- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ออกไปตั้งแผงดูดวงอีกแล้ว
- บทที่ 11 ถึงคราวข้าดูดวงให้เจ้าแล้ว
บทที่ 11 ถึงคราวข้าดูดวงให้เจ้าแล้ว
บทที่ 11 ถึงคราวข้าดูดวงให้เจ้าแล้ว
บทที่ 11 ถึงคราวข้าดูดวงให้เจ้าแล้ว
อวิ๋นจั๋วนั่งยองๆ อยู่ที่มุมหนึ่ง บนร่างยังสวมเสื้อนวมผ้าหยาบตัวนั้น ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อจากความหนาวเย็น ดวงตาดำขลับใสกระจ่างจ้องมองพระธุดงค์ผู้นั้นเขม็ง
พระรูปนี้ เทศนาธรรมได้น่าเกรงขามหลอกคนเก่งทีเดียว
และข้างกายของนาง ยังมีวิญญาณเร่ร่อนตนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่ด้วย
"ท่านอาจารย์ ท่านกลับถึงบ้านแล้วแท้ๆ ทำไมยังแต่งตัวซอมซ่อแบบนี้อีก? ไม่ปิดบังท่าน พ่อข้าเป็นคนมองคนแค่เปลือกนอก เดี๋ยวตอนท่านช่วยเอาของไปส่งให้ข้า เกรงว่าจะเข้าบ้านข้าไม่ได้เอานะขอรับ?" วิญญาณเร่ร่อนยื่นหัวเข้ามาพูดกับอวิ๋นจั๋ว
วิญญาณตนนี้ก็คือตนที่ถูกอวิ๋นจั๋วทิ้งไว้หน้าประตูตระกูลเซียวเมื่อวาน
เขาตามนางมาจากกวนซีตลอดทาง ใบหน้าผีนั้นดูอิดโรยกว่าเดิมเล็กน้อย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาวอายุน้อยอย่างอวิ๋นจั๋ว กลับระมัดระวังตัวแจ ก้มหน้าต่ำอย่างยิ่ง กลัวว่าอีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมาจะทำลายเขาให้สิ้นซาก
"วางใจเถอะ เรื่องของเจ้าข้าไม่ลืมหรอก หากวันนี้ไม่เจอก็ยังมีโอกาสหน้าอีกถมไป รับเงินเจ้ามาแล้ว ข้าไม่ทำให้ผิดหวังหรอก" อวิ๋นจั๋วพึมพำเสียงเบา
"ข้าไม่ใช่ว่าสงสัยท่าน..." วิญญาณเร่ร่อนรีบกล่าว
"แค่ไม่เข้าใจ คัมภีร์เต๋าคัมภีร์พุทธท่านก็รู้แจ้งหมดแล้ว จะมาฟังพระปลอมนี่เทศน์ทำไม ข้าติดตามท่านมานานขนาดนี้ ก็พอจะมีญาณหยั่งรู้บ้างแล้ว มองพระรูปนี้แวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี..."
พระปลอมรูปนี้หน้าตาเมตตาอารี มองดูเหมือนพระผู้ทรงศีลจริงๆ
แต่ในฐานะวิญญาณเร่ร่อน เขามีความสามารถเพิ่มขึ้นมาจากตอนมีชีวิตอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือการแยกแยะผู้ทรงศีลตัวจริงตัวปลอม
กลิ่นอายบนตัวอาจารย์น้อยอวิ๋นจั๋วนั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก วิญญาณภูตผีใดๆ ที่เข้าใกล้ จิตวิญญาณจะได้รับความสงบสุข ไม่กล้าก่อกวนล่วงเกิน นี่ต้องเป็นผู้ทรงศีลที่ทำความดีมาไม่น้อย มีบุญบารมีสูงส่งแน่!
แต่พระปลอมรูปนั้นต่างออกไป ปากท่องคัมภีร์ แต่บนตัวไร้ซึ่งพุทธคุณ พอเข้าใกล้คนผู้นี้ เขารู้สึกว่าวิญญาณอันว่างเปล่าของตนยังอดหงุดหงิดเกรี้ยวกราดขึ้นมาบ้าง เห็นได้ชัดว่าได้รับผลกระทบจากไอสังหารบนตัวพระปลอม
อวิ๋นจั๋วก็รู้ว่าพระรูปนี้เป็นของปลอม
โคมไฟหน้าพระที่เปื้อนสิ่งอัปมงคลตกมาอยู่ในมือนาง นางต้องจัดการแก้ไข แต่คนอย่างนางมักจะ "ใจดี" เป็นทุนเดิม แน่นอนว่าต้องมาดูต้นตอของไอชั่วร้ายเสียหน่อย
"เจ้าเงียบๆ หน่อย เสียงดังจนข้าไม่มีสมาธิฟังธรรมแล้ว" อวิ๋นจั๋วดุวิญญาณเร่ร่อนไปทีหนึ่ง แล้วนั่งยองๆ รอต่อไป
วิญญาณเร่ร่อนไม่ค่อยเข้าใจ
บทสวดของพระปลอม มีอะไรน่าฟังนักหนา?
แต่คำพูดของอวิ๋นจั๋ว เขาไม่กล้าไม่ฟัง จึงรีบหุบปากสนิท แล้วลอยถอยไปด้านหลัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้คนที่มาฟังธรรมต่างรู้หน้าที่ ควักเงินบริจาคกันถ้วนหน้า เด็กน้อยรับใช้เดินเข้ามาเก็บเงินทีละคน แล้วแจกแผ่นไม้ไผ่ที่เขียนหมายเลขลำดับให้ทุกคนคนละอัน
เด็กน้อยเดินมาหยุดตรงหน้าอวิ๋นจั๋ว
ตู้รับบริจาคนั้นใหญ่มาก เด็กอายุสิบเอ็ดสิบสองขวบสองคนถึงจะช่วยกันยกไหว
"ข้าไม่มีเงิน" อวิ๋นจั๋วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วดึงผ้าผืนหนึ่งออกมาจากมุม ปูลงบนพื้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
"และ... บังเอิญจริง ข้าก็มาตั้งแผงดูดวงเหมือนกัน วันละสามดวง นี่เป็นการเปิดแผงครั้งแรกของข้าหลังจากมาถึงเมืองหลวง ราคาถูกมาก อยากลองดูไหม?"
"..." เด็กน้อยสองคนตะลึงไปชั่วขณะ แล้วรีบหันกลับไปมองพระชรา
วิญญาณเร่ร่อนด้านหลังอวิ๋นจั๋วก็หัวเราะเสียงเย็นยะเยือก
นางไม่มีเงิน? โกหกชัดๆ
เขาเจอกับอาจารย์น้อยอวิ๋นจั๋วที่ชายแดนกวนซี อีกฝ่ายเก็บกระดูกของเขาไปฝังให้ และรับปากว่าจะนำทรัพย์สมบัติที่เขาอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมากลับเข้าเมืองหลวงไปส่งให้บิดาผู้แก่เฒ่าของเขา
หนทางยาวไกล ค่าทำศพกับค่าเดินทางที่ให้ไปไม่ใช่น้อยๆ
นางถือตราประทับที่อยู่ข้างกระดูกของเขา แล้วกวาดทรัพย์สินที่เขาสะสมมาหลายปีไปจนเกลี้ยง นอกจากตั๋วเงินแล้ว ทองคำและอัญมณีอื่นๆ นางก็เก็บไปหมด!
แน่นอนว่า ก่อนจะถูกคนตระกูลเซียวมารับตัว อาจารย์น้อยอวิ๋นจั๋วก็ได้ถลุงทรัพย์สมบัติไปไม่น้อย ในห่อสัมภาระที่ขนเข้าบ้านตระกูลเซียวเมื่อวาน เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง...
คิดแล้วก็ปวดวิญญาณตุบๆ!
เวลานี้ พออวิ๋นจั๋วเอ่ยปาก คนอื่นๆ ก็หันมามองกันเป็นตาเดียว
"อมิตาพุทธ"
ไต้ซือคงฉานมีสีหน้าเปี่ยมเมตตา "ประสกน้อย อาตมาวันนี้มาเทศนาธรรมที่นี่ ขอประสกอย่าได้รบกวน หากต้องการสนทนาธรรมกับอาตมา โปรดรอสักครู่ ให้ญาติโยมแยกย้ายกันไปก่อน แล้วค่อยมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน"
"สวนชิงสุ่ยแห่งนี้ ขอแค่จ่ายค่าผ่านประตู ใครๆ ก็เข้ามาได้ ท่านไต้ซือเทศนาธรรมที่นี่ได้ ข้าก็ตั้งแผงที่นี่ได้เหมือนกัน ไม่เห็นจะขัดกันตรงไหนใช่หรือไม่?" อวิ๋นจั๋วไม่เกรงใจสักนิด แล้วกล่าวต่อว่า
"ได้ยินว่าไต้ซือก็ดูดวงวันละสามดวงเหมือนกัน แต่สามดวงนี้ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ดู ต้องบริจาคเงินไม่ต่ำกว่าห้าสิบตำลึงก่อน แล้วค่อยจับสลากตามหมายเลข ผู้มีวาสนาเท่านั้นถึงจะได้รับคำทำนายชี้แนะ วันนี้มีคนมารอไม่ต่ำกว่าร้อยคน ส่วนใหญ่คงต้องผิดหวัง คนที่พลาดโอกาสเหล่านั้น หากยอมให้ข้าลองดูให้ บางทีอาจมีเรื่องประหลาดใจก็ได้นะ?"
โคมแก้วที่พระปลอมนี้ส่งออกไป เกือบจะเอาชีวิตท่านย่าของนาง นางจะไม่มาลองของหน่อยได้อย่างไร?
อีกอย่าง การจัดการคนชั่วที่หลอกลวงต้มตุ๋นและมีมลทินติดตัว ก็ถือเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ จะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด
ไต้ซือคงฉานสีหน้าย่ำแย่เล็กน้อย แต่ต่อหน้าธารกำนัล ก็ยังแสร้งทำท่าทีกว้างขวาง "เจ้าอายุยังน้อยต้องออกมาหาเลี้ยงตัวเอง ก็ไม่ง่ายเลย มนุษย์ล้วนเป็นทุกข์ อาตมาก็ไม่อยากจะลำบากใจเจ้า เช่นนั้นเจ้าตามสบายเถิด"
"ท่านไต้ซือดูดวงเป็นจริงๆ หรือ?" อวิ๋นจั๋วทำเสียงประหลาดใจ
"แค่มองแวบเดียวก็ดูออกว่าข้าไม่ง่าย หรือว่าท่านจะมีดวงตาทิพย์จริงๆ?"
ไต้ซือคงฉานถอนหายใจ "อาตมาดูแล้วเจ้าเป็นคนน่าสงสารที่อาภัพอับโชคตั้งแต่เด็ก ไร้ที่พึ่งพิง จึงจะชี้ทางสว่างให้ เจ้ามีลักษณะดวงชะตาโดดเดี่ยวพิฆาตคนใกล้ชิด เป็นกรรมเก่าจากชาติปางก่อน... หากอยากอยู่อย่างสงบสุข ควรบำเพ็ญเพียรขัดเกลาจิตใจ สู้ไปบวชชีที่สำนักชีนอกเมือง สั่งสมบุญเพื่อชาติหน้าจะดีกว่า"
มุมปากวิญญาณเร่ร่อนกระตุก
พระปลอมรูปนี้ยังเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เพียงเพราะอาจารย์น้อยอวิ๋นจั๋วขัดขวางเรื่องของเขา ก็จะไล่ให้เด็กสาวอายุสิบกว่าปีไปบวชชีเสียแล้ว?
จิตใจดำมืดจริงๆ!
อวิ๋นจั๋วไม่โกรธ แถมยังทำหน้าตกใจ "ท่านกำลังจะบอกว่า ชาติก่อนข้าทำเรื่องไม่ดีไว้ ชาตินี้ถึงสมควรไร้พ่อไร้แม่ ไร้พี่ไร้น้อง ยากจนข้นแค้นอย่างนั้นหรือ?"
"อมิตาพุทธ เป็นเช่นนั้นจริงๆ" พระปลอมกล่าวด้วยความเมตตาอีกครั้ง
เด็กสาวตัวเล็กๆ สวมเสื้อนวมเก่าๆ ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ข้างกาย ทำตัวตามอำเภอใจ ไร้มารยาท ย่อมต้องไม่มีใครอบรมสั่งสอน โดดเดี่ยวอ้างว้าง
นางมีความฉลาดอยู่บ้าง คิดจะฉวยโอกาสหาเงินที่นี่ ตั้งแผงเป็นแค่ข้ออ้าง แท้จริงแล้วอยากจะทำตัวน่าสงสาร ขอความเมตตาจากเศรษฐีแถวนี้ต่างหาก
นับว่าฉลาดกว่าขอทานข้างนอกอยู่บ้าง ที่รู้จักลงทุนจ่ายค่าผ่านประตูเข้ามา ยอมเสียเล็กเพื่อเอาใหญ่
"จึ๊" อวิ๋นจั๋วเดาะลิ้น จากนั้นก็หัวเราะออกมา "เมื่อครู่ท่านดูดวงให้ข้าแล้ว ถึงคราวข้าดูดวงให้ท่านบ้าง"
"ท่าน... เป็นพระปลอม" อวิ๋นจั๋วพูดโพล่งออกมา สายตาจับจ้องไปที่ศีรษะของเขา
"รอยจุดธูปบนหัวท่านยังไม่ครบสองปีเลย"
"เหลวไหล" ไต้ซือคงฉานเฒ่าสะดุ้งในใจ แต่สีหน้ายังคงนิ่งเฉย
"ที่แท้ก็เป็นคนบ้าที่งมงาย ไล่นางออกไปซะ!"
ไต้ซือคงฉานพูดจบ ก็แสดงสีหน้าเหมือนถูกหยามเกียรติ
คนอื่นๆ เห็นเข้า ก็พากันโกรธขึ้นมาทันที สายตาที่มองอวิ๋นจั๋วก็ไร้ซึ่งความเห็นใจ มีแต่ความรังเกียจเต็มเปี่ยม
"ช่างเป็นเด็กที่ไร้การอบรมสั่งสอน ไต้ซือคงฉานเป็นพระเถระชั้นสูง จะยอมให้เจ้ามาใส่ร้ายป้ายสีส่งเดชได้อย่างไร? รีบไสหัวออกไป ที่นี่ไม่มีใครจะให้เจ้าดูดวง ให้เงินเจ้าหรอก!"