เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 ศิษย์สายในเขาชิงเสิน

บทที่ 210 ศิษย์สายในเขาชิงเสิน

บทที่ 210 ศิษย์สายในเขาชิงเสิน


หลังจากออกจากยอดเขาซุยหยวน หลี่เสวียนเฉินไม่ได้กลับไปยัง 'ยอดเขาจินหมิง' ที่ตั้งของสายทองคำพร้อมกับบิดาและน้องชาย

เขาแยกตัวออกจากกลุ่ม เดินไปที่ตีนเขายอดเขาซุยหยวน

เหนือผืนน้ำแห่งแม่น้ำสายนั้น มีเด็กหนุ่มชุดขาวอายุราวสิบสามปีผู้หนึ่งกำลังเหยียบย่างบนผิวน้ำ มุ่งหน้าเข้ามา

เด็กหนุ่มชุดขาวผู้นี้ แม้จะอายุยังน้อย แต่รูปร่างสูงโปร่งและสง่างามแล้ว

เพียงแต่หว่างคิ้ว ยังคงมองเห็นความไร้เดียงสาอยู่บ้าง

รูปโฉมของเขาหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่ง จนถึงขั้นใช้คำว่า 'งดงาม' มาบรรยายได้ ในวัยเยาว์ยังมีหน้าตาเช่นนี้ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ย่อมต้องเป็นชายงามผู้หนึ่งอย่างแน่นอน

เพียงพอที่จะทำให้เด็กสาวอัจฉริยะมากมาย ต้องตกหลุมรัก

ทุกรอยยิ้ม ฟันขาวสะอาดดวงตาสดใส ล้วนให้ความรู้สึกอบอุ่นดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ

"ศิษย์พี่หลี่" เมื่อหลี่เสวียนเฉินปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เด็กหนุ่มชุดขาวก็ยิ้มบางๆ

"เชิ่งเฉิง"

เมื่อพบเด็กหนุ่มผู้นี้ ในฐานะศิษย์พี่อย่างหลี่เสวียนเฉิน กลับก้มหัวลงเล็กน้อย แสดงท่าทีคล้ายผู้รับใช้อยู่ข้างกาย

"ข้าดูการต่อสู้ในวันนี้แล้ว เดิมทีวันนี้มากับเจ้า อยากจะแสดงความยินดีที่เจ้าได้เป็นนายน้อยสำนัก น่าเสียดายที่ถูกคนก่อกวน" เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวด้วยความเสียดาย

"ไม่เป็นไร แค่ครึ่งปี ข้ารอได้ แค่เจ้าหลี่เทียนมิ่ง คงจะดิ้นรนได้อีกไม่นาน" หลี่เสวียนเฉินกล่าว

"เจ้าไม่เชื่อเรื่องกายาวัฏสงสารห้ากัลป์?" เด็กหนุ่มชุดขาวถาม

"ข้าย่อมไม่เชื่อ บรรพชนรุ่นที่หนึ่งผ่านพ้นเคราะห์กรรมมาห้าสิบปี จึงจะปลุกกายาวัฏสงสารห้ากัลป์ได้ หากง่ายดายปานนั้น ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ไฉนเลยจะเดินมาถึงจุดนี้ได้"

"ข้าไม่รู้ว่าเขาฝึกฝนคัมภีร์พิเศษอะไร ถึงสามารถสร้างผลลัพธ์เช่นนี้ได้ เป็นไปได้มากว่าเขาคือขั้นคืนเดียว แต่ไม่มีสนามพลังคืนเดียว"

"ดังนั้น ไม่ถึงครึ่งปี คนผู้นี้จะต้องเผยธาตุแท้ออกมา ถึงเวลานั้น คือวันตายของเขา"

หลี่เสวียนเฉินหรี่ตาลง ภายในแววตา จิตสังหารปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง

เขาเตรียมตัวพร้อมที่จะเป็นนายน้อยสำนักแล้ว จู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาขวางทางเขา

"สมควรตายจริงๆ ข้ายังคิดว่าวันหน้า จะถามเจ้าเสียหน่อยว่าในดินแดนบรรพชนตระกูลหลี่มีอะไรบ้าง"

แววตาของเด็กหนุ่มชุดขาวดำมืดลงวูบหนึ่ง

"น้องชายข้าแต่งงานกับหลี่ชิงอวี่ หากเขากล้าขัดขวาง ข้าจะซ้อมมันให้น่วม ให้มันนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่บนเตียงสักครึ่งปี"

"ข้าจะคอยดูว่ามันจะนอนบนเตียง ฝึกฝนถึงขั้นคืนเดียวระดับสามได้อย่างไร" หลี่เสวียนเฉินกล่าวเยาะเย้ย

"หลี่ชิงอวี่? เมื่อครู่ข้าเห็นแล้ว นางดูดีจริงๆ" เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าว

หลี่เสวียนเฉินเกิดความคิดวูบหนึ่ง ถามว่า "เชิ่งเฉิง เจ้าสนใจในตัวหลี่ชิงอวี่?"

"ภายในสำนัก มีผู้หญิงที่ประจบสอพลอข้ามากเกินไปแล้ว แต่ว่า บนตัวพวกนาง ไม่มีกลิ่นอายแบบหลี่ชิงอวี่ผู้นี้ คือความรู้สึกที่เย็นชาแบบนั้น"

เด็กหนุ่มชุดขาวนึกถึงหน้าตาของนาง แล้วยิ้มออกมาบางๆ

"เชิ่งเฉิง ข้าถามเจ้าคำถามหนึ่ง"

"ศิษย์พี่หลี่ ว่ามาสิ"

"พี่ชายเจ้า เคยพาเจ้าไปหาความสำราญบ้างไหม? ข้าหมายถึง เจ้าเคยแตะต้องผู้หญิงหรือยัง?" หลี่เสวียนเฉินหัวเราะหึหึ

"ยังเลย ข้าเพิ่งสิบสามปี ท่านพ่อข้าบอกว่า ก่อนสิบห้าปี ห้ามข้าแตะต้อง ข้าเพิ่งจะโตเต็มที่เอง" เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าว

"เจ้าอยากจะลองแอบเล่นสักครั้งไหม?" หลี่เสวียนเฉินทำหน้าเจ้าเล่ห์

"แน่นอนว่าอยาก แต่คนข้างกายข้า ล้วนเป็นหลานสาวของผู้อาวุโสสภา ข้าไม่กล้าหรอก ส่วนพวกไม่มีชาติตระกูลไม่มีหน้าตา ข้าก็ไม่สน" เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวอย่างกลัดกลุ้ม

"เรื่องนี้ง่ายมาก เจ้าฟังข้านะ ศิษย์พี่จะจัดเตรียมประสบการณ์ครั้งแรกอันแสนวิเศษให้เจ้าเอง" หลี่เสวียนเฉินกล่าว

"ศิษย์พี่หลี่ ว่ามาซิ?"

"เจ้าไม่ได้ชอบหลี่ชิงอวี่หรอกหรือ?"

"ใช่ ไม่เลวเลย มีเอกลักษณ์มาก อายุมากกว่าข้าสองสามปี แต่รู้สึกดีมาก" เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าว

"ฮ่าๆ เชิ่งเฉิง เจ้าก็รู้ น้องชายข้าเป็นพวกกึ่งปัญญาอ่อน พอๆ กับสัตว์ป่า"

"รอถึงคืนวันแต่งงานของเขา ตอนที่จะเข้าหอ ข้าจะเข้าไปฟาดมันให้สลบ แล้วหลี่ชิงอวี่ก็จะเป็นของเจ้า"

หลี่เสวียนเฉินพูดประโยคนี้ออกมา ก็อดหัวเราะไม่ได้

"จริงหรือ? น้องชายเจ้าจะไม่โวยวายหรือ?"

"มันกล้าโวยวาย ข้าจะตบให้ตาย" หลี่เสวียนเฉินกล่าว

"แต่ว่า ข้าไม่ได้อยากได้แค่ครั้งเดียว ข้าอยากให้หลี่ชิงอวี่ เป็นของข้าโดยสมบูรณ์" เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าว

"แน่นอนว่า ข้าไม่อยากมอบฐานะใดๆ ให้นาง" เขาเสริมขึ้นมาอีกประโยค

เพราะอย่างไร เขาเพิ่งจะอายุสิบสามปี พ่อเขามีคำสั่งห้าม

"เรื่องนี้ง่ายมาก ข้าจะจัดการน้องชายข้าเอง วันหน้า ในนามเขาคือสามีของหลี่ชิงอวี่ แต่อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องแม้แต่ปลายก้อย"

"นับจากนั้นนางก็เป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เจ้าเพียงแค่ครอบครองนาง พิชิตนาง นางไม่มีทางพูดมั่วซั่วหรอก"

"เพราะอย่างไร ฐานะ หน้าตา พรสวรรค์ของเจ้า ก็ดีกว่าน้องชายข้าเป็นสิบล้านเท่า นี่ถือว่าหลี่ชิงอวี่ได้กำไรแล้ว"

หลี่เสวียนเฉินกล่าว

"นั่นสินะ ได้กำไรจริงๆ เท่ากับว่าข้าช่วยชีวิตนางเอาไว้ มิเช่นนั้น หากปล่อยให้น้องชายเจ้าทำให้แปดเปื้อน นั่นคือการทำลายของล้ำค่าชัดๆ ข้ากำลังทำความดีอยู่" เด็กหนุ่มชุดขาวยิ้มแล้ว

"ใช่ ก็คือการทำความดีไม่ประสงค์ออกนาม ศิษย์น้อง เจ้าช่างมีปัญญาญาณ สมควรแล้วที่เจ้าจะได้เสพสุขกับสาวงาม" หลี่เสวียนเฉินประจบสอพลอ

"แน่นอน คนตระกูลอวี่เหวินของพวกเรา ชอบทำความดีที่สุดแล้ว"

เด็กหนุ่มชุดขาวมองไปทางทิศของตำหนักศักดิ์สิทธิ์คุนเผิง

อีกกี่วัน?

เขาแทบจะ รอไม่ไหวแล้ว

"ได้ยินว่าท่านพ่อ เคยชอบพอสตรีที่ชื่อมู่เหอ นางเป็นภรรยาของขยะหลี่อู๋ตี้"

"ส่วนหลี่ชิงอวี่ เป็นลูกสาวของมู่เหอ?"

"สิ่งที่พ่อไม่ได้มา ให้ลูกชายได้ไป น่าสนใจ น่าสนใจ"

......

ยามราตรี

ภายใต้แสงจันทร์ ยอดเขาซุยหยวนแมกไม้นานาพันธุ์เขียวชอุ่ม ดั่งความฝันดั่งมายา

จันทร์กระจ่างดวงหนึ่ง โดดเดี่ยวอยู่บนฟากฟ้า

ค่ำคืนนี้ไร้ดวงดารา ดวงจันทร์คือตัวเอกเพียงหนึ่งเดียว

แสงจันทร์นั้น ทาบทาผงเงินชั้นหนึ่งลงบนผืนปฐพี มองออกไปไกล แผ่นดินช่างงดงามยิ่งนัก

ใต้ก้อนหินสีเขียวก้อนหนึ่ง แมวดำตัวน้อยตัวหนึ่ง กำลังนอนหงายท้อง หลับสนิท

บางครั้งมียุงจ้องจะดูดเลือดที่อุ้งเท้าสีชมพูและจมูกของมัน

ผลก็คือ ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกสายฟ้าช็อตจนกลายเป็นผุยผงไปโดยตรง

ริมหน้าผาที่แสงจันทร์สาดส่อง ยังมีลูกไก่สีเหลืองตัวหนึ่ง กำลังโบกสะบัดปีก ฝึกฝนอย่างขะมักเขม้น

"ฆ่า!"

"ฆ่า!"

"กล้าแตะต้องน้องหญิงชิงอวี่ของข้า จะสับหัวสุนัขของเจ้าทิ้งซะ!"

ลูกไก่เหลืองสาดเทหยาดเหงื่อ กำลังฝึกกระบี่อย่างเกรี้ยวกราดและบ้าคลั่ง

"ย้าก ฆ่าๆๆ!"

"ฆ่าไอ้พวกหลานเต่าให้หมด!"

นอกจากเจ้าตัวเล็กสองตัวนี้แล้ว บนก้อนหิน ยังมีเงาร่างสองร่าง หนึ่งชายหนึ่งหญิง

เด็กสาวผู้นั้น อิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่ม ดวงตาสุกใสเหม่อมองท้องฟ้า ชื่นชมแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้

"พี่ชาย ใจอยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม?" เจียงเฟยหลิงกระพริบตาโตถาม

"อืม ถือว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองแล้ว" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ชินไหม?"

"ก็ดีนะ อีกอย่าง ที่ที่มีเจ้าอยู่ ล้วนเป็นบ้านของข้า" หลี่เทียนมิ่งยิ้ม

"ปากหวานจริงนะ!"

เจียงเฟยหลิงหน้าแดงระเรื่อ ซุกใบหน้าลงในอ้อมอกของเขา

"นี่อะไรเนี่ย แข็งจัง"

ทันใดนั้น ใบหน้าก็เสียดสีโดนของแข็งอย่างหนึ่ง

ด้วยความสงสัย นางจึงดีดมันทีหนึ่ง

ใบหน้าของหลี่เทียนมิ่ง ดำคล้ำและแดงก่ำขึ้นมาทันที

"กระบี่มหาอัสนีอัคคี" หลี่เทียนมิ่งกัดฟันพูด

"เจ้าไม่มีอะไรทำ จะเอากระบี่มาวางข้างตัวทำไมกัน คนบ้า!"

เจียงเฟยหลิงค้อนเขาขวับหนึ่ง ยังไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ตนเองดีดคืออะไร

"เอ่อ หลิงเอ๋อร์ เจ้าถือสาไหมถ้าก่อนแต่งงาน เราจะทำเรื่องน่าสนใจบางอย่าง..." หลี่เทียนมิ่งดวงตาเป็นประกายถาม

"เรื่องน่าสนใจอะไร?"

"แบบร้ายๆ น่ะ?"

"ฝันไปเถอะ คนเลว หน้าด้าน ลามก จอมเกเร ไร้ยางอาย น่าโมโหชะมัด ย้าก!"

นางบีบคอหลี่เทียนมิ่ง ในยามที่อารมณ์พลุ่งพล่าน ก็ถูกหลี่เทียนมิ่งโอบรัดเอวเอาไว้

ยามที่หยกงามอยู่ในอ้อมกอด ทั้งสองก็กลิ้งลงไปบนพื้นหญ้าข้างๆ

"อ๊ะ พี่ หลิงเอ๋อร์!"

ในขณะที่กำลังจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้าง

หลี่เทียนมิ่งเงยหน้าขึ้นมอง เด็กสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ มองดูพวกเขาอย่างงุนงง

"พวกท่านกำลังทำอะไรกัน..."

หลี่ชิงอวี่จะอยู่ต่อก็ไม่ใช่ จะไปก็ไม่เชิง

"ออกกำลังกาย บริหารร่างกาย"

หลี่เทียนมิ่งประคองเจียงเฟยหลิงลุกขึ้น ทั้งสองล้วนหน้าแดงหูแดง

"ดุเดือดเอาเรื่องอยู่นะ เหงื่อออกเชียว..."

หลี่ชิงอวี่ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ

"ชิงอวี่ อย่าไปนะ"

เจียงเฟยหลิงถลึงตาใส่หลี่เทียนมิ่งทีหนึ่ง

เกือบจะทำให้เขามีความคืบหน้าเสียแล้ว!

แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน..

นี่เพิ่งจะออกมาได้ไม่กี่วัน ก็ให้เขาฉวยโอกาสได้แล้ว วันหน้ายังจะรักษาท่าทีได้หรือ

นางรีบหลบไปอยู่ข้างหลี่ชิงอวี่

"ฮ่าๆ..."

หลี่เทียนมิ่งหัวเราะจนน้ำตาเล็ด

แต่ว่า เขาก็ไม่ใช่คนใจร้อน

ก่อนที่จะมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง มอบความปลอดภัยให้เจียงเฟยหลิงได้อย่างสมบูรณ์ เขาคิดว่า ให้อนาคตมั่นคงกว่านี้อีกหน่อยเถอะ

ไม่จัดงานแต่งงาน ก็คิดจะก้าวไปขั้นต่อไป มันเป็นการกระทำอันธพาลจริงๆ

พฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ควรส่งเสริม

ใช่!

หลี่เทียนมิ่งดูถูกตนเอง

แม่นางที่งดงามปานนี้ อย่างไรก็ไม่ควรจะเป็นบนพื้นหญ้ามิใช่หรือ

"ชิงอวี่ เจ้ามาหาข้าหรือ?"

หลี่เทียนมิ่งรีบเปลี่ยนเรื่อง เพื่อคลี่คลายความกระอักกระอ่วน

"ใช่ พี่"

"มีเรื่องอะไร?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ท่านไม่ได้เป็นศิษย์สายใน 'เขาชิงเสิน' ของท่านผู้อาวุโสสภาเย่ชิงแล้วหรือ ข้าก็เป็นศิษย์สายในของเขาชิงเสินเช่นกัน"

ลูกหลานของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ทุกคน โดยพื้นฐานแล้วล้วนฝึกฝนอยู่ในสำนักตงหวง มิเช่นนั้นลำพังแค่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ จะไปมีทรัพยากรอะไร

ทรัพยากรการฝึกฝนในปัจจุบัน ล้วนอยู่ที่สำนักตงหวง

ดังนั้น หลี่ชิงอวี่ หลี่เสวียนเฉิน พวกเขาฝึกฝนที่สำนักตงหวงมาตั้งแต่เล็ก โดยพื้นฐานแล้วตกกลางคืนจึงจะกลับมา

เพราะอย่างไร ยอดเขาซุยหยวนแห่งนี้ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสำนักตงหวง

"แล้วยังไง?"

"พรุ่งนี้ 'ราชครู' ท่านหนึ่งนามว่า 'เย่เส้าชิง' จะมาบรรยายเกี่ยวกับเคล็ดลับและหนทางในการทะลวงจากขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณสู่ขั้นคืนเดียว"

"คนผู้นี้คือบุตรชายของท่านผู้อาวุโสสภาเย่ชิง มีความรู้แตกฉานมาก"

"ท่านติดอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณพอดี ดังนั้นข้าเลยมาถามว่า พรุ่งนี้ท่านต้องการให้ข้าพาท่านไปฟังเขาบรรยายมั้ย"

"การบรรยายของราชครูเย่ คนเต็มทุกครั้ง"

หลี่ชิงอวี่กล่าว

"ทะลวงสู่ขั้นคืนเดียว?"

ยอดฝีมือระดับนั้น มาบรรยายและสาธิตด้วยตนเอง ย่อมสามารถแก้ปัญหามากมายให้หลี่เทียนมิ่งได้อย่างแน่นอน

นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก

หลี่เทียนมิ่งรู้ว่า เขาไม่อาจหมกตัวอยู่ที่ยอดเขาซุยหยวนไปตลอด

แม้ที่นี่จะมีวาสนาของบรรพชน แต่ในสำนักตงหวงอันกว้างใหญ่ ยังมีสิ่งที่เขาต้องการอีกมาก

มีเพียงการหลอมรวมเข้ากับสำนัก จึงจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่และเสน่ห์ของสำนักใหญ่หมื่นปีแห่งนี้

ราชครูนามว่าเย่เส้าชิงผู้นี้ ในเมื่อเป็นบุตรชายของผู้อาวุโสสภาเย่ชิง นั่นก็คือผู้อาวุโสที่เคารพได้ท่านหนึ่ง

หลี่เทียนมิ่งตัดสินใจแล้ว

"พรุ่งนี้ พวกเราจะไปเขาชิงเสิน"

"ชิงอวี่ ต่อจากนี้ เจ้าต้องพาข้าเดินชมให้ทั่ว แนะนำสำนักตงหวงแห่งนี้ให้ข้ารู้จักหน่อยนะ" หลี่เทียนมิ่งยิ้มกล่าว

"พี่.. ไม่มีปัญหา" หลี่ชิงอวี่พยักหน้า

"ข้าก็จะไป" เจียงเฟยหลิงทำปากยื่น

"แน่นอนอยู่แล้ว ข้ากับหลิงเอ๋อร์ตัวติดกันดั่งเงาตามตัว จะทิ้งหลิงเอ๋อร์ไว้ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

เขาคิดไว้นานแล้ว

นอกจากเจียงเฟยหลิงและหลี่ชิงอวี่จะอยู่ที่ยอดเขาซุยหยวนแห่งนี้ มิเช่นนั้นไม่ว่าเวลาใด เขาล้วนต้องให้เจียงเฟยหลิงตามติดตนเอง

นางเป็นปุถุชน ร่างกายอ่อนแอเกินไป ทนรับคลื่นลมใดๆ ไม่ไหว

หลี่เทียนมิ่งต้องการความช่วยเหลือจากนาง ย่อมต้องปกป้องให้ดี

มิเช่นนั้น ผมร่วงสักเส้น เขาคงปวดใจไปครึ่งค่อนวัน

เพียงแต่ออกไปข้างนอก ย่อมต้องออกไปในสถานะแนบวิญญาณ

แต่หลิงเอ๋อร์ไม่ถือสา ในสถานะแนบวิญญาณ นางก็สบายตัวเหมือนกัน และยังมองเห็นทุกอย่างได้เหมือนเดิม

อีกทั้ง ยังไม่ต้องสื่อสารกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง

เพราะอย่างไร รูปโฉมที่หาได้ยากในโลกมนุษย์ของนาง สำหรับศิษย์สำนักตงหวงแล้ว ล้วนเต็มไปด้วยแรงดึงดูด

..พริบตาเดียวก็ถึงวันที่สอง!

ออกเดินทาง!

เป้าหมาย: เขาชิงเสิน!

นับแต่นี้ไป หลี่เทียนมิ่งคือนายน้อยสำนักตงหวง

และเขาก็ยังเป็น ศิษย์สายในเขาชิงเสินแห่งสำนักตงหวง!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 210 ศิษย์สายในเขาชิงเสิน

คัดลอกลิงก์แล้ว