เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาว ผู้มีคุณธรรมน้ำมิตรเทียมฟ้า!!

บทที่ 170 ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาว ผู้มีคุณธรรมน้ำมิตรเทียมฟ้า!!

บทที่ 170 ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาว ผู้มีคุณธรรมน้ำมิตรเทียมฟ้า!!


การกระทำของปราชญ์เฉิน ทำให้คนทั้งสนามตกตะลึงจนตาค้าง

แม้แต่ราชาจู้เจ๋อยังไม่กล้าช่วยเหลือจวนตระกูลเว่ยอย่างโจ่งแจ้ง แต่เขากล้า

เขาขึ้นมาคนเดียว และต้องการกราบไหว้ฟ้าดินแต่งงานกับเว่ยจิงเดี๋ยวนั้น!

คฤหาสน์เหลยจุนกับตระกูลเยว่หลิงยังต้องจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่

แต่ความกล้าหาญและความใจกว้างดั่งมหาสมุทรเช่นนี้ นี่คือคนจริง นี่คือผู้มีคุณธรรมน้ำมิตรเทียมฟ้า!

คำพูดช่วงนั้นของเขา ทำให้ผู้คนตกตะลึงยิ่งกว่าคำพูดของหลี่เหยียนเฟิงเสียอีก

แน่นอนว่า คนที่ตะลึงที่สุดย่อมเป็นเสวี่ยหลาน

นางยังแอบสะใจอยู่เลย จู่ๆ มือก็ว่างเปล่า สามีหายไปแล้ว!

จากนั้น เขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเว่ยจิง ต้องการจะกราบไหว้ฟ้าดินกับนางที่นั่น

คำพูดหลังจากนั้นเสวี่ยหลานไม่ได้ยินชัดเจน เพราะสมองของนางขาวโพลนไปหมดแล้ว

นางอ้าปากค้าง ขอบตาแดงก่ำในทันที ตัวสั่นเทิ้ม มองดูสามีของตนเองแสดงความห้าวหาญเทียมฟ้า ยืนอยู่ต่อหน้าเว่ยจิงคนที่นางอิจฉาริษยาที่สุด

ทำไมนางถึงได้กลับไปเป็นสาวอายุยี่สิบได้เล่า!

ตอนนี้แค่นางจะไปยืนต่อหน้าเว่ยจิงยังไม่กล้าเลยด้วยซ้ำ

ประเด็นสำคัญคือ คนรอบข้างต่างมองนางด้วยสายตาแปลกๆ

พวกเขาแต่งงานกัน แล้วนางนับเป็นตัวอะไร?

"กรี๊ด!"

เสวี่ยหลานกรีดร้องออกมาคำหนึ่ง ทั้งร้อนรนทั้งโกรธแค้น เลือดลมตีกลับ จนหน้ามืดเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้นในทันที

ผู้คนยังนึกว่านางอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียอีก

พูดตามตรง การกระทำของปราชญ์เฉินถือเป็นการท้าทายผู้ตรวจการทั้งสอง

แต่ประเด็นคือ ตระกูลเยว่หลิงยังอาศัยเครือญาติออกรบได้ ทำไมตระกูลเว่ยจะมีเครือญาติไม่ได้?

ดังนั้น ผู้คนจึงได้แต่คิดว่าปราชญ์เฉินช่างกล้าหาญเทียมฟ้า แต่กลับไม่รู้สึกว่าผิดกฎกติกาแต่อย่างใด

ท่ามกลางสายตาของมหาชน เว่ยจิงมองเขาอย่างเหม่อลอย

เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาก็เลือดร้อนวู่วามเช่นนี้

"ช่างเถอะ อย่าให้เจ้าต้องมาเดือดร้อนด้วยเลย เจ้ามีลูกมีเมีย อย่ามาลุยน้ำขุ่นบ่อนี้เลย" เว่ยจิงส่ายหน้ากล่าว

"ครอบครัวของเจ้า ล้วนเป็นผู้มีพระคุณในชีวิตข้า ข้าทนดูพวกเขาข่มเหงพวกเจ้าแบบนี้ไม่ได้ ข้าเองก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขตสวรรค์ ให้ข้าออกรบเถอะ!"

"เว่ยจิง เจ้าอยากเห็นมู่หยางถูกพวกมันหกคนรุมกินโต๊ะจนตายหรือ?"

"จะเอาไม่เอา? ว่ามาให้ชัดเจน!" ปราชญ์เฉินสายตาลุกโชน

เว่ยจิงมองไปทางมู่หยาง ในที่สุดก็พยักหน้า

ตระกูลเว่ย ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาความเป็นความตายของตระกูลเว่ย คงต้องให้เสวี่ยหลานน้อยใจสักหน่อยแล้ว

เพราะถึงอย่างไร แต่งงานกันไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ก็ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร

ด้วยเหตุนี้ คนนับหมื่นจึงได้เห็นพวกเขาทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกันอย่างเรียบง่ายที่สุด

ไม่มีพิธีกร แม้แต่คำนับฟ้าดิน ปราชญ์เฉินก็เป็นคนตะโกนร้องเอง

เมื่อคำนับกันเสร็จ ปราชญ์เฉินก็มองมู่หยางอย่างลำพองใจพลางถามว่า "เป็นไง? ข้าแน่กว่าเจ้าใช่ไหมล่ะ?"

มู่หยางส่ายหน้าอย่างจนใจ "เจ้าจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม"

นี่เป็นเรื่องของตระกูลเว่ย ไม่ใช่เรื่องของเขาเสียหน่อย

"คฤหาสน์เหลยจุนรังแกกันเกินไป ข้าทนดูไม่ได้โว้ย! ขึ้นมาช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าสักสองสามคน ไม่ต้องขอบใจ!"

พูดจบ เขาก็หันหลังกลับ พุ่งลงไปในเขตอาคมลายสวรรค์ ยืนอยู่ตรงหน้าหลี่เหยียนเฟิง

ท่าทางที่เด็ดขาดรวดเร็วเช่นนี้ ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก

การกระทำของเขาดูเหมือนน่าขบขัน แต่ความจริงแล้วต้องเสี่ยงอันตรายอย่างใหญ่หลวง เพียงเพื่อคำว่า 'ทนดูไม่ได้'!

ตระกูลผู้ดีมีชื่อเสียงในเมืองเยี่ยนตู้ต่างพากันหลบหน้า แต่เขากลับก้าวออกมาในเวลานี้

ยอมเสี่ยงตายเพื่อเพื่อน เพื่อความยุติธรรม จะยกย่องว่า 'ผู้มีคุณธรรมน้ำมิตรเทียมฟ้า' ก็ไม่เกินจริงเลย!

"คิดไม่ถึงว่าปราชญ์เฉินผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่รู้จักดีชั่วเช่นนี้" หลี่เหยียนเฟิงหรี่ตาลง

พูดตามตรง การที่ปราชญ์เฉินยื่นมือเข้ามาสอด ด้วยฝีมือของเขา ย่อมสามารถลดทอนความได้เปรียบของคฤหาสน์เหลยจุนไปได้มากโข

เช่นนี้ มู่หยางก็ไม่ต้องรับมือหนึ่งต่อหก

"ไม่ต้องมาพล่าม ข้าดูถูกคนอย่างเจ้า หลี่เหยียนเฟิง เจ้าคิดว่าวันนี้เจ้าเจ๋งมาก แต่หารู้ไม่ว่า ความหน้าด้านไร้ยางอายของเจ้า มันทำให้ข้าคลื่นไส้"

"วาจาหยาบคาย รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงและเด็ก เจ้า ไม่คู่ควรที่จะยืนอยู่ที่นี่" ปราชญ์เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา

"งั้นรึ? ถ้าเช่นนั้นมาเดิมพันด้วยชีวิตกันสักตาก็แล้วกัน สู้จนกว่าจะตาย ห้ามยอมแพ้" แววตาของหลี่เหยียนเฟิงฉายแววอำมหิต

ก้าวข้ามปราชญ์เฉิน?

สังหารปราชญ์เฉิน?

นี่ ย่อมสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าการเอาชนะเว่ยเทียนสยงเสียอีก!

เพราะ ปราชญ์เฉินก็สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยมือเปล่าเช่นกัน!

"ได้สิ" ปราชญ์เฉินยิ้ม

เดิมพันด้วยชีวิต หลี่เหยียนเฟิงคนนี้ ฆ่าคนจนตาแดงก่ำไปแล้วจริงๆ

หลังรอยยิ้ม แววตาของเขาก็เปล่งประกายดุจดวงดาว

"ก่อนคนจะตาย มักจะหลงลำพอง สิ่งที่เรียกว่าหลงลำพอง ก็คือสภาพของเจ้าในตอนนี้" ปราชญ์เฉินกล่าว

"อ้อ"

หลี่เหยียนเฟิงหุบรอยยิ้มเย็น

วินาทีถัดมา ถือกระบี่ ฆ่าคน!

วูบ!

บนร่างของปราชญ์เฉิน พลันเปล่งแสงดาราเจิดจ้าบาดตา

การระเบิดพลังในกระบวนท่านี้ ทำให้ทั่วทั้งเขตอาคมลายสวรรค์เต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับ

โฮก!

ท่ามกลางแสงดาว ราชสีห์ตัวผู้ที่ส่องแสงระยิบระยับตัวหนึ่งปรากฏกายขึ้น ปกครองใต้หล้า

สัตว์ประจำตัวระดับแปดตัวแรกของวันนี้—ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาว!

ในดวงตาอันเจิดจรัสของราชสีห์ตัวผู้นั้น มีดวงดาวแปดดวงส่องประกายวาววับ

ท่ามกลางแสงสว่างนี้ ปราชญ์เฉินดูสง่างามหล่อเหลา ท่วงท่าเช่นนี้ เพียงพอที่จะทำให้หญิงงามที่มีสามีแล้วนับไม่ถ้วนต้องใจลอย

ท่ามกลางแสงสว่าง เขาถือหอกเทพสีม่วง ควบขี่ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาว ราวกับเทพเบื้องบนจุติลงมา

"เอาชนะเว่ยเทียนสยงได้ ก็ทำให้เจ้าคิดว่าประเทศจู้เจ๋อไร้คนเก่งแล้วกระมัง"

"แค่วิชากระบี่นรกไร้ชีวีของเจ้า ยังคิดจะท้าทายมู่หยาง!"

"หลี่เหยียนเฟิง เบิกตาดูให้ชัดเจน ว่าอะไรคือวิชายุทธ์เจตจำนงสวรรค์!"

"เจ้าฝึกฝนมาอย่างยากลำบากห้าปี คิดว่าคนอื่น เขาไม่ได้ฝึกฝนอย่างยากลำบากหรือไง?"

ในวินาทีนั้น ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาวคำราม คลื่นเสียงอันไร้ที่สิ้นสุดสั่นสะเทือนเขตอาคมลายสวรรค์จนสั่นไหว

ชั่วพริบตาเดียว หอกยาวก็ฟาดฟันลงมา ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาวกางปีกออก พุ่งเข้าใส่หลี่เหยียนเฟิงและปักษาฉงหมิงเพลิงขาวสวรรค์!

อภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณ.. เพลิงขาวธารา, เนตรฉงหมิง!

หลี่เหยียนเฟิงถือกระบี่สีดำ หนึ่งกระบี่รู้แจ้ง

กระบี่นรกไร้ชีวี น้ำพุเหลือง, ธารลืมเลือน, กระบี่ที่สาม.. วัฏสงสาร!

กระบี่วัฏสงสาร หลุดพ้นนิรันดร์ หนึ่งกระบี่หมุนวนเป็นกงล้อ!

แต่ในวินาทีนี้ ปราชญ์เฉินกลับกลายเป็นแสงดาว ธารดาราสุกสกาว!

วิถีหอกธารดาราตก!!

หอกหนึ่งในมือ ทะลวงฟ้าดิน!

ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นเจตจำนงสวรรค์ ดูไม่ออกเลยถึงความลึกล้ำระดับนี้ เห็นเพียงจุดดาวนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมา หลี่เหยียนเฟิงและปักษาฉงหมิงเพลิงขาวสวรรค์ถูกกลืนกินไปในทันที

อภินิหารแหล่งกำเนิดวิญญาณ.. ทำลายล้างธารดารา!

ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาวอ้าปากพ่นดวงดาวนับไม่ถ้วนออกมา แสงดาวบาดตา กดดันฟ้าดิน

"แข็งแกร่งมาก!"

บนฝั่งคฤหาสน์เหลยจุน ผู้คนต่างหน้าถอดสี!

ฉึก!

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

ผู้คนเห็นเพียงแสงดาว แต่ไม่รู้ว่าหลี่เหยียนเฟิงอยู่ที่ใด

ตูม!

ฉับพลัน แสงดาวก็จางหายไป

ท่ามกลางควันหนาทึบ ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาวคำรามก้อง เดินออกจากสนามรบ บนศีรษะของมัน ปราชญ์เฉินถือหอกยาว ท่วงท่า... เก๊กหล่อ

ส่วนด้านหลังเขา หลี่เหยียนเฟิงคุกเข่าอยู่กับพื้น กระบี่ปักดิน กำลังกระอักเลือด

บนร่างของเขา มีรูเลือดทั้งหมดสี่รู

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา

รูเลือดแต่ละรู ล้วนตรงกับตำแหน่งแหล่งกำเนิดวิญญาณ!

เขามีแหล่งกำเนิดวิญญาณทั้งหมดเจ็ดแห่ง ถูกปราชญ์เฉินแทงทำลายไปสี่แห่ง กำลังภายในทั้งร่าง ถูกทำลายไปกว่าครึ่งในพริบตา!

จุดจบของเขา เหมือนกับเว่ยจื่อคุนไม่มีผิดเพี้ยน!

ขั้นเจตจำนงสวรรค์พังทลายลงโดยตรง นับจากนี้ไปจะรักษาระดับพลังแค่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณได้ก็นับว่าเก่งแล้ว!

หลี่เหยียนเฟิง กลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์!

ความภาคภูมิใจที่สุดของเขาในวันนี้ สลายไปดั่งควันไฟ!

และที่ด้านหลังของเขา ปักษาฉงหมิงเพลิงขาวสวรรค์นอนหมอบอยู่กับพื้น เลือดไหลนองเป็นสายน้ำ

สัตว์ประจำตัว สิ้นชีพ!

การต่อสู้ครั้งนี้ รวดเร็วและดุดัน นับจากนี้ หลี่เหยียนเฟิงถูกลบชื่อออกจากทำเนียบยอดฝีมือเมืองเยี่ยนตู้โดยตรง!

"ปราชญ์เฉิน แข็งแกร่งขนาดนี้!"

เหล่ายอดฝีมือเมืองเยี่ยนตู้ต่างตกตะลึงอีกครั้ง

หลี่เหยียนเฟิงบดขยี้เว่ยจื่อคุนและเว่ยเทียนสยง

เดิมทีนึกว่าปราชญ์เฉินคงอยู่ระดับเดียวกับเว่ยเทียนสยง แต่ในเวลานี้ ปราชญ์เฉินกลับทำให้หลี่เหยียนเฟิงพ่ายแพ้ยับเยินคาที่!

แม้จะบอกว่าหลี่เหยียนเฟิงผ่านศึกมาสองรอบ สภาพย่ำแย่ แต่ความแข็งแกร่งของปราชญ์เฉิน ก็ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ!

ดังนั้นอีกครั้งหนึ่ง ที่คนทั้งสนามต้องอ้าปากค้าง

พรวด!

หลี่เหยียนเฟิงกระอักเลือดออกมาอีกคำ

"หลี่เหยียนเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้าอยากฆ่าข้า เหยียบข้าขึ้นไป เพื่อให้เจ้าดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม"

"ข้ากับเจ้าไม่เหมือนกัน เดิมทีตกลงเดิมพันด้วยชีวิต ด้วยนิสัยของข้า อย่างน้อยก็ต้องเอาชีวิตเจ้า!"

"แต่ ข้าเห็นแก่ที่เจ้าให้ที่พักพิงแก่จิงเอ๋อร์มาตลอดหลายปีนี้ ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้า"

"ข้ายอมรับได้ว่าฝีมือเจ้าไม่เลว แต่อย่าได้คิดเป็นอันขาดว่าเจ้าไร้คู่ต่อสู้ในเมืองเยี่ยนตู้แล้ว น่าขบขันสิ้นดี"

"ดังนั้น หลี่เหยียนเฟิง ไสหัวออกไปจากเมืองเยี่ยนตู้ซะ! อย่าได้ฝันถึงการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตอีกเลย"

"เจ้าไม่มีหัวใจของผู้แข็งแกร่ง เจ้ามีแต่ความเคียดแค้นและการแก้แค้น เจ้าเป็นแค่คนถ่อยไร้ยางอาย ที่ทำตัวเป็นสมุนรับใช้คนชั่ว ดังนั้น เจ้าไม่คู่ควร!"

ทุกคำพูดของปราชญ์เฉิน ราวกับหอกที่ทิ่มแทงใจเขา!

ความจริงแล้ว เป็นหลี่เหยียนเฟิงที่ตั้งกฎเดิมพันชีวิต ปราชญ์เฉินเคยคิดจะฆ่าเขา

เพราะถึงอย่างไร หลี่เหยียนเฟิงก็เกือบจะฆ่าเว่ยจื่อคุนและเว่ยเทียนสยง หากสองพี่น้องไม่รีบยอมแพ้ ตอนนี้คงเป็นศพไปแล้ว

แต่เมื่อคิดดูแล้ว เขาก็ยังยั้งมือไว้

เพราะยี่สิบปีมานี้ แม้ทัศนคติของเขาจะเลวร้าย ไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยช่วยเหลือ

แต่ อย่างน้อยเขาก็ให้สถานะแก่เว่ยจิง ให้สถานะแก่หลี่เทียนมิ่ง ทำให้เขาไม่ต้องกลายเป็นลูกไม่มีพ่อที่ถูกคนหัวเราะเยาะ

พูดตามตรง วันนี้ไม่ใช่ความแค้นของหลี่เหยียนเฟิง แต่เป็นความแค้นของคฤหาสน์เหลยจุน

วันนี้หลี่เหยียนเฟิงเป็นเพียงตัวละครที่ถูกหลอกใช้ เป็นนักฆ่าของคฤหาสน์เหลยจุน

แม้เขาจะเต็มใจเป็นนักฆ่าด้วยตัวเองก็ตาม

แต่ ตัวการใหญ่ ก็คือคฤหาสน์เหลยจุน!

จุดจบของเว่ยจื่อคุน ส่วนใหญ่ต้องคิดบัญชีกับคฤหาสน์เหลยจุน!

"ร้ายกาจ"

หลี่เหยียนเฟิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา มองปราชญ์เฉินแวบหนึ่ง

เขาคิดจริงๆ ว่าตนเองจะสามารถเป็นหนึ่งในเมืองเยี่ยนตู้ได้

คิดไม่ถึงว่า เมืองเยี่ยนตู้ยังมีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่อีกมากเพียงนี้!

"ไสหัวไป" ปราชญ์เฉินกล่าว

หลี่เหยียนเฟิงลุกขึ้น เดินตรงไปยังคฤหาสน์เหลยจุน ส่วนทางฝั่งคฤหาสน์เหลยจุน ทุกคนหน้าเขียวคล้ำ

มีปราชญ์เฉินโผล่ออกมากลางคัน ทำลายสถานการณ์อันดีเยี่ยมที่หลี่เหยียนเฟิงสร้างไว้จนหมดสิ้น

"พี่เฟิง!"

หลิวชิงหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปเตรียมจะประคองเขา

"หลิวชิง หยุดเดี๋ยวนี้"

ทันใดนั้น เสียงตวาดเย็นชาของท่านเหลยจุนก็ดังขึ้น ทำให้หลิวชิงยืนตัวแข็งทื่อ หันกลับไปมองด้วยความตกตะลึง

หลี่เหยียนเฟิงก็ชะงักไปเช่นกัน

เขาเงยหน้าขึ้น มองไปที่คนของคฤหาสน์เหลยจุนทุกคน

เห็นเพียงทุกคน ต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา

"ท่านเหลยจุน?" หลี่เหยียนเฟิงมองเขาอย่างเหม่อลอย

"เจ้าหมดประโยชน์แล้ว ไสหัวไปซะ ต่อไปอย่ามายุ่งกับหลิวชิงอีก" ท่านเหลยจุนกล่าว

หลี่เหยียนเฟิงหัวเราะ

เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะอย่างจนปัญญา หัวเราะอย่างน่าสมเพช

"พวกเจ้าฝูงหมาไฮยีน่าพวกนี้ อำมหิตยิ่งกว่ากันอีกนะ!" หลี่เหยียนเฟิงกัดฟันกรอด

"พูดอีกคำเดียว จะทำให้เจ้าไม่ได้เห็นดวงตะวันในวันพรุ่งนี้" ท่านจอมพลเหลยหลินเทียนเจี้ยนยิ้มเยาะ

สุนัขรับใช้ที่หมดประโยชน์แล้ว จะยังมีประโยชน์อะไรอีก?

หลี่เหยียนเฟิงเลือดท่วมตัว พลางหัวเราะ พลางจ้องมองคฤหาสน์เหลยจุนด้วยสายตาอาฆาต

"เห็นข้าเป็นหมาบ้าหรือ? หลินเจ้า อย่าให้ข้าสบโอกาสนะ ไม่อย่างนั้นละก็ หึหึ..."

หลี่เหยียนเฟิงรู้สึกว่า ระหว่างเขากับคฤหาสน์เหลยจุน กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่จบไม่สิ้นเสียแล้ว

ใจคนก็เป็นเช่นนี้

เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว ก็สามารถทำให้คนสิ้นหวัง ทำให้คนโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือด!

เพียงแต่ ใครจะไปสนว่าหลี่เหยียนเฟิงคิดอะไร?

ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ มองดูหลี่เหยียนเฟิงเดินออกจากสมรภูมิยั้นหวงไปด้วยผลกรรมเช่นนี้ และหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย!

หลิวชิงนั่งลงบนที่นั่งด้วยความหวาดผวา

"ท่านพี่ ไอ้สุนัขรับใช้ตัวนี้จบเห่เสียที! แต่ว่าเขาสร้างประโยชน์ให้คฤหาสน์เหลยจุนเรามากโข ท่านเหลยจุนกับท่านจอมพลเหลย ต้องให้รางวัลพวกเราแน่!" หลิวเชียนหยางกล่าวอย่างตื่นเต้น

"อ้อ..." หลิวชิงหลับตาลง

......

"ต่อไป!" รองผู้ตรวจการจินอี้เซวียนดูละครฉากนี้จบ ก็ประกาศทันที

ปราชญ์เฉิน ตอนนี้ยังอยู่ในเขตอาคมลายสวรรค์

"คนของคฤหาสน์เหลยจุนไม่ต้องลงมาแล้ว พวกเจ้าสามคน เก็บไว้ให้มู่หยาง ข้าขอท้าตระกูลเยว่หลิงสองคน พวกเจ้า เข้ามาพร้อมกันเลย" ปราชญ์เฉินกล่าว

ประโยคนี้ ช่างห้าวหาญสะท้านใจ

เยว่หลิงเซียวและเยว่หลิงเฟิงทั้งสองคน คือเสาหลักรุ่นกลางของตระกูลเยว่หลิง

"ในเมื่อเขามีความคิดเช่นนี้ ก็จัดให้เขาหน่อย" จินอี้เซวียนหรี่ตาลงกล่าว

มู่หยางเมื่อวาน ปราชญ์เฉินวันนี้ เขารู้สึกเหมือนกันว่า เมืองเยี่ยนตู้มียอดฝีมือไม่น้อยเลย

ละครฉากนี้ พลิกผันไปมา น่าดูชม!

เยว่หลิงเซียวและเยว่หลิงเฟิง รู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น

แต่ ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามรนหาที่ตาย พวกเขาจะกลัวอะไร?

ทั้งสองก้าวลงสู่สนาม ไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่วมมือกันรุมโจมตีปราชญ์เฉิน!

การต่อสู้ครั้งนี้ ดุเดือด รุนแรง

แต่ ตระกูลเยว่หลิง ช่างธรรมดาเหลือเกินจริงๆ

รอบนี้ใช้เวลานานกว่าการดวลกับหลี่เหยียนเฟิง

ปราชญ์เฉินก็นับว่าต้องงัดวิชาทั้งหมดออกมาใช้ สู้จนเลือดโชกไปทั้งตัว

แต่ประเด็นสำคัญคือ เขาชนะ

ปราชญ์เฉินหนึ่งต่อสอง ยังสามารถบีบให้เยว่หลิงเฟิงและเยว่หลิงเซียวต้องยอมแพ้โดยตรง!

เยว่หลิงเฟิงและเยว่หลิงเซียว ก้มหน้าเดินจากไป แม้แต่เยว่หลิงจียังอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาว่า "พวกท่านก็น่าขายหน้าเกินไปแล้ว"

"พูดกับพ่อเจ้าแบบนี้ได้ยังไง?" เยว่หลิงเซียวกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน

เยว่หลิงจีทำหน้าดูถูก

ดูเหมือนว่า จะมีแต่รุ่นเยาว์เท่านั้นที่จะกู้หน้าให้ตระกูลเยว่หลิงได้

สถานการณ์ในตอนนี้ ล้วนเป็นคฤหาสน์เหลยจุนที่สร้างมาให้ตระกูลเยว่หลิงทั้งสิ้น

แต่โชคยังดี หลังจากเอาชนะสองคนนี้ได้ ปราชญ์เฉินก็หยุดมือ

หากเขายังฆ่าต่อไป คาดว่าผู้ตรวจการคงโกรธแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์เฉินจึงกระโดดขึ้นไปบนกำแพงเมือง กลับมาที่ฝั่งตระกูลเว่ย

"เว่ยจิง ข้าขัดลูกตาเจ้า หย่ากับเจ้าแล้ว ลาก่อน!"

พูดจบ ปราชญ์เฉินก็วูบกายหายไปในพริบตา

ผู้คนเห็นเพียงจอมยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมท่านนี้ อุ้มภรรยาที่สลบไสลของตนเอง วิ่งหายลับไปในชั่วพริบตา

ตอนนี้ เว่ยจื่อคุนและหลี่เหยียนเฟิงต่างก็ถูกทำลายวรยุทธ์แล้ว

การดวลเดิมพันชีวิตนี้ มีแต่จะยิ่งโหดร้ายทารุณขึ้น

ตระกูลเว่ยในตอนนี้ นอกจากคนที่หวาดกลัวในใจแล้ว คนที่เหลือล้วนมีจิตสังหารท่วมท้น

นี่ บางทีอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น!

นับจากนี้ ตระกูลเว่ยและคฤหาสน์เหลยจุน ไม่ตายไม่เลิกรา!

"มู่หยาง"

เว่ยเทียนซางกัดฟัน กลั้นน้ำตาเก่าๆ ไว้ ดวงตาแดงก่ำ

"ท่านอาจารย์"

"รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร?"

"ทราบขอรับ ข้าจะส่งพวกมันสามพี่น้อง ลงนรกไปพร้อมกัน"

"ดี!"

เว่ยเทียนซางพยักหน้าอย่างหนักแน่น

เว่ยจื่อคุนไม่ตาย ถือว่าโชคดีแล้ว

ในเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่ตายไม่เลิกรา เช่นนั้นเมืองเยี่ยนตู้ต่อจากนี้ เป็นไปได้แค่ตระกูลเดียวเท่านั้นที่จะอยู่รอด

หากยังไม่ลงมือสังหาร รอให้พวกมันฟื้นกำลังกลับมา แล้วมาทำร้ายตระกูลเว่ยอีกหรือ?

เว่ยชิงและเว่ยจื่อคุนถูกทำลายวรยุทธ์ไปแล้ว ใครจะต้านทานคฤหาสน์เหลยจุนหลังการดวลเดิมพันชีวิตได้อีก?

ดังนั้น การสู้ตายหลังจากนี้ คือทางเลือกเดียว!

ในเวลานี้ มู่หยางได้ร่อนลงสู่เขตอาคมลายสวรรค์แล้ว

เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง เงยหน้าขึ้นมองไปยังคฤหาสน์เหลยจุน

ห้าบุตรชายตระกูลหลิน ยังมีหลินเทียนเซวียน หลินเสี้ยวเฟิง และจอมพลอันดับหนึ่งแห่งประเทศจู้เจ๋อ... หลินเทียนเจี้ยน ที่ยังไม่ได้ออกรบ

"ข้าไม่อยากสู้นาน"

"หลินเทียนเจี้ยน หลินเสี้ยวเฟิง หลินเทียนเซวียน พวกเจ้าสามคน เข้ามาพร้อมกัน!"

มู่หยางกล่าวอย่างเรียบง่าย

ฝั่งคฤหาสน์เหลยจุน ห้าพี่น้องตระกูลหลินมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"เจ้าพูดจริงรึ?" หลินเทียนเจี้ยนตาลุกวาว

ได้เห็นฝีมือของมู่หยางเมื่อวาน เขาเสียใจแล้วที่เสนอให้ผู้ตรวจการยอมให้มู่หยางออกรบ

แต่ตอนนี้ โอกาสมาถึงแล้ว

เพราะ มู่หยางหลงลำพองไปแล้ว

สามพี่น้องตระกูลหลิน หรี่ตาลง

"เข้ามา"

มู่หยางชักกระบี่ยาวออกมาเล่มหนึ่ง

กระบี่ยาวเรียบง่าย วัสดุดูแล้วคล้ายกับกระบี่ไม้

แต่เห็นได้ชัดว่า ย่อมไม่ใช่กระบี่ไม้ แต่เป็นศาสตราเทพ

"ฆ่ามัน!!"

ท่านเหลยจุนตะโกนก้อง

ปราชญ์เฉินเป็นคนนอก ท้ายที่สุดก็ทำได้แค่ป่วนสถานการณ์

ส่วนมู่หยาง ตั้งแต่ต้นจนจบ คือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคฤหาสน์เหลยจุน

เวลานี้ คือโอกาสดีที่สุดที่จะสังหารมู่หยาง!

"ขอรับ!"

สามพี่น้องตระกูลหลิน ลงสนามพร้อมกัน!

ไกลออกไป ปราชญ์เฉินมองดูแวบหนึ่ง

เขารู้ว่าทำไมมู่หยางถึงต้องเสี่ยงสู้หนึ่งต่อสามเช่นนี้

ไม่ใช่เพราะเขามั่นใจจนล้นฟ้า และไม่ใช่เพราะสามพี่น้องตระกูลหลินอ่อนแอ

ในทางตรงกันข้าม สามคนนี้แข็งแกร่งมาก!

สาเหตุคือ มู่หยางต้องการฆ่าสามคนนี้!

หากฆ่าทีละคน เมื่อคนตระกูลหลินตายไปคนแรก อีกสองคนที่เหลืออย่างหลินเทียนเจี้ยนและหลินเสี้ยวเฟิง อาจจะไม่ออกมาสู้อีกแล้ว

พวกเขาอาจเลือกที่จะยอมแพ้ทันที เพราะพรุ่งนี้คฤหาสน์เหลยจุนและตระกูลเยว่หลิงมีศิษย์วังเทพศักดิ์สิทธิ์สองคน ชัยชนะอยู่ในกำมืออย่างแน่นอน

แต่ ถ้าสามพี่น้องตระกูลหลินออกรบพร้อมกัน

มู่หยาง ก็จะมีโอกาสทำให้พวกเขาทั้งสามคน ต้องตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ปราชญ์เฉินยังสงสัย

หลายปีมานี้ มู่หยางที่เขาไม่เคยเอาชนะได้ ตอนนี้มีฝีมือถึงขั้นไหนแล้วกันแน่?

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 170 ราชสีห์จักรพรรดิแปดดาว ผู้มีคุณธรรมน้ำมิตรเทียมฟ้า!!

คัดลอกลิงก์แล้ว