เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 จากลาไม่พบหน้า

บทที่ 14 จากลาไม่พบหน้า

บทที่ 14 จากลาไม่พบหน้า


บทที่ 14 จากลาไม่พบหน้า

อวิ๋นจั๋วสนทนากับบ่าวรับใช้ ผีหูเซิงข้างๆ ตื่นเต้นยิ่งกว่านาง ชะเง้อมองเข้าไปข้างใน ตาละห้อย กลัวว่าคนบ้านตัวเองจะไม่ยอมให้อวิ๋นจั๋วเข้าประตู

แต่ที่ทำให้หูเซิงประหลาดใจคือ พอได้ยิน บ่าวรับใช้กลับไม่คิดสงสัย รีบนำทางอวิ๋นจั๋วเดินเข้าไปทันที

"นายท่านกับฮูหยินตามหาคุณชายมาหลายปี แต่ไม่มีข่าวคราวเลย หากแม่นางมีจดหมายลายมือของคุณชายจริง นายท่านต้องตบรางวัลให้อย่างงามแน่ขอรับ!" บ่าวรับใช้ยังไม่ลืมที่จะกล่าว

อวิ๋นจั๋วสีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่ได้แปลกใจ

ดูจากชื่อโรงทอผ้านี้ ก็พอจะเดาได้ว่าพ่อแม่ตระกูลหูต้องมีความรักความผูกพันกับผีน้อยตนนี้แน่

เวลานี้ พ่อแม่ตระกูลหูกำลังรับรองแขก พอมีบ่าวเข้ามารายงาน ทั้งสองรีบให้พ่อบ้านจัดการเรื่องจุกจิกต่อ ส่วนตัวเองพาลูกสาวและว่าที่ลูกเขยไปพบอวิ๋นจั๋วที่ห้องรับรองข้าง เห็นได้ชัดว่าไม่อยากพลาดโอกาสใดๆ ในการตามหาลูกชาย

เพียงแต่พอเห็นอวิ๋นจั๋ว แววตาของหูผู้พ่อฉายความผิดหวังวูบหนึ่ง

เด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดคนนี้ จะเป็นเพื่อนกับลูกทรพีของเขาได้อย่างไร?

"แม่นางบอกว่ามีจดหมายของลูกข้าหรือ?" หูผู้พ่อยังคงถาม ลูกชายหนีออกจากบ้านด้วยความโกรธมาสิบปี หลายปีมานี้เขาก็เพียรพยายามให้คนออกตามหา แต่ฟ้ากว้างแผ่นดินใหญ่ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

ต่อให้คนตรงหน้าจะดูไม่น่าเชื่อถือแค่ไหน เขาก็ทำใจไล่ตะเพิดไปไม่ได้

"ท่านเศรษฐีหู ฮูหยินหู" อวิ๋นจั๋วทักทายตามมารยาท จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงเอาตราประทับที่หูเซิงทิ้งไว้ก่อนตายออกมาจากอกเสื้อ

"ข้ามาส่งของดูต่างหน้าของหูเซิง"

"ของดูต่างหน้า!!!"

หูผู้พ่อสูดหายใจเฮือก ฮูหยินหูข้างๆ เซถลา เกือบจะยืนไม่อยู่ ลูกสาวและลูกเขยต้องรีบเข้ามาประคอง

ว่าที่ลูกเขยตระกูลหูมองตราประทับนั้นแวบหนึ่ง รีบพูดขึ้นทันที "ท่านลุงหู เนื้อหยกของตราประทับนี้ดูเหมือนจะเป็นชิ้นที่ท่านเคยเลือกให้อาเซิงเมื่อก่อนจริงๆ ขอรับ!"

หูผู้พ่อมีหรือจะดูไม่ออก?

เขาเดิมคิดว่าคราวนี้คงมีคนมาหลอกเงินเขาอีกแล้ว นึกไม่ถึงว่า จะเอาของแทนใจของลูกชายมาส่งจริงๆ!

"นอกจากนี้ ยังมีเงินอีกจำนวนหนึ่ง" อวิ๋นจั๋วล้วงตั๋วเงินออกมาทั้งหมด แล้วพูดตามความต้องการของหูเซิง

"เขาบอกว่า ปีนั้นในหัวท่านมีแต่เรื่องเงิน บอกว่าเขาเป็นตัวล้างผลาญไม่ได้เรื่อง แต่ตอนนี้สิบปีผ่านไป ในที่สุดเขาก็เก็บหอมรอมริบได้ทรัพย์สมบัติมาบ้าง พิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่คนไร้ค่าอย่างที่ท่านว่า"

ประโยคนี้จบลง วิญญาณของหูเซิงดูจะหม่นหมองลงเล็กน้อย

ทว่าใบหน้าแก่ชราของหูผู้พ่อกลับเหมือนเลือดจะสูบฉีดหายไป ร่างทั้งร่างดูแก่ลงไปถนัดตาในชั่วพริบตา

"ลูกข้า... ไม่เหลือแล้วจริงๆ หรือ?" หูผู้พ่อไม่กล้าเชื่อ

บางที อาจจะเป็นลูกชายแค้นเขา เลยจ้างคนมาขู่เขาเล่นก็ได้มั้ง?

เดี๋ยวลูกชายก็คงโผล่ออกมา!

"ในปึกตั๋วเงินนี้ มีกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนที่ฝังศพของเขาไว้ เขาตายในท้องหมาป่า ข้าบังเอิญไปเจอเข้า เลยช่วยเก็บศพให้" อวิ๋นจั๋วพูดความจริง

"ช้าก่อน! เจ้าไม่ใช่เพื่อนของอาเซิงหรือ? เขาตายไปแล้ว แล้วจะให้เจ้ามาส่งจดหมายได้อย่างไร?" หูผู้พ่อยังฉลาดอยู่ รีบจับผิดในคำพูดได้ทันที รีบเอ่ยปากถาม

พอพูดแบบนี้ ฮูหยินหูก็มีความหวังขึ้นมาบ้าง รู้สึกว่าลูกชายยังไม่ตาย

ส่วนว่าที่ลูกเขยตระกูลหูถอนหายใจ "อาเซิงช่างใจดำนัก เพียงเพราะเรื่องขัดแย้งเล็กน้อย ก็ทิ้งบ้านไปตั้งหลายปี ตอนนี้อุตส่าห์ได้ข่าวคราว กลับยังมาล้อเล่นแบบนี้ จะคู่ควรกับความห่วงใยของท่านลุงท่านป้าได้อย่างไร... แต่ท่านลุงก็อย่าโกรธไปเลยขอรับ ไม่ว่ายังไง เขาก็ยอมปรากฏตัวแล้ว ไม่ว่าจะเพราะแค้นเคืองหรือต้องการเงิน ท่านก็มีลูกชายแค่คนเดียว อย่าได้ผลักไสเขาออกไปอีกเลยขอรับ!"

หูเซิงถอนหายใจ ลมเย็นยะเยือกพัดวูบหนึ่ง

ผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว คนที่บ้านก็ยังไม่เชื่อเขา

"เงินพวกนี้—ข้าไม่สน! เจ้าลูกอกตัญญู—" หูผู้พ่อโศกเศร้าและโกรธแค้นถึงขีดสุด

สิบปียังไม่พออีกหรือ? เพราะคำด่าคำเดียว ผูกใจเจ็บมาจนป่านนี้?!

ตั๋วเงินปลิวว่อนร่วงหล่นเต็มพื้น ดูไม่ต่างอะไรกับกระดาษธรรมดา

อวิ๋นจั๋วมองเงียบๆ จากนั้นก็ยิ้มพลางกล่าว "คำพูดของข้าได้ส่งถึงแล้ว ตามหลักแล้วท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อข้าก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก เพียงแต่ข้าได้รับผลประโยชน์จากหูเซิงมาไม่น้อย ยังไงก็ต้องทำให้การแลกเปลี่ยนนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด"

"เรื่องประหลาดในโลกนี้มีเป็นร้อยพัน เชื่อว่าเศรษฐีหูทำการค้ามาหลายปี ก็คงเคยพบเจอมาบ้าง ลูกชายท่านยังมีห่วง วิญญาณจึงไม่ยอมไปไหน ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างข้าสัมผัสได้ ถึงได้มาช่วยทำให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริงเท่านั้น"

อวิ๋นจั๋วไม่ได้บอกว่าวิญญาณของหูเซิงอยู่ข้างๆ

คนกับผีอยู่คนละภพภูมิ

จู่ๆ บอกว่าวิญญาณอยู่ที่นี่ หนึ่งอาจทำให้พ่อแม่คู่นี้ตกใจตาย สองอาจกระตุ้นความโลภ สายเลือดตัดไม่ขาด เกิดมีความคิดจะรั้งวิญญาณไม่ให้ไปผุดไปเกิด นั่นจะเป็นการก้าวล่วงเส้นแบ่ง วันหน้าหากข้องแวะกับภูตผี ก็จะเกิดความปั่นป่วนระหว่างภพภูมิ ผลกรรมก็จะตกที่นางผู้เป็นคนนำวิญญาณมา

ที่นางลำบากลำบนมาปิดจ็อบการค้านี้ หนึ่งเพื่อเงิน สองเพื่อสะสมบุญกุศลจากการนำวิญญาณ ไม่ใช่มาหาเรื่องใส่ตัว

หูผู้พ่อเห็นนางพูดจาจริงจัง หัวใจก็ดิ่งวูบลงเหว

เขาก็รู้ว่า ในโลกนี้มีจอมขมังเวทบางคน สามารถรู้วันตาย สื่อสารกับภูตผีปีศาจได้...

"แม่นาง... ไม่ได้หลอกข้าใช่ไหม?" หูผู้พ่อแยกแยะไม่ออกจริงๆ

หูเซิงตอนนี้เริ่มรู้สึกแย่แล้ว วิญญาณที่ดูน่าเกลียดอยู่แล้วยิ่งดูเศร้าหมองลงไปอีก มองดูพ่อบังเกิดเกล้า พลางพึมพำว่า

"ปีนั้นตอนไปข้าทิ้งจดหมายไว้ บอกว่าจะไปค้าขายที่ชายแดน ข้ายังบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง หาเงินก้อนโตได้ข้าจะกลับมา ข้าโกรธที่เขาชอบด่าข้า แต่ข้าตั้งปณิธานจะไปหาเงินก้อนโตแล้ว ตอนจะไป ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปงอนเขา ทำไมเขาต้องระแวงข้าขนาดนี้ด้วย?"

"แล้วข้าก็ส่งจดหมายกลับมาที่เมืองหลวงด้วย ข้ารู้ว่าที่บ้านไม่ขาดแคลนเงิน ก็เลยไม่กล้าอวดความร่ำรวย บอกแค่ว่าปลอดภัยดี แต่ทำไมเขาถึง... หรือว่าจดหมายข้าส่งไปไม่ถึง? ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่!"

จดหมายที่เขาส่งมามีน้อย สิบกว่าปีมานี้ ก็แค่สี่ห้าฉบับเอง

แต่น่าจะทำให้พ่อแม่สบายใจขึ้นบ้างสิ

อวิ๋นจั๋วฟังคำพูดโง่ๆ ของผีน้อย แล้วอดไม่ได้จริงๆ

ผีตนนี้นี่มันซื่อบื้อจริงๆ หาเงินได้ตั้งเยอะ อาศัยดวงล้วนๆ ร่อนเร่อยู่ข้างนอกตั้งสิบปีกว่าจะตาย ถือว่าโชคดีมากแล้ว!

"ท่านเศรษฐีหู หูเซิงเคยส่งจดหมายกลับมาสี่ห้าฉบับ ท่านลองตรวจสอบดูว่าจดหมายถูกใครที่มีเจตนาไม่ดีกักไว้หรือเปล่า" อวิ๋นจั๋วพูดตรงๆ

"อีกอย่าง ลูกชายท่านดวงมีคนคิดร้าย เรื่องหนีออกจากบ้านปีนั้นเกรงว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง พวกท่านพ่อลูกรักใคร่กันดี ตามหลักไม่น่าจะบานปลายจนถึงขั้นเกลียดชังกัน ลองคิดดูให้ดีๆ ว่าในเรื่องนี้ มีใครคอยยุยงปลุกปั่นหรือไม่?"

พูดพลาง สายตาของอวิ๋นจั๋วก็มองไปที่ว่าที่ลูกเขยตระกูลหู

โหงวเฮ้งของคนผู้นี้ ไม่ค่อยดีนัก

นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ มีลักษณะของนกเค้าแมวที่มายึดรังนกกระจิบ

คนผู้นั้นถูกนางจ้องจนรู้สึกไม่สบายตัว รีบกล่าวว่า "เจ้า... เจ้าสงสัยข้า? ข้าอาศัยอยู่ตระกูลหูมาตั้งแต่เล็ก ได้รับบุญคุณใหญ่หลวงจากตระกูลหู รักใคร่กับอาเซิงดุจพี่น้องแท้ๆ!"

หูเซิงตายไปแล้ว ตอนนี้ที่พึ่งเดียวคือท่านปรมาจารย์อวิ๋นจั๋ว เทียบกับญาติพี่น้องเมื่อก่อน เขาเชื่อท่านปรมาจารย์มากกว่า

พอนางชี้โพรง หูเซิงรีบบอกอวิ๋นจั๋วทันที "ข้า... ก่อนข้าหนีออกจากบ้าน ข้าเอาจดหมายให้พี่หลินจื่อ แล้วเขายังบอกว่าเชื่อว่าข้าจะสร้างชื่อเสียงได้ และก็เป็นเขาที่บอกข้าว่า แถบชายแดนกวนซีมีโอกาสรวยสูง บอกว่าที่นั่นอุดมไปด้วยอัญมณี แค่ซื้อมาขายไปไม่กี่รอบ ก็กำไรมหาศาล ใช้เวลาไม่กี่ปี ก็ทำให้ท่านพ่อต้องมองด้วยความทึ่งได้แล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 14 จากลาไม่พบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว