เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เจ้าให้กำเนิดเขามาหรือ

บทที่ 5 เจ้าให้กำเนิดเขามาหรือ

บทที่ 5 เจ้าให้กำเนิดเขามาหรือ


บทที่ 5 เจ้าให้กำเนิดเขามาหรือ

สายตาของเซียวอวิ๋นจั๋วเองก็ตกลงบนร่างของพี่รองและน้องชาย

พี่รองดูผ่ายผอมบอบบางกว่ามาก ผิวพรรณขาวซีดมีความงดงามแบบอิสตรีอยู่หลายส่วน ผิวหน้าของเขาบางเบา เลือดลมไม่ฉายชัด มักมีเรื่องไม่สมหวังและมากด้วยความกังวล ดูแล้วไม่ใช่คนอายุยืน อีกทั้งสันจมูกของเขาโด่งคมดั่งกระบี่ คิ้วตาเรียวยาว หางตามีรอยย่น นัยน์ตาคล้ายคนง่วงงุนไร้ประกาย นี่คือลักษณะของคนจิตใจอำมหิตเจ้าเล่ห์เพทุบาย ผลาญสมบัติทำลายบรรพชน

สำหรับน้องเล็ก... ยามนี้อายุยังไม่ถึงเก้าขวบ นิสัยใจคอแบบเด็กหนุ่มยังไม่นิ่ง

เพียงมองดูน้องชายคนนี้สีหน้าท่าทางว่องไว มีการขยับตัวยุกยิกไม่น้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กซุกซน

ของที่เซียวเหวินเยี่ยนยื่นให้เจียงว่านก็ไม่ใช่ของหายากอันใด เป็นเพียงกระต่ายน้ำแข็งตัวหนึ่ง เขาบอกกล่าวกับเจียงว่านราวกับกำลังมอบของล้ำค่า

"ท่านพี่ นี่ข้าแกะสลักด้วยตัวเองเชียวนะ ท่านลองดูสิ ประเดี๋ยวให้คนเอาไปวางไว้หน้าประตูห้องของท่าน อากาศหนาวเพียงนี้ เก็บไว้ได้ตั้งหลายวันเชียว!"

"ขอบใจมากอาเยี่ยน ข้าชอบมาก" เจียงว่านยิ้มจนตาหยี ดูอ่อนโยนอย่างยิ่ง เพียงแต่ครู่ต่อมาจู่ๆ ก็ยิ้มขื่นออกมาเล็กน้อย ส่งกระต่ายน้ำแข็งคืนให้แก่เซียวเหวินเยี่ยน

"ลูกพี่ลูกน้อง... เจ้าคงยังไม่เคยเจอญาติผู้พี่อวิ๋นจั๋วกระมัง? ของสิ่งนี้เจ้ามอบให้นางเถิด อย่างไรเสียนางถึงจะเป็น... พี่สาวแท้ๆ ของเจ้า"

เซียวเหวินเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง

สัมผัสได้ถึงความตื่นตระหนกและอึดอัดใจของเจียงว่าน บนใบหน้าของเขาก็พลันไม่พอใจขึ้นมาทันที "นี่ข้าแกะสลักให้ท่านนะ!"

พูดจบ ยังถลึงตาใส่เซียวอวิ๋นจั๋วแวบหนึ่ง "เจ้านางผู้หญิงนิสัยไม่ดี เมื่อครู่เจ้าคงรังแกพี่สาวข้าใช่หรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเอาเสื้อผ้าที่นางให้ไปทิ้งจนหมด เจ้าไม่เห็นหัวคนอื่น ไม่เห็นพี่สาวข้าอยู่ในสายตาเช่นนี้ ข้าไม่มีทางยอมรับเจ้าหรอกนะ!"

"หุบปาก!" เซียวเหวินอวี้ตวาดพลางมองด้วยสายตาเย็นชา

เซียวเหวินเยี่ยนเองก็ค่อนข้างกลัวพี่ใหญ่ผู้นี้ น้ำเสียงจึงเบาลงหลายส่วนทันที

"พี่ดุข้า ข้าก็จะพูด ข้าไม่รู้จักนางสักหน่อย พี่ดูนางสิแต่งตัวซอมซ่อปานนี้ ให้มาเป็นพี่สาวแท้ๆ ของข้า วันหน้าจะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? อีกอย่าง มีสายเลือดเดียวกันแล้วอย่างไรเล่า? พี่หญิงว่านดูแลปกป้องข้ามาตลอดหลายปีนี้ ใครก็เทียบน้ำหนักของนางในใจข้าไม่ได้ กล้ามาเทียบกับนาง ก็มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัว!"

"คำพูดของเจ้าเด็กเหลวไหลพรรค์นี้ เจ้าอย่าไปฟังแม้แต่ประโยคเดียว เจ้าคือคุณหนูใหญ่สกุลเซียวของข้า ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร เจ้าก็เป็นอยู่ดี" หากไม่ใช่เพราะเจียงซื่อผู้เป็นมารดาอยู่ในเหตุการณ์ ยามนี้เซียวเหวินอวี้เกรงว่าจะอดใจไม่ไหวต้องลงไม้ลงมือแล้ว

เซียวอวิ๋นจั๋วไม่ได้ใส่ใจ สำหรับนางแล้ว คำพูดเหน็บแนมเย็นชาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่สามารถทำร้ายนางได้แล้ว

เซียวเหวินเยี่ยนสำหรับนางแล้ว ก็เป็นคนแปลกหน้าจริงๆ ไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกันมาก่อน และไม่จำเป็นต้องสนิทสนม

เพียงแต่ นางคิดไม่ถึงว่าพี่รองจะไม่มีท่าทีใดๆ แม้แต่บนใบหน้าก็ไม่ปรากฏท่าทีปฏิเสธหรือไม่พอใจแม้แต่น้อย

น่ากลัวว่าในสายตาเขา น้องชายพูดได้ไม่ผิด

ความรักความเอ็นดูที่มีต่อนางในวัยเยาว์ ได้เลือนหายไปท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรที่ขวางกั้นตลอดสิบกว่าปีนี้จนหมดสิ้นแล้ว

นางยิ้มบางๆ "ข้าเชื่อฟังพี่ใหญ่ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ"

เซียวเหวินอวี้เห็นนางรู้ความเช่นนี้ ในใจยิ่งปวดร้าว น้องสาวต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจข้างนอกมามากเพียงใด ถึงสามารถมีสีหน้าไม่เปลี่ยน อ่อนโยนและว่านอนสอนง่ายถึงเพียงนี้?

เซียวเหวินอวี้พาเซียวอวิ๋นจั๋วเดินเข้าไปในห้อง

มองไปรอบๆ เห็นในห้องดูซอมซ่อ แม้แต่ของตกแต่งก็แทบไม่เห็นสักชิ้น คิ้วก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน

เรือนที่มารดาจัดเตรียมให้น้องสาวก็ห่างไกลมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าของตกแต่งในห้องยังตัดใจวางเพิ่มสักชิ้นไม่ได้ เขาจำได้ว่าในเรือนของเจียงว่านมีของดีอยู่ไม่น้อย แม้แต่ดอกไม้ใบหญ้าหายากก็ยังกลายเป็นของดาษดื่น ลำเอียงถึงเพียงนี้ ช่างทำให้คนใจหนาวเหน็บจริงๆ

"ร่างกายท่านย่าไม่สู้ดี ระยะนี้ถึงกับนอนหลับติดต่อกันหลายวัน รอพรุ่งนี้เช้าตอนที่ท่านย่าสดชื่นขึ้นสักหน่อย พี่จะพาเจ้าไปพบท่านด้วยกัน" เซียวเหวินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เซียวอวิ๋นจั๋วพยักหน้า

"พี่ใกล้จะลงสนามสอบเคอจวี่แล้ว ช่วงนี้อาจารย์ไม่ปล่อยตัว ชั่วคราวนี้จึงอยู่เป็นเพื่อนเจ้าไม่ได้ รอพรุ่งนี้หลังจากพบท่านย่าแล้ว ก็ให้น้องรองน้องสามพาเจ้าออกไปเดินเล่นสักหน่อย ซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ ลงบัญชีของพี่ได้เลย" เซียวเหวินอวี้กล่าวอีกครั้งอย่างใจป้ำ

เจียงซื่อนั่งอยู่ด้านข้าง มองดูท่าทีพี่น้องรักใคร่ปรองดองนี้แล้ว ไม่ได้รู้สึกยินดีแต่อย่างใด

ลูกชายคนโตอย่างไรเสียก็ไม่ได้เติบโตมาข้างกายนาง ทั้งดวงใจล้วนเอนเอียงไปทางนายหญิงผู้เฒ่า

หลายปีมานี้นางบอกให้เขาปฏิบัติต่ออาว่านดั่งน้องสาวแท้ๆ อยู่หลายครั้ง แต่เขากลับทำได้ดีนัก ปากก็รับคำ แต่ไม่เคยมอบความอ่อนโยนให้อาว่านเลยแม้แต่น้อย

"เจ้าก็อย่าได้คิดว่าแม่ปฏิบัติต่อนางอย่างไม่เป็นธรรม นางเพิ่งมาถึงยังไม่รู้กฎระเบียบ หากออกไปเดินเที่ยวเล่นแล้วล่วงเกินผู้อื่นเข้า นั่นจะเป็นการหาเรื่องเดือดร้อนให้พวกเจ้าสองพ่อลูกเสียเปล่าๆ ก่อนเจ้าจะมา แม่ได้รับปากจะตัดชุดใหม่ให้นางแล้ว ตอนนี้เจ้าใกล้จะสอบ เรื่องจุกจิกพวกนี้ไม่ต้องให้เจ้ามากความ ตั้งใจเตรียมตัวสอบก็พอ" เจียงซื่อรีบกล่าวทันที

ลูกชายสามคน นางชอบลูกคนรองมากที่สุด

ทว่าลูกคนโตร่างกายแข็งแรงกำยำ เรื่องเรียนก็นับว่าไม่เลว วันหน้าย่อมต้องค้ำจุนวงศ์ตระกูล นางย่อมหวังให้ลูกคนโตมีความสามารถ

"ท่านแม่ น้องหญิงเป็นเพียงดรุณีน้อย จะไปก่อเรื่องเดือดร้อนได้อย่างไร?" เซียวเหวินอวี้ไม่พอใจกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง

"หากจะพูดถึงการก่อเรื่อง เมื่อวันก่อน ที่ว่าการอำเภอจับคนค้ามนุษย์ได้คนหนึ่ง คนผู้นั้นถึงกับกล้าคิดไม่ซื่อกับบุตรชายสายตรงของหย่งหวยโหว เกรงว่าจะถูกคนบงการมา ซื่อจื่อของจวนโหวอายุยังน้อยเพียงนั้น มีเพียงพี่ชายลูกอนุในจวนที่ขวางหูขวางตาเขา เรื่องนี้เป็นไปได้มากว่าลูกอนุนั่นแหละเป็นคนลงมือ! การคบหาสมาคมกับผู้คน ต้องดูที่นิสัยใจคอก่อน! น้องรองคลุกคลีอยู่กับลูกอนุผู้นั้นทั้งวัน วันหน้าจะเรียนรู้อะไรดีๆ มาได้?!"

พอพูดถึงเรื่องนี้ เซียวเหวินอวี้ก็โกรธจัดขึ้นมา

เขารู้ว่ามารดากับท่านย่าไม่ลงรอยกัน โกรธเคืองที่ท่านย่าพาเขาไปเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน!

แต่นิสัยของมารดาไม่ใจกว้างพอ สกุลเซียวของเขาเดิมทีก็ยืนหยัดอยู่ในสังคมอย่างยากลำบาก หากเขาที่เป็นลูกคนโตไม่วางตัวให้เคร่งขรึมสำรวมหน่อย ต่อให้ท่านพ่อพยายามเพียงใด สกุลเซียวก็ไม่มีทางกลับไปรุ่งโรจน์เหมือนสมัยทวดท่านยังมีชีวิตอยู่ได้!

ท่านย่าใจดำแย่งชิงหลานย่อมมีความผิด แต่ปีนั้นก็เพียงนำเขาไปไว้ข้างกายเพื่อสั่งสอนเท่านั้น ไม่ได้กีดกันไม่ให้เขาพบหน้ามารดา แต่มารดากลับรู้สึกว่าลูกชายคนนี้ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนข้างกายนางทุกวัน ก็เท่ากับทรยศนาง ดังนั้นตั้งแต่เล็กจนโต ทุกครั้งที่พบนางล้วนใช้วาจาเหน็บแนมเย็นชาใส่เขา!

นานวันเข้า เขาย่อมสนิทสนมกับท่านย่ามากขึ้นเรื่อยๆ

น้องรองไม่เหมือนกับเขา คือคนที่มารดาจูงมือเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ แต่หลายปีมานี้เขาเรียนรู้อะไรมาบ้าง!?

มารดาปฏิบัติต่อน้องรอง ประหนึ่งประคองก้อนน้ำแข็งในมือ กลัวว่าจะละลาย เรียนหนังสือก็กลัวเขาเหนื่อย ฝึกยุทธ์ก็กลัวเขาลำบาก ของกินของใช้ล้วนต้องคอยจ้องมอง กลับเลี้ยงดูจนกลายเป็นคนช่างเลือกและผอมแห้ง!

ตามใจทุกอย่าง ไม่เคยอบรมสั่งสอน ส่งผลให้น้องรองภายนอกดูว่านอนสอนง่ายรู้ความ แต่ภายในกลับมีแต่เล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจ!

พอเซียวเหวินอวี้พูดถึงข้อเสียของเซียวเหวินเยว่ ใบหน้าของเจียงซื่อก็บึ้งตึงลงทันที

"แม่รู้ว่าเจ้าได้ดีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นต้องมองน้องชายขวางหูขวางตาเลยนี่! ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายเยว่เอ๋อร์ไม่ดีเท่าเจ้า ชื่อเสียงเกียรติยศไม่มีทางด้อยไปกว่าเจ้าหรอก!" เจียงซื่อออกรับแทนทันที

เซียวอวิ๋นจั๋วมองพี่รองเซียวเหวินเยว่แวบหนึ่ง พบว่าเขานั่งอยู่ข้างกายเจียงซื่ออย่างนิ่งสงบ ราวกับชินชากับคำพูดเหล่านี้แล้ว

เห็นได้ชัดว่า เขาเข้าใจว่าเจียงซื่อจะต้องปกป้องเขา ดังนั้นจึงไม่เก็บคำพูดเหล่านั้นของพี่ใหญ่มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

กลับกันยังมองดูเจียงซื่อระเบิดโทสะใส่พี่ใหญ่ด้วยความสนใจใคร่รู้อีกต่างหาก

"ท่านแม่! ข้าพูดถึงเรื่องของจวนหย่งหวยโหว! ท่านดูแลน้องรองหน่อยเถิด ห้ามให้เขาไปมาหาสู่กับลูกอนุนั่นอีก!" เซียวเหวินอวี้โกรธจัด น้ำเสียงยังแฝงความอ่อนล้าอยู่บ้าง

เจียงซื่อบันดาลโทสะ "แม่เห็นว่าเจ้าอยากจะควบคุมแม่มากกว่า! แม่ให้กำเนิดเจ้ามา แต่เจ้ากลับไม่พอใจแม่ไปเสียทุกเรื่อง ซ้ำยังเอาไฟโทสะไปลงที่เยว่เอ๋อร์! ช่างเถอะ ในเมื่อแม่ขวางหูขวางตาเจ้า เช่นนั้นแม่พาเยว่เอ๋อร์ไปก็ได้! เจ้าเห็นนังเด็กนี่สำคัญนัก ก็ดูแลกันเองเถิด!"

พูดจบ เจียงซื่อก็สะบัดหน้าเดินจากไป

เซียวเหวินเยว่มุมปากยกยิ้ม มองพี่ใหญ่แวบหนึ่ง เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า "บุตรชายสายตรงของจวนหย่งหวยโหวเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง พี่ใหญ่ใส่ใจเพียงนี้ คนไม่รู้ยังจะนึกว่าเป็นลูกที่พี่ให้กำเนิดมานะเนี่ย!"

จบบทที่ บทที่ 5 เจ้าให้กำเนิดเขามาหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว