เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 บรรพชนรุ่นแรกหลี่เสินเซียว!

บทที่ 200 บรรพชนรุ่นแรกหลี่เสินเซียว!

บทที่ 200 บรรพชนรุ่นแรกหลี่เสินเซียว!


"ไม่รู้ว่าหลังจากหลิงเอ๋อร์ฟู่หลิงแล้ว จะสามารถเข้าไปข้างในพร้อมกับข้าได้หรือไม่?"

อานุภาพของเขตอาคมโลหิตกัลป์ ยิ่งลึกก็ยิ่งน่ากลัว

หลี่เทียนมิ่งคิดว่า ถึงเวลาคงต้องลองดูสักตั้ง

ทว่า หากนี่เป็นเพียงสุสานธรรมดาแห่งหนึ่ง พาบางคนเข้ามาด้วยก็คงไร้ประโยชน์

แต่สุสานที่ถูกผนึกด้วยเขตอาคมโลหิตกัลป์ จะธรรมดาได้หรือ?

อันที่จริง ผู้คนมากมายต่างก็คิดว่าไม่ธรรมดา

แต่ประเด็นสำคัญคือ นับตั้งแต่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่เริ่มตกต่ำ ก็มีเจ้าสำนักตงหวงและนายน้อยสำนักหลายรุ่นก้าวเข้าสู่ดินแดนบรรพชนตระกูลหลี่

เห็นได้ชัดว่า พวกเขาไม่ได้อะไรกลับมาเลย

กระทั่งมีคนคอยจับตาดูอยู่ที่นี่ พบว่าพวกเขาก็แค่เข้าไปในวันเซ่นไหว้บรรพชนประจำปี แล้วไม่นานก็ออกมา

ด้วยเหตุนี้ ต่อให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่จะตกต่ำ แต่ความสนใจของคนนอกที่มีต่อเขตอาคมโลหิตกัลป์นี้ก็มีไม่มากนัก

อีกทั้ง ต่อให้พวกเขาแย่งชิงตราประทับศักดิ์สิทธิ์คุนเผิงมาได้ จริงๆ แล้วก็เข้าไปไม่ได้อยู่ดี

เพราะอย่างไรเสีย ตราประทับศักดิ์สิทธิ์คุนเผิงเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง สายเลือดตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า ก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่ง

ตามปกติแล้ว อย่างน้อยต้องเป็นกายาวัฏสงสารสองกัลป์ขึ้นไป

ในประวัติศาสตร์ ยังไม่เคยมีกรณีตัวอย่างที่กายาวัฏสงสารหนึ่งกัลป์สามารถหลอมรวมตราประทับศักดิ์สิทธิ์คุนเผิงได้สำเร็จมาก่อน

ดังนั้น ดินแดนบรรพชนตระกูลหลี่ที่เคยทำให้ผู้คนจินตนาการไปไกลนับไม่ถ้วน จึงได้เงียบเหงาลงเช่นนี้

คงมีเพียงคนของสายอื่นภายในตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่เท่านั้น ที่ยังอยากจะเข้าไป เพื่อสำรวจให้รู้แจ้งเห็นจริง

หลี่เทียนมิ่งเดินหน้าฝ่าหมอกเลือดนี้ไป เป็นเวลาประมาณสามสิบลมหายใจ

ยิ่งเข้าไปลึก สีเลือดก็ยิ่งเข้มข้น!

ในที่สุด ก็ถึงแล้ว!

เมื่อหมอกเลือดตรงหน้าสลายไปจนหมดสิ้น ทันใดนั้น ฟ้าดินก็เปิดกว้าง!

ดินแดนบรรพชน ถึงแล้ว!

เมื่อมองออกไป นี่คือโลกสีเลือดที่ว่างเปล่ากว้างใหญ่

ขุนเขาแต่ละลูก ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ราวกับยักษ์แต่ละตน ที่กำลังก้มลงมองหลี่เทียนมิ่ง

มองขึ้นไปข้างบน รอบทิศและบนท้องนภา ล้วนเป็นเมฆหมอกสีเลือด

นี่คือพื้นที่รูปทรงกลมครึ่งซีก เขตอาคมโลหิตกัลป์ได้ปิดผนึกที่นี่ไว้อย่างสมบูรณ์

กระทั่งใต้ดินก็ถูกปิดผนึก คิดจะขุดดินเข้ามาก็เป็นไปไม่ได้

ในโลกสีเลือดแห่งนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงหมอกเลือด ขุนเขา และผืนแผ่นดินอันเวิ้งว้าง

ภูเขาลูกแรกที่อยู่ตรงหน้า สูงใหญ่ที่สุด สูงเสียดฟ้า แทรกเข้าไปในชั้นล่างของเขตอาคมโลหิตกัลป์

ด้านหลังภูเขาลูกนี้ ยังมีเทือกเขาสลับซับซ้อน ปกคลุมอยู่ในหมอกเลือด มองไม่ชัดว่ามีจำนวนเท่าไรกันแน่

"ลูกแรกคือภูเขาเสินเซียว เป็น 'สุสานของหลี่เสินเซียว' บรรพชนรุ่นแรกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่เรา"

"คนผู้นี้ คือคนแรกที่ได้รับเคราะห์กรรมชีวิตน้อย ในตอนนั้นยังไม่มีวิธีแก้"

"แต่ทว่า พลังใจของเขาน่ากลัวยิ่งนัก ใช้ร่างกายที่มีเคราะห์กรรมชีวิตน้อยยืนหยัดบำเพ็ญเพียร ฝึกฝนทุกวันไม่ขาด ยืนหยัดมาห้าสิบปีไม่ตาย!"

"ในที่สุด เขาก็ค้นพบวิธีทำลายเคราะห์กรรม ย้อนวัยกลับไปสู่อายุสิบห้าปี จากนั้นก็ผงาดขึ้นมาอย่างท้าทายสวรรค์ พิชิตยอดคนทั่วหล้า!"

"นับจากนั้น เขาได้ก่อตั้ง 'สำนักตงหวง' ขึ้นในแดนตงหวงที่กำลังวุ่นวายไร้ผู้นำ สยบเหล่าผู้กล้าแห่งแดนตงหวง ครอบครองแดนตงหวงแต่เพียงผู้เดียว!"

"เขา ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งที่สุดในแดนตงหวงยุคนั้น แต่ยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์สำนักตงหวงของเราอีกด้วย!"

"เล่าลือกันว่า ในท้ายที่สุดเขาได้ก้าวข้ามสู่ 'ขั้นอริยะบรรพกาล'!"

หลี่เสินเซียว บรรพชนรุ่นแรก?

ท่านผู้นี้ อันที่จริงก็เป็นบรรพบุรุษของหลี่เทียนมิ่งเช่นกัน

ตอนที่แนะนำคนผู้นี้ หลี่อู๋ตี้ก็ดูเคร่งขรึมสำรวมเป็นพิเศษ

ดูท่า บรรพชนรุ่นแรกผู้เบิกฟ้าผ่าปฐพีท่านนี้ จะเป็นศูนย์รวมจิตใจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ทั้งตระกูลจริงๆ

ตำนานของเขา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเล่าขานกันไปทั่วแดนตงหวง

เคราะห์กรรมชีวิตน้อย เริ่มต้นที่เขา และผู้ทำลายก็คือเขา

"ไป ข้าจะพาเจ้าไปดื่มเหล้าที่หน้าป้ายหลุมศพของโจรเฒ่าผู้นี้"

"โจรเฒ่าผู้นี้ตะกละที่สุด! ของดีในคลังของเตี่ยเจ้า ส่วนใหญ่ก็บริจาคให้เขาไปหมดแล้ว!"

หลี่อู๋ตี้กล่าวด้วยความเจ็บแค้น

เขาช่างทำตัวสนิทสนมเป็นกันเองจริงๆ

พูดราวกับว่าหลี่เทียนมิ่ง เป็นลูกชายของเขาจริงๆ อย่างนั้นแหละ

พวกเขาเดินผ่านทุ่งร้าง ก้าวขึ้นสู่ยอดเขาเสินเซียวที่สูงที่สุดลูกนี้

ที่ตีนเขา หลี่เทียนมิ่งเห็นสัตว์ยักษ์ตัวหนึ่ง

สัตว์ยักษ์ตัวนั้นหมอบคลานอยู่ บนตัวมีไอสีดำลอยออกมา เป็นไอสีดำแบบเดียวกับที่อยู่บนตัวหลี่อู๋ตี้

นกเพงสีดำตัวนั้น ทั้งแก่ทั้งผอม ดวงตาไร้แวว ดูเหมือนกำลังร่อแร่ใกล้ตาย

ตอนที่หลี่อู๋ตี้มาถึง มันก็แค่ฝืนลืมตาขึ้นมามองแวบหนึ่ง

จากนั้น ก็หลับตาลง พ่นลมหายใจสีดำออกมา

เห็นได้ชัดว่า นี่ก็คือสัตว์ประจำตัวที่ถูก 'หนามมังกรพิษ' แทงเข้าที่หัวใจพร้อมกับหลี่อู๋ตี้

"เทียนมิ่งลูกข้า เปิดหูเปิดตาเสียหน่อย นี่คือสัตว์ประจำตัวเฉพาะของสายเลือดสูงสุดของพวกเรา——คุนเผิงไช่ซู" หลี่อู๋ตี้หัวเราะร่า

"ไม่ใช่คุนเผิงไท่ซูหรอกหรือครับ?" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

"ก็คล้ายๆ กัน มันไม่เพียงแค่ 'ซู' (กลวง/อ่อนแอ) แต่มันยัง 'ไช่' (กระจอก/กาก) อีกด้วย" หลี่อู๋ตี้ยิ้มร้าย

หลี่เทียนมิ่งมองคุนเผิงไท่ซูตัวนั้นอีกครั้ง

ว่ากันว่า นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โดยกำเนิด

สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ก็คือสัตว์ประจำตัวที่เหนือกว่าชั้นแปด ก้าวเข้าสู่ชั้นเก้ากระมัง

เพียงแต่บนตัวของคุนเผิงไท่ซูตัวนี้ เขามองไม่เห็นเค้าโครงของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย

เมื่อเทียบกับคุนเผิงทะเลคลั่งของหลี่จิงอวี๋ คุนเผิงไท่ซูตัวนี้ห่างชั้นกันไกลลิบ

เพราะอย่างไรเสีย มันก็เหมือนกับหลี่อู๋ตี้ ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบากท่ามกลางความทรมานของหนามมังกรพิษ

หลังจากมาถึงสำนักตงหวง หลี่เทียนมิ่งก็ได้ยินคำที่เกี่ยวข้องกับ 'ศักดิ์สิทธิ์' (เซิ่ง/聖) มากมายเหลือเกิน

คุนเผิงไท่ซู คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ (聖獸 - เซิ่งโซ่ว)

หนามมังกรพิษ คืออาวุธสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ (聖獸兵 - เซิ่งโซ่วปิง)

และยังมีที่หลี่อู๋ตี้เพิ่งพูดเมื่อครู่ ระดับพลังของบรรพชนรุ่นแรกหลี่เสินเซียว——ขั้นอริยะบรรพกาล

"ผู้อาวุโสหลี่ ขั้นอริยะไม่ใช่ระดับเดียว แต่มีหลายระดับหรือครับ?" หลี่เทียนมิ่งถาม

หลี่จิงอวี๋บอกว่า ถ้าเขาไม่ชิน ก็เรียกชื่อหลี่อู๋ตี้ตรงๆ ได้เลย

แต่ว่า อย่าเสียมารยาทขนาดนั้นเลยจะดีกว่า

"แน่นอนสิ วิถีการบำเพ็ญเพียร ขอบเขตปุถุชน มีทั้งหมดสี่ขั้น ได้แก่ ขั้นเส้นสัตว์ ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณ ขั้นคืนเดียว และขั้นเจตจำนงสวรรค์!"

"เหนือกว่าขอบเขตปุถุชน คือการก้าวข้ามปุถุชนเข้าสู่ความเป็นอริยะ (ศักดิ์สิทธิ์)(聖境 - เซิ่งจิ้ง) ก้าวสู่หนทางแห่งความยั่งยืนชั่วนิรันดร์!"

"นับจากนั้นคือการแสวงหาอายุขัย แสวงหาความเป็นอมตะ แสวงหาเจตจำนงฟ้า หรือกระทั่ง แสวงหาหนทางสู่ความเป็นเทพ!"

"ขั้นอริยะ เป็นก้าวแรกที่อยู่เหนือโลกีย์ และเป็นก้าวแรกบนหนทางสู่การเป็นเทพเบื้องบน!"

"ขั้นอริยะ มีทั้งหมดสามระดับใหญ่"

"ระดับแรก คือ 'ขั้นอริยะปฐพี' เรียกย่อว่า ตี้เซิ่ง"

"ระดับที่สอง หลุดพ้นจากผืนดิน เหาะเหินเดินอากาศ คือ 'ขั้นอริยะนภา' เรียกย่อว่า เทียนเซิ่ง"

"ชาวโลกคิดว่าขั้นอริยะนภา คือจุดสิ้นสุดของการฝึกยุทธ์ แต่หารู้ไม่ว่า เหนือขั้นอริยะนภา ยังมีขั้นอริยะระดับที่สาม"

"ระดับที่สาม คือ 'ขั้นอริยะบรรพกาล' เรียกย่อว่า กูเซิ่ง! อริยะบรรพกาลคือผู้เป็นใหญ่ในฟ้าดิน!"

ที่แท้ สี่ระดับที่ตนเองเคยคิดว่าเป็นระดับการบำเพ็ญเพียรทั้งหมด เป็นเพียงขอบเขตปุถุชนเท่านั้นเอง

ส่วนขั้นอริยะ คือการก้าวข้ามปุถุชนเข้าสู่ความเป็นอริยะ มีทั้งหมดสามระดับใหญ่!

ปฐพี, นภา, บรรพกาล!

หากพูดเช่นนี้ บรรพชนรุ่นแรกหลี่เสินเซียวผู้นี้ สามารถก้าวถึงขั้นอริยะบรรพกาลได้ ก็นับว่าน่ากลัวมากจริงๆ

หลี่เสินเซียว คือบุคคลที่รุ่งโรจน์ที่สุดในแดนตงหวงในรอบหลายหมื่นปีมานี้

ถึงขั้นที่ว่า อาจจะไม่มีใครเทียบได้เลยด้วยซ้ำ

"การบำเพ็ญเพียรในขั้นอริยะ ซับซ้อนกว่าที่เจ้าจินตนาการไว้มาก เจ้าฝึกขั้นคืนเดียวให้สำเร็จก่อน แล้วค่อยทำความเข้าใจขั้นเจตจำนงสวรรค์เถอะ"

"ขั้นเจตจำนงสวรรค์ คือรากฐานของขั้นอริยะ และเป็นกุญแจเบิกทางสู่ขั้นอริยะ"

หลี่อู๋ตี้เบ้ปากกล่าว

หลี่เทียนมิ่งจดจำคำพูดของเขาไว้

เขาเพิ่งจะอยู่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับแปด ยังห่างไกลจากขั้นอริยะในตำนานนี้มากโข

แต่เขารู้ว่า สัตว์ประจำตัวระดับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ คือเงื่อนไขพื้นฐานในการก้าวเข้าสู่ขั้นอริยะ

อาวุธสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างหนามมังกรพิษ ก็อาจจะเป็นอาวุธที่สร้างขึ้นจากวัสดุชั้นยอดที่สุด

เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็เดินมาถึงกลางเขา

"ผู้คนมักพูดกันว่า ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ของเรา เป็นตระกูลที่ถูกเทพเบื้องบนสาปแช่ง แต่ในสายตาข้า ไม่เป็นเช่นนั้น"

"เทียนมิ่งลูกข้า เจ้ามองไปทางนั้น"

เจ้านี่หน้าด้านจริงๆ หลี่เทียนมิ่งเรียกเขาว่าผู้อาวุโสหลี่

ผลคือ เขาเรียกเทียนมิ่งลูกข้าตั้งแต่ต้นจนจบ เอาเปรียบกันทุกเม็ด

หลี่เทียนมิ่งมองตามสายตาของเขาไป

เห็นเพียงท่ามกลางเมฆหมอกเบื้องหน้า มีขุนเขาสูงตระหง่านเรียงราย

ขุนเขาสูงแต่ละลูก ราวกับยักษ์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด

ขุนเขาสูงแต่ละลูก ล้วนฝังศพของบรรพชนท่านหนึ่ง

"บนยอดเขาแห่งนั้น คือ 'สุสานของหลี่ซิงเหอ' บรรพชนรุ่นที่สองของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่เรา"

"หลี่ซิงเหอ คือบุตรชายของหลี่เสินเซียว กายาวัฏสงสารสี่กัลป์ แต่กงล้อกัลป์ของเขา เป็นกงล้อกัลป์สีเลือด"

"กงล้อกัลป์สีเลือดนี้ มอบความสามารถ 'การแปรรูปมารโลหิต' ให้แก่เขา"

"หลี่ซิงเหอ เป็นลูกทรพี เขาเคยต่อต้านบรรพชนรุ่นแรก เกิดอะไรขึ้นแน่ชัดไม่มีใครรู้ แต่สุดท้าย เขาก็รู้ผิดชอบชั่วดี"

"ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่า บรรพชนรุ่นที่สองหลี่ซิงเหอ เคยสังหารคนไปหนึ่งหมื่นสามพันเก้าร้อยคน"

"เป็นตัวโหดเลยล่ะ"

หลี่อู๋ตี้กล่าวชื่นชม

หลี่เทียนมิ่งมองดูยอดเขาที่ลุกไหม้ด้วยสีเลือดลูกนั้น

ทันใดนั้นเขาก็เกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง

ความรู้สึกนั้น เรียกว่าเกียรติยศ!

และเรียกว่าพันธกิจที่อยู่ในสายเลือด!

ราวกับว่าขณะที่หลี่อู๋ตี้แนะนำบรรพชนทีละคนให้เขารู้จัก เขารู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นทายาทของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่

เพราะตระกูลนี้ เคยรุ่งโรจน์ถึงเพียงนั้น

ยอดฝีมือรุ่นแล้วรุ่นเล่า วีรชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ทำให้คนต้องถอนหายใจด้วยความเลื่อมใส

"กงล้อกัลป์สีเลือด?"

กงล้อกัลป์ทั้งสิบของหลี่เทียนมิ่ง ล้วนเป็นสีดำ

กงล้อกัลป์ปกติ ล้วนเป็นสีดำ เขาคาดไม่ถึงว่า ยังมีกงล้อกัลป์สีเลือดด้วย

"เจ้าดูเขาลูกนี้ นี่คือบรรพชนรุ่นที่สามของพวกเรา 'หลี่เสินเต้า'! หลี่เสินเต้า ครอบครองกายาวัฏสงสารสี่กัลป์!"

"กงล้อกัลป์ของเขาเป็นสีดำ แต่ว่า กงล้อกัลป์ของเขาไม่ได้อยู่ที่แขน แต่อยู่ที่ตำแหน่งจุดตันเถียนตรงหน้าท้อง"

"สิ่งนี้มอบพรสวรรค์ด้านระดับการบำเพ็ญเพียรที่น่ากลัวอย่างยิ่งให้กับเขา เล่าลือกันว่าหลี่เสินเต้าในด้านระดับพลัง ได้ก้าวข้ามหลี่ซิงเหอไปแล้ว ขาดอีกเพียงนิดเดียว ก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นอริยะบรรพกาล"

หลี่อู๋ตี้เล่าต่อ

"ท่านนี้ คือบรรพชนรุ่นที่สี่ของพวกเรา 'หลี่เสินเฟิง' เขาเป็นน้องชายของหลี่เสินเต้า ครอบครองสัตว์ประจำตัว 'คุนเผิงเทียนซู' ก็เคยสร้างชื่อเสียงเกริกไกรเช่นกัน"

"ในตอนนั้นแดนตงหวงมีของวิเศษท้าทายสวรรค์กำเนิดขึ้น มีศัตรูภายนอกรุกราน หลี่เสินเต้าและหลี่เสินเฟิงสองคน สังหารศัตรูภายนอกจนสิ้นซาก!"

"หลี่เสินเฟิง ครอบครองกงล้อกัลป์สีเขียว ความเร็วของเขาน่ากลัวถึงขีดสุด ดุจสายลมพัดผ่าน!"

"นี่คือบรรพชนรุ่นที่ห้า 'หลี่เต้าอวิ้น'..."

"นี่คือบรรพชนรุ่นที่หก 'หลี่ซิงเฉิน'..."

บรรพชนแต่ละคน หลี่อู๋ตี้ล้วนแนะนำอย่างชัดเจน

ในเมื่อเขาเล่าอย่างไม่รู้เบื่อ หลี่เทียนมิ่งก็ตั้งใจฟัง

เขาดูออกว่า อันที่จริงบรรพชนเหล่านี้ทำให้หลี่อู๋ตี้ภาคภูมิใจมาก

ความจริงหลี่เทียนมิ่งก็ภาคภูมิใจ

เพราะว่า นับตั้งแต่เคราะห์กรรมชีวิตน้อยตื่นรู้ หรือแม้กระทั่งหลังจากตราประทับศักดิ์สิทธิ์คุนเผิงหลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นและการสั่นพ้องของสายเลือดได้อย่างชัดเจน!

กระทั่งบนร่างกายของเขา ในตอนนี้ก็กำลังมีเลือดสดๆ ของบรรพชนตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่เหล่านี้ไหลเวียนอยู่!

บนตัวเขา มีจิตวิญญาณโลหิตของหลี่เสินเซียว, หลี่ซิงเหอ, หลี่เสินเต้า, หลี่เสินเฟิง และบรรพชนคนอื่นๆ!

พันยุคหมื่นสมัย ดำรงอยู่ร่วมกันในร่างเดียว!

เรื่องนี้ จะไม่ให้คนตื่นเต้น จะไม่ให้คนภาคภูมิใจ จะไม่ให้คนทึ่งในความรุ่งโรจน์ของบรรพบุรุษได้อย่างไร!

นี่คือความทระนงของสายเลือด!

คือความเดือดพล่านและเกียรติยศของเลือดทุกหยด!

ไม่รู้ตัวเลยว่า พลันมีความรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา

เพราะบรรพชนที่รุ่งโรจน์ถึงเพียงนี้ ตระกูลที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ปัจจุบันกลับตกต่ำถึงเพียงนี้!

เจ้าสำนักที่เป็นสวะชั้นยอดคนหนึ่ง

หลี่เทียนมิ่งที่แม้แต่ตำแหน่งนายน้อยสำนัก ก็ยังนั่งไม่มั่นคงคนหนึ่ง

ถึงขั้นที่ว่า สายเลือดสูงสุด ได้ขาดการสืบทอดไปแล้ว!

"ล้วนเป็นเรื่องราวในอดีต ไม่จำเป็นต้องทอดถอนใจ เกิดๆ ดับๆ ขึ้นๆ ลงๆ เดิมทีก็คือชีวิตคน"

"ข้าแนะนำพวกเขาให้เจ้ารู้จัก ไม่ใช่เพื่อให้เจ้ามานั่งถอนหายใจ แต่เป็นเพราะ พวกเขาทุกคน ล้วนทิ้งทรัพย์สมบัติเอาไว้ เพียงแต่คนทั่วไป หาไม่เจอเท่านั้นเอง"

"และตอนนี้ ข้าจะมอบทรัพย์สมบัติที่พวกเขาทิ้งไว้ ให้กับเจ้า"

หลี่อู๋ตี้ยิ้มอย่างลึกลับ

"ทรัพย์สมบัติ?"

หลี่เทียนมิ่งตะลึงไปครู่หนึ่ง

บรรพชนเหล่านี้ ล้วนจากไปเป็นหมื่นปีแล้ว พวกเขายังทิ้งทรัพย์สมบัติไว้อีกหรือ?

-สองสิงห์:ผู้แปล-

เชิงอรรถ

ในบทนี้มีคำศัพท์ที่ใช้รากศัพท์ตัวนี้หลายคำ เช่น:

• สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ (聖獸 - เซิ่งโซ่ว)

• อาวุธสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ (聖獸兵 - เซิ่งโซ่วปิง)

• ขั้นอริยะ (聖境 - เซิ่งจิ้ง) ซึ่งแปลตรงตัวคือ ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์

• ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ (李氏聖族 - หลี่ซื่อเซิ่งจู๋

จบบทที่ บทที่ 200 บรรพชนรุ่นแรกหลี่เสินเซียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว