เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 229 นายน้อยสำนักใจป้ำจริงๆ

บทที่ 229 นายน้อยสำนักใจป้ำจริงๆ

บทที่ 229 นายน้อยสำนักใจป้ำจริงๆ


หลี่เทียนมิ่งอ่านคำแนะนำต่อ:

"ของสิ่งนี้ แกะสลักจากแร่วิญญาณลายสวรรค์สีม่วง 'หินม่วงวิญญาณสวรรค์' เป็นผลงานของปรมาจารย์นักแกะสลักที่มีชื่อเสียงที่สุดในทวีป 'จางฟูเซิง' งดงามและหลากสีสัน"

"ภายในหินม่วงวิญญาณสวรรค์ แฝงไว้ด้วยปราณม่วงวิญญาณสวรรค์ หากถูกโจมตี จะสามารถกระจายออกมาเองได้ ก่อตัวเป็น 'โล่ม่วงวิญญาณสวรรค์' ช่วยผู้ครอบครองต้านทานการโจมตีส่วนหนึ่งของผู้ควบคุมสัตว์ที่ต่ำกว่าขั้นเจตจำนงสวรรค์ระดับห้า"

"โล่ม่วงวิญญาณสวรรค์ ใช้ได้เพียงครั้งเดียว หลังใช้แล้ว จะแตกสลายไป"

"ราคา: ห้าร้อยยี่สิบหยกวิเศษลายสวรรค์สีม่วง"

หลี่เทียนมิ่งลองคำนวณดู

ห้าร้อยยี่สิบหยกวิเศษลายสวรรค์สีม่วง ก็คือห้าพันสองร้อยหยกวิเศษลายสวรรค์สีน้ำเงิน เท่ากับห้าหมื่นกว่าหยกวิเศษลายสวรรค์สีเขียวคราม!

แต่ในมือหลี่เทียนมิ่ง มีเพียงหนึ่งพันหยกวิเศษลายสวรรค์สีเขียวคราม!

"ของสิ่งนี้ราคาแพงหูฉี่จริงๆ แถมยังใช้ได้แค่ครั้งเดียว"

"มูลค่าของมัน หลักๆ อยู่ที่รูปลักษณ์อันวิจิตรและเป็นผลงานของปรมาจารย์จางฟูเซิง ประโยชน์การใช้งานจริงๆ ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของราคาเลย"

หลี่ชิงอวี่อธิบาย

ต้านทานการโจมตีหนึ่งครั้งของผู้ที่ต่ำกว่าขั้นเจตจำนงสวรรค์ระดับห้า?

นั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะต้านทานได้ครั้งเดียว เจ้า 'รักวิญญาณสวรรค์' นี่ก็แตกแล้ว คู่ต่อสู้สามารถโจมตีครั้งที่สองได้สบายๆ

ห้าร้อยยี่สิบหยกวิเศษลายสวรรค์สีม่วง สามารถซื้อวิชายุทธ์ คัมภีร์ ได้นับไม่ถ้วน

แม้แต่วิชายุทธ์เจตจำนงสวรรค์ก็ยังซื้อได้

คนที่ซื้อไหว ก็ไม่ต้องการสรรพคุณของ 'รักวิญญาณสวรรค์' นี้

พูดง่ายๆ ก็คือ ของสิ่งนี้นอกจากสวยแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

"ชอบไหม?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ชอบก็ชอบอยู่หรอก แต่ว่ามันแพงเกินไป ซื้อไม่ไหวหรอก" เจียงเฟยหลิงทำปากยื่น

ใช่แล้ว กายวิญญาณก็ทำปากยื่นได้ เป็นนางที่เห็นสร้อยเส้นนี้ตั้งแต่แรก และถูกดึงดูดอย่างจัง

พอเห็นชื่อ 'รักวิญญาณสวรรค์' นางยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ

แต่พอเห็นราคา นางก็ถอดใจ แพงเกินจินตนาการ

หลี่ชิงอวี่พูดถูก ต้านทานการโจมตีหนึ่งครั้งของผู้ควบคุมสัตว์ที่ต่ำกว่าขั้นเจตจำนงสวรรค์ระดับห้า ของที่มีมูลค่าแบบนี้ ห้าร้อยหยกวิเศษลายสวรรค์สีน้ำเงินก็จัดการได้แล้ว

ของประเภทนี้ โดยส่วนใหญ่ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าเจออันตรายระดับนั้น คู่ต่อสู้ลงมือสองครั้งนั้นง่ายมาก

"ชิงอวี่ เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่"

หลี่เทียนมิ่งรีบวิ่งจู๊ดออกไปข้างนอกทันที หลี่ชิงอวี่ยืนงงอยู่กับที่

เขาจะทำอะไร?

นางไม่ค่อยวางใจ จึงตามออกไป

เห็นเพียงหลี่เทียนมิ่งกลับไปที่มหาตำหนักตงจี๋ แล้วหยิบแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับขั้นสูงสามชิ้นออกมาทันที

"ช่วยคำนวณให้หน่อย ว่านี่ขายได้เงินเท่าไหร่"

"เจ้าแน่ใจนะว่าจะขาย?" คนของมหาตำหนักตงจี๋งุนงงไปพักหนึ่ง

พูดตามตรง ของแบบนี้เอาไปขายที่ถนนเทียนเป่าจะคุ้มกว่ามาก เพียงแต่ต้องใช้เวลานานหน่อย

"ท่านดูราคาก่อน"

"ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับขั้นสูง มีราคามาตรฐานอยู่แล้ว"

ความจริงแล้ว หยกวิเศษลายสวรรค์สีม่วง ส่วนใหญ่มีเพียงผู้อาวุโสระดับขั้นเจตจำนงสวรรค์เท่านั้นถึงจะมีพวกเขาจะซื้อแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับขั้นสูงให้ลูกหลาน พูดตามตรงยังต้องปวดใจกับราคา

"ห้าร้อยสามสิบแล้วกัน หยกวิเศษลายสวรรค์สีม่วง"

"ตกลง"

หลี่ชิงอวี่: "......"

ป๋าจริงๆ

หลี่ชิงอวี่ไม่เคยเห็นใครใจป้ำขนาดนี้มาก่อน

นางพอจะรู้แล้วว่า หลี่เทียนมิ่งจะเอาเงินพวกนี้ไปทำอะไร

ซื้อรักวิญญาณสวรรค์ ..ให้เจียงเฟยหลิง

"พี่ชาย ท่านอย่าบ้าจี้นะ มันแพงเกินไป" เจียงเฟยหลิงร้อนใจ

"ไม่ได้พูดเล่น เจ้าชอบ ข้าก็จะซื้อให้เจ้า"

"หลิงเอ๋อร์ วันหน้าเจ้าชอบอะไร ต้องบอกข้า ไม่ว่าจะเป็นอะไร ข้าก็จะซื้อให้เจ้า"

"ลูกผู้ชายตัวจริง ก็ต้องป๋าแบบนี้แหละ"

หลี่เทียนมิ่งพูดพลางหัวเราะ

เขาดูออกว่าเจียงเฟยหลิงชอบสร้อยเส้นนั้นมาก

พูดตามตรง แม่นางน้อยจากบ้านมาไกล ดั้นด้นติดตามเขามาเสี่ยงอันตราย

นับจากนี้ความเป็นตายไม่อาจคาดเดา ซื้อสร้อยให้นางสักเส้นจะเป็นไรไป?

หลี่เทียนมิ่ง ไม่เคยให้อะไรนางเลย

อีกทั้ง นางเป็นเพียงปุถุชนที่บอบบาง หากไม่ระวัง เกิดอันตรายขึ้น อย่างน้อยรักวิญญาณสวรรค์เส้นนี้ ก็สามารถซื้อเวลาให้หลี่เทียนมิ่งได้บ้าง

เรื่องนี้สำคัญสำหรับเขามาก

เขาเคยสาบานต่อราชาจู้เจ๋อไว้!

ออกจากประเทศจู้เจ๋อ จะไม่ยอมให้นางได้รับอันตรายใดๆ!

รักวิญญาณสวรรค์เส้นเดียวจะนับเป็นอะไรได้?

"หลิงเอ๋อร์ของข้างดงามขนาดนี้ ทั่วทั้งสำนักตงหวง ก็ไม่มีแม่นางคนไหนสวยไปกว่าเจ้า"

"เจ้า 'รักวิญญาณสวรรค์' นี้ ในเมื่อหนึ่งร้อยปีก็ยังขายไม่ออก นั่นแสดงว่า มันกำลังรอเจ้าอยู่ไง" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

"แต่ว่าพี่ชาย เงินของท่านต้องเอาไว้ซื้อวิชายุทธ์นะ..." เจียงเฟยหลิงพูดเสียงเบา

"วิชายุทธ์? หลิงเอ๋อร์ เรื่องนี้เจ้าไม่เข้าใจแล้ว ขอแค่มีเจ้าอยู่ การหาแหล่งกำเนิดเทพเป็นเรื่องยากสำหรับข้าไหม?"

"ข้าเรียกว่าการลงทุน เข้าใจไหม? เอาใจเจ้าจนเจ้าพอใจ เงินทองก็ไหลมาเทมาแล้วไม่ใช่หรือ?"

หลี่เทียนมิ่งพูดติดตลก

เจียงเฟยหลิงเดิมทีซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลพราก พอเจอประโยคนี้เข้าไป น้ำตาก็ไหลกลับเข้าไปหมด

"ว่าแล้วเชียว ข้าก็งงว่าทำไมจู่ๆ ท่านถึงใจป้ำขึ้นมา! ที่แท้ก็มีแผนซ่อนเร้น!" นางแกล้งโกรธ

แต่ว่า โกรธจริงหรือ?

อันที่จริง ในใจบานฉ่ำไปหมดแล้ว

ด้วยเหตุนี้ หลี่เทียนมิ่งจึงใช้แหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับสามชิ้น แลกกับ 'รักวิญญาณสวรรค์' ที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในมหาตำหนักหวงจี๋มาหนึ่งเส้น

"นายน้อยสำนัก ใจป้ำจริงๆ!"

บรรดาผู้มุงดูที่รู้จักเขา ต่างส่งเสียงชื่นชม

ส่วนจะมีกี่คนที่แอบเยาะเย้ยว่าเขาใช้ของฟุ่มเฟือย สันดานลูกเศรษฐีล้างผลาญ ก็สุดจะรู้

ในสายตาของหลี่เทียนมิ่งมีเพียงรักวิญญาณสวรรค์เส้นนั้น

ตอนที่เขาได้รับของสิ่งนี้มา เจียงเฟยหลิงร้องว้าวด้วยความชื่นชมหลายครั้ง

เงินยังเหลืออีกนิดหน่อย หลี่เทียนมิ่งเดินวนในมหาตำหนักหวงจี๋รอบหนึ่ง ไม่เจอวิชายุทธ์คืนเดียวที่เหมาะสม

ดังนั้น เขาจึงวิ่งไปที่ถนนเทียนเป่า ใช้เงินทั้งหมด ซื้อสุรามาจำนวนมาก ใส่จนเต็มแหวนซูหมี

สุราพวกนี้ มีประโยชน์อย่างมาก

"ไป กลับบ้าน!"

หลี่เทียนมิ่งแทบรอไม่ไหว อยากจะเห็นว่านางสวมรักวิญญาณสวรรค์แล้ว จะงดงามสะท้านเมืองขนาดไหน

นี่คือของเทพที่สร้างมาเพื่อนาง!

"หลังจากนี้ เรียกมันว่า 'รักแห่งเทียนหลิง' เปลี่ยนเป็นชื่อของเจ้า!" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"อื้อ"

ในสภาวะกายวิญญาณ มองไม่เห็นหน้าแดงของนาง มองไม่เห็นหัวใจที่เต้นแรงของนาง

ยิ่งมองไม่เห็น ความสุขของนาง

หลี่ชิงอวี่มองพวกเขาจากด้านหลัง

นางปาดเหงื่อที่เต็มหน้าผาก

หันไปมอง เห็นศิษย์กลุ่มใหญ่ ใช้สายตามองคนโง่ มองหลี่เทียนมิ่งที่กลายเป็นหมูในอวย

"พี่ชายข้าคนนี้ เพื่อจะเอาใจสาวงาม ช่างทุ่มทุนจริงๆ เป็นคนเจ้าอารมณ์สุนทรีย์แท้ๆ"

นางยิ้มอย่างจนใจ แล้วเร่งฝีก้าวตามไป

พูดตามตรง นางก็อยากเห็นเหมือนกันว่า เจียงเฟยหลิงสวมสร้อยเส้นนี้แล้ว จะงดงามเพียงใด

......

ยอดเขาซุยหยวน

ค่ำคืนนี้ นางสวมกระโปรงสั้นสีม่วงอ่อน ยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์

วินาทีที่สวม 'รักแห่งเทียนหลิง' นั้น ความยินดี ความขัดเขิน ความซาบซึ้ง และใบหน้าที่แดงระเรื่อของนาง ทำให้หลี่เทียนมิ่งตาลายไปหมด

ทำไมถึงมีเด็กสาวที่งดงามได้ถึงเพียงนี้

นางเหมือนกับธิดาของเทพเบื้องบน ที่พลัดตกลงมายังโลกมนุษย์

แม้นางจะไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ แต่ความว่างเปล่าหลุดโลกแบบนั้น มองอย่างไร ก็ไม่เหมือนสิ่งที่โลกมนุษย์จะมีได้

"หลิงเอ๋อร์สวยเกินไปแล้ว ข้าเป็นผู้หญิง ยังอยากได้นางเลย" หลี่ชิงอวี่อุทานชื่นชม

"ไปอยู่ข้างๆ เลย อย่ามารบกวนโลกส่วนตัวของพวกเราสองคน" หลี่เทียนมิ่งไล่

"รับทราบค่ะ พี่" หลี่ชิงอวี่วิ่งหายวับไปทันที

เขาเฝ้ามองดูเจียงเฟยหลิงที่งดงามดั่งธิดาเทพ ก้าวเดินมาหาเขาอย่างแช่มช้อย

รักแห่งเทียนหลิงเส้นนั้น ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับนาง ผิวพรรณขาวผ่องที่ลำคอ ยิ่งดูใสกระจ่างดุจแก้ว

หลี่เทียนมิ่งหาคำมาบรรยายความงามของนางไม่ได้

ถ้าให้คนความรู้น้อยอย่างเขาต้องชมสักประโยค เขาคงพูดได้แค่ว่า: โคตรสวยเลยว่ะ

ท่ามกลางแสงจันทร์ นางหมุนตัวหนึ่งรอบตรงหน้า เส้นผมยาว กระโปรงสั้น สร้อยคอ ล้วนปลิวไสว

"พี่ชาย สวยไหม?"

บนใบหน้าของนางมีลักยิ้มบุ๋มลงไป รอยยิ้มที่ไร้เดียงสาแต่แฝงความขี้เล่น ผสมผสานกับแสงจันทร์บนท้องฟ้า ภายใต้ดวงดาว ภูตน้อยที่บริสุทธิ์เช่นนี้ คำว่าสวยคำเดียว จะบรรยายได้หมดได้อย่างไร?

"หลิงเอ๋อร์"

"พี่ชาย?" นางถามอย่างประหม่า

หรือว่า ใช้เงินไปตั้งเยอะ แล้วไม่สวยเหรอ?

"ข้าอยากพูดกับเจ้าประโยคหนึ่ง"

"อะไรเหรอ?"

เขาลุกขึ้นยืน สายตาร้อนแรง กล่าวว่า:

"ชาตินี้ข้าจะรักเจ้าเพียงผู้เดียว จะแต่งกับเจ้าคนเดียว มิเช่นนั้น ขอให้ข้าโดนผงตัดราก สิ้นไร้ทายาทสืบสกุล"

เขาไม่สนว่าวันหน้าจะเจอกับอะไร ความยึดติดในใจของเขาตอนนี้ คือมารในดวงตา

รักมั่นคงจนวันตาย!

เจียงเฟยหลิงยิ้ม

นางรู้อยู่แล้ว จะไม่สวยได้อย่างไร

ใต้แสงจันทร์ นางดึงชายเสื้อของหลี่เทียนมิ่งเบาๆ

แล้วพูดว่า "งั้นข้า ก็จะไม่แต่งให้ใครนอกจากท่าน"

ตอนที่นางพูดประโยคนี้ มั่นคงและแน่วแน่ ในแววตาเหมือนกับหลี่เทียนมิ่ง มีมารแห่งความยึดติดสิงสถิตอยู่

"มิเช่นนั้นล่ะ?" หลี่เทียนมิ่งยิ้มถาม

"มิเช่นนั้นขอให้ข้ากลายเป็นผู้ชาย มีสาวงามสามพันนาง ลูกหลานเป็นหมื่น"

"......"

นางอยู่กับหลี่เทียนมิ่งนานเข้า ก็ชักจะซุกซนขึ้นแล้วสิ

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 229 นายน้อยสำนักใจป้ำจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว