เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169 น้ำพุเหลือง, ธารลืมเลือน, กระบี่นรกไร้ชีวี!

บทที่ 169 น้ำพุเหลือง, ธารลืมเลือน, กระบี่นรกไร้ชีวี!

บทที่ 169 น้ำพุเหลือง, ธารลืมเลือน, กระบี่นรกไร้ชีวี!


"นับแต่วันนี้ไป ข้าจะทำให้จวนตระกูลเว่ยต้องคุกเข่าต่อหน้าข้าราวกับสุนัข!"

หลี่เหยียนเฟิงฆ่าฟันจนบ้าคลั่งไปแล้ว

"ตาย!"

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล รอยเลือดปรากฏให้เห็นทั่วตัว แต่สถานการณ์ในตอนนี้คือ เขากำลังไล่สังหารเว่ยเทียนสยง

กระบี่นรกไร้ชีวี ฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง

"เว่ยเทียนสยง ไหนว่าจะแก้แค้นให้น้องชายเจ้าไง? เข้ามาสิ!"

"คนขี้ขลาดตาขาวเช่นเจ้า ยังกล้าเป็นเจ้าสำนักยั้นหวงอีกหรือ?"

เขาอาศัยเจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวของกระบี่นรกไร้ชีวี พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ ในเวลานี้ เขาเปลี่ยนจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำกลับมาเป็นผู้ชนะ!

ฉึก!

กระบี่เฉียดผ่านช่วงเอวไป ฉีกกระชากร่างกายของเว่ยเทียนสยงจนเกิดบาดแผลยาว

เคร้ง!

กระบองเหลี่ยมทองคำในมือถูกกระแทกจนปลิวหลุดมือไป

หลี่เหยียนเฟิงยิ่งสู้ยิ่งฮึกเหิม ราวกับปีศาจร้าย

"เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!" เว่ยเทียนสยงสิ้นหวังแล้ว

เขาเป็นถึงเจ้าสำนักยั้นหวงผู้ยิ่งใหญ่ กลับสู้เจ้าเมืองเล็กๆ คนหนึ่งไม่ได้เชียวหรือ?

ความน่าขายหน้านี้ อย่างน้อยต้องถูกจารึกไปเป็นร้อยปี

แต่ความน่าขายหน้าจะนับเป็นอะไรได้?

ตอนนี้เขากำลังจะตายนี่นา!

มีสภาพอนาถยิ่งกว่าเว่ยจื่อคุนเสียอีก กำลังจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!

"ข้าแพ้ไม่ได้! ข้าแพ้ไม่ได้!" เว่ยเทียนสยงคำรามลั่น

น่าเสียดาย ต่อให้คำรามแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์

ผลงานของหลี่เหยียนเฟิงในวันนี้ สั่นสะเทือนไปทั้งสนามอย่างแท้จริง

ศักดิ์ศรีของตระกูลเว่ยที่เว่ยเทียนซางและเว่ยชิงสร้างมา ในวินาทีนี้ ถูกหลี่เหยียนเฟิงบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี!

"อย่าได้ยอมแพ้เชียวนะ มิฉะนั้น เจ้าจะเป็นได้แค่ทาสรับใช้ไปชั่วชีวิต เจ้าสำนักยั้นหวงผู้ยิ่งใหญ่ สมควรทำได้แค่หมอบคลานอยู่แทบเท้าข้า!!"

หลี่เหยียนเฟิงกวัดแกว่งกระบี่พุ่งเข้ามา ต่อให้เลือดท่วมตัว แต่ยิ่งฆ่าฟันกลับยิ่งกล้าแกร่ง

เว่ยเทียนสยงพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

"ยอมแพ้ซะ!" นอกเขตอาคมลายสวรรค์ เสียงของมู่หยางดังเข้ามา

"ไม่ได้ ข้าทำไม่ได้..."

ขอบตาของเว่ยเทียนสยงแดงก่ำ เขารู้ดีว่า หากยอมแพ้ในครั้งนี้ มันจะเป็นความอัปยศอดสูที่ไม่อาจลบล้างได้ไปชั่วชีวิต

"ยอมแพ้เถอะ ข้างหลังยังมีข้าอยู่!" มู่หยางตะโกนอีกครั้ง

"เว่ยเทียนสยง อย่าทำให้อาจารย์ต้องเสียใจอีกครั้งเลย"

เมื่อประโยคนี้ของมู่หยางดังขึ้น เว่ยเทียนสยงก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

ท่านพ่อมีลูกชายแค่สองคน ตอนนี้ถูกทำลายวรยุทธ์ไปคนหนึ่งแล้ว หากเขายังดื้อดึงอยู่ที่นี่...

ภายภาคหน้า จะให้เว่ยจิงเป็นคนส่งศพท่านพ่อหรือไร?

เขายอมแพ้แล้ว

"ข้ายอมแพ้ ข้ายอมแพ้! ท่านผู้ตรวจการ ข้ายอมแพ้!" เว่ยเทียนสยงตะโกนประโยคอันน่าอัปยศนี้ออกมา

ในวินาทีนั้น ทั่วทั้งสนามระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ย

ในวินาทีนั้น เว่ยเทียนซางหลับตาลง

ประเด็นสำคัญคือ ผู้ตรวจการทั้งสองยังคงนิ่งเฉย

"ข้ายอมแพ้แล้วไง!"

หลี่เหยียนเฟิงยังคงไล่สังหารอย่างบ้าคลั่ง เพียงแต่ว่า เขาเอาชนะเว่ยเทียนสยงได้ แต่อาจจะฆ่าไม่ได้

สถานการณ์ดำเนินต่อเนื่องไปเกือบสิบลมหายใจ!

เมื่อเห็นว่าหลี่เหยียนเฟิงยังฆ่าเว่ยเทียนสยงไม่ได้ จินอี้เซวียนถึงได้หาวหวอดๆ แล้วเปิดช่องทางของเขตอาคมลายสวรรค์

เว่ยเทียนสยง ในที่สุดก็หนีรอดมาได้

ทว่า สภาพที่หนีหัวซุกหัวซุน เลือดท่วมตัว จนต้องคลานออกมาจากเขตอาคมลายสวรรค์ ช่างเป็นที่น่าขบขันของคนทั่วหล้า

บุคคลสำคัญแห่งเมืองเยี่ยนตู้ทั้งสนาม เมื่อได้เห็นเจ้าสำนักยั้นหวงผู้สูงส่ง ถูกหลี่เหยียนเฟิงเล่นงานจนมีสภาพอนาถเช่นนี้ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ศักดิ์ศรีและบารมีของจวนตระกูลเว่ย ได้มลายหายไปจนสิ้นแล้ว

ในเวลานี้ หลี่เหยียนเฟิงร่างกายอาบไปด้วยเลือด

เขาปักกระบี่สีดำลงบนพื้น ยื่นมือทั้งสองข้างออกมา จัดเสื้อผ้าบนร่างให้เรียบร้อย

จากนั้น ก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบเลือดบนตัว

คนทั้งสนามต่างส่งเสียงเชียร์ให้เขา!

คนในที่นี้ส่วนใหญ่ล้วนมาดูเรื่องสนุก แม้แต่อาจารย์สวรรค์เขตสวรรค์อย่างหลิวเซว่เจียว ก็ยังรวมกลุ่มอยู่กับจ้าวเทียนเฉิน ปะปนอยู่ในฝูงชนเพื่อดูความสนุก

ผลงานอันยอดเยี่ยมของเว่ยชิงและเว่ยเทียนซาง ได้รับความเคารพ

ผลงานอันยอดเยี่ยมของหลี่เหยียนเฟิง บวกกับการตบหน้าตระกูลเว่ย ย่อมได้รับเสียงเชียร์กึกก้องเช่นกัน!

"หน้าตาของตระกูลเว่ย ป่นปี้จนหมดสิ้นแล้ว" อาจารย์สวรรค์เขตสวรรค์หลิวเซว่เจียวส่ายหน้ายิ้มเยาะ

"คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเว่ยจื่อคุนและเว่ยเทียนสยง จะมีวันที่น่าสมเพชขนาดนี้ สะใจจริงๆ" จ้าวเทียนเฉินหัวเราะ

เสียงหัวเราะเยาะของพวกเขา เป็นเพียงภาพสะท้อนหนึ่งในสมรภูมิยั้นหวงเท่านั้น!

"หลี่เหยียนเฟิง!"

"หลี่เหยียนเฟิง!"

เสียงโห่ร้องดังกระหึ่มไปทั่วทุกสารทิศ ส่งให้หลี่เหยียนเฟิงก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต

เขาเช็ดคราบเลือดบนตัวจนสะอาด หันกลับไปพูดกับท่านเหลยจุนว่า "ท่านเหลยจุน ทำให้ท่านผิดหวังแล้ว ที่ไม่อาจเชือดสุนัขจนตรอกตัวนั้นได้"

"ไม่เลวแล้ว สิ่งที่ข้ารับปากเจ้า สามารถทำให้เป็นจริงได้" ท่านเหลยจุนหัวเราะอย่างเบิกบาน

หลี่เหยียนเฟิงคนเดียว บดขยี้ทั้งเว่ยจื่อคุนและเว่ยเทียนสยง

อีกนิดเดียว ก็จะส่งสองพี่น้องไปลงนรกพร้อมกันได้แล้ว!

ตอนนี้ตระกูลเว่ย เหลือเพียงมู่หยางคนเดียว

ส่วนคฤหาสน์เหลยจุนรวมกับตระกูลเยว่หลิง รวมหลี่เหยียนเฟิงด้วย ยังมีอีกหกคน

มู่หยางในวันนี้ต่อให้เก่งกาจเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานการต่อสู้แบบผลัดเปลี่ยนหน้าเช่นนี้ได้!

"ขอบคุณท่านเหลยจุน หลี่เหยียนเฟิงซาบซึ้งใจจนวันตาย"

ยี่สิบปี ในที่สุดก็รอจนถึงวันที่รุ่งโรจน์ในวันนี้

จู่ๆ เขาก็มองไปที่ผู้ตรวจการทั้งสอง แล้วร้องขอว่า "ขอท่านผู้ตรวจการทั้งสอง โปรดให้เวลาข้าสักหน่อย ให้ข้าได้สะสางความแค้นส่วนตัวช่วงหนึ่ง"

"อนุญาต" ซ่งอี้เสวี่ยกล่าว

หลี่เหยียนเฟิงพยักหน้าขอบคุณ ชักกระบี่สีดำออกมา ชี้ไปที่เว่ยจิงอย่างกะทันหัน

บนกำแพงเมือง เว่ยจิงเพิ่งจะประคองเว่ยเทียนสยงกลับไป

ตั้งแต่ต้นจนจบ มีผู้คนมากมายจับจ้องมาที่นาง เพราะหลี่เหยียนเฟิง เคยเป็นสามีของนาง

"เว่ยจิง มองมาทางนี้" หลี่เหยียนเฟิงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย

"เจ้าอยากจะพูดอะไร?" เว่ยจิงยืนอยู่ท่ามกลางสายลม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย

"ตลอดมา ข้าไม่มีโอกาสได้ประกาศ แต่วันนี้ถือโอกาสนี้ ข้าต้องการชี้แจงเรื่องหนึ่งให้กระจ่าง"

ขณะที่พูด สายตาของหลี่เหยียนเฟิงก็มองไปที่หลี่เทียนมิ่ง สายตาร้อนแรงดั่งไฟเผา

เขาเน้นเสียงทีละคำว่า "มีคนคิดว่าข้าทำผิดต่อแม่ลูกคู่นี้ แต่วันนี้ ข้าอยากจะบอกทุกคนว่า ข้าไม่เคยติดค้างอะไรเว่ยจิง"

"เพราะว่า หลี่เทียนมิ่ง ไม่ใช่ลูกชายของข้า!"

สิ้นคำพูดนี้ ทั่วทั้งสนามก็เกิดความโกลาหล

ไม่ใช่ของเขา แล้วเป็นของใคร?

นี่หมายความว่าอย่างไร? สวมหมวกเขียว?[1] แพศยาร่านรัก?

ประโยคนี้ แม้แต่หลี่เทียนมิ่งเองยังตะลึงไปครู่หนึ่ง

ความจริงเขาเคยสงสัยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ประเด็นสำคัญคือ ท่านแม่เคยบอกว่า เขาคือลูกชายของหลี่เหยียนเฟิง

แต่ในเวลานี้ เมื่อเขามองดูสีหน้าของเว่ยจิงที่อยู่ข้างๆ เขาดูออกแล้ว

นางที่ไม่ค่อยจะโกหกใคร ในเรื่องนี้ นางโกหกแล้ว

พูดตามตรง หลี่เทียนมิ่งรู้สึกโล่งใจ

เขาขัดหูขัดตาหลี่เหยียนเฟิงคนนี้มาตลอด หากไม่ใช่พ่อแท้ๆ ในใจเขาก็คงไม่ต้องสับสนว้าวุ่นขนาดนี้

ตอนนี้ประกาศออกมาต่อหน้าธารกำนัล เรื่องดี!

เรื่องดียิ่งใหญ่เทียมฟ้า!

มิน่าเล่า เขาถึงช่วยหลิวเชียนหยาง แต่ไม่ช่วยตนเอง

มิน่าเล่า ยี่สิบปีมานี้ เขาแทบไม่เคยรับผิดชอบหน้าที่ของพ่อเลย

ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ก็จบเรื่องกันด้วยดีทุกคน!

"ตอนนั้น นังเว่ยจิงตั้งท้องได้สามเดือนแล้วถึงมาหาข้า ทำสัญญาสมรสกับข้า ตอนนั้นข้าหลงใหลในความงามของนาง จึงตกลงรับเลี้ยงดูหลี่เทียนมิ่งจนเติบใหญ่ แต่ข้ากับคนผู้นี้ ไม่เคยมีความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกกัน!" หลี่เหยียนเฟิงกล่าว

"เพิ่งจะแต่งงาน คลอดหลี่เทียนมิ่งออกมา เว่ยจิงก็ได้รับเคราะห์กรรมชีวิตน้อย ดังนั้น ข้ากับนาง ไม่เคยเป็นสามีภรรยากันแม้แต่วันเดียว!"

"ดังนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้ากับจวนตระกูลเว่ย ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันแม้แต่น้อย!"

เขาประกาศ ณ ที่แห่งนี้ ก็เพื่อสลัดความเกี่ยวพันกับจวนตระกูลเว่ยทิ้งไป และกลายเป็นคนของคฤหาสน์เหลยจุนอย่างสมบูรณ์นับแต่นี้!

ในช่วงเวลาเช่นนี้ หลี่เทียนมิ่งย่อมตกอยู่ในใจกลางของพายุอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่า เขากลับมึนงงเล็กน้อย

หันกลับไปมอง มู่หยางและเว่ยเทียนซางดูเหมือนจะไม่แปลกใจกับคำพูดของหลี่เหยียนเฟิง แสดงว่าพวกเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

คิดดูแล้ว น่าจะเป็นหลังจากรักษาเคราะห์กรรมชีวิตน้อยให้เว่ยจิงหายแล้ว เว่ยจิงถึงได้สารภาพความจริง

นางเพียงแค่ยังไม่มีโอกาส ได้พูดคุยกับหลี่เทียนมิ่งให้ชัดเจน

เขาพอจะเดาเรื่องราวได้คร่าวๆ แล้ว

ข้อแรก.. เว่ยจิงตั้งท้องได้สามเดือน ถึงได้มาคบหากับหลี่เหยียนเฟิง

ข้อสอง.. ตอนนั้นหลี่เหยียนเฟิงตามจีบนาง และรู้ว่านางตั้งครรภ์ แต่ก็เต็มใจและรับปากว่าจะเลี้ยงดูหลี่เทียนมิ่งจนเติบใหญ่

นี่คือเหตุผลที่เว่ยจิงเลือกหลี่เหยียนเฟิง ไม่เลือกมู่หยางและเฉินเซิ่ง!

เพราะนางตั้งครรภ์ มู่หยางและเฉินเซิ่งต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีมากของนาง นางไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขา และยิ่งไม่กล้าให้คำตอบแก่เว่ยเทียนซาง

เห็นได้ชัดว่า หลี่เทียนมิ่งไม่ใช่ลูกของมู่หยางหรือเฉินเซิ่ง

เช่นนั้นปัญหาคือ.. พ่อของตนเอง เป็นใคร?

ในสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้ ทางฝั่งคฤหาสน์เหลยจุน ท่านเหลยจุนหลินเจ้ายิ้มแล้วถามขึ้นประโยคหนึ่ง "หลี่เหยียนเฟิง งั้นเจ้ารู้หรือไม่ เว่ยจิงท้องไม่มีพ่อ พ่อของหลี่เทียนมิ่งเป็นใคร?"

ด้วยธรรมเนียมของประเทศจู้เจ๋อ นี่คือเรื่องน่าขบขันของคนทั่วหล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางมีศักดิ์เป็นถึงบุตรสาวของเจ้าวังเขตสวรรค์

หลี่เหยียนเฟิงยิ้มมุมปาก กล่าวว่า "ใครจะไปรู้ว่านังแพศยานี่ ไปเอาไอ้ลูกไม่มีพ่อมาจากไหน!"

สิ้นประโยคนี้ ทั่วทั้งสนามระเบิดเสียงหัวเราะครืน

หากจะบอกว่าคำพูดก่อนหน้านี้ หลี่เหยียนเฟิงยังมีเหตุผลที่น่าเห็นใจ แต่ประโยคนี้ มันเกินไปจริงๆ

"เจ้าหุบปากซะ! ตอนนั้นเป็นเจ้าเองที่เต็มใจทำสัญญากับจิงเอ๋อร์ คิดจะเกาะตระกูลเว่ยแต่ไม่สำเร็จ มาตอนนี้กลับเยาะเย้ยถากถางอยู่ที่นี่ เจ้ายังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหม?" มู่หยางกล่าวเสียงเครียด

"ธุระกงการอะไรของเจ้า? มู่หยาง คนผู้นี้หักอกเจ้า เจ้ายังจะทำตัวเป็นคนหน้าโง่ สู้เพื่อตระกูลเว่ยอีก เจ้าช่างใจกว้างเสียจริงนะ" หลี่เหยียนเฟิงแค่นเสียงหัวเราะ

"พี่หยาง อย่าพูดอีกเลย" เว่ยจิงกล่าวเสียงเบา

ความจริงแล้ว ตอนนี้มีคนเยาะเย้ยนางมากมายเหลือเกิน

แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์อันยากลำบากของตระกูลเว่ยในตอนนี้ เรื่องพวกนี้จะนับเป็นอะไรได้

"เรื่องของข้า อย่าเอามาพัวพันต่อหน้าธารกำนัลมากนักเลย มันไม่ยุติธรรมต่อเทียนมิ่ง"

คนนับหมื่นหัวเราะเยาะนางที่ท้องไม่มีพ่อ ทำให้หน้าตาของจวนตระกูลเว่ย ต้องป่นปี้จนหมดสิ้นอีกครั้ง

"ท่านแม่ ข้าเชื่อใจท่าน คืนนี้กลับไป ท่านเล่าทุกอย่างให้ข้าฟังให้ชัดเจนก็พอแล้ว"

"ส่วนหลี่เหยียนเฟิง พูดตามตรง ข้าภาวนาให้เขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของข้ามานานแล้ว"

หลี่เทียนมิ่งกล่าวปลอบโยน

เขารู้ว่าเว่ยจิงเป็นคนเช่นไร

ที่แท้เรื่องนี้ ก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆ

นี่เกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเอง หรือกระทั่ง เกี่ยวข้องกับไข่สัตว์ใหญ่โบราณอลเวงทั้งสิบฟอง!

วันนี้ หลี่เหยียนเฟิงคนเดียว เกือบจะทำลายลูกทั้งสามคนของเว่ยเทียนซาง!

หมากตานี้ของคฤหาสน์เหลยจุน เดินได้สวยงามนัก!

วันนี้ตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับหลี่เหยียนเฟิงได้อย่างเด็ดขาดและหมดจด!

หลี่เทียนมิ่งไม่มีภาระผูกพันอีกต่อไป!

วิญญูชนจอมปลอมผู้นี้ ในปีนั้นตามจีบเว่ยจิง ประกาศว่าจะยอมเลี้ยงดูตนเองจนเติบใหญ่ แท้จริงแล้วก็เพื่อเกาะจวนตระกูลเว่ย

แต่ เว่ยเทียนซางไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตา

และเพราะเคราะห์กรรมชีวิตน้อย ทำให้เขาสูญเปล่าทั้งที่ตักน้ำจนเต็มตะกร้า

ดังนั้น ยี่สิบปีมานี้ เขาจึงปฏิบัติต่อสองแม่ลูกแบบขอไปที

แต่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิของเขา ไม่มีความผิดใหญ่หลวง ไม่อาจใช้ศีลธรรมไปบีบบังคับได้

ทว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า วันนี้เขาทำลายวรยุทธ์ของเว่ยจื่อคุน และไม่อาจกลบเกลื่อนที่เขาดูหมิ่นเว่ยจิงต่อหน้าธารกำนัล เรียกหลี่เทียนมิ่งว่าไอ้ลูกไม่มีพ่อ!

ดังนั้น ตอนนี้หลี่เทียนมิ่งหวังให้เจ้าคนอวดดีผู้นี้ ต้องชดใช้

น่าเสียดาย ตอนนี้ตระกูลเว่ย เหลือเพียงมู่หยางคนเดียว!

และฝ่ายตรงข้ามยังมีอีกหกคน!

เดิมที ผลงานอันน่าตื่นตะลึงของมู่หยางเมื่อวานนี้ ทำให้ผู้คนนับหมื่นคิดว่าการต่อสู้ในวันนี้ยังมีลุ้น

แต่ตอนนี้ หลี่เหยียนเฟิงคนเดียวก็ค้ำยันคฤหาสน์เหลยจุนไว้ได้ ยังจะมีลุ้นอะไรอีก!

เวลานี้ หลี่เหยียนเฟิงรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัด

เขาชี้กระบี่ไปที่จวนตระกูลเว่ยอีกครั้ง หรี่ตาลง กระบี่ดำชี้ตรงไปที่มู่หยาง ประกาศก้องว่า "ถ้าอย่างนั้น ก็ให้ข้าได้เห็นหน่อยเถอะว่า เจ้าอันดับหนึ่งแห่งประเทศจู้เจ๋อ มีน้ำยาแค่ไหนกันแน่"

"มู่หยาง เจ้าไสหัวลงมา!"

อวดดี!

แต่เวลานี้ เขามีทุนรอนให้อวดดี!

"นังแพศยาท้องไม่มีพ่อหนึ่งคน กับขยะที่วางตัวสูงส่งสองคน มีลูกแค่สามคนนี้ เว่ยเทียนซางไอ้แก่หนังเหนียว เจ้าก็ยังกล้าดูถูกข้า?"

"ตอนนี้ ข้าจะฆ่าลูกศิษย์ที่เจ้าภูมิใจที่สุดให้ตายอีกคน เบิกตาสุนัขของเจ้าดูให้ชัดเจน เว่ยเทียนซาง!"

"วันนี้ ข้าจะทำให้จวนตระกูลเว่ยของเจ้า ตายกันให้หมด!"

ภายใต้การยั่วยุเช่นนี้ มู่หยางสีหน้าไร้ความรู้สึก เมื่อเขาเดินไปยังเขตอาคมลายสวรรค์ ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ

มู่หยางที่ผู้คนคาดหวังมากที่สุด ในที่สุดก็ปรากฏตัวท่ามกลางคำท้าทายของหลี่เหยียนเฟิงด้วยความโกรธเกรี้ยว

แม้เขาจะดูสงบนิ่ง แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า เขาโกรธมาก

แต่ทว่า สิ่งที่ผู้คนคาดไม่ถึงก็คือ ในวินาทีนี้ มีชายสวมชุดคลุมสีน้ำเงินคนหนึ่ง พลันกลายเป็นเงาดารา พริบตาเดียวก็ปรากฏตัวขึ้นที่ฝั่งตระกูลเว่ย

"บัดซบเอ๊ย ไอ้คนต่ำช้าหน้าไม่อาย ข้าทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วโว้ย!"

ใครกันที่มาสบถคำหยาบอยู่ที่นี่?

ทุกคนเบิกตากว้างมองดู

ที่แท้คือผู้นำสมาคมการค้าดวงดาว... ปราชญ์เฉิน

เห็นเพียงเขายืนอยู่ต่อหน้าเว่ยจิง ดวงตาคู่หนึ่งดุจดั่งมหาสมุทรดวงดาว เขาจ้องมองเว่ยจิง แล้วเอ่ยปากถามตรงๆ ว่า..

"ตระกูลเยว่หลิงมีเครือญาติ จวนตระกูลเว่ยของพวกเจ้ามีเครือญาติหรือไม่?"

"ถ้าไม่มีเครือญาติ ข้าจะมาเป็นเครือญาติให้เจ้าเอง"

"เว่ยจิง กล้าพอจะกราบไหว้ฟ้าดินกับข้าที่นี่เลยไหม รอข้าสู้เสร็จ ข้าจะหย่ากับเจ้าตรงนี้เลย"

"เอาให้มันสะใจหน่อย จะเอาไม่เอา!"

-สองสิงห์:ผู้แปล-

[1] "สวมหมวกเขียว" (戴绿帽子) เป็นสำนวนจีนที่หมายถึง "ผู้ชายที่ถูกภรรยาสวมเขา" (ภรรยามีชู้)

จบบทที่ บทที่ 169 น้ำพุเหลือง, ธารลืมเลือน, กระบี่นรกไร้ชีวี!

คัดลอกลิงก์แล้ว