เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ตระกูลหาน

บทที่ 26 ตระกูลหาน

บทที่ 26 ตระกูลหาน


บทที่ 26 ตระกูลหาน

อวี๋สวินเกอไม่ได้คิดจะลงมือฆ่าซูจิ่นเสวียน เพราะต่อมาซูจิ่นเสวียนต้องตายด้วยน้ำมือพระเอก เขาชอบเหลียงอวี๋ชวน ก็ต้องตายไม่ใช่เหรอ?

ไม่เพียงแค่นั้น ก่อนตายเขายังสร้างปัญหาให้พระเอกมากมาย ทั้งใส่ร้าย กดขี่ พูดจาถากถาง แย่งของพระเอก ฯลฯ เทียบได้กับพี่สะใภ้ตัวร้ายในนิยายแนวผู้หญิงเวอร์ชั่นสลับเพศเลย...

หลังจากขโมยค่าสถานะได้ 4 แต้ม อวี๋สวินเกอก็ลงมือค้นตัวซูจิ่นเสวียนดูว่ามีอุปกรณ์สวมใส่ไหม

แล้วก็เจอจริงๆ เข็มขัดผ้าสีขาวธรรมดา ใส่แล้วร่างกาย +1 เธอไม่ได้ดูถูกโบนัสแค่นี้นะ แต่ประเด็นคือเข็มขัดมันสกปรกเกินไป... เหมือนเข็มขัดที่คนฆ่าหมูคาดฆ่าหมูมาสิบปีจนไขมันหมูซึมเข้าเนื้อแล้วถูกตากแห้งยังไงยังงั้น

นี่มันเข็มขัดผ้านะ ดึงออกมานึกว่าเข็มขัดหนัง

ช่างเถอะ อย่าเรื่องมาก เธอโยนเข็มขัดลงกระเป๋า อย่างน้อยก็น่าจะขายได้สักสิบกว่าเหรียญเงิน

หลังจากออกจากบ้านตระกูลซู อวี๋สวินเกอก็รีบไปที่ห้องแต่งตัวของเหลียงอวี๋ชวนราวกับวิ่งรอกงาน ช่วงนี้บ้านตระกูลเหลียงก็ติดตั้งอุปกรณ์พ่นสเปรย์น้ำยาปรากฏร่างเหมือนกัน แต่ก็เหมือนตระกูลซู ล้วนเป็นน้ำยาระดับต้น

ก็แหม พ่นน้ำยาทั่วคฤหาสน์ทุกวัน ปริมาณการใช้มหาศาล จะไปหาน้ำยาระดับกลางมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?

ช่วงนี้เหลียงอวี๋ชวนชีวิตไม่ดีเอาเสียเลย เพราะเธอรู้ว่าเทคโนโลยีปัจจุบันรักษาแขนเธอไม่ได้ และก็ไม่อยากใช้แขนเทียม เธอเลยตามหาผู้เล่นอย่างบ้าคลั่ง ไม่เพียงแค่นั้นยังให้คนสนิทของตระกูลเหลียงจำนวนมากเข้าร่วมเกมด้วย

ในขณะเดียวกัน เธอยังสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหลียงฮุยหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นทำไมวันที่เธอแขนขาด เหลียงฮุยถึงตายด้วย? เพราะมีแว่นตาโซรอส เธอย่อมรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายก็เป็นผู้เล่น แค่ไม่ได้พูดออกมา

ทว่าส่งคนไปตรวจสอบทุกคนที่เหลียงฮุยรู้จักในช่วงนี้จนครบ กลับไม่พบอะไรเลย

เรื่องราวไม่มีความคืบหน้า ตอนทดสอบเบต้าครั้งที่สองเธอยังพบว่าตัวละครในเกมของตัวเองก็แขนขวาท่อนล่างหายไปเหมือนกัน สภาพจิตใจของเหลียงอวี๋ชวนช่วงนี้น่ากลัวมาก นอกจากคนในครอบครัว แทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอ

ขโมยอยู่ชั่วโมงกว่า เหลียงอวี๋ชวนก็ดรอปของจนได้ ร่างกาย +1

เธอรีบกลับไปที่วิลล่าของตัวเอง กระดกกาแฟแก้วใหญ่ลงท้อง แล้วทำกับข้าวเนื้อสัตว์สามชามใหญ่ไปวางหน้าบ้านแมว ตบหัวแมวสามตัวในนั้นเบาๆ แล้วขับรถออกจากวิลล่าไปสนามบินด้วยตัวเอง

แม้จะใช้เคลื่อนย้ายพริบตาไปสนามบินได้เลย แต่ขอแค่ไม่ได้จะทำเรื่องไม่ดี เธอจะแสร้งทำเป็นว่าตัวเองไม่มีสกิลนี้ในการทำทุกอย่าง เพื่อให้ใครก็ตามที่อยากตรวจสอบร่องรอยของเธอสามารถเจอข้อมูลได้

ตอนอยู่ที่สนามบินเธอส่งข้อความบอกพวกอวี๋ชิงซานว่าตัวเองจะไปปักกิ่ง เธอเจอข้อมูลของคนที่สงสัยว่าจะเป็นผู้เล่นในเว็บบอร์ด เธอจะไปลองหาดู

พวกอวี๋ชิงซานเชื่อสนิทใจ

ระหว่างรอขึ้นเครื่อง เธอกำลังหลับตาดูวิดีโออาจารย์วิญญาณสาวปรุงยาระดับต้นในหัว

ข้างกายมีเสียงระมัดระวังดังขึ้น เป็นเด็กสาวคนหนึ่ง ถามเธอว่าใช่อวี๋สวินเกอไหม

อวี๋สวินเกอชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าศัตรูและเพื่อนร่วมหนีตายในชาติที่แล้วผุดขึ้นมาในหัว แต่ก็ไม่ตรงกับใครเลย

ความเงียบงันยาวนานทำให้เด็กสาวเริ่มตื่นตระหนก คิดว่าตัวเองทำให้อวี๋สวินเกอไม่พอใจ เธอรีบขอโทษ "ขอโทษนะคะ ฉันรบกวนคุณหรือเปล่า ขอโทษจริงๆ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ฉันแค่อดใจไม่ไหว ไม่ได้ข่าวคราวของคุณมานานมากแล้ว"

อา... แฟนคลับเหรอ?

เรื่องราวช่างห่างไกลเหลือเกิน... ช่างเป็นความชอบที่บริสุทธิ์และเก้ๆ กังๆ อะไรอย่างนี้

อวี๋สวินเกอดึงหน้ากากอนามัยลง คุยกับเด็กสาวไม่กี่คำ ยังเลี้ยงกาแฟเธอแก้วหนึ่ง แต่เพราะเคยเห็นพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้แปลกประหลาดสารพัด เธอจึงปฏิเสธที่จะแจกลายเซ็น

จนกระทั่งขึ้นเครื่องแล้ว อวี๋สวินเกอก็ยังคิดถึงเรื่องนี้อยู่

ความกลัดกลุ้มในวงการบันเทิงเหล่านั้น เหมือนเป็นเรื่องเมื่อหลายร้อยปีก่อน แม้แต่เรื่องที่หลิ่วเจิงหลิวส่งเธอไปบนเตียงผู้ชายเฮงซวยคนนั้น พอนึกย้อนกลับไปตอนนี้กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องเด็กๆ

เธอยังเกือบถูกสองพี่น้องหานเชียนซ่านและหานเชียนไห่หลอกไปขึ้นเตียงต่างเผ่าพันธุ์เลยด้วยซ้ำ

แม้ซูอี้ถงจะร้าย แต่ส่วนใหญ่วิธีการของเธอคือใช้อำนาจบีบบังคับ ไม่ใช้วิธีสกปรกต่ำช้า ให้คนอื่นไปแย่งงานเธอ รู้ว่าเธอต้องการวัสดุอะไรด่วนก็ชิงกว้านซื้อในตลาดไปจนหมด แย่งไอเทมภารกิจระดับสูงของเธอไปดื้อๆ ฯลฯ

เหลียงอวี๋ชวนคือความอำมหิต เธอเกลียดใครก็ลงมือไม่เสียเวลาพูด ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อน สำหรับเธอการทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายโดยตรงได้ผลกว่าการทรมานจิตใจมาก คติประจำใจของเธอคือ ทรมานใจสู้ทรมานกายไม่ได้

ส่วนสองพี่น้องตระกูลหานคู่นั้นคือทั้งเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย ภายนอกทำตัวสนิทสนม แต่ความจริงใช้วิธีการต่ำทรามมาก ยังเคยพยายามจะทำสัญญาให้เธอเป็นทาสของพวกมัน...

แต่ละคนป่วยหนักกันทั้งนั้น

อวี๋สวินฮวนเป็นเขยแต่งเข้าบ้านสามตระกูล ส่วนเธอเป็นนางเอกนิยายแนวทรมานตับของสามตระกูลสินะ?

เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าผู้หญิงสามคนนี้มีเวลาว่างขนาดนั้นทำไมไม่ไปตบตีกันเอง ดันมาลงที่เธอ

ไม่ใช่แค่พวกหล่อน แม้แต่เพื่อนผู้ชายพวกนั้นของพระเอกก็เหมือนกัน

เธอสงสัยว่าอวี๋สวินฮวนทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงกลาง... แต่ไม่มีหลักฐาน

หนังสือเล่มนั้นที่เห็นตอนใกล้ตายก็จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว แต่ต่อให้จำได้ เนื้อหาพวกนั้นก็คงถูกแต่งเติมให้สวยหรูไปแล้ว

หนังสือไม่สำคัญ ความรู้สึกของเธอสำคัญที่สุด สองพี่น้องตระกูลหานต้องได้รับการ "ดูแล" อย่างดี

......

อวี๋สวินเกอยืนอยู่ในเมือง B โทรหาราชาปืน ถามว่ารู้ไหมว่าทางลับของเมือง B ไปทางไหน?

ราชาปืน: "คุณไปที่ธนาคาร XX ก่อน แล้วเดินไปทางเหนืออีก XX กิโลเมตร ตรงนั้นมีร้านแมคคิงอยู่ คุณเข้าไปแล้วบอกว่าขอชุดเครซี่วันพุธ ถ้าเขาบอกไม่มี คุณก็บอกว่างั้นเอาโคนไอศกรีม 2 หยวน ไม่เอาโคน ให้บีบไอศกรีมใส่แก้วให้เลย แล้วเขาจะพาคุณไป"

อวี๋สวินเกอ: "......"

อวี๋สวินเกอ: "ทำไมทางลับเมือง S แค่หาประตูหลังบาร์ให้เจอก็เข้าได้แล้วล่ะ?"

ราชาปืน: "อ๋อ เพราะตอนนั้นที่คุณเข้าไปมันไม่ใช่ตลาดมืดของจริงไง"

อวี๋สวินเกอกุมสมองหมูของตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

เธอถึงขั้นจ้างคนไปเฉือนจู๋ในนั้นมาแล้วนะ! ยังบอกว่าไม่ใช่ตลาดมืดอีกเหรอ?

ราชาปืน: "อืม ตอนนั้นคุณเจอฉันได้นี่บังเอิญจริงๆ ฉันขึ้นไปซื้อกาแฟพอดี ถ้าคุณจะหาทางลับเมือง S คุณต้องไปร้านกาแฟ XX บอกว่าขอกาแฟดำแก้ว 2 ลิตร เขาจะบอกว่าไม่มีแก้วใหญ่ขนาดนั้น คุณก็บอกว่าคุณพกเมล็ดกาแฟมาเอง เขาจะบอกว่างั้นเอาเมล็ดกาแฟออกมาสิ คุณก็ส่งเม็ดทองคำ 1 กรัมให้เขาหนึ่งเม็ด แล้วเขาจะพาคุณเข้าไป"

อวี๋สวินเกอเงียบไปนาน ก่อนจะรำพึงว่า "คนเมืองหลวงนี่จริงใจจริงๆ"

ราชาปืน: "อืม ฉันจะรอโทรศัพท์คุณนะ"

พูดจบก็วางสาย

ทำไมต้องทำตัวคลุมเครือด้วยเนี่ย? อวี๋สวินเกอแค่นหัวเราะ ใครจะไปโทรหานายกัน

ไม่กี่นาทีต่อมา อวี๋สวินเกอนั่งยองๆ อยู่ริมฟุตบาทโทรหาราชาปืน

เธออยากจะดื่มเหล้าย้อมใจสักแก้วจริงๆ

ราชาปืน: "เป็นไง? เข้าไม่ได้เหรอ?"

อวี๋สวินเกอมองร้านแมคคิงฝั่งตรงข้าม "อืม เขาพาฉันไปหน้าประตูบานหนึ่ง แล้วก็จ้องหน้ากันไปมา ฉันรู้ธรรมเนียม ฉันรู้ธรรมเนียมแน่นอน! ตอนนั้นฉันควักเงินสดปึกหนึ่งยัดให้เขา แต่เขาไม่เอา แถมยังไล่ตะเพิดฉันออกมาด้วย"

ราชาปืน: "พวกเขาไม่รับเงินสดเหมือนกัน รับแต่ทองคำ ต้องใช้ 2 กรัม"

อวี๋สวินเกอ: "? แล้วเมื่อกี้ทำไมคุณไม่บอก?"

ราชาปืน: "เพื่อให้คุณได้สัมผัสความจริงใจของเมืองหลวงไง"

อวี๋สวินเกอ: "…………"

จบบทที่ บทที่ 26 ตระกูลหาน

คัดลอกลิงก์แล้ว