังมีคำถามอีกไหม?"

สุ่ยเหมี่ยวเข้าใจความหมายของมัน ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง: "ไม่มีปัญหาแล้ว... เดี๋ยวสิ ฉันโทรบอกโรงพยาบาลให้มาช่วยเก็บศพหน่อย"

จะให้เน่าตายคาบ้านจนคนในหมู่บ้านตกใจไม่ได้ สุ่ยเหมี่ยวโทรศัพท์เสร็จ วางมือถือลง ประสานมือเข้าด้วยกัน แล้วพูดอย่างสงบว่า "เริ่มเลยเถอะ!"

ในขณะที่หนึ่งคนหนึ่งระบบหลอมรวมเข้าสู่โลกใหม่ เหล่าระบบในแผนกท่องโลกของจักรวาลมิติสูงต่างก็ทำหน้าตกตะลึง

"นายว่าอะไรนะ ไอ้ตัวซวยนั่นหาโฮสต์ได้แล้วเหรอ ไม่มีเหตุผลเลย แบบมันเนี่ยนะยังหาได้ ทำไมฉันถึงไม่ได้บ้างล่ะ?!"

"หึ! มันรอดไปอีกครั้งจนได้ เดิมทีควรจะถูกรีเซ็ตแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะหาโอกาสได้ในจังหวะสำคัญนี้"

"ไม่มีประโยชน์หรอก อีกไม่นาน พลังงานมันไม่พอ ก็ต้องถูกทิ้งแน่นอน ถึงตอนนั้นมันก็ไม่มีโชคดีอะไรแล้ว"

เรื่องเหล่านี้สุ่ยเหมี่ยวไม่รู้เลย เธอกำลังฟังการนับถอยหลังของสือโถว อีกสิบวินาทีเธอจะไปถึงโลกใหม่

"สิบ, เก้า... สาม, สอง, หนึ่ง!"

"ซื่อสุ่ย ระวัง..."

สุ่ยเหมี่ยวลืมตาขึ้น ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกคนฟันหัวขาด ไม่เพียงแค่นั้น ม้าศึกและทหารราบจำนวนนับไม่ถ้วนยังเหยียบย่ำผ่านร่างของเธอ เหยียบเธอจนกลายเป็นเนื้อบด

การข้ามมิติครั้งแรกของสุ่ยเหมี่ยว ใช้เวลาถึงโลกใหม่หนึ่งวินาที ตาย!

?? ฉันเป็นใคร? ฉันอยู่ที่ไหน? สุ่ยเหมี่ยวที่กลับมายังมิติแห่งจิตสำนึกยังคงงุนงง: "สือโถว เมื่อกี้ฉันข้ามมิติสำเร็จไหม?"

ไม่รอให้สือโถวตอบ ความเจ็บปวดที่ตามมาทีหลังทำให้เธอกรีดร้องออกมาทันที: "อ๊ากกก!!!"

เธอรู้สึกว่าผิวหนังทุกตารางนิ้วกำลังฉีกขาด ไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่ปนไปกับกล้ามเนื้อ และกระดูกที่รู้สึกเหมือนถูกบดจนละเอียด สุ่ยเหมี่ยวเจ็บจนสลบไป

นี่คือการข้ามมิติครั้งแรกของเธอ เดิมทีได้ร่างเป็นทหารทำอาหาร ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในแนวหลัง ใครจะไปคิดว่ากบฏล้อมเมือง เป็นทหารก็ต้องออกรบ ออกสนามรบครั้งแรกก็กลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบของแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม

กว่าสุ่ยเหมี่ยวจะได้สติก็ผ่านไปสามวันแล้ว ในมิติแห่งจิตสำนึกที่ขาวโพลน หนึ่งคนหนึ่งระบบจ้องตากัน

สุดท้ายระบบก็หลบสายตาอย่างรู้สึกผิด: "ซื่อสุ่ย นี่เป็นอุบัติเหตุ ครั้งหน้าจะไม่เป็นแบบนี้แน่นอน พวกเราต้องเริ่มการข้ามมิติครั้งใหม่แล้ว ไม่งั้นมิติไม่มีพลังงานหล่อเลี้ยง คุณจะหายไปนะ"

"โฮสต์คนก่อนก็เป็นแบบนี้ใช่ไหม ยอมตายดีกว่าข้ามมิติ!" สุ่ยเหมี่ยวไม่ต้องการคำตอบจากสือโถว เธอเห็นจากสีหน้าของมันแล้ว

นี่มันเฮงซวยชะมัด!! สุ่ยเหมี่ยวกัดฟันพูด: "โลกต่อไป เริ่มเลย"

สือโถวพอได้ยินว่าสุ่ยเหมี่ยวยอมข้ามมิติอีกครั้ง ก็กลับมากระตือรือร้นทันที เริ่มส่งตัวไปยังโลกใหม่

ครั้งนี้ สุ่ยเหมี่ยวมาเกิดเป็นทารก ฟังข่าวที่สือโถวไปสืบมา ครั้งนี้เธอเกิดในตระกูลขุนนาง ตระกูลบัณฑิตผู้ดี

พ่อของเธอสอบเข้ารับราชการ สอบได้ตำแหน่งทั่นฮวา (อันดับสาม) ลอยคอในทะเลขุนนางมาหลายปีได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ให้ไปเป็นผู้ตรวจการเกลือที่กูซู

ได้ยินถึงตรงนี้ สุ่ยเหมี่ยวตาโต: "หลินหรูไห่เหรอ?! ฉันใช่หลินไต้อวี้หรือเปล่า!?"

"ไม่ใช่ ก็แค่ภูมิหลังคล้ายกัน เจ้าบ้านแซ่สุ่ย คุณลืมแล้วเหรอ นี่เป็นตัวตนที่สร้างขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะนะ"

สุ่ยเหมี่ยวดีใจเก้อ นึกว่าได้เข้า "ความฝันในหอแดง" เสียแล้ว

เวลานี้ครอบครัวของพวกเขากำลังอยู่บนเรือมุ่งหน้าไปกูซู เธอยังเป็นเด็กทารกกินนม ไม่ต้องสนใจอะไร เวลาที่เพิ่งมาถึงเป็นช่วงอาหารเย็นพอดี เธอถูกคู่สามีภรรยาหยอกล้ออยู่ครู่หนึ่ง ก็ถูกแม่นมอุ้มกลับไปนอนที่ห้องปีก

ในขณะสะลึมสะลือ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง สุ่ยเหมี่ยวตื่นเต็มตาทันที: "สือโถว เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันได้ยินเสียงกรีดร้อง!"

"แย่แล้ว ศัตรูบุกมา ซื่อสุ่ยรีบซ่อนเร็วเข้า!!"

สวรรค์จะให้ฉันตาย!! สุ่ยเหมี่ยวตอนนี้เป็นแค่ทารกไม่กี่เดือน นั่งยังไม่ได้เลย จะหนียังไง?

ตอนนี้ในห้องปีกมีเธอแค่คนเดียว แม่นมก็ไม่รู้อยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดียังไง สิ่งที่เธอทำได้ก็คือเงียบเสียงไว้ ไม่ร้องไห้ออกมา

ข้างนอกเริ่มสงบลง เธอได้ยินเสียงจากระเบียงทางเดินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ: "ภาษีเกลือกูซูเป็นของในถุงท่านอ๋องมาตลอด ขุนนางเล็กๆ ริอ่านจะเขย่าต้นไม้ใหญ่ ไม่เจียมตัว ค้นให้ละเอียด ไม่ให้เหลือรอดสักคน!"

สุ่ยเหมี่ยวได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ซวย ซวย ซวย!! นี่กำลังจะค้นมาถึงห้องเธอแล้ว... แย่ล่ะ ถูกเจอแล้ว!

"ใต้เท้า ตรงนี้ยังมีทารกอีกคน"

ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว!!

เสียงของใต้เท้าคนนั้นดังขึ้น: "ลูกสาวของสุ่ยเพ่ยจือสินะ ช่างเถอะ อย่าไปสนใจมัน..."

สุ่ยเหมี่ยวกำลังจะถอนหายใจโล่งอกที่รอดมาได้ ก็ได้ยินประโยคต่อมา: "จุดไฟ เผาให้เกลี้ยง!"

เชี่ยเอ้ย... ไอ้เวรตะไล!!

ชาติที่สอง สุ่ยเหมี่ยวใช้เวลาสามชั่วโมง ชะตากรรมสุดท้ายคือถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน

จบบทที่ บทที่ 1 บทนำ (1) —— เวรกรรมจริง ๆ ดันมาเจอกับระบบแบบนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว