- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 220 แก่นปราณขนาดมหึมา!
บทที่ 220 แก่นปราณขนาดมหึมา!
บทที่ 220 แก่นปราณขนาดมหึมา!
การฝึกฝนสองวิชา ดำเนินไปแทบจะพร้อมๆ กัน
มีแรงกดดันจากประตูเก้าชั้นไท่หวง ช่วยได้มากจริงๆ
ยิ่งกว่านั้น สัตว์ตัวน้อยทั้งสองยังต้องปกป้องน้องชายที่ยังไม่ฟักตัว แรงกดดันที่ได้รับย่อมมหาศาลยิ่งขึ้น
ส่วนหลี่เทียนมิ่ง เป็นผู้ควบคุมภาพรวม ควบคุมการโคจรของวิชาทั้งสองพร้อมกัน
พวกเขาทั้งสาม แบ่งงานกันอย่างชัดเจน
ครืน ครืน ครืน!
ต้นกำเนิดนรกและแหล่งกำเนิดอัสนีอลเวง ขณะที่โคจรอยู่นั้น โดยมีวิชาบำเพ็ญเพียรขั้นคืนเดียวเป็นตัวนำ ภายใต้แรงกดดันอันแข็งแกร่งของประตูเก้าชั้นไท่หวง ก็เริ่มสร้างสนามพลังอันว่างเปล่าขึ้นระหว่างฟ้าดิน
หลี่เทียนมิ่งกับลูกไก่เหลือง และแมวดำตัวน้อย ต่างสร้างช่องทางเชื่อมต่อพลังสัตว์ระหว่างกัน
เวลานี้ ต้นกำเนิดนรกทั้งสองเชื่อมต่อกันอย่างบ้าคลั่ง พลังสัตว์ไหลเวียน แหล่งกำเนิดอัสนีอลเวงทั้งสองก็เช่นกัน
วู่วู่ วู่วู่!
เสียง ยิ่งมายิ่งดังสนั่น
ก้าวแรกของขั้นคืนเดียว คือต้องสร้างอาณาเขตสองขั้วขึ้นภายนอกเส้นสัตว์ ภายใต้สถานการณ์ที่พลังของทั้งสองฝ่ายหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือสนามพลัง
ในระหว่างที่เวลาล่วงเลยไป รอบกายหลี่เทียนมิ่ง เริ่มมีสนามพลังจางๆ สองวงปรากฏขึ้น
วงหนึ่งอยู่บน วงหนึ่งอยู่ล่าง ราวกับจานสองใบซ้อนกัน
นี่เป็นเพียงขั้นเริ่มต้น เป็นเพียงโครงร่างเท่านั้น
ต้องยอมรับว่า ประตูชั้นที่เก้านี้มีประโยชน์มหาศาล
หากไม่มีประตูเก้าชั้นไท่หวงนี้ หลี่เทียนมิ่งต้องการจะบรรลุถึงขั้นนี้ เกรงว่าคงจะยากลำบากอย่างยิ่ง
แรงกดดันเช่นนี้ ช่วยเสริมความสัมพันธ์ทางสายเลือดและการสื่อสารทางจิตวิญญาณระหว่างผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัว
ชั่วพริบตา ถึงกับเกิดความรู้สึกรวมสองเป็นหนึ่ง หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
"ในเจ้ามีข้า ในข้ามีเจ้า"
นี่คือมุมมองที่หลี่เทียนมิ่งมีต่อขั้นคืนเดียว
"ฟังดูน่าขยะแขยงพิกล?" อิ๋งฮั่วเบ้ปาก
"ข้าก็ว่างั้น" หลี่เทียนมิ่งขนลุกซู่
นี่เป็นเพียงเรื่องแทรกเล็กน้อย กระบวนการฝึกฝนของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป
ยิ่งหลอมรวมกันเช่นนี้ หลี่เทียนมิ่งก็ยิ่งเข้าใจถึงประโยชน์ของประตูเก้าชั้นไท่หวง
วันนี้ ต่อให้ไม่มีอวี่เหวินเชิ่งเฉิงมาปากมากอยู่ข้างๆ เขาก็จะมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพื่อทะลวงสู่ขั้นคืนเดียวในรวดเดียว!
ด้วยพรสวรรค์ของกายาวัฏสงสารสิบกัลป์ เกรงว่าในภายภาคหน้าการฝึกฝนไปจนถึงขั้นคืนเดียวระดับเก้า ไล่ตามศิษย์ไท่อี ก็คงไม่มีอุปสรรคใดๆ!
วู่วู่!!
ภายใต้แรงกดดันของประตูเก้าชั้นไท่หวง ความเร็วในการหลอมรวม ความเร็วในการก่อเกิดสนามพลังคืนเดียว ล้วนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!
"ว่ากันว่า สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่ มีแหล่งกำเนิดวิญญาณสี่สิบกว่าแห่ง สามารถกำเนิดแก่นปราณได้สี่สิบกว่าหน่วย!"
"ไม่รู้เหมือนกันว่า สนามพลังคืนเดียวของข้า จะกำเนิดแก่นปราณได้เท่าไหร่?"
จำนวนแหล่งกำเนิดวิญญาณและแก่นปราณ ล้วนกำหนดตามระดับชั้นของสัตว์ประจำตัว
ผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัวชั้นแปด สามารถกำเนิดแหล่งกำเนิดวิญญาณแปดแห่ง แก่นปราณแปดหน่วย และหลอมรวมอภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณได้แปดอย่าง
ส่วนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่ที่ทวนลิขิตฟ้านั้น มีจุดดาวสี่สิบถึงสี่สิบเก้าดวง ผู้ควบคุมสัตว์สามารถกำเนิดแหล่งกำเนิดวิญญาณได้สี่สิบกว่าแห่ง สนามพลังคืนเดียวมีแก่นปราณสี่สิบกว่าหน่วย
อีกทั้ง ยังสามารถหลอมรวมอภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณได้สี่สิบกว่าอย่าง!
ว่ากันว่า ขอเพียงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ อภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณแทบจะไม่มีขีดจำกัดแล้ว
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีแหล่งกำเนิดวิญญาณมากมายให้ใช้อุทิศสร้างอภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณ
เพียงแต่ ว่ากันว่าหากอภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณมีมากเกินไป จะส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ทำให้การสร้างยากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น ต่อให้เป็นผู้ควบคุมสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ก็จะรักษาอภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดไว้ไม่กี่อย่าง ส่วนบางอย่างที่ถูกคัดออก พวกเขาจะกำจัดทิ้งไปเอง
จุดสำคัญคือจำนวนแหล่งกำเนิดวิญญาณและจำนวนแก่นปราณของสนามพลังคืนเดียว
นี่คือสาเหตุที่ตัดสินความแตกต่างอย่างมหาศาลระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดาในระดับขั้นเดียวกัน!
ผู้ควบคุมสัตว์ที่มีสัตว์ประจำตัวชั้นแปด กับผู้ควบคุมสัตว์ที่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่
สมมติว่าพวกเขาต่างอยู่ขั้นคืนเดียวระดับหนึ่ง จำนวนแหล่งกำเนิดวิญญาณของพวกเขาต่างกันถึงสี่ถึงห้าเท่า
เห็นได้ชัดว่า อัจฉริยะระดับปีศาจเตือนตา กับอัจฉริยะทั่วไปมีความแตกต่างกันเพียงใด!
แน่นอนว่า
สำนักตงหวง ยังไม่มีศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่
แต่ ต่อให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสาม นั่นก็ทวนลิขิตฟ้ามากแล้ว
ถึงอย่างไรสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสาม ก็มีจุดดาว แหล่งกำเนิดวิญญาณ และแก่นปราณ สามสิบถึงสามสิบเก้าหน่วย
ในตอนนั้นหลี่อู๋ตี้ ก็มีแก่นปราณสามสิบเก้าหน่วย
ทว่า หลี่เทียนมิ่งมีแหล่งกำเนิดวิญญาณเพียงแห่งเดียวมาโดยตลอด เพียงแต่ขนาดของแหล่งกำเนิดวิญญาณนี้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ก็ใหญ่มากแล้ว เทียบเท่ากับแหล่งกำเนิดวิญญาณสิบแห่งโดยประมาณ
ในอนาคตอาจจะขยายได้อีก แต่จำนวน เกรงว่าจะไม่เพิ่มขึ้น!
เขาพอจะสัมผัสได้แล้ว
ถูกต้อง สนามพลังคืนเดียวทั้งสองของเขา ต่างมีแก่นปราณเพียงหนึ่งหน่วย!
แก่นปราณขนาดมหึมาที่เทียบเท่าแก่นปราณทั่วไปสิบเท่า!
รอบกายของเขา 'สนามพลังนรก' และ 'สนามพลังอลเวง' เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างแล้ว
นี่คืออาณาเขตชนิดหนึ่ง!
หลี่เทียนมิ่งพบว่า เพลิงนรกของอิ๋งฮั่ว สามารถครอบคลุมได้ทั่วทั้งสนามพลังนรก!
สนามพลังนรกของเขา แผ่ขยายอาณาเขตกว้างกว่าหกจั้ง ซึ่งภายในรัศมีดังกล่าว เพลิงนรกสามารถสำแดงอานุภาพการเผาผลาญได้อย่างรุนแรง
ลูกอัสนีอลเวงของเมี๊ยวเมี๊ยว ก็ครอบคลุมทั่วทั้งสนามพลังอลเวง ขอบเขตพอๆ กัน!
สนามพลังในตอนแรกเป็นแนวระนาบ แต่ตอนนี้ค่อยๆ สมบูรณ์ขึ้น ก่อตัวเป็นทรงกลมขนาดใหญ่โดยมีหลี่เทียนมิ่งและสัตว์ประจำตัวทั้งสองเป็นศูนย์กลาง!
อันหนึ่งเพลิงนรกเผาผลาญ อันหนึ่งสายฟ้าอลเวงพัวพัน!
จินตนาการได้เลยว่า หลังการต่อสู้ ขอเพียงเข้าใกล้หลี่เทียนมิ่ง ก็จะต้องทรมานอย่างยิ่ง!
อานุภาพการสังหารที่ติดมากับสนามพลังของเขา แข็งแกร่งกว่าสนามพลังอื่นๆ มากนัก
สนามพลังนี้ แผ่อาณาเขตกว้างกว่าหกจั้ง โดยมีหลี่เทียนมิ่งเป็นแกนกลางของทั้งสองสนามพลัง ส่วนอิ๋งฮั่วและเมี๊ยวเมี๊ยว ต่างเป็นแกนกลางของสนามพลังเดี่ยวของตน
บนร่างของพวกมัน ต่างก็มีสนามพลังอยู่หนึ่งวงเช่นกัน
เมื่อสนามพลังทั้งสองมีส่วนที่ซ้อนทับกัน หรือก็คืออยู่ห่างกันประมาณสิบห้าจั้ง การเชื่อมโยงพลังของสนามพลังคืนเดียวจะแสดงออกมา บรรลุผลลัพธ์สูงสุด
หากเกินขอบเขตนี้ ผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัว จะสูญเสียการเชื่อมโยงพลัง แต่อานุภาพของตัวสนามพลังเองยังคงอยู่
แก่นปราณขนาดมหึมานั้น เวลานี้กำลังกลืนกินพลังปราณฟ้าดินอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย รวบรวมเข้ามาในร่างกายของพวกเขา
หลี่เทียนมิ่งรู้สึกได้ว่า หลังจากมีแก่นปราณขนาดมหึมานี้ ความเร็วในการรวบรวมพลังปราณฟ้าดินในอนาคตของพวกเขายังจะเพิ่มขึ้นอีก!
"ขั้นคืนเดียว!"
เขาทำสำเร็จแล้ว
มีการชี้แนะของเย่เส้าชิงและแรงกดดันของประตูเก้าชั้นไท่หวง มาถึงตรงนี้ ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดี!
หลี่เทียนมิ่งสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากทะลวงผ่านระดับขั้นใหญ่ พลังการต่อสู้ของตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก!
ด่านหนึ่งผ่านพ้น หนทางข้างหน้าเปิดกว้าง!
เมื่อสนามพลังคืนเดียวของอิ๋งฮั่วและเมี๊ยวเมี๊ยว ต่างมีส่วนที่ซ้อนทับกับเขา คือช่วงเวลาที่ทั้งสามแข็งแกร่งที่สุด
เมื่อนั้น พลังเชื่อมโยงกัน สามารถยืมใช้ซึ่งกันและกัน กระทั่งหลี่เทียนมิ่งสามารถใช้แก่นปราณขนาดมหึมานั้น ยืมใช้อภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณของสัตว์ประจำตัวได้
รอบกายเขา เพลิงนรกลุกโชน สายฟ้าอลเวงเปล่งประกาย พลังอันมหาศาล ม้วนตลบอย่างต่อเนื่อง!
การปรากฏ ความสมบูรณ์ และความมั่นคงของสนามพลังคืนเดียว บ่งบอกถึงอะไร?
บ่งบอกว่าหลี่เทียนมิ่ง ไม่เพียงแต่ฝึกฝนในประตูชั้นที่เก้า แต่ยังทะลวงผ่านได้สำเร็จแล้ว!
ในประวัติศาสตร์ มีศิษย์สำนักตงหวงนับไม่ถ้วน ที่ทะลวงสู่ขั้นคืนเดียวที่ประตูเก้าชั้นไท่หวง
แต่หลี่เทียนมิ่ง เป็นคนพิเศษที่สุดอย่างแน่นอน
แก่นปราณที่มีเพียงหนึ่งเดียวนั้น เป็นสถานการณ์ที่สัตว์ประจำตัวชั้นหนึ่งถึงจะมีได้ ความพิเศษนี้ไม่ต้องพูดถึงแล้ว
ที่พิเศษจริงๆ คือ คนที่สามารถทะลวงสู่ขั้นคืนเดียวที่ประตูชั้นที่เก้าได้นั้น ในรอบพันปีไม่มีเลย
......
หลี่เทียนมิ่งไม่รู้เลยว่า เมื่อเขาเริ่มฝึกฝนที่ประตูชั้นที่เก้า ได้ก่อให้เกิดความฮือฮาเพียงใด!
..สิบลมหายใจ มองดูเขากำลังรวบรวมสนามพลัง ผู้คนยังคงหัวเราะ นึกว่าเขากำลังรนหาที่ตาย
..ยี่สิบลมหายใจ สีหน้าของผู้คนเริ่มแข็งค้าง
..สามสิบลมหายใจ เหล่าศิษย์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยามเอ่ยปาก ริมฝีปากล้วนสั่นระริก
..หกสิบลมหายใจผ่านไป สนามพลังบนร่างของหลี่เทียนมิ่งปรากฏออกมาแล้ว หลอมรวมเป็นแก่นปราณขนาดมหึมา
เวลานี้ ทั่วทั้งลานเงียบกริบ มองดูเขาอย่างเหม่อลอย
พวกเขายังเด็กเกินไป เกินกว่าที่จะรู้ได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น!
"เป็นไปได้ไหมว่า ประตูชั้นที่เก้าเกิดปัญหาบางอย่าง?"
"เป็นไปไม่ได้ ไม่เคยเกิดปัญหามาก่อน"
"งั้นนี่มันเรื่องอะไรกัน ได้ยินว่าสัตว์ประจำตัวของเขาเป็นสัตว์ประจำตัวชั้นเจ็ดนี่"
"ข้าไม่รู้..."
นั่นคือสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม เหม่อลอย สงสัย และไม่อยากจะเชื่อ มากมายเหลือเกิน
"มีเพียงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่ ถึงจะเป็นไปได้ที่จะอยู่ที่ประตูชั้นที่เก้า สัตว์ประจำตัวของเขา เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่หรือ?"
"กายาวัฏสงสารห้ากัลป์ บวกกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่? นั่นไม่ทวนลิขิตฟ้าไปแล้วหรือ?"
"นั่นสิ..."
ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหัวเราะเยาะอีกแล้ว
เพราะตอนนี้หากยังหัวเราะ มีแต่จะแสดงให้เห็นว่าตนเองน่าขบขัน
แสดงให้เห็นว่าตนเอง สายตาสั้นเท่ารูหนู
พูดตามตรง ประตูเก้าชั้นไท่หวง ไม่เคยเงียบสงบเช่นนี้มาก่อน
และท่ามกลางความเงียบสงัดนี้ หลี่เทียนมิ่งค่อยๆ ก้าวสู่บทสรุป บรรลุขั้นคืนเดียวทีละน้อย!
ตลอดกระบวนการนี้ สีหน้าของอวี่เหวินเชิ่งเฉิงและหลานสาวศิษย์ผู้อาวุโสสภาข้างกายเขา นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด
อวี่เหวินเชิ่งเฉิงยืนหน้าเจื่อนอยู่ตรงนั้น
สีหน้าของเขา ราวกับถูกอิฐฟาดใส่หน้า จะเหม็นเน่าแค่ไหน ก็เหม็นเน่าแค่นั้น
ที่ทรมานกว่า คือการที่เขาต้องขายหน้าต่อหน้าซูหลี กงซุนอวี่และคนอื่นๆ
"เชิ่งเฉิง นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ซูหลีถามอย่างเหม่อลอย
"นั่นสิ เขาไปมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ข้าจำได้ว่าพี่ชายเจ้ายังไม่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่เลยนะ นายน้อยสำนักผู้นี้ ร้ายกาจกว่าพี่ชายเจ้าอีกหรือ?"
พวกนางอ้าปากค้าง ริมฝีปากแดงระเรื่อสั่นระริก
สายตาที่สั่นไหวนั้น จับจ้องอยู่ที่ร่างของเด็กหนุ่มผมขาวตลอดเวลา ราวกับได้เห็นปาฏิหาริย์
เห็นเขาบรรลุขั้นคืนเดียว ไม่รู้ตัวเลยว่า ขาเริ่มอ่อนแรงแล้ว
"หุบปาก!" จู่ๆ อวี่เหวินเชิ่งเฉิงก็คำรามเสียงต่ำ
ทำเอาพวกนางหน้าซีดเผือด รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"เชิ่งเฉิง เจ้าเป็นอะไรไป..."
อวี่เหวินเชิ่งเฉิงกัดฟัน กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า "ข้าไม่เชื่อ ต้องมีปัญหาแน่!"
ถ้ามีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่จริง เมื่อครู่ เขาก็คือลิงที่หลี่เทียนมิ่งปั่นหัวเล่นแล้ว
ขายหน้าไปถึงบ้านจริงๆ
เขาอวี่เหวินเชิ่งเฉิง ยังไม่เคยลิ้มรสความรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเช่นนี้มาก่อน
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่ นั่นคือความฝันของเขา!
คนที่ไม่เอาไหนคนหนึ่ง กลับได้ครอบครองความฝันของเขา?
แค่คิด ในใจก็บิดเบี้ยวแล้ว!
ยิ่งบิดเบี้ยว ยิ่งทรมาน ยิ่งขายหน้า
"เขาฝึกฝนสำเร็จเป็นขั้นคืนเดียวแล้ว จบแล้ว"
เมื่อซูหลีกล่าวประโยคนี้จบอย่างจนใจ อวี่เหวินเชิ่งเฉิงกำหมัดแน่น แววตายิ่งมืดมน
เพราะคนจำนวนมากกำลังมองมาที่เขา
เขาเอ่ยวาจาเยาะเย้ยหลี่เทียนมิ่ง ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องตลกเสียเอง
และในเวลานี้เอง หลังจากหลี่เทียนมิ่งปรับระดับพลังจนมั่นคงแล้ว ก็ยุติการฝึกฝน ลุกขึ้นยืนท่ามกลางสนามพลัง
ผู้คนรอบข้าง พูดไม่ออกแล้ว
นี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่ ไม่มีใครพูดได้ชัดเจน
จนกระทั่ง ทุกคนต่างเบิกตากว้าง มองดูหลี่เทียนมิ่งเดินกลับมาจากประตูชั้นที่เก้า มองดูเขาเดินตรงมาทางอวี่เหวินเชิ่งเฉิง
ดูเหมือน จะน่าสนใจแล้วสิ
ดวงตาของเหล่าศิษย์สำนักตงหวง เป็นประกายขึ้นมา
พวกเขาเห็นแล้วว่า อวี่เหวินเชิ่งเฉิงหน้าถอดสี กำหมัดแน่น สายตาอำมหิต
ทว่า ผู้คนกลับคาดไม่ถึงว่า หลี่เทียนมิ่งไม่ได้มองอวี่เหวินเชิ่งเฉิงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเดินผ่านเขาไป เดินออกจากประตูเก้าชั้นไท่หวง
ทำไมกัน?
ยังคงเป็นประโยคเดิม อีกฝ่ายเด็กเกินไป พรสวรรค์ต่อให้ทวนลิขิตฟ้าแค่ไหน ความคิดอ่านเล็กน้อยแค่นี้ หลี่เทียนมิ่งไม่เห็นอยู่ในสายตา
เขาเป็นคนมีความมุ่งมั่น ย่อมเลือกคู่ต่อสู้ที่ท้าทายกว่า
เขากลับคาดไม่ถึงว่า เพราะถูกเมินเฉย อวี่เหวินเชิ่งเฉิงกลับหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ยิ่งโกรธจัด
"หลี่เทียนมิ่ง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ เจ้าต้องใช้ช่องโหว่อะไรแน่! อย่างเจ้าน่ะหรือจะมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสี่!" เขากัดฟันกรอด
เขาหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
เห็นอวี่เหวินเชิ่งเฉิงโกรธจัดขนาดนี้ ศิษย์จำนวนมากต่างไม่กล้าส่งเสียง
จนถึงตอนนี้ หลี่เทียนมิ่งถึงหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง
เขาชะงักไป
ถามว่า "ไอ้หนู สีหน้าเจ้ามันเรื่องอะไรกัน ดูเหมือนไปกินอุจจาระมาสักตันหนึ่งอย่างนั้นแหละ"
ทุกคนพอได้เห็น ก็อดหัวเราะครืนไม่ได้
เพราะ หลี่เทียนมิ่งบรรยายได้เห็นภาพจริงๆ
อวี่เหวินเชิ่งเฉิงในตอนนี้ ดูเหมือนไปกินอุจจาระมาไม่น้อยจริงๆ เหม็นโฉ่ไปทั่วฟ้า
หลี่เทียนมิ่งยังไม่เข้าใจเลยว่า เขาโกรธเรื่องอะไรนักหนา
ประโยคนั้นหลุดจากปาก ดวงตาของอวี่เหวินเชิ่งเฉิงแทบจะพ่นไฟออกมา
"ข้าจะให้เจ้าตาย!"
อวี่เหวินเชิ่งเฉิงคำรามลั่น
วินาทีถัดมา เขาผลักสาวงามตรงหน้าออกไป แล้วพุ่งเข้าใส่หลี่เทียนมิ่งในทันที!
ฝ่ามือฟาดออก ดั่งขุนเขาและสายน้ำที่เชี่ยวกราก ส่งเสียงกึกก้องคำราม!
ฝ่ามือนี้ เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี!
-สองสิงห์:ผู้แปล-