- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 209 ข้ามศพข้าไปก่อน!
บทที่ 209 ข้ามศพข้าไปก่อน!
บทที่ 209 ข้ามศพข้าไปก่อน!
"หลี่เทียนมิ่ง เจ้ามีความมั่นใจหรือไม่?" เย่ชิงถาม
"เรียนท่านผู้อาวุโสสภา เวลาเร่งรัดนัก ศิษย์ทำได้เพียงทุ่มเทสุดกำลัง จะไม่ทำให้ท่านผู้อาวุโสสภาผิดหวังขอรับ"
ตอนที่หลี่เทียนมิ่งกล่าวเช่นนี้ มุมปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้ม
แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่ความมั่นใจอันเปี่ยมล้นบนใบหน้านั้น ใครบ้างจะดูไม่ออก?
ไฉนหลี่เทียนมิ่งจึงจะยิ้มไม่ได้เล่า?
ครึ่งปี ขั้นคืนเดียวระดับสาม?
ยังจำตอนที่เขาอยู่เมืองเยี่ยนตู้ได้หรือไม่ เดือนเดียวทะลวงสามระดับรวด!
เขาไม่เคยเป็นกายาวัฏสงสารห้ากัลป์มาตั้งแต่ต้น!
แต่เขาคือ กายาวัฏสงสารสิบกัลป์!
ตอนนี้ เขายังมีบรรพชนอีกโขยงหนึ่งคอยคุ้มครอง!
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ตำแหน่งนายน้อยสำนักนี้ เขาหมายมั่นไว้แล้ว
ดินแดนบรรพชนตระกูลหลี่ซึ่งเป็นสถานที่แห่งวาสนาอันดีงามเช่นนี้ เขาไม่คิดจะปล่อยหลุดมือไป
"หลี่เทียนมิ่ง อีกครึ่งปีให้หลัง ข้าจะมาทดสอบเจ้าด้วยตนเอง ว่าเจ้าถึงขั้นคืนเดียวระดับสามแล้วจริงหรือไม่!" หลี่เสวียนเฉินกล่าว
ครึ่งปี?
หลี่เทียนมิ่งยิ้มมุมปาก ไม่ได้เอ่ยวาจา
เขารู้ว่าหลี่เสวียนเฉินหลงตัวเองเป็นอย่างมาก อีกฝ่ายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ และเป็นศิษย์ของยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสำนักตงหวง
คอยดูไปเถอะ
ผลลัพธ์ในวันนี้ หลี่เสวียนอีพอใจแล้ว
พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่รอดูหลี่เทียนมิ่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อท้าทายภารกิจที่เป็นไปไม่ได้นี้
"หลี่เทียนมิ่ง"
ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คน ผู้อาวุโสสภาเย่ชิงหยิบป้ายสัมฤทธิ์เขียวชิ้นหนึ่งออกมา
เขาใช้มือแกะสลักมันครู่หนึ่ง จากนั้นก็โยนให้กับหลี่เทียนมิ่ง
"นี่คือป้ายประจำตัวศิษย์สายในแห่ง 'เขาชิงเสิน' ของข้า นับจากนี้ไป เจ้าคือศิษย์เขาชิงเสินของข้า มาฝึกฝนที่เขาชิงเสินเถิด"
"ตราบใดที่เจ้าเป็นศิษย์เขาชิงเสิน ข้าจะรับผิดชอบความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าเอง!" ผู้อาวุโสสภาเย่ชิงกล่าว
หลี่จิงอวี๋ดีใจจนออกนอกหน้า
นางเข้าใจความหมายของประโยคสุดท้ายนั้นดีที่สุด!
"เทียนมิ่ง!"
หลี่เทียนมิ่งได้ยินคำเตือนของนาง จึงรีบกล่าวว่า "ศิษย์ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสสภาเป็นอย่างยิ่งขอรับ!"
"พยายามเข้าเถิด พิสูจน์ว่าเจ้าคือกายาวัฏสงสารห้ากัลป์ที่แท้จริง ข้าอยากรู้อยากเห็นในตัวเจ้ายิ่งนัก"
"บรรพชนรุ่นที่หนึ่ง คือตำนานที่ข้าเลื่อมใสที่สุดในชีวิตนี้ เจ้ากับท่านมีกงล้อกัลป์เหมือนกัน ดังนั้นข้าจึงอยากเห็นนักว่า ตัวเจ้าในอีกสิบปีข้างหน้า จะเป็นเช่นไร"
เย่ชิงหรี่ตาพลางกล่าว
"ข้าทำได้เพียงบอกว่า จะพยายามทำให้ท่านผู้อาวุโสสภาต้องทอดถอนใจด้วยความทึ่งขอรับ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
เย่ชิงยิ้มบางๆ
"ประโยคนี้ น่าสนใจทีเดียว"
ทอดถอนใจด้วยความทึ่ง
นี่ไม่ใช่ความตื่นตะลึงธรรมดา
แต่นี่คือสีหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด!
"เพียรพยายามต่อสู้เถิด เจ้าหนุ่ม เส้นทางความเป็นตายสายนี้ เดิมทีเจ้ายังมีโอกาสหลีกหนี"
"ทว่า เจ้ากลับเลือกหลอมรวมตราประทับศักดิ์สิทธิ์คุนเผิงเป็นสิ่งแรก ก็เท่ากับไม่เหลือทางถอยให้ตัวเองแล้ว"
"ชายชราเช่นข้าชื่นชมความกล้าหาญของเจ้า วันหน้า ยิ่งเจ้ามีวาสนา คนในสำนักตงหวงที่อยากจะเล่นงานเจ้า ก็จะยิ่งมีมาก"
"แต่ว่า ผู้ที่เดินออกมาจากความเป็นความตายได้ จึงจะเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง"
"บรรพชนตระกูลเย่ของข้า ล้วนติดตามตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ออกทำศึก กฎบรรพชนของพวกข้า คือการเทิดทูนตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ สำนึกในบุญคุณ"
"ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ต่ำต้อยมานานเกินไปแล้ว ตระกูลที่เป็นตำนานเช่นนี้ ต่อให้ตกต่ำ ก็ไม่ควรตกต่ำถึงขั้นที่ผู้คนถ่มน้ำลายรด"
"จำเป็นต้องมีใครสักคนลุกขึ้นยืน ไม่ต้องถึงขั้นนำความรุ่งโรจน์กลับคืนมา อย่างน้อยก็ต้องทำให้พวกเจ้ามีศักดิ์ศรี"
"เพราะอย่างไร บรรพชนตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ณ ปรโลก หากได้เห็นสภาพความเป็นอยู่เช่นนี้ คงจะเจ็บปวดรวดร้าวใจยิ่งนัก"
"หลี่เทียนมิ่ง ข้าหวังว่า คนที่จะลุกขึ้นยืนผู้นั้นจะเป็นเจ้า"
"กาลก่อน ตระกูลเย่ของข้าเคยมีความเสียใจครั้งหนึ่ง แต่หากเจ้ามีความหวังที่แท้จริง ที่จะแบกรับหน้าที่ทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ไม่ถูกผู้คนรังเกียจเดียดฉันท์ถึงเพียงนั้น"
"ข้าเย่ชิง ยินดีที่จะปกป้องเจ้า"
ความเสียใจครั้งหนึ่งที่เขาเอ่ยถึง ก็คือการไม่สามารถรักษาหลี่อู๋ตี้เอาไว้ได้
เพราะอย่างไร หอกดาบที่แจ้งหลบง่าย เกาทัณฑ์ลับยากป้องกัน[1]
ส่วนเรื่องการตายของมู่เหอนั้น เป็นการฆ่าตัวตาย อีกทั้งอวี่เหวินไท่จี๋ก็เป็นฝ่ายก่อกวน
เย่ชิงเองก็คาดไม่ถึงว่า มู่เหอจะเลือกจากไปด้วยวิธีนี้
หลี่เทียนมิ่งรู้ว่า นี่คือคำมั่นสัญญาที่ผู้อาวุโสสภาเย่ชิงผู้นี้มีต่อเขา
เขาคือคนที่อยากเห็นอนาคตของกายาวัฏสงสารห้ากัลป์อย่างแท้จริง
ตระกูลเย่ในอดีตคือตระกูลอันดับสองรองจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ เป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์ที่สุด
กาลเวลาผันผ่าน มองดูตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ตกต่ำถึงเพียงนี้ คนตระกูลเย่ทำได้เพียงทอดถอนใจ
เย่ชิงตบไหล่หลี่เทียนมิ่ง
คำพูดมากมาย ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยให้มากความ
ทว่า มีผู้อาวุโสที่เปี่ยมบารมีเช่นนี้ ยื่นข้อเสนอและความหวังให้กับตน
เป้าหมายแรกของหลี่เทียนมิ่ง ก็คือต้องคู่ควรกับคำมั่นสัญญาและความไว้วางใจที่เขามอบให้
"ชิงอวี่ พี่ชายเจ้าเพิ่งกลับมายังสำนักตงหวง ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมาก วันหน้าเจ้าจงสอนเขาอย่างละเอียด อย่าได้เสียเปรียบเพราะไม่รู้กฎระเบียบ" เย่ชิงกำชับ
"ศิษย์รับคำสั่งเจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโสสภา"
หลี่ชิงอวี่ตื่นเต้นจนแทบจะน้ำตาคลอเบ้า
วันนี้ หลี่เทียนมิ่งได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์!
บวกกับสถานะ 'ศิษย์สายใน' แห่งเขาชิงเสิน นับจากนี้ไป เขาสามารถหยั่งรากลงลึกในสำนักตงหวงแห่งนี้ได้อย่างมั่นคงแล้ว
หลังจากพูดจบ ผู้อาวุโสสภาเย่ชิงก็เตรียมตัวจะจากไป
เรื่องบางเรื่อง อาจจะก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่คนบางกลุ่มในสภาผู้อาวุโส
แต่ เรื่องที่ทำแล้วไม่ละอายใจ ย่อมต้องทำ
"ท่านผู้อาวุโสสภาโปรดระงับฝีเท้า"
ในขณะนั้นเอง หลี่เสวียนอีที่มีรอยยิ้มประดับหน้า ก็เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง
"มีเรื่องอันใด?" เย่ชิงถาม
หลี่เสวียนอีกวักมือเรียก เด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วน หยาบกระด้าง ไว้หนวดเคราเฟิ้มผู้หนึ่งก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาข้างกายเขา
"ท่านผู้อาวุโสสภา นี่คือบุตรชายคนเล็กของข้า ปีนี้อายุสิบห้าปี นามว่า: หลี่จินซาน" หลี่เสวียนอีกล่าว
"สิบห้าปี เพิ่งจะฝึกฝนถึงขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณ ก็ออกจะแย่ไปหน่อยนะ" เย่ชิงขมวดคิ้วกล่าว
"ท่านผู้อาวุโสสภา เด็กคนนี้น่าสงสาร มีความบกพร่องแต่กำเนิดบางอย่าง จนปัญญาจริงๆ เทียบกับเสวียนเฉินไม่ได้เลยขอรับ" หลี่เสวียนอีกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่จินซานยังทำท่าไม่พอใจ ผลักหลี่เสวียนอีทีหนึ่ง
หลี่จินซานศีรษะโตหูใหญ่ ใบหน้ามันแผล็บราวกับมีน้ำมันไหลเยิ้ม อ้าปากเห็นฟันเหลืองอ๋อย สภาพช่างน่าอนาถจนทนดูไม่ได้
เขากำลังจ้องมองหลี่ชิงอวี่ ปากที่อ้าค้างนั้นน้ำลายแทบจะย้อยลงมาแล้ว
"เจ้าพูดเรื่องนี้กับข้าทำไม?" เย่ชิงขมวดคิ้วถาม
ลูกชายที่น่าขายหน้าเช่นนี้ คนปกติคงไม่พาออกมาโชว์
"ท่านผู้อาวุโสสภา นี่คือสัญญาหมั้นหมายที่ข้าทำไว้กับหลี่อู๋ตี้ในตอนนั้น บนนั้นมีลายเซ็นของผู้อาวุโสสภาแปดท่าน"
"สัญญาหมั้นหมายระบุว่า รอให้หลี่ชิงอวี่อายุครบสิบหกปี ก็จะแต่งงานกับลูกชายข้าหลี่จินซาน ข้าอยากถามท่านผู้อาวุโสสภาว่า สัญญาหมั้นหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างแน่นอนใช่หรือไม่?" หลี่เสวียนอีกล่าว
"ยังไงซะก็ไม่มีลายเซ็นข้า ข้าไม่ยุ่ง" เย่ชิงกล่าวอย่างรำคาญ
"ใช่ๆๆ ผู้น้อยเพียงแค่อยากยืนยันกับท่านผู้อาวุโสสภา เพราะอย่างไรเดือนหน้าหลี่ชิงอวี่ก็จะอายุครบสิบหกปีแล้ว"
"ถึงเวลานั้นพวกเราจะมารับเจ้าสาว กลัวว่าท่านผู้อาวุโสสภาเย่ชิงจะคิดว่าพวกเรารังแกสายเลือดสูงสุด จึงบอกกล่าวกับท่านผู้อาวุโสสภาไว้ก่อนขอรับ" หลี่เสวียนอีกล่าว
"เจ้ากลัวข้าขัดขวางพวกเจ้า?" เย่ชิงถาม
"ไม่ๆๆ สำหรับท่านผู้อาวุโสสภาแล้ว เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย จะเป็นไปได้อย่างไร" หลี่เสวียนอีกล่าว
"แล้วถ้าข้าขัดขวางเล่า?"
"ท่านผู้อาวุโสสภาล้อเล่นแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าก็คงต้องไปเชิญผู้อาวุโสสภาทั้งแปดท่านที่ลงนาม มาให้ความเป็นธรรมแก่ข้าแล้ว"
"แน่นอน ข้ารู้ดีว่า ปกติท่านยุ่งมาก ย่อมไม่มายุ่งกับเรื่องเล็กน้อยของพวกเราเช่นนี้" หลี่เสวียนอีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เรื่องของหลี่เทียนมิ่ง เย่ชิงมีเหตุผล
หลี่เสวียนอีทำได้เพียงยอมรับ
แต่ทว่า สัญญาหมั้นหมายที่มีลายเซ็นผู้อาวุโสสภาแปดท่านฉบับนี้ คือความชอบธรรมที่เขาหลี่เสวียนอีถือครองอยู่!
"ในเมื่อเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่าเอามาทำให้ข้ารำคาญใจ หากทำให้ข้าหงุดหงิด ข้าจะฉีกสัญญาหมั้นหมายของเจ้าทิ้งซะ" เย่ชิงกล่าวเสียงเย็น
"ท่านผู้อาวุโสสภา ข้าผิดไปแล้ว!" หลี่เสวียนอีรีบก้มหัว
เย่ชิงมองหลี่จิงอวี๋และหลี่ชิงอวี่แวบหนึ่ง
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ความหมายในสายตานั้นชัดเจนมาก
นี่คือกรรมที่หลี่อู๋ตี้ก่อไว้เอง
เขา จนปัญญาจะช่วยเหลือ
เขาทำได้เพียงจากไป
รอจนเย่ชิงจากไปแล้ว หลี่เสวียนอีก็เงยหน้าขึ้น มองดูพวกหลี่เทียนมิ่งด้วยรอยยิ้ม
"ข้าคำนวณเวลาดูแล้ว น่าจะอีกสิบห้า สิบหกวัน วันแต่งงานก็กำหนดเป็นวันเกิดลูกสะใภ้ข้าเลยแล้วกัน"
"ท่านย่าใหญ่ ถึงเวลานั้น พวกเราจะมารับเจ้าสาว"
"ช่วงเวลาเหล่านี้ สินสอดท่านต้องเตรียมให้พร้อมนะ สายเลือดสูงสุด จะให้น้อยหน้าไม่ได้"
"แน่นอนว่า ค่าสินสอดทองหมั้นพวกเราก็จะส่งมอบให้ตามเวลา รับรองว่าท่านย่าใหญ่ต้องพอใจแน่นอน"
"เด็กๆ โตกันหมดแล้ว วันข้างหน้า ชิงอวี่มีลูก ท่านย่าใหญ่ก็จะได้เล่นกับเหลนแล้ว"
"ท่านย่าใหญ่ต้องดีใจมากแน่ๆ ใช่ไหม?"
พูดจบ หลี่เสวียนอีก็หัวเราะ
ทุกคนมองดูหลี่จินซานที่ศีรษะโตหูใหญ่ กับหลี่ชิงอวี่ที่บอบบางน่ารัก ก็อดหัวเราะไม่ได้
ช่างเป็น โฉมงามกับอสูร จริงๆ
ประเด็นคือ อสูรตนนี้ยังเป็นขยะอีกด้วย
"ชิงอวี่ ต้องมีลูกตุ๊กตาให้ข้าสักสี่ห้าคนนะ ให้ท่านพ่อข้าดีใจหน่อย!"
หลี่จินซานจ้องมองว่าที่ภรรยาของตน หัวเราะจนน้ำลายย้อย
ตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าของพวกหลี่เทียนมิ่งสามคนย่าหลาน ล้วนเย็นชาอย่างยิ่ง
"เจ้าหมูตอนที่เจ้าเลี้ยงไว้ คิดจะแต่งงานกับหลานสาวข้า ถึงเวลานั้น ก็ข้ามศพหญิงแก่อย่างข้าไปก่อนเถอะ!" หลี่จิงอวี๋กล่าวเสียงเหี้ยม
"ท่านย่าใหญ่ นี่เป็นสิ่งที่หลี่อู๋ตี้ยินยอมนะ ท่านอย่าได้ไม่รู้ความ มิเช่นนั้นหากเรื่องไปถึงสภาผู้อาวุโส ต่อให้ท่านตาย ชิงอวี่ก็ยังต้องเป็นลูกสะใภ้ข้าอยู่ดี"
หลี่เสวียนอีกล่าวกลั้วหัวเราะอย่างไม่รีบร้อน
สัญญาหมั้นหมายอยู่ในมือ บนนั้นมีลายเซ็นผู้อาวุโสสภา เขาจะกลัวใคร?
ประโยคนี้ ทำให้หลี่จิงอวี๋ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยตัณหาราวกับสัตว์ป่าของหลี่จินซาน ใบหน้าของหลี่ชิงอวี่ก็ซีดเผือดเล็กน้อย นิ้วมือสั่นระริก
"พวกเขาทำเกินไปแล้ว!"
ภายในร่างกาย เจียงเฟยหลิงโกรธจนกัดฟันกรอด
"ไงดีพี่ชาย.. หรือจะให้ข้าจะหาโอกาส เชือดเจ้าหมูตอนนี่ทิ้งก่อนดี? ท่านวางใจ ไม่มีใครจับข้าได้หรอก" ลูกไก่เหลืองกล่าวอย่างเย็นชา
พูดตามตรง มันคือไก่ที่มีความยุติธรรมเปี่ยมล้นอกตัวหนึ่ง
"อย่าเพิ่งรีบ ฟังข้าจัดการ"
หลี่เทียนมิ่งตบไหล่หลี่ชิงอวี่ จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้หูนาง กล่าวว่า
"เจ้าวางใจเถอะ แค่เจ้าหลี่จินซานนี่ หากมันแตะต้องเจ้าได้แม้แต่ปลายนิ้ว ข้าจะสับมันเป็นหมูบะช่อเอง"
เขาไม่ได้ล้อเล่น
"พี่"
หลี่ชิงอวี่เปรียบเสมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ แล้วคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้
"ชิงอวี่ ผ่อนคลายเข้าไว้
เจ้าฟังนะ ถ้าครั้งนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้ ข้าหลี่เทียนมิ่งจะบิดหัวตัวเองลงมา ให้เจ้าใช้เป็นกระโถนฉี่" เขากล่าวอย่างจริงจัง
"พี่ ข้าไม่ต้องใช้กระโถนฉี่หรอก..."
นางหลุดหัวเราะพรืดออกมา
ในใจ ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง
หลี่เทียนมิ่งหันกลับไป มองดูพ่อลูกสามคนตระกูลหลี่ที่กำลังได้ใจทางด้านโน้น
"ไสหัวไป"
"อย่าลืมเตรียมเครื่องออกเรือนให้พร้อมนะ วันนั้น ข้าจะพาน้องชายมารับเจ้าสาว"
หลี่เสวียนเฉินกล่าวเยาะเย้ย
"ได้ เตรียมชีวิตมาให้เยอะหน่อยแล้วกัน จะได้ไม่ตายเปล่า" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
"หึหึ..."
หลี่เสวียนเฉิน หัวเราะทั้งน้ำตา
"ไปกันเถอะ!"
ไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว
ตำแหน่งนายน้อยสำนัก ภายในครึ่งปีนี้ หลี่เสวียนเฉินแย่งไปไม่ได้
แต่ การให้น้องชายได้ตัวหลี่ชิงอวี่ไปครอง นั่นมิใช่สะใจยิ่งกว่าหรือ?
คนของสามสาย จากไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการ หลังจากพวกเขาจากไป ยอดเขาซุยหยวนก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบโดยสมบูรณ์
ตั้งแต่ต้นจนจบ คนของสายวายุเจ็ดดาราเหล่านั้น ไม่ปรากฏตัวออกมาเลยสักคน
นี่คือตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ในอีกหนึ่งหมื่นปีให้หลัง
ยามขุนเขาไร้พยัคฆ์ วานรก็ตั้งตนเป็นเจ้าป่า![2]
-สองสิงห์:ผู้แปล-
[1] "หอกดาบที่แจ้งหลบง่าย เกาทัณฑ์ลับยากป้องกัน" นี้ แปลตรงตัวมาจากสำนวนจีนว่า "明枪易躲,暗箭难防" (หมิงเชียงอี้ตั่ว อ้านเจี้ยนหนานฝาง)
ความหมาย:
-หอกดาบที่แจ้ง (明枪): เปรียบเปรยถึง การโจมตีซึ่งหน้า หรือศัตรูที่เปิดเผยตัวตน ซึ่งเรามองเห็นและเตรียมรับมือได้ง่าย
-เกาทัณฑ์ลับ (暗箭): เปรียบเปรยถึง การลอบกัด แผนชั่ว เล่ห์เหลี่ยม หรือการแทงข้างหลัง ซึ่งเราไม่รู้ตัวและระวังป้องกันได้ยาก
บริบทในเรื่อง: เย่ชิงกำลังสื่อว่า หลี่อู๋ตี้ นั้นเก่งกล้าสามารถในการต่อสู้ซึ่งหน้า (ใครมาสู้ตรงๆ ก็ชนะได้หมด) แต่ที่ต้องตกต่ำลง ก็เพราะพ่ายแพ้ให้กับ เล่ห์เหลี่ยมและแผนชั่ว ของอวี่เหวินไท่จี๋ (เช่น เรื่องการตายของภรรยา) ซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยากที่สุด
—-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[2] "ยามขุนเขาไร้พยัคฆ์ วานรก็ตั้งตนเป็นเจ้าป่า" (山中无老虎,猴子称大王) มีความหมายดังนี้:
ความหมาย: เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่ เมื่อขาดผู้นำที่มีความสามารถหรือผู้ที่มีอำนาจแท้จริง (เสือ) คนที่ไร้ความสามารถหรือคนกระจอก (ลิง) ก็ฉวยโอกาสตั้งตนเป็นใหญ่และแสดงอำนาจบาตรใหญ่
บริบทในเรื่อง (ท้ายบทที่ 209): ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ ในปัจจุบัน ที่สายเลือดหลัก (สายเลือดสูงสุด/หลี่อู๋ตี้) ตกต่ำและเก็บตัวเงียบ (เสือไม่อยู่) ทำให้พวก สายรองทั้งสาม (กลุ่มของหลี่เสวียนอี) ที่มีความสามารถไม่ถึงขั้น พากันวางก้ามอวดเบ่งและกดขี่ข่มเหงผู้อื่นราวกับเป็นเจ้าของตระกูล (ลิงตั้งตนเป็นเจ้าป่า)