เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 189 อัจฉริยะปีศาจแห่งแดนตงหวง

บทที่ 189 อัจฉริยะปีศาจแห่งแดนตงหวง

บทที่ 189 อัจฉริยะปีศาจแห่งแดนตงหวง


"อายุน้อยเพียงนี้ กลับมีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ใครสั่งสอนเจ้ามา?" หลี่จิงอวี๋กล่าวเสียงเย็น

พูดตามตรง นี่คือภัยคุกคามที่ไม่อาจมองข้ามได้

ใครก็รู้ดีว่า อีกสิบปีข้างหน้า นางจะน่ากลัวเพียงใด

"เสียแรงที่เจ้าบำเพ็ญเพียรมาเนิ่นนาน กลับไม่รู้กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้"

"ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ผู้แข็งแกร่งจะช่วงชิงทุกสิ่ง สังหารทุกภัยคุกคาม ล้างบางทุกความแค้น"

"เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ต้องถอนรากถอนโคน จึงจะสามารถเป็นหนึ่งในใต้หล้า!"

"วันนี้ เจ้าข่มขู่เอาชีวิตข้า"

"วันหน้า ข้าจะฆ่าล้างโคตรตระกูลเจ้าอย่างแน่นอน!"

"คอยดูเถิด วันนั้น อีกไม่นานเกินรอ"

"นี่คือวิถีแห่งการอยู่รอด วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรของข้า!"

หลงเทียนจื่อเน้นคำทีละคำ กลิ่นอายสังหารพุ่งเสียดฟ้า

พรืด!

จู่ๆ หลี่เทียนมิ่งก็หัวเราะออกมา

"พอเถอะ เลิกโม้ได้แล้ว พวกข้ากลัวแล้ว เจ้าต้องเป็นหนึ่งในใต้หล้า ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว ถึงเวลานั้น ทั้งโลกจะต้องสยบแทบเท้าเจ้า"

"เจ้าคือตัวเอก เป็นดอกไม้ไฟที่แตกต่างไม่เหมือนใคร"

สายตาของหลงเทียนจื่อเพ่งมองมาที่เขาทันที

"มดปลวก!"

นี่คือคำวิจารณ์ที่นางมีต่อหลี่เทียนมิ่ง

ในการปะทะคารมครั้งนี้ ลูกนอกสมรสของหลี่อู๋ตี้คนหนึ่ง ยังไม่อยู่ในสายตาของนาง

อย่างไรก็ตาม วาจาของหลงเทียนจื่อ ก็ยังทำให้หลี่จิงอวี๋มีความกังวลใจอยู่บ้าง

ดูท่า นางจะกลัวการแก้แค้นของหลงเทียนจื่อในอนาคตจริงๆ

หลี่เทียนมิ่งฟังออกแล้วว่า ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ ไม่ได้รุ่งเรืองขนาดนั้น

กระทั่งว่า ต่อให้หลี่อู๋ตี้เป็นเจ้าสำนักตงหวง

แต่ดูเหมือนว่า ในสำนักตงหวง หลี่อู๋ตี้จะไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด

ข้อนี้ หลี่จิงอวี๋โม้เกินจริงไปหน่อย

เพราะถึงอย่างไร นางก็ทำเพื่อดึงดูดหลี่เทียนมิ่งให้ยอมไป

ในอนาคตเมื่อเขาไปถึงแดนตงหวง ความท้าทายย่อมมีไม่น้อย

แต่หลี่เทียนมิ่งไม่สนใจ ขอแค่เขายอมรับในตัวหลี่จิงอวี๋ ยอมรับคนเหล่านี้

ขอแค่คนเหล่านี้ ปฏิบัติต่อเขาด้วยความจริงใจ

เขาก็ไม่รังเกียจที่จะเข้าร่วมกับพวกเขา เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทาย

เพราะถึงอย่างไร เขาก็ต้องการความท้าทาย ต้องการทรัพยากร ต้องการสถานะ เพื่อให้ตนเองเติบโตอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าจะพูดอย่างไร สำนักตงหวงก็เป็นเวทีและสมรภูมิระดับยักษ์ใหญ่

"พี่ชาย นาง... นางชิงความสามารถผนึกห้าอย่างของข้าไป..."

ในเวลานั้นเอง เจียงเฟยหลิงก็เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล

"อะไรนะ?"

หลี่เทียนมิ่งตกใจ

เขาเห็นเจียงเฟยหลิงไร้รอยขีดข่วน นึกว่านางจะไม่เป็นอะไรเสียอีก

เห็นเพียงเจียงเฟยหลิงยกมือขวาขึ้นมา ผนึกอันลึกลับบนเล็บมือเหล่านั้นได้หายไปแล้ว!

ทั้งห้า หายไปจนหมดสิ้น!

"คนคนนั้น ไม่รู้วิธีใด ช่วงชิงผนึกทั้งห้าไป แล้วย้ายไปใส่ไว้ในลูกแก้วลูกหนึ่ง ให้นางเก็บเอาไว้"

"เดิมทีนางยังคิดจะชิงผนึกที่นิ้วโป้งซ้ายของข้าไปด้วย แต่ล้มเหลว"

"เพราะนางบอกว่า ผนึกทั้งห้าบนมือซ้ายเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน และเปิดออกแล้วสี่อย่าง"

"ส่วนผนึกห้าอย่างบนมือขวา นางบอกว่าเป็นเพียงการฝากไว้ในเล็บของข้าชั่วคราว ยังไม่ได้หลอมรวมเข้ากับสายเลือดของข้าอย่างสมบูรณ์ นางจึงชิงเอาไปได้"

"นางบังคับให้ข้าทำแนบวิญญาณบนร่างนาง เข้ากันได้ถึงเจ็ดส่วน ซึ่งช่วยเพิ่มพลังรบให้นางได้ระดับหนึ่ง นางเลยจะให้ข้าไปเป็นสาวใช้"

"โชคดีที่ท่านมา"

แม้ร่างกายจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่นางก็ยังเสียดายผนึกทั้งห้านั้นมาก

เพราะถึงอย่างไร นางก็คิดอยากจะช่วยหลี่เทียนมิ่งให้ได้มากกว่านี้ในภายภาคหน้า

ตอนนี้ มือขวาสูญเสียไปทั้งหมด ส่วนมือซ้ายที่ยังไม่ได้ปลดผนึก ก็เหลือเพียงอันเดียว

ชิงผนึกไปห้าอย่าง!

เดิมที หลี่เทียนมิ่งก็เห็นหลงเทียนจื่อผู้นี้ขัดลูกหูลูกตามากพออยู่แล้ว

ในยามนี้ ยิ่งไม่สบอารมณ์หนักกว่าเก่า

เขาเคยคิดว่า จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเจียงเฟยหลิงแม้แต่ปลายก้อย

แค่เขาไม่อยู่สามวัน หลงเทียนจื่อผู้นี้ก็โผล่มา

หลี่เทียนมิ่งไม่รู้เลยว่า ในคืนก่อนวันตัดสิน ขณะที่เจียงเฟยหลิงรอคอยเขาอยู่ที่เจดีย์ยั้นหวง หลงเทียนจื่อบังเอิญเห็นนางกำลังฝึกฝนแนบวิญญาณพอดี

ตอนนี้ชิงผนึกไปห้าอย่าง นั่นไม่ใช่แค่ปลายก้อยแล้ว

"ลูกนอกสมรสของหลี่อู๋ตี้"

ในเวลานั้นเอง เยว่หลิงหลงก็มองหลี่เทียนมิ่งด้วยสายตาเย็นชา

"นางเป็นสมบัติที่ยอดเยี่ยม เจ้าไม่มีคู่ควรกับนางเลยสักนิด!"

"ไม่กี่ปีนี้ เจ้าช่วยข้าดูแลนางให้ดี"

"วันที่ข้ามาล้างโคตรตระกูลหลี่ ข้าจะมาพาตัวนางไป"

"หากเจ้าสามารถปกป้องนางได้จนถึงวันนั้น ข้ารับปาก จะเหลือชีวิตสุนัขของเจ้าไว้สักชีวิต"

ฟังจบ หลี่เทียนมิ่งก็แสยะยิ้ม

ปกป้องเจียงเฟยหลิง ยังต้องให้นางมาบอก?

เขาถามหลี่จิงอวี๋ว่า

"ท่านย่า ช่วยข้าชิงผนึกทั้งห้าคืนมาได้หรือไม่?"

ปล่อยให้หายไปแบบนี้ ให้หลงเทียนจื่อผู้หยิ่งผยองชิงไป พูดตามตรง เขาไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจนัก

แม้จะไม่ถึงขั้นเดียวกับตอนเสียวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

แต่ ไม่สบอารมณ์ ก็คือไม่สบอารมณ์

"นางน่าจะใช้ 'ลูกแก้วเซิ่งหยวน' รวบรวมผนึก แล้วเก็บไว้ในแหวนซูหมี"

"ถ้าจะแย่งชิง จะยุ่งยากมาก เพราะเมื่อครู่ข้าข่มขู่นาง ก็ไม่ได้คิดจะฆ่าฟันกันจริงๆ"

"ถ้าฆ่าแกงกันขึ้นมาจริงๆ ก็คงต้องตายกันไปข้างหนึ่ง"

"ตอนนี้รักษาชีวิตหลานสะใภ้ไว้ได้สำคัญกว่า ส่วนผนึกอะไรนั่น อีกหลายสิบปีให้หลัง เจ้าใช่ว่าจะไม่มีโอกาสไปแย่งคืนกลับมา"

"เพราะถึงอย่างไร หากพรสวรรค์วัฏสงสารห้ากัลป์ของเจ้าแสดงออกมาอย่างแท้จริง ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านาง นางเพียงแค่ก้าวล่วงหน้าไปก่อนก้าวหนึ่งเท่านั้น"

คำพูดของหลี่จิงอวี๋ ทำให้หลี่เทียนมิ่งรู้สถานการณ์

ชีวิตสำคัญที่สุด

เพื่อชิงตัวเจียงเฟยหลิงคืนมา แค่ข่มขู่อีกฝ่ายนิดหน่อย ก็เรียกคำประกาศล้างตระกูลจากหลงเทียนจื่อมาแล้ว

หากต้องต่อสู้แย่งชิงเพื่อผนึกห้าอย่างจริงๆ ถ้าฆ่ากันขึ้นมา แค่หายนะที่จะเกิดกับประเทศจู้เจ๋อก็ใหญ่หลวงมากแล้ว

ถ้าพึ่งพาตนเองไปเอาคืนมาได้ ก็อย่ารบกวนหลี่จิงอวี๋เลย

เพราะถึงอย่างไร ราคาที่ต้องจ่ายมันสูงเกินไป

"พี่ชาย งั้นช่างมันเถอะ ข้ายังมีอีกห้า" เจียงเฟยหลิงรีบกล่าว

นางเองก็เป็นคนรู้ความหนักเบา

หลี่เทียนมิ่งเงยหน้าขึ้น

"หลงเทียนจื่อ เจ้าบอกว่าอีกสิบปี จะมาฆ่าล้างโคตรตระกูลหลี่ของข้าใช่ไหม?"

"ถูกต้อง"

"ไม่ต้องถึงสิบปีหรอก เจ้ารออยู่ที่วังเทพศักดิ์สิทธิ์เถอะ ภายในสิบปี ข้าจะไปวังเทพศักดิ์สิทธิ์"

"ข้าจะตัดหัวเจ้าต่อหน้าคนทั้งวังเทพศักดิ์สิทธิ์ และเอาผนึกของหลิงเอ๋อร์คืนมาด้วย" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

แต่แววตาของเขา อันตรายยิ่งนัก

อันตรายเหมือนกับวันนั้น ที่ประหารชีวิตหลินเสี่ยวถิง

ประโยคนี้ ทำให้หลี่จิงอวี๋และหลี่ชิงอวี่ถึงกับงงงัน

คุยโวแบบนี้ไม่ได้นะ

ในที่สุดหลงเทียนจื่อก็ยิ้มออกมา

นางหัวเราะพรืด ถูกหลี่เทียนมิ่งทำให้ขบขันเสียแล้ว

"นี่เป็นคำคุยโวที่ตลกที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมา"

"หลงเทียนจื่อ ข้าก็เรียนมาจากเจ้านั่นแหละ ศิษย์ย่อมเก่งกว่าอาจารย์" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

เขารังเกียจหลงเทียนจื่อผู้นี้มาก

ความแค้นที่ชิงผนึก อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้

แต่ หลังจากฆ่าหลินเสี่ยวถิง เขาได้ก้าวข้ามไปอีกขั้น

ความยินดีความโกรธ ไม่แสดงออกทางสีหน้ามานานแล้ว

เพียงแต่พอพูดประโยคนี้จบ ดวงตาของหลงเทียนจื่อก็เย็นเยียบลงอย่างสมบูรณ์

"คนโง่เขลาเบาปัญญา"

หลี่จิงอวี๋อยู่ที่นี่ นางลงมือไม่ได้

พูดกับหลี่เทียนมิ่งมากความ มีแต่จะลดค่าของตัวนางเอง

ดังนั้น ในแววตาของนางจึงมีเพียงความขบขันและดูถูกเหยียดหยาม

คนธรรมดาทั่วไป.. ใครๆ ก็รู้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขา

เทียนจื่อ (โอรสสวรรค์) กับนายน้อย ฟังดูเหมือนสถานะเท่าเทียมกัน

แต่ในความเป็นจริง เท่าเทียมกันจริงหรือ?

"หลี่จิงอวี๋ ถึงเวลา เตรียมนำคนทั้งตระกูล รอรับความตายจากข้าได้เลย"

นางมีสีหน้าเย็นชา เห็นได้ชัดว่าโกรธเคืองอย่างยิ่ง

พูดจบ นางและพวกหลิงอี้เฉิน ก็เดินจากไปอย่างวางก้าม

การปะทะคารมครั้งนี้ เยว่หลิงจีทำได้เพียงหลบอยู่ข้างหลัง ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว

แม้แต่หลี่เทียนมิ่งก็ไม่รู้ว่า เยว่หลิงหลงผู้นี้ แท้จริงแล้วคือน้องสาวของนาง

รอจนหลี่จิงอวี๋เอ่ยชื่อเยว่หลิงหลงและตำนานของนางออกมา หลี่เทียนมิ่งถึงได้รู้ในที่สุด

ที่แท้ การที่เยว่หลิงจีถูกกำหนดตัวให้เป็นที่หนึ่งในศึกสัตว์อสูรเฉินยวน และตระกูลเยว่หลิงจะเข้ามาแทนที่เขตสวรรค์ประเทศชางไห่ ล้วนเป็นกาารจัดการของเยว่หลิงหลงผู้นี้นี่เอง!

"เจ้าไม่กลัวอัจฉริยะปีศาจท้าทายสวรรค์แห่งแดนตงหวงผู้นี้หรือ?" หลี่จิงอวี๋ถาม

"นางก็ไม่ได้มีสามหัวหกแขน มีอะไรต้องกลัว?"

หลี่เทียนมิ่งอยากจะบอกแค่ว่า คอยดูไปเถอะ

ไม่มีใคร สามารถแย่งชิงของของเขา หรือของเจียงเฟยหลิงไปได้

หลินเสี่ยวถิงทำไม่ได้

เยว่หลิงหลง ก็ทำไม่ได้เช่นกัน!

อีกสิบปี นางจะมาฆ่าล้างโคตรตระกูลหลี่?

หากจะมีเรื่องสนุก ก็ไม่จำเป็นต้องรอถึงสิบปี

และสถานที่ จะไม่ใช่ที่ตระกูลหลี่

สัตว์ใหญ่โบราณอลเวงสิบตัว และวัฏสงสารสิบกัลป์ที่มีหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ มอบความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัดให้แก่หลี่เทียนมิ่ง

วันนี้ หลงเทียนจื่อทำให้หลิงเอ๋อร์ไม่สบายใจ

สำหรับหลี่เทียนมิ่ง นี่คือโทษตาย

อย่าเห็นว่าตอนนี้หลี่เทียนมิ่งดูสงบนิ่ง แต่ในความเป็นจริงเมื่อเผชิญหน้ากับเยว่หลิงหลง ในใจของเขามีจิตสังหารพุ่งพล่านเสียดฟ้ามานานแล้ว!

ตอนนี้เขาคือจอมมารคลั่งรักภรรยา และเยว่หลิงหลงเป็นคนแรกที่มาแตะต้องเกล็ดย้อน[1]ชิ้นนี้

แม้จะยังไม่ใช่ภรรยา

แต่ สำหรับหลี่เทียนมิ่ง ในวินาทีที่เจียงเฟยหลิงอ้อนวอนราชาจู้เจ๋อ อยากจะร่วมผจญภัยในโลกกว้างไปพร้อมกับเขา นางก็เป็นเด็กผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว

ครั้งนี้ หลี่เทียนมิ่งพาหลี่จิงอวี๋ไปหาราชาจู้เจ๋อ

ราชาจู้เจ๋อสลบไสลไปแล้ว

เจียงชิงหลวนกำลังเฝ้าอยู่ข้างกายเขาด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ในขณะที่กำลังสิ้นหวัง ทันใดนั้นก็เห็นหลี่เทียนมิ่งพาเจียงเฟยหลิงกลับมา

"หลิงเอ๋อร์!" เจียงชิงหลวนตื่นเต้นดีใจสุดขีด ยิ้มทั้งน้ำตา

นางมองหลี่เทียนมิ่งแวบหนึ่ง ก็รู้ได้ทันทีว่าหลี่เทียนมิ่งเป็นคนพานางกลับมา

"นับว่าเจ้ามีฝีมือ ไม่เสียแรงที่หลิงเอ๋อร์อ้อนวอนเสด็จพ่ออย่างหนักมาตลอดสามวัน พยายามกล่อมข้า บอกว่าจะไปกับเจ้าให้ได้!"

เจียงชิงหลวนยิ้มทั้งที่น้ำตายังไหลริน

นางทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องจากเจียงเฟยหลิง

เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก สนิทสนมกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ ของนางทุกคนเสียอีก

เพราะถึงอย่างไร พี่น้องในราชวงศ์นั้น ยากนักที่จะรักใคร่กลมเกลียวกันได้จริง

"แล้วเจ้ายอมตกลงไหม?" หลี่เทียนมิ่งถาม

เจียงชิงหลวนกัดฟัน ถลึงตาใส่หลี่เทียนมิ่ง แล้วกล่าวว่า "เรื่องนี้ต้องดูความเห็นของท่านพ่อข้า หลิงเอ๋อร์ดีขนาดนั้น จะให้เจ้ารับไปเปล่าๆ ได้อย่างไร"

ไม่นานหลังจากนั้น ราชาจู้เจ๋อก็ฟื้นตื่นขึ้นมา

หลี่เทียนมิ่งแนะนำพวกหลี่จิงอวี๋ให้เขารู้จัก

ประจวบเหมาะที่ราชาจู้เจ๋อเคยได้ยินชื่อสำนักตงหวง และยิ่งรู้เรื่องราวของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่

เมื่อรู้ว่าในตัวหลี่เทียนมิ่ง มีสายเลือดระดับสูงของตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ไหลเวียนอยู่ เขาก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก

"ฝ่าบาท?"

"หลี่เทียนมิ่งนะหลี่เทียนมิ่ง หากลูกสาวข้าเป็นอะไรไป หากเจ้าปกป้องนางไม่ดี ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า!" ราชาจู้เจ๋อกล่าวอย่างน่าเวทนา

"ตกลง" หลี่เทียนมิ่งกล่าว

เพียงคำเดียว

แต่ ราชาจู้เจ๋อก็วางใจ

ต่อจากนั้น ก็เป็นฉากการร่ำลาอันซาบซึ้งของสองพี่น้อง

หลี่เทียนมิ่งซาบซึ้งใจมาก แต่พอคิดว่าต่อไปจะได้พาเจียงเฟยหลิงไปด้วย ก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา

เขาชำเลืองมองมือขวาของเจียงเฟยหลิงอีกครั้ง

คำพูดที่เขาพูดกับเยว่หลิงหลง ไม่ใช่แค่พูดไปอย่างนั้นแน่นอน

"เจียงชิงหลวน ถ้าข้ายืนหยัดมั่นคงในสำนักตงหวงได้แล้ว มีอำนาจในการพูดแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปฝึกฝนที่นั่น ให้เจ้ากับหลิงเอ๋อร์ได้อยู่คู่กันเหมือนปาท่องโก๋ต่อไป"

ตอนจะจากไป หลี่เทียนมิ่งกระซิบข้างหูนาง

"จริงหรือ? นับว่าเจ้ายังมีมโนธรรมอยู่บ้าง อีกอย่าง ก่อนจะกลับมาสู่ขอที่ประเทศจู้เจ๋อ ห้ามเจ้าแตะต้องหลิงเอ๋อร์แม้แต่ปลายก้อย!" เจียงชิงหลวนขยิบตาขู่

"วางใจเถอะ ข้าไม่แตะนางแน่นอน"

ปากพูดไป แต่มือเขากลับจูงมือเจียงเฟยหลิง กุมไว้ในมือแน่น

นี่เรียกว่าไม่แตะ?

เจียงชิงหลวนกัดฟันกรอด แต่ก็จนปัญญา

ใครใช้ให้หลี่เทียนมิ่ง มอบความหวังที่จะได้ไปท้าทายในที่ที่กว้างใหญ่กว่าให้แก่นางเล่า?

อันที่จริง หากไม่ใช่เพราะหลี่เทียนมิ่งยังไม่มั่นใจในสถานะนายน้อยสำนักตงหวง ตอนนี้เขาก็สามารถพานางไปได้เลย

เพื่อความปลอดภัย รอไปก่อน

ออกเดินทาง!

พวกเขานั่งอยู่บนสัตว์ประจำตัวของหลี่จิงอวี๋

นั่นคือ 'สัตว์ประจำตัวชั้นแปดขั้นสูง' ระดับสูงกว่ากิเลนทมิฬของมู่หยางเสียอีก!

นามของมันคือ 'คุนเผิงทะเลคลั่ง'

นี่คือสัตว์ประจำตัว 'สองสายพันธุ์' ที่หาได้ยากยิ่ง

โดยปกติแล้ว มีเพียงสัตว์ประจำตัวสองธาตุ ไม่เคยได้ยินสัตว์ประจำตัวสองสายพันธุ์มาก่อน

ความหมายของสองสายพันธุ์ คือสองสายพันธุ์รวมเป็นหนึ่งเดียว

คุนเผิงทะเลคลั่ง มีสองรูปแบบ

มันเป็นนกเผิง สามารถเหินเวหา

และมันยังสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมัจฉาคุน แหวกว่ายในมหาสมุทรได้

นี่คือสัตว์ประจำตัวสองธาตุ สองสายพันธุ์ ที่หาได้ยากในใต้หล้า

ในอดีต ตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ เคยถูกเรียกว่า 'เผ่าคุนเผิง'

นกเพงไนปีกทองของตระกูลเว่ย ก็สืบทอดมาจากรูปแบบนกเผิงของพวกมันนั่นเอง

ในยามนี้ คุนเผิงทะเลคลั่งตัวนี้ ก็ใชรู้ปร่างนกเผิงขนาดยักษ์ โบยบินขึ้นสู่ท้องนภา!

พญาเผิงเหินเวหาสามพันลี้!

วันเดียว ข้ามผ่านหมื่นลี้ภูผาธารา!

รุ่งสางวันนั้น สำนักตงหวงก็มาถึง

เมื่อหลี่เทียนมิ่งอยู่เหนือชั้นเมฆ มองลงมายังสำนักโบราณอันยิ่งใหญ่ ไพศาล และกว้างใหญ่เบื้องล่าง

เขาก็รู้ทันทีว่าได้มาถึงสำนักตงหวงแล้ว

"เทียนมิ่งหลานย่า เร็วเข้า ตามย่าเข้าไปเป็นนายน้อย เร็ว!"

เพิ่งจะมาถึง หลี่จิงอวี๋ก็เร่งยิกๆ แล้ว

ราวกับว่าช้าไปนิดเดียว จะไม่ได้เป็นนายน้อยอย่างไรอย่างนั้น

-สองสิงห์:ผู้แปล-

[1] เกล็ดย้อน

ความหมาย: จุดอ่อน หรือ สิ่งหวงแหนที่แตะต้องไม่ได้ (เปรียบเปรยถึงเกล็ดมังกรที่ย้อนศร หากใครไปแตะต้อง มังกรจะโกรธจัดและฆ่าคนผู้นั้นทันที)

จบบทที่ บทที่ 189 อัจฉริยะปีศาจแห่งแดนตงหวง

คัดลอกลิงก์แล้ว