- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 240 อวี่เหวินเซิ่งเฉิงพลังพุ่งทะยาน!
บทที่ 240 อวี่เหวินเซิ่งเฉิงพลังพุ่งทะยาน!
บทที่ 240 อวี่เหวินเซิ่งเฉิงพลังพุ่งทะยาน!
ขบวนคนของสามสายตระกูล เดินทางกลับอย่างทุลักทุเล
หลี่เสวียนอีและหลี่เสวียนเฉินสองพ่อลูก นั่งอยู่บนหลังสัตว์ยักษ์คุนเผิง
สีหน้าของพวกเขา ดูย่ำแย่กว่ากันไปคนละแบบ
"เจ้าหลี่เทียนมิ่งนั่น เหยียบหัวข้าขึ้นไป ให้เย่เส้าชิงเห็นค่า! มันกลายเป็นศิษย์สายตรง แม้แต่ท่านพ่อก็แตะต้องมันไม่ได้แล้ว!" หลี่เสวียนเฉินเคียดแค้น
วินาทีที่เย่เส้าชิงรับศิษย์ ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวไปแล้ว
หลี่เสวียนอีหน้าซีดเผือด
"วันนี้ พวกเราถือว่าขายหน้าจนหมดสิ้นแล้ว"
เขาไม่อาจตำหนิลูกชายผู้นี้ ไม่ใช่ว่าหลี่เสวียนเฉินทำผลงานได้ไม่ดี แต่เป็นหลี่เทียนมิ่งต่างหาก ที่ทำผลงานได้ดีเกินไป จนทำให้ตอนนี้ เขารู้สึกย่ำแย่ยิ่งกว่าลูกชายเสียอีก
การเดิมพันในอดีต วันนี้กลับกลายเป็นโมฆะโดยสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่ขายหน้าประชาชี แต่ยังปล่อยให้หลี่เทียนมิ่งเหยียบย่ำพวกเขา ปีนป่ายขึ้นไปหาตระกูลเย่ จนกลายเป็นเกลียวเชือกที่เหนียวแน่นกับตระกูลเย่ตั้งแต่นั้นมา
ทรมาน!..
อึดอัด!..
ในอกราวกับมีน้ำขมเอ่อล้น
แถมหลี่เสวียนเฉินยังบาดเจ็บไปทั้งตัว
ไกลออกไปยังมีเจ้าหลี่จินซาน ที่ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด
"ขืนมันยังแหกปากอีก ข้าจะตัดลิ้นมันทิ้งซะ!" หลี่เสวียนเฉินกล่าวอย่างฉุนเฉียว
"เลิกโวยวายได้แล้ว!" หลี่เสวียนอีตะคอก
หลี่เสวียนเฉินรู้ตัวดีว่าวันนี้ตนเองทำพัง จึงหมดอารมณ์จะอาละวาด
"ทำไมตระกูลเย่ถึงได้บังอาจนัก การกระทำของพวกเขา ไม่เท่ากับเป็นปรปักษ์กับตระกูลอวี่เหวินหรือ?"
"โดยเฉพาะเจ้าเย่เส้าชิง ข้าได้ยินมาว่าอวี่เหวินไท่จี๋เป็นคนแรกที่สนับสนุนเขาให้เป็นผู้อาวุโสคุมกฎ เพิ่งจะทำสำเร็จแท้ๆ ก็รีบฉีกหน้าตระกูลอวี่เหวินทันทีเลยหรือ?"
หลี่เสวียนอีคิดไม่ตก
"ตระกูลเย่กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ของเราสนิทสนมกันมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะกับสายเลือดสูงสุด บรรพบุรุษไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นก็เป็นเช่นนี้"
"ก็ไหนว่า บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นตระกูลที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ฟูมฟักขึ้นมาไม่ใช่หรือ? ข้าเดาว่า คงเป็นเพราะสัญชาตญาณทาสในกระดูกดำมันกำเริบกระมัง!" หลี่เสวียนเฉินกล่าวอย่างดูแคลน
พูดราวกับว่า ตัวเองไม่ใช่สมาชิกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่อย่างนั้นแหละ
"เย่เส้าชิงกับหลี่อู๋ตี้ เคยเป็นเพื่อนรักกัน"
"เย่ยวี่ซี ก็เคยตามจีบหลี่อู๋ตี้อยู่พักหนึ่ง"
"เพียงแต่หลี่อู๋ตี้เลือกมู่เหอ ทำให้ช่วงหนึ่ง สองตระกูลไม่ได้ไปมาหาสู่กัน"
"หลี่อู๋ตี้ก็มาเสียคนในช่วงนั้น ว่ากันตามจริง ผู้อาวุโสคุมกฎเย่ชิงคงรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้มาก ถึงได้ยอมยื่นมือมาช่วยหลี่เทียนมิ่ง"
"แต่ว่า ตระกูลอวี่เหวินในอดีต กับตระกูลอวี่เหวินในปัจจุบัน มันคนละเรื่องกัน!"
"อวี่เหวินไท่จี๋ ก็ไม่ใช่คนที่เย่เส้าชิงจะเทียบชั้นได้!"
"ดูท่า ตระกูลเย่ยังคงจมปลักอยู่กับภาพฝันที่ตนเองเคยเป็นตระกูลอันดับสอง ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ"
"คอยดูเถอะ จุดจบของพวกเขา จะต้องไม่สวยงามแน่"
"เจ้าหลี่เทียนมิ่ง อย่าคิดว่าได้เป็นศิษย์สายตรงของเย่เส้าชิงแล้ว จะนอนหลับสบายไร้กังวล"
"ตอนนี้ เป็นเพราะตระกูลอวี่เหวินขี้เกียจจะสนใจมดปลวกไร้ชื่ออย่างมัน แต่ถ้าพวกเขาหันมาสนใจเมื่อไหร่ มันเสร็จแน่!"
สองพ่อลูก ผลัดกันพูดคนละประโยค ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
"เสวียนเฉิน ทางด้านอวี่เหวินเซิ่งเฉิง เจ้าลองหาทางราดน้ำมันเข้ากองเพลิง ให้ไฟแค้นนี้มันลุกโชนจนถึงที่สุดดูสิ" หลี่เสวียนอีกล่าวด้วยแววตาอำมหิต
"ท่านพ่อวางใจ เรื่องแบบนี้ข้าถนัด อวี่เหวินเซิ่งเฉิงยังรอข้าอยู่ที่บ้านแน่ะ" หลี่เสวียนเฉินกล่าว
วันนี้ อวี่เหวินเซิ่งเฉิงได้เตรียมตัวพร้อม ที่จะเข้าหอแทนหลี่จินซานอยู่แล้ว
เขาจะคาดคิดได้อย่างไรว่า สามสายตระกูลจะพ่ายแพ้กลับมา?
หลี่เสวียนเฉินกลับมาถึงยอดเขาจินหมิง ทนความเจ็บปวดจากบาดแผลทั่วร่าง รีบตรงไปหาอวี่เหวินเซิ่งเฉิงทันที
อวี่เหวินเซิ่งเฉิงผู้นั้น กำลังรอคอยอย่างกระวนกระวาย
หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าในปากของเขาว่างเปล่า ฟันหน้าสี่ซี่บินหายไปแล้ว เวลาพูดลมจึงรั่วออกมา
เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีผู้นี้ แววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต
เวลามันเนิ่นนานเกินไป เขาชักจะรอไม่ไหวแล้ว
"หลี่เสวียนเฉิน กลับมาแล้วรึ? คนล่ะ?" อวี่เหวินเซิ่งเฉิงเห็นเขา ก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
"เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น ฟังข้าอธิบายช้าๆ ข้าจะให้คำตอบที่เจ้าพอใจอย่างแน่นอน!" หลี่เสวียนเฉินรีบกล่าว
"ล่มแล้วรึ?" อวี่เหวินเซิ่งเฉิงกัดฟันกรอด เขาผลักหลี่เสวียนเฉินไปทีหนึ่ง
แล้วตวาดลั่น: "เจ้ามันสวะหรือไง? เรื่องแค่นี้ยังจัดการไม่ได้?"
ที่สมรภูมิเฉินยวน ถูกตบจนฟันร่วงต่อหน้าสาวงามมากมาย ภาพความน่าอับอายนั้น แค่คิดขึ้นมาตัวก็สั่นเทาด้วยความโกรธ
มีเพียงการได้เหยียบย่ำหลี่ชิงอวี่ไว้ใต้ฝ่าเท้าเท่านั้น ถึงจะระบายความแค้นในใจนี้ได้!
"ยังไม่ล่ม ฟังข้าก่อน" หลี่เสวียนเฉินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆ
"เย่เส้าชิง รับมันเป็นศิษย์? คนตระกูลเย่นี่กล้าดีนี่หว่า นี่คิดจะงัดข้อกับตระกูลอวี่เหวินของข้าหรือไง?" อวี่เหวินเซิ่งเฉิงแสยะยิ้มเย็น
"เซิ่งเฉิง พูดตามตรง ข้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก"
"เจ้าต้องกลับไปบอกพวกผู้ใหญ่ อย่าปล่อยให้หลี่เทียนมิ่งผงาดขึ้นมา มันเป็นกายาวัฏสงสารห้ากัลป์ พรสวรรค์น่ากลัวจริงๆ"
"เจ้าต้องบอกพ่อเจ้า พ่อเจ้าต้องมีมาตรการจัดการแน่" หลี่เสวียนเฉินกล่าว
"เรื่องนั้นวางใจได้ พ่อข้าหูตากว้างไกล ป่านนี้คงรู้เรื่องหมดแล้ว"
"แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ต่อให้หลี่เทียนมิ่งพรสวรรค์เลิศเลอแค่ไหน หากทำให้พวกข้าโกรธ ก็ต้องตายอยู่ดี"
"หลี่อู๋ตี้คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด สุดท้ายก็ถูกพ่อข้าจัดการจนอยู่หมัด!"
อวี่เหวินเซิ่งเฉิงกล่าวอย่างลำพอง
"พูดตามตรง ไม่ต้องถึงมือพ่อเจ้าหรอก ถ้าพี่ชายเจ้ายอมออกหน้า จัดการไอ้หลี่เทียนมิ่ง ก็แค่กระบวนท่าเดียว"
หลี่เสวียนเฉินนึกถึงคนผู้นั้น ในใจก็อดชื่นชมไม่ได้
"สัตว์ประจำตัวของพี่ข้าวิวัฒนาการเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่แล้ว เขาเย่อหยิ่งเกินไป ไม่เห็นคู่ต่อสู้ในสำนักตงหวงอยู่ในสายตาหรอก จะให้เขาลงมือคงยากหน่อย"
"แต่อีกไม่กี่วัน พ่อข้าจะช่วยให้สัตว์ประจำตัวของข้าวิวัฒนาการเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสอง ถึงตอนนั้นข้าก็จะพยายามก้าวล้ำไปพร้อมกัน ให้ถึงขั้นคืนเดียวระดับหก"
"เมื่อถึงเวลานั้น ทั้งเจ้าและหลี่เทียนมิ่ง ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!"
อวี่เหวินเซิ่งเฉิงกล่าวอย่างมั่นใจ
"สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสอง?" หลี่เสวียนเฉินตาลุกวาวด้วยความอิจฉา
"มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสองอยู่ในมือ หากเจ้าก้าวล้ำได้อีก การจะบดขยี้หลี่เทียนมิ่งก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว"
หลี่เสวียนเฉินอิจฉาจริงๆ
เด็กเปรตอายุสิบสามคนนี้ จู่ๆ ก็จะไล่ตามเขาทันแล้ว
"เรื่องความแข็งแกร่งเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าถามเจ้าหน่อย แล้วหลี่ชิงอวี่ของข้าล่ะ?"
อวี่เหวินเซิ่งเฉิงเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว อารมณ์จึงหงุดหงิดงุ่นง่าน
"เรื่องนี้วางใจได้ หลี่ชิงอวี่เป็นศิษย์ยอดเขากระบี่มังกรเขียวก็จริง แต่นางก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นตลอดเวลานี่นา"
"เซิ่งเฉิง รอให้ข้าคิดแผนการที่รัดกุมออกมาก่อน ถึงตอนนั้น จะทำให้หลี่ชิงอวี่ดิ้นไม่หลุดเลยทีเดียว!"
"เมื่อข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกแล้ว ข้าอยากจะรู้นักว่านางจะทำอย่างไร"
หลี่เสวียนเฉินกล่าวอย่างชั่วร้าย
"นางได้เป็นศิษย์สายตรงแล้วไม่ใช่หรือ? แบบนี้จะมีปัญหาไหม?" อวี่เหวินเซิ่งเฉิงถาม
"เรื่องนั้นวางใจได้ ข้ามีร้อยแปดวิธีที่จะทำให้นางหุบปาก ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว! ให้นางกลายเป็นของเล่นของเจ้าไปตลอดกาล!" หลี่เสวียนเฉินทำหน้าตาเหี้ยมเกรียม
"งั้นหรือ?"
"ข้าต้องการของสิ่งหนึ่ง มีประโยชน์แน่นอน รอข้าได้มาแล้วจะบอกเจ้า"
หลี่เสวียนเฉินหว่านล้อม
"ของอะไร?"
"ขออุบไว้ก่อน"
"ได้ รอดูฝีมือเจ้า"
ความเสี่ยง?...หลี่เสวียนเฉินไม่อยากสน
เขาแค่อยากให้หลี่เทียนมิ่งกับคนตระกูลอวี่เหวิน ฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเป็นตาอยู่คว้าพุงปลาไปกิน
อย่างไรเสียเจ้าอวี่เหวินเซิ่งเฉิง ก็ถูกความโกรธและความกระหายครอบงำจนหน้ามืดตามัวไปแล้ว
หารู้ไม่ว่า ตัวเขาเองก็ถูกไฟแค้นบดบังดวงตาเช่นกัน
พรุ่งนี้ หลี่เทียนมิ่งจะไปกราบอาจารย์ที่ยอดเขากระบี่มังกรเขียว
นับจากนี้ โอกาสที่หลี่เสวียนเฉินจะได้ตราประทับศักดิ์สิทธิ์คุนเผิง มีแต่จะน้อยลงเรื่อยๆ
เขา... ไม่มีทางถอยแล้ว
-สองสิงห์:ผู้แปล-