เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 149 พาหนะชั้นสูง อาจารย์มู่หว่าน

บทที่ 149 พาหนะชั้นสูง อาจารย์มู่หว่าน

บทที่ 149 พาหนะชั้นสูง อาจารย์มู่หว่าน


ขณะที่หลี่เทียนมิ่งกำลังฝึกฝนอยู่ข้างศิลายั้นหวงด้วยระดับความเข้ากันได้ขั้นสุดยอด มู่หยางก็เรียกเขาออกมา

"ท่านอาหยาง มีเรื่องอะไรหรือ?" หลี่เทียนมิ่งรีบวิ่งออกมา

เขาต้องรีบฉวยเวลา เพราะกว่าจะหลอกล่อให้เจ้าแมวดำยอมตกลงช่วยเขาพุ่งชนระดับพลังใหม่ได้นั้น ต้องใช้ลูกล่อลูกชนสารพัด

"มีข่าวกรองมาเรื่องหนึ่ง" มู่หยางขมวดคิ้วกล่าว

"ท่านอาหยางเชิญว่ามา"

"สายสืบบอกว่า ผู้ตรวจการและคณะของตระกูลเยว่หลิงยังคงอยู่ที่คฤหาสน์เหลยจุน ไม่ได้จากไปไหน"

แน่นอนว่าหลี่เทียนมิ่งย่อมอยากให้พวกมันไม่ไปไหนอยู่แล้ว

"ยิ่งไปกว่านั้น ไม่กี่วันมานี้ยังมีคนของตระกูลเยว่หลิงเดินทางจากประเทศจูหลงมาสมทบ พักอยู่ที่คฤหาสน์เหลยจุนเช่นกัน"

หลี่เทียนมิ่งชะงักไป

"พวกมันมาทำอะไรกันอีก? หรือจะมาบำเพ็ญคู่?" หลี่เทียนมิ่งถามด้วยความสงสัย

สถานการณ์เช่นนี้ น่าสงสัยอย่างยิ่ง

"ตามปกติแล้วไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ จะต้องมีแผนการลับอะไรบางอย่างแน่ ดังนั้นช่วงนี้พวกเราจึงกำลังหารือเพื่อเตรียมการป้องกัน" มู่หยางกล่าว

"ป้องกัน? ต่อให้พวกมันมีแผนลับ ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับเขตสวรรค์กระมัง?" หลี่เทียนมิ่งถาม

"ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่อย่างไรเสียกันไว้ดีกว่าแก้ อีกอย่าง ยังมีอีกข่าวหนึ่ง"

"อะไรหรือ?"

"สัตว์ประจำตัวของเยว่หลิงจี อาศัยแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับ 'เสาสวรรค์มังกรสมุทร' วิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรจักรพรรดิชั้นแปดได้สำเร็จ กลายเป็น 'มังกรวิญญาณสมุทรเหมันต์วายุ' ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไม่น้อย แถมตอนนี้ตัวนางเองก็กำลังเก็บตัวฝึกฝนอยู่" มู่หยางกล่าว

"อาจจะเป็นเพราะต้องบรรลุขั้นคืนเดียว ถึงจะไปวังเทพศักดิ์สิทธิ์ได้?"

"ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น เหตุใดถึงเลือกจัดศึกสัตว์อสูรเฉินยวนที่เขตเว่ยหลาน และเหตุใดต้องให้คนตระกูลเยว่หลิงเดินทางจากประเทศจูหลงมาที่นี่ด้วย?"

"เจ้าอยู่ที่สมรภูมิเฉินยวน สัมผัสถึงความผิดปกติอะไรบ้างไหม?"

"ไม่"

เรื่องความผิดปกติที่สุดอย่างการ 'กำหนดผลการแข่งล่วงหน้า' ในสมรภูมิเฉินยวน หลี่เทียนมิ่งได้บอกไปแล้ว

"ไม่เป็นไร พวกเราขบคิดกันเองก็ได้ เจ้าไปฝึกต่อเถอะ ข้าถามท่านอาจารย์แล้ว ท่านบอกว่ายังต้องใช้อีกแปดวัน แม่ของเจ้าถึงจะหายดี อีกแปดวันเจ้าค่อยกลับไปที่จวนตระกูลเว่ย" มู่หยางกล่าว

"แน่นอนอยู่แล้ว"

"ไปเถอะ"

หลี่เทียนมิ่งกลับไปที่ศิลายั้นหวง

ความจริงแล้วเขายังคงใช้วิธีการเดิมในการสื่อสารกับศิลายั้นหวง

ใช้วิชาหมัด กระหน่ำตีไปที่ลายสวรรค์สีดำของศิลายั้นหวง

ตูม ตูม ตูม!

ทุกหมัดยังคงกระตุ้นให้ลายสวรรค์เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

แต่การจะสื่อสารให้สำเร็จอย่างแท้จริงนั้นค่อนข้างยาก

หลายวันมานี้หลี่เทียนมิ่งฝึกฝนไปพลางทดลองไปพลาง

หลังจากสร้างระบบการปลูกฝังร่วมของผู้ควบคุมสัตว์สามชีวิต ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็รวดเร็วดุดันยิ่งขึ้น

สัตว์ใหญ่โบราณอลเวงสองตัวกลืนกินพลังปราณที่บ้าคลั่งอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นทุกขณะจิต

"ศิลายั้นหวง!"

นี่คือของวิเศษลึกลับ หลี่เทียนมิ่งยังคงพยายามทำความเข้าใจความลับของมัน

เวลาล่วงเลยไปวันแล้ววันเล่า!

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบสี่วันนับตั้งแต่กลับมาจากสมรภูมิเฉินยวน!

ประจวบเหมาะในวันนี้ หลี่เทียนมิ่งก็ทำสำเร็จอีกครั้ง เขาถูกศิลายั้นหวงดูดเข้าไป แล้วถ่ายเทพลังปราณอันไร้ที่สิ้นสุดเข้ามาให้

เจ้าลูกไก่เหลืองและเจ้าแมวดำน้อยก็แปะอยู่บนนั้นด้วย ดูตลกขบขันยิ่งนัก

วาสนาที่ศิลายั้นหวงมอบให้คราวก่อน ทำให้หลี่เทียนมิ่งทะลวงผ่านได้ถึงสองระดับ

ครั้งนี้ ศิลายั้นหวงมอบพลังปราณให้มากกว่าเดิม แต่ทว่าหลี่เทียนมิ่งชะลอความเร็วลง ค่อยเป็นค่อยไป รักษาสมดุลกับศิลายั้นหวง

วิธีการฝึกฝนเช่นนี้ของเขา ราวกับเป็นสัตว์ประหลาด เฉินฮ่าว ซิงเชว่ โม่หลิน และคนอื่นๆ ล้วนไม่อาจเลียนแบบได้

"องค์หญิงชิงน่าจะยังรักษาตัวอยู่ที่วังหลวง หลิงเอ๋อร์เลยยังไม่กลับมาที่เขตสวรรค์"

ไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งเดือน หลี่เทียนมิ่งคิดถึงนางแล้วสิ

"แต่ว่า ถ้าพวกนางรู้เรื่องที่ท่านแม่ของข้าจะแก้เคราะห์กรรมชีวิตน้อยได้ในเร็วๆ นี้ น่าจะดีใจกันมาก โดยเฉพาะหลิงเอ๋อร์"

"แน่นอนว่าเรื่องนี้ เจ้าองค์หญิงชิงนั่นก็ช่วยข้าไว้มาก ครั้งหน้าเจอกัน ต้องขอบคุณนางเสียหน่อย"

เขาโคจรสองสุดยอดคัมภีร์ ต้นกำเนิดนรกและแหล่งกำเนิดอัสนีอลเวงแข่งขันกัน กลืนกินพลังปราณอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนเป็นพลังสัตว์

แก่นพลังทั้งสอง ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง!

เปลวเพลิงและสายฟ้า ปะทะกันอย่างรุนแรงบนร่างของหลี่เทียนมิ่งไม่ขาดสาย

ตูม ตูม ตูม!

"เกือบได้แล้ว!"

ในค่ำคืนนี้เอง หลี่เทียนมิ่งก้าวข้ามขีดจำกัด อาศัยความช่วยเหลือจากศิลายั้นหวง ทะลวงเข้าสู่ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่หก!

มิหนำซ้ำ ทั้งต้นกำเนิดนรกและแหล่งกำเนิดอัสนีอลเวง ล้วนทะลวงถึงระดับที่หก

"แข็งแกร่งโคตร สะใจโว้ย! ข้าอยากสู้!" เจ้าลูกไก่เหลืองจิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชน เลือดร้อนพล่านไปทั้งตัวไม่มีที่ระบาย

"เหนื่อยจังเลยเมี๊ยว ข้าจะไม่เป็นสัตว์ประจำตัวอีกแล้ว จะไม่ฝึกฝนอีกแล้วเมี๊ยว!"

พอเจ้าแมวดำน้อยทำเสร็จ ก็ง่วงงุนทันที

ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นแมวดำ เกรงว่าคงเห็นขอบตาดำคล้ำสองวงใหญ่แล้ว

"เอาน่า ให้รางวัลเจ้า ให้เจ้าหยุดพักครึ่งวัน" หลี่เทียนมิ่งหัวเราะ

"ครึ่งวัน โฮก ทารุณกรรมแรงงานเด็ก ข้าไม่ยอมเมี๊ยว!"

"ไม่ยอมก็ต้องยอม"

"ไป เมี๊ยวเมี๊ยว ไปซ่ากัน พี่จะพาเจ้าไปท่องโลกกว้าง"

"พี่ไก่ ช่างเถอะ ช่างเถอะ ให้ข้านอนเถอะจ้ะ ขอนอนหน่อยนะเมี๊ยว"

ระหว่างที่คุยกับพวกมัน หลี่เทียนมิ่งก็ได้ออกจากหอยั้นหวง กลับไปที่จวนตระกูลเว่ยแล้ว

"พรุ่งนี้ คือวันที่ท่านแม่จะได้รับชีวิตใหม่"

เขารอวันนี้มานานเหลือเกิน

"ขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่หก บางทีในขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณอาจจะไม่มีคู่ต่อสู้แล้ว"

"แต่ว่าหลินเสี่ยวถิงเป็นผู้ควบคุมสัตว์คู่แฝดขั้นคืนเดียว แถมยังมีวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าน่าจะ... ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน"

"เวลาเหลือไม่มากแล้ว ต่อจากนี้ข้าต้องเร่งความเร็วฝึกต่อไป"

สัตว์ใหญ่โบราณอลเวงสองตัวนี้ คือต้นทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา!

หากเขามีเวลาเพียงพอ จะฝึกฝนถึงระดับไหนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะสัตว์ใหญ่โบราณอลเวงในตอนนี้ ไม่ได้แสดงออกว่าเกิดมาแล้วจะมีพลังทำลายล้างโลกได้ในทันที

แต่หลังจากมีพวกมันแล้ว หลี่เทียนมิ่งได้กลายเป็นอัจฉริยะเหนือโลกที่สักวันหนึ่งจะสามารถทำลายล้างฟ้าดินได้

ไร้ผู้เทียมทาน!

เพียงแต่ประเทศจู้เจ๋อแห่งนี้ ยังไม่อาจแสดงความสง่างามเหนือโลกของเขาออกมาได้ในตอนนี้

เมื่อกลับถึงเรือนอวี่หลิน เขาทำความสะอาดเรือนอวี่หลินรอบหนึ่ง

เขายังตั้งใจขัดกระจกทองแดงบานหนึ่งจนเงาวับ

"รายนั้นรักสวยรักงาม แค่ไม่มีโอกาสได้ส่องกระจกมาตลอด 20 ปี"

ชีวิตคนเรา จะมี 20 ปีสักกี่ครั้งกัน

ค่ำคืนนี้ เวลาผ่านไปดุจปี

เจ้าลูกไก่เหลืองบินว่อนมุดดินเล่นสนุกทั้งคืน ส่วนเจ้าแมวดำน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโต๊ะหินตลอดคืน

เช้าตรู่หลี่เทียนมิ่งเดินออกมา พบว่าปลาทองในบ่อปลาของเรือนอวี่หลิน ถูกเจ้าสองตัวนี้จับจนเกลี้ยง

ซากปลาทองเกลื่อนพื้น

พวกมันแค่เล่น แต่ไม่กิน

โดยเฉพาะเจ้าแมวดำน้อย ก่อนหน้านี้ยังง่วงงุนอยู่เลย ตอนนี้กลับกระโดดโลดเต้นอยู่ในบ่อปลา จับปลาอย่างคึกคัก

หน้าประตูยังมีซากหนูอีกหลายตัว ล้วนถูกเล่นจนตาย

อสูรอัสนีอลเวงไท่ชู?

นี่มันแมวเหมียวชัดๆ!

พอเห็นหลี่เทียนมิ่ง พวกมันก็กระโดดขึ้นมาเกาะไหล่ซ้ายขวาคนละข้าง

"ย่ะ! หลี่เทียนมิ่ง ออกเดินทาง ย่ะ!"

เจ้าลูกไก่เหลืองทำตัวราวกับได้สัตว์ขี่ 'ควบขี่' หลี่เทียนมิ่งออกจากบ้าน

"หลี่เทียนมิ่ง รีบวิ่งสิเมี๊ยว ท่านเมี๊ยวจับแน่นแล้ว!"

กรงเล็บของเจ้าแมวดำน้อย แทบจะจิกเข้าไปในเนื้อของเขา

"พวกเจ้าจะก่อกบฏรึ? เห็นข้าเป็นพาหนะ? คนอื่นเขามีแต่ขี่สัตว์ประจำตัว พวกเจ้าจะชิงราชบัลลังก์หรือไง!" หลี่เทียนมิ่งปวดหัว

"อย่าพูดมาก ย่ะ!" เจ้าลูกไก่เหลือง 'ควบม้าทะยาน'

พวกมันหยอกล้อไปพลาง ดูถูกเหยียดหยามไปพลาง

"เมี๊ยวเมี๊ยว พี่จะบอกให้นะ อย่างหลี่เทียนมิ่งเนี่ย จัดเป็นพาหนะชั้นรอง อาจารย์มู่หว่านของเขาต่างหากที่เป็นพาหนะชั้นสูง"

เจ้าลูกไก่เหลืองทำท่าทางเหมือนผู้มีประสบการณ์

"ทำไมล่ะพี่ไก่?" เจ้าแมวดำน้อยถามอย่างสงสัย

"เพราะหน้าอกของหลี่เทียนมิ่งราบเรียบดั่งพื้นดิน แต่อาจารย์มู่หว่านมีขุนเขาสองลูก นุ่มนิ่มสบายตัว"

"ได้นอนในอ้อมอกนาง คือสุดยอดแห่งความเพลิดเพลิน พาหนะชั้นสูงแบบนั้น ต้องอาศัยวาสนาถึงจะได้เจอ" เจ้าลูกไก่เหลืองทำหน้าหื่นกาม

"ฟังดูไม่เลวเลยนะ พี่ไก่ งั้นพวกเราเปลี่ยนพาหนะกันไหม?" เจ้าแมวดำน้อยถาม

"เปลี่ยนไม่ได้หรอก อย่างที่เขาว่า บิดาไม่รังเกียจบุตรอัปลักษณ์ หลี่เทียนมิ่งแม้จะบกพร่อง แต่ก็เป็นของบ้านเรา ทิ้งไม่ได้หรอก"

"งั้นน่าเสียดายแย่เลยเมี๊ยว"

วันนี้หลี่เทียนมิ่งอารมณ์ดี เพราะท่านแม่จะได้ออกมาแล้ว

ไม่อย่างนั้น เขาคงบีบคอเจ้าตัวจ้อยสองตัวนี้ตายคามือ

ฟ้าเพิ่งสาง เขาก็มารออยู่ที่หน้าเรือนเทียนอวิ๋นแล้ว

นับตั้งแต่เจ้าแมวดำน้อยถือกำเนิด เจ้าลูกไก่เหลืองก็มีเพื่อน

นอกจากการฝึกฝนต่อสู้ หลี่เทียนมิ่งเริ่มชินกับการมีพวกมันบินว่อนมุดดินอยู่รอบตัวแล้ว

"ว้าว พาหนะชั้นสูงมาแล้ว!" เจ้าลูกไก่เหลืองร้องอย่างตื่นเต้น

หลี่เทียนมิ่งสะดุ้ง

หันกลับไปมอง พบว่ามู่หยางมาถึงแล้ว

ด้านหลังเขายังมีหญิงสาวผู้เลอโฉมเดินตามมาด้วย

หญิงสาวผู้นั้นเย้ายวนชวนมอง ราวกับลูกท้อสุกงอม ชวนให้ผู้คนจินตนาการ

พอมองต่ำลงมา ก็เห็นลูกแมวสีดำตัวหนึ่ง นอนขดตัวอยู่ในอ้อมอกของนางเรียบร้อยแล้ว

"หลี่เทียนมิ่ง นี่คือสัตว์ประจำตัวตัวที่สองของเจ้าหรือ? ข้าตัดสินใจแล้ว ยกให้ข้าเถอะ" มู่หว่านตาเป็นประกาย วางไม่ลงเลยทีเดียว

เจ้าแมวดำน้อยนอนสบายใจเฉิบอยู่ในอ้อมอกนาง อุ้งเท้าเล็กๆ ถูไถไปมา ทำเอาอาจารย์มู่หว่านหัวเราะคิกคัก

"น่ารักเกินไปแล้ว น่าเอ็นดูจริงๆ โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว หลี่เทียนมิ่ง ตัวนี้เป็นของข้าแล้วนะ" อาจารย์มู่หว่านตกหลุมรักเข้าเต็มเปา

"ท่านอาจารย์ แล้วข้าล่ะ?"

เจ้าลูกไก่เหลืองกระพือปีกพั่บๆ อยู่ข้างๆ ถามขึ้น

"ไสหัวไป" อาจารย์มู่หว่านตาเขียวใส่

"อ๊า โหดร้ายเกินไปแล้ว!" เจ้าลูกไก่เหลืองเศร้าโศกเสียใจสุดขีด

"ห้ามด่าพี่ไก่ของข้านะ ข้ากับพี่ไก่มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน พี่ไก่ มาเสพสุขกับพาหนะชั้นสูงตัวนี้ด้วยกันเถอะ"

เจ้าแมวดำน้อยเงยหน้าขึ้น กล่าวอย่างผดุงคุณธรรม

"อะไรคือพาหนะชั้นสูง?" อาจารย์มู่หว่านถาม

"เปล่า ฮ่าฮ่า เปล่า คำพูดเด็กไร้เดียงสาขอรับ" เจ้าลูกไก่เหลืองหัวเราะแหะๆ

ระหว่างที่พูดคุย เว่ยเทียนสยงและเว่ยจื่อคุนก็มาถึง

บุคคลสำคัญของตระกูลเว่ยหลายคน ต่างมายืนรอที่หน้าประตู

ต่อมา แม้แต่ปราชญ์เฉินก็มาด้วย

"เจ้าไม่กลัวแม่บ้านที่บ้านเจ้าฉีกอกเอาหรือ?" มู่หยางยิ้มถาม

"ไม่หรอก ข้าเป็นช้างเท้าหน้า" ปราชญ์เฉินหัวเราะ

"เป็นช้างเท้าหน้าจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเกิดนางอาละวาดขึ้นมา เจ้าก็รับมือไม่ไหวหรอก"

ทันใดนั้น ประตูใหญ่ของเรือนเทียนอวิ๋น ก็เปิดออก...

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 149 พาหนะชั้นสูง อาจารย์มู่หว่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว