- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่ทวนเทพ
บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่ทวนเทพ
บทที่ 250 เจตจำนงกระบี่ทวนเทพ
หลังจากกลับมาถึงวังกระบี่มังกรเขียว หลี่เทียนมิ่งก็ยืนรออยู่ที่หน้าประตู
ส่วนหลี่ชิงอวี่นั่งอยู่ภายในโถงตำหนัก สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
"พี่ชาย อาจารย์ของท่านไม่เป็นไรหรอก เขาแข็งแกร่งมาก แถมยังเป็นถึงผู้อาวุโส / ท่านผู้อาวุโสสภา สถานะทัดเทียมกับคนผู้นั้น" เจียงเฟยหลิงกล่าวปลอบโยน
"ต้องไม่เป็นไรแน่ แต่จะต้องถูกข่มขู่อย่างแน่นอน อวี่เหวินไท่จี๋คงสงสัยมากว่าทำไมเขาต้องปกป้องข้า" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
"ความจริงแล้วข้าก็สงสัย ดูจากสถานการณ์ของสำนักตงหวงในตอนนี้ การกระทำนี้เท่ากับเป็นการงัดข้อกับตระกูลอวี่เหวิน ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก" เจียงเฟยหลิงกล่าว
ตอนที่รับศิษย์ หลี่เทียนมิ่งเองก็ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนี้
"แต่ว่า ในใจของท่านอาจารย์ไร้ซึ่งความหวาดกลัว"
คนที่มีความทรนงในศักดิ์ศรีเช่นนี้ ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก
พวกเขายังพูดไม่ทันขาดคำ ก็เห็นชายหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งเดินกลับมาจากที่ไกลๆ เขาคือเย่เส้าชิงนั่นเอง
แต่หลี่เทียนมิ่งมองปราดเดียวก็เห็นว่า สีหน้าของเขาซีดเผือด บนร่างกายยังมีคราบเลือดอยู่ไม่น้อย แม้แต่ริมฝีปากก็แทบไม่มีสีเลือด
ทุกอย่างล้วนบ่งบอกว่า เขาได้ปะทะกับอวี่เหวินไท่จี๋มาแล้ว!
"ท่านอาจารย์!"
หลี่เทียนมิ่งรีบเข้าไปต้อนรับ เมื่อเห็นว่าเย่เส้าชิงยอมต่อสู้กับอวี่เหวินไท่จี๋เพื่อตนเอง ในใจของเขาจะไม่สะเทือนใจได้อย่างไร?
"อย่าคิดฟุ้งซ่าน ก็แค่เห็นมันแล้วขัดหูขัดตา เลยลองเชิงดูว่าตอนนี้มันมีฝีมือแค่ไหน" บนใบหน้าที่ซีดขาวของเย่เส้าชิง เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ผลเป็นอย่างไรครับ"
"มันเก่งกาจสมราคาคุยจริงๆ แต่อาจารย์ของเจ้าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันหรอก" เย่เส้าชิงกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
แต่หลี่เทียนมิ่งไม่ใช่คนโง่ เขามองออกอย่างชัดเจนว่าสภาพของเย่เส้าชิงนั้นย่ำแย่กว่า
สายตาของเขาเฉียบคมมาก มองแวบเดียวก็เห็นว่า ที่นิ้วมือขวาของเย่เส้าชิงมีรอยเลือด!
นิ้วก้อยของเขาขาดหายไป!
ถูกตัดขาดถึงโคนนิ้ว!
เย่เส้าชิงเป็นมือกระบี่ การที่นิ้วก้อยขาดหายไปเช่นนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
แม้จะเป็นเพียงนิ้วเดียว แต่ย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการต่อสู้ในอนาคตของเขาอย่างแน่นอน!
นี่ไม่เหมือนอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการต่อสู้!
แต่เหมือนกับการลงทัณฑ์หลังจากถูกฝ่ายตรงข้ามเอาชนะเสียมากกว่า!
"นิ้วของท่าน..."
"ไม่เป็นไร สี่นิ้วก็จับกระบี่ได้ ไม่แน่อาจจะใช้ได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ วางใจเถอะ มันเองก็ไม่ได้เปรียบอะไรนักหรอก ท่านอาจารย์ไม่ได้ทำให้ยอดเขากระบี่มังกรเขียวขายหน้า" เย่เส้าชิงหัวเราะอย่างองอาจ
หลี่เทียนมิ่งพยักหน้า
แต่เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเย่เส้าชิงพ่ายแพ้แล้ว
แถมยังถูกตัดนิ้วไปหนึ่งนิ้ว นี่ดูเหมือนคำเตือนเสียมากกว่า!
นี่น่าจะเป็นการต่อสู้กันอย่างลับๆ
พูดตามตรง เขาเคารพและชื่นชอบอาจารย์ท่านนี้มาก
เดิมทีก็รู้สึกไม่ชอบหน้าอวี่เหวินไท่จี๋อยู่แล้ว มาบัดนี้ทั้งพ่อบุญธรรมและอาจารย์ต่างก็ถูกคนผู้นี้กดขี่ข่มเหง อีกฝ่ายใช้อำนาจบาตรใหญ่ไร้ความปรานี บวกกับลูกชายอย่างอวี่เหวินเซิ่งเฉิงที่วางก้ามอวดดี
ความแค้นครั้งนี้ ผูกกันจนตายกันไปข้างหนึ่งแล้ว!
"อวี่เหวินไท่จี๋!"
ความแค้นเรื่องนิ้วที่ขาดนี้ เย่เส้าชิงไม่มีวันลืม และหลี่เทียนมิ่งก็จะไม่มีวันลืมเช่นกัน!
สายตาของเขามองไปทางทิศที่ตั้งของสมรภูมิตงหวงแห่งที่หนึ่ง แววตาเผยประกายอำมหิตออกมา
"เทียนมิ่ง เจ้าไม่ต้องคิดมาก ทำตามแผนของเจ้า ถึงเวลาสู้ก็สู้ ถึงเวลาไปเจดีย์ไท่อีก็ไป"
"เจ้าดูแลแค่ตัวเอง ส่วนอื่นท่านอาจารย์จะคอยหนุนหลังให้เจ้าเอง"
เย่เส้าชิงตบไหล่เขาเบาๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แต่แววตาของเขากลับร้อนแรงดั่งไฟ
"ทราบแล้วครับ"
หลี่เทียนมิ่งพยักหน้า
เขาบอกได้เพียงว่า ทุกอย่างยังเพิ่งเริ่มต้น
คอยดูไปเถอะ
"ไปฝึกฝนเถอะ ความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะเอาชีวิตรอดในเจดีย์ไท่อี ทำให้ข้าดูหน่อยว่าสี่สิบห้าวันนี้ เจ้าจะเติบโตได้ถึงระดับไหน" เย่เส้าชิงกล่าว
ครั้งนี้ หลี่เทียนมิ่งไม่ได้พูดจาโอ้อวดอีก
เขาเพียงแค่ต้องการทำให้เย่เส้าชิงได้เห็น
ชั่วชีวิตนับจากนี้ จะไม่มีวันทำให้บุญคุณนิ้วที่ขาดไปของเย่เส้าชิงต้องสูญเปล่า
......
ฝนตกแล้วที่สำนักตงหวง
ภายนอกวังกระบี่มังกรเขียว ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมา หยาดฝนร่วงหล่นเสียงดังซู่ซ่า
เย่เส้าชิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนชั้นสูงสุดของวังกระบี่มังกรเขียว กำลังโคจรพลังเพื่อขับไล่ 'ปราณขาวดำ' ในร่างกายออกมา
เมื่อกลุ่มก้อนแก๊สสีดำและขาวที่ผสมปนเปกันราวกับอสรพิษพิษถูกขับออกจากร่างกายของเขา สีหน้าของเขาจึงค่อยกลับมามีเลือดฝาด
น่าเสียดายที่เมื่อเขาลองใช้มือขวาจับกระบี่แล้วกวัดแกว่งดูไม่กี่ท่า การขาดนิ้วก้อยไป ดูเหมือนจะทำให้ประสิทธิภาพลดทอนลงไปมากทีเดียว
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
"อวี่เหวินไท่จี๋"
ความอัปยศที่ถูกตัดนิ้ว จะให้ทำเหมือนเมื่อตอนกลางวัน แสร้งทำเป็นไม่ยี่หระต่อหน้าหลี่เทียนมิ่งได้อย่างไร!
ฟึ่บ!
กระบี่ยาวเสียบทะลุเข้าไปในเสาหิน ทำเอาตำหนักสั่นสะเทือนไปครึ่งหลัง
ในขณะนั้นเอง—
เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่นอกหน้าต่างอย่างกะทันหัน เงาร่างนั้นลอยตัวอยู่กลางอากาศ ราวกับจุติลงมาจากเมฆดำบนท้องนภา!
เย่เส้าชิงเงยหน้าขึ้นมอง ในมุมของเขา สิ่งเดียวที่มองเห็นคือ เงาร่างนั้นมีผมสีแดงฉานปลิวไสวไปทั่วฟ้า ราวกับมีความยาวนับสิบจั้ง!
เสียงฟ้าร้องคำรามครืน พร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดที่ดุร้ายอำมหิตอย่างยิ่ง แผ่พุ่งออกมาจากเงาร่างนั้น ปกคลุมไปทั่ววังกระบี่มังกรเขียว!
"เจ้าบ้าไปแล้ว รีบกลับไป อีกแค่ก้าวเดียว อย่าให้พังไม่เป็นท่า!" เย่เส้าชิงรีบกล่าว
"มันตัดนิ้วเจ้าไปหนึ่งนิ้ว จะให้ข้าทนได้อย่างไร!" ชายผมแดงผู้นั้นคำรามเสียงต่ำ
"สิบสี่ปีเจ้ายังทนมาได้ เรื่องแค่นี้ทนไม่ได้หรือ" เย่เส้าชิงกล่าวเสียงเครียด
"ข้าแค่โกรธเกินไป พี่ชาย ขอบใจเจ้ามาก" ชายผมแดงกัดฟันกรอด
"อย่ามาเกรงใจ ไร้สาระ รีบไสหัวกลับรังของเจ้าไปซะ อย่าออกมาเกะกะ" เย่เส้าชิงทำท่ารังเกียจ
"เจ้าถ่วงเวลาให้ข้าอีกนิด ถึงเวลานั้น บัญชีแค้นใหม่เก่า เราจะคิดทบต้นทบดอก!" ชายผมแดงกล่าว
"ได้ ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า เจ้าจะเก่งกาจได้ถึงระดับไหน"
"อีกอย่าง วันนี้ข้าช่วยทดสอบพลังของมันให้เจ้าแล้ว ข้าบอกได้แค่ว่า ด้วยระดับขั้นของข้า ยังคงรู้สึกว่าหยั่งวัดมันไม่ได้"
"ถ้าอวี่เหวินเสินตูได้กระบี่ตงหวงไป มันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน" เย่เส้าชิงกล่าวเสียงเครียด
"กระบี่ตงหวง?" น้ำเสียงของชายผมแดงดูเคร่งขรึมลงไปมาก เห็นได้ชัดว่าหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
แต่เขาก็ยังกล่าวเสียงหนักแน่นว่า
"นั่นเป็นของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ของข้า อย่าว่าแต่พวกมันจะเอาไปไม่ได้ ต่อให้เอาไปได้ ข้าก็จะทำให้พวกมัน ตายแบบศพไม่สวย!"
"พอเถอะ อย่าคุยโว ถ้ากระบี่ตงหวงรับมือได้ง่ายขนาดนั้น ตระกูลอวี่เหวินคงไม่ฝันอยากจะได้มาครองหรอก ข้าฝากความหวังไว้ที่เจ้าคนเดียวนะ อย่าทำข้าล่มจมล่ะ" เย่เส้าชิงกล่าว
"รอดูเถอะ" เมฆดำเริ่มจางหาย เส้นผมสีแดงที่ปกคลุมท้องฟ้านอกหน้าต่างเริ่มหดกลับ
"จริงสิ ลูกชายที่เจ้าได้มาฟรีๆ คนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ ช่วยจัดการเรื่องสัญญาหมั้นหมายของชิงอวี่ ทำให้เจ้าวางใจเดินหมากก้าวสุดท้ายได้ ข้าชอบนิสัยของมัน"
เย่เส้าชิงนึกถึงหลี่เทียนมิ่ง มุมปากก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
"เขาคือปาฏิหาริย์ อนาคตของเขา เจ้าจินตนาการไม่ถึงหรอก!" ในวังกระบี่มังกรเขียว มีเสียงของชายผมแดงดังก้องกังวาน
"ขี้คุยอีกแล้ว?" เย่เส้าชิงยิ้มขำ
"ข้าไม่ได้คุยโว ไม่เชื่อเจ้าลองสอน 'เจตจำนงกระบี่ทวนเทพ' ของเจ้าให้มันสิ! เจ้าจะได้เห็นว่า พรสวรรค์ของมันใช่กายาวัฏสงสารห้ากัลป์หรือไม่"
พูดจบประโยคสุดท้าย ชายผมแดงก็หายตัวไปในที่สุด
ฟ้าดินพลันกลับมาแจ่มใสอย่างรวดเร็ว
"หน้าด้าน นี่มันหาเรื่องหลอกให้ข้าสอน 'เจตจำนงกระบี่ทวนเทพ' ชัดๆ" เย่เส้าชิงหัวเราะ
แต่พูดตามตรง เขาหวั่นไหวแล้ว
เขาเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่า ขีดจำกัดของหลี่เทียนมิ่ง อยู่ที่ตรงไหนกันแน่!
เขารู้ว่า ตอนนี้หลี่เทียนมิ่งเดินทางไปกลับระหว่างดินแดนบรรพชนตระกูลหลี่กับวังกระบี่มังกรเขียว โดยปกติจะอยู่ที่ดินแดนบรรพชนในตอนกลางคืน และอยู่ที่วังกระบี่มังกรเขียวในตอนกลางวัน
"เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ จะให้เจ้าฝึกฝนเจตจำนงกระบี่ทวนเทพ!"
"เจ้าหนูคนนี้ เป็นพวกฝืนลิขิตเปลี่ยนชะตา ถ้าอย่างนั้นก็ให้ข้าดูหน่อยเถอะว่า จิตวิญญาณแห่งการ 'ทวน' ในใจเจ้า จะเข้มข้นเพียงใด"
"ตอนนี้ ได้แต่เดิมพันว่าอวี่เหวินเสินตู จะไม่ได้กระบี่ตงหวงไปครอง..."
ไม่อย่างนั้น คงยุ่งยากมากแน่ๆ
-สองสิงห์:ผู้แปล-