- หน้าแรก
- มหาเทพหมื่นพิภพ
- บทที่ 140 ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมหลี่เทียนมิ่ง
บทที่ 140 ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมหลี่เทียนมิ่ง
บทที่ 140 ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมหลี่เทียนมิ่ง
"ท่านผู้ตรวจการ ข้าเป็นคนเอาชนะเยว่หลิงจี ช่วงชิงเสาสวรรค์มังกรสมุทรมาได้ ข้าได้ที่หนึ่งในศึกสัตว์อสูรเฉินยวนมิใช่หรือขอรับ?" หลี่เทียนมิ่งถาม
"ใครบอกเจ้าว่าการช่วงชิงเสาสวรรค์มังกรสมุทรคือที่หนึ่งในศึกสัตว์อสูรเฉินยวน?"
"ในตอนที่เสาสวรรค์มังกรสมุทรปรากฏขึ้น ศึกสัตว์อสูรเฉินยวนก็ได้จบลงแล้ว เสาสวรรค์มังกรสมุทรคือของรางวัล ใครใช้ให้เจ้าไปแย่งชิงมัน?" ซ่งอี้เสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
แรงกดดันอันน่าขนลุกสายหนึ่ง กดทับลงบนร่างของหลี่เทียนมิ่ง
"ศึกสัตว์อสูรเฉินยวน ตัดสินอันดับหนึ่งด้วย 'จำนวนการสังหาร' เยว่หลิงจีฆ่าไปแปดคน ได้เป็นที่หนึ่ง ดังนั้นเสาสวรรค์มังกรสมุทรจึงปรากฏออกมาเพื่อเป็นรางวัลให้นาง" จินอี้เซวียนกล่าว
ไม่ใช่แค่หลี่เทียนมิ่งที่รู้สึกเหลือเชื่อ ทุกคนในที่นั้นยกเว้นเยว่หลิงจี ต่างพากันมีสีหน้าเหม่อลอย
ในตอนแรก ทุกคนเข้าใจผิดว่าขอแค่ฆ่าคนก็ได้ที่หนึ่ง
แต่ในวินาทีสุดท้าย เมื่อเสาสวรรค์มังกรสมุทรปรากฏขึ้น ผู้คนถึงได้ตื่นรู้ว่า ที่แท้การแย่งชิงเสาสวรรค์มังกรสมุทรต่างหากคือที่หนึ่งในศึกสัตว์อสูรเฉินยวน
ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว
พวกเขามาบอกทุกคนว่า จำนวนการฆ่าคนต่างหากคือกุญแจสู่ที่หนึ่ง?
หลี่เทียนมิ่งเข้าใจแล้ว!
เมื่อเห็นเยว่หลิงจียิ้มอย่างได้ใจมองมาที่ตนเอง ทุกอย่างชัดเจนถึงเพียงนี้ เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร!
นี่คือการกำหนดผู้ชนะไว้แล้ว!
ทำไมถึงไม่ประกาศกฎกติกา?
แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้แก้ไขกฎกติกาได้ตามใจชอบ
เยว่หลิงจีได้เสาสวรรค์มังกรสมุทรไป เช่นนั้นกฎก็คือใครได้เสาสวรรค์มังกรสมุทรคนนั้นคือที่หนึ่ง
ถ้าเยว่หลิงจีไม่ได้ไป เช่นนั้นจำนวนการสังหารมากที่สุดก็คือที่หนึ่ง
หากเยว่หลิงจีฆ่าคนได้ไม่มากที่สุด ก็คงจะมีเหตุผลอื่นมารองรับแน่นอน
เกมที่ถูกกำหนดตัวผู้ชนะไว้แล้ว แต่กลับเรียกทุกคนมาร่วมเล่น ส่งคนสิบเอ็ดคนมาตายเปล่า เพื่อส่งเยว่หลิงจีเข้าวังเทพศักดิ์สิทธิ์!
เยว่หลิงจีผู้นี้ แท้จริงแล้วมีฐานะอะไรกันแน่?
หลี่เทียนมิ่งย่อมต้องโกรธแค้น
เพราะนี่เป็นหนทางเดียวที่เขาจะช่วยเว่ยจิงได้!
ทว่า นี่คือเกมที่รองผู้ตรวจการทั้งสองท่านนี้เป็นผู้กำหนด สถานะของทั้งสองคนนี้ยังอยู่เหนือเว่ยเทียนซาง พวกเขาว่าอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น จะต่อต้านได้อย่างไร?
เสาสวรรค์มังกรสมุทรถูกริบคืนไปแล้ว ยังจะพูดอะไรได้อีก?
ผู้แข็งแกร่งคืออำนาจ ตอนนี้พวกเขามีอำนาจล้นฟ้า พวกเขาคือผู้เดินหมาก
ในฐานะหมากตัวหนึ่ง ทำได้เพียงปล่อยให้เขาเชิดชัก ไม่มีสิทธิ์มีเสียง
มิน่าล่ะ เยว่หลิงจีถึงสามารถใช้อาวุธสัตว์ชั้นหกได้
มิน่าล่ะ จนถึงตอนนี้ นางถึงได้เอาแต่ยิ้ม ไม่มีความกังวลใจเลยแม้แต่น้อย
"ข้าขอประกาศ ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งในศึกสัตว์อสูรเฉินยวน คือเยว่หลิงจีแห่งประเทศจูหลง ได้รับรางวัลแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับ 'เสาสวรรค์มังกรสมุทร'"
"อีกทั้ง เมื่อใดที่นางทะลวงผ่านขั้นคืนเดียวได้ จะได้เป็นศิษย์วังเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ!" ซ่งอี้เสวี่ยประกาศอย่างเคร่งขรึม
"ขอบพระคุณท่านผู้ตรวจการ!"
เยว่หลิงจีตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด รับเสาสวรรค์มังกรสมุทรกลับไปเก็บไว้ในอกเสื้อของตนอีกครั้ง
จากนั้น นางก็กะพริบตาให้หลี่เทียนมิ่ง หัวเราะจนตัวงอ
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่านี้ คือการเยาะเย้ย และคือการดูถูก
"คิดจะสู้กับข้า? หึหึ ตัวตลกอะไรกันเนี่ย" เยว่หลิงจียิ้มอย่างเบิกบานใจยิ่งขึ้น
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นพูดไม่ออก
ขอแค่เป็นคนย่อมรู้ดีว่า ท่านผู้ตรวจการทั้งสองกำลังปั่นหัวพวกเขาเล่นอยู่บนฝ่ามือ แม้กระทั่งเขตสวรรค์ของทั้งสามประเทศ ก็ยังถูกปั่นหัวเล่นอยู่บนฝ่ามือเช่นกัน
โดยเฉพาะประเทศชางไห่ อัจฉริยะตายไปเจ็ดคน คนรุ่นหนึ่งแทบจะขาดช่วงไปเลย
ล้วนตายเพื่อส่งเยว่หลิงจีเข้าวังเทพศักดิ์สิทธิ์!
แถมยังถูกนางฆ่าตายด้วยมือตัวเองทั้งหมด!
บุคคลระดับพวกเขา สามารถไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เบื้องหลังของเยว่หลิงจีผู้นี้ มีใครคอยหนุนหลังอยู่กันแน่?
"เหล่าคนหนุ่มสาว ข้ารู้ว่าในใจพวกเจ้ามีความคิดบางอย่างอยู่ แต่ว่า นี่คือบททดสอบของวังเทพศักดิ์สิทธิ์"
"หลังจากพวกเจ้าออกไปแล้ว อย่าได้ปากมากเที่ยวไปพูดมั่วซั่ว มิเช่นนั้น หากกระทบอนาคตตัวเองยังเรื่องเล็ก แต่หากกระทบชะตากรรมของตระกูล จะได้ไม่คุ้มเสีย เข้าใจใช่ไหม?"
รอยยิ้มอันเย็นยะเยือกหลังจากพูดจบของรองผู้ตรวจการซ่งอี้เสวี่ย เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนหวาดกลัว
นี่คือการข่มขู่!
คำขู่ที่ไม่มีใครกล้าแพร่งพราย
ด้วยฐานะและความแข็งแกร่งของนาง การจะข่มขวัญกลุ่มคนหนุ่มสาว ช่างง่ายดายเหลือเกิน
"อีกเรื่อง หลี่เทียนมิ่งทำผลงานได้โดดเด่นในศึกสัตว์อสูรเฉินยวน พวกเราสองคนตัดสินใจมอบ 'รางวัลยอดเยี่ยม' ให้เจ้า"
"ของรางวัลคือ 'แหล่งกำเนิดเทพระดับเหลือง' หนึ่งชิ้น หลี่เทียนมิ่ง เจ้าต้องการแหล่งกำเนิดเทพธาตุอะไร?" จินอี้เซวียนถาม
ชัดเจนมากว่า หากจะมีใครไม่ยอมรับ คนที่ไม่ยอมรับที่สุดย่อมต้องเป็นหลี่เทียนมิ่ง!
เขาเองยังคิดว่า ตัวเองได้ที่หนึ่งแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาสังหรณ์ใจว่าจะมีการกำหนดผลไว้แล้ว แต่พอแย่งชิงเสาสวรรค์มังกรสมุทรมาได้ เขาก็นึกว่าตัวเองคิดมากไปเอง
คาดไม่ถึงเลยว่า คนกลุ่มนี้จะถูกปั่นหัวเล่นเช่นนี้!
แต่ทว่า แม้แต่เว่ยเทียนซางยังเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เขาที่เป็นเพียงคนหนุ่มที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนใหม่ได้ไม่กี่เดือน ย่อมเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เช่นกัน
ตะโกนออกไปในเวลานี้ว่าข้าไม่ยอมรับงั้นหรือ?
นั่นคงได้ตายคาที่
อีกอย่างจินอี้เซวียนก็มีลูกล่อลูกชน ใช้แหล่งกำเนิดเทพระดับเหลืองแทนระดับลึกลับ มอบให้หลี่เทียนมิ่ง ก็ถือว่าฟาดหัวส่งไปแล้ว
หลี่เทียนมิ่งรับของสมนาคุณไปแล้ว วันหน้าก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปพูดเพ้อเจ้อข้างนอก
พวกเขาทำได้อย่างรัดกุมไม่มีช่องโหว่จริงๆ
"เรียนท่านผู้ตรวจการ ข้าต้องการธาตุอัสนีขอรับ" หลี่เทียนมิ่งกล่าว
"ได้ นี่คือแหล่งกำเนิดเทพระดับเหลือง 'หนามอัสนีสามยอด' มอบให้เจ้า วันหน้าหมั่นบำเพ็ญเพียร ไม่แน่อาจจะมีโอกาสเข้าวังเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ได้" จินอี้เซวียนกล่าว
เมื่อเขาพูดจบ ซ่งอี้เสวี่ยกลับหัวเราะออกมา
เพราะในสถานที่อย่างดินแดนคาบสมุทร หากไม่ใช่การคัดเลือกพิเศษที่มีการเปิดช่องทางลัดเช่นนี้ นอกจากจะมีวาสนาเหมือนหลินเสี่ยวถิง ผ่านไปพันปีก็คงไม่มีใครสามารถเข้าวังเทพศักดิ์สิทธิ์ได้
จินอี้เซวียนพูดจบ ก็โยนแหล่งกำเนิดเทพระดับเหลืองอันหนึ่งให้หลี่เทียนมิ่ง
มันเป็นหินทรงกรวยแหลม ด้านบนสุดมีหนามแหลมสามยอด บนนั้นมีสายฟ้าพันรอบ มีพลังประหลาดที่สั่นสะท้านจิตใจ
หนามอัสนีสามยอดนี้ ค่อนข้างเหมาะกับเจ้าแมวดำตัวน้อย
พูดไปแล้ว นี่ก็นับเป็นแหล่งกำเนิดเทพระดับเหลืองที่น่าอิจฉา มูลค่ามหาศาล
แต่ จะเทียบกับเสาสวรรค์มังกรสมุทรที่เป็นแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับได้อย่างไร?
เสาสวรรค์มังกรสมุทร สามารถทำให้สัตว์ประจำตัววิวัฒนาการไปถึงสัตว์อสูรจักรพรรดิชั้นแปดเชียวนะ!
เพียงแต่ หลี่เทียนมิ่งทำได้เพียงรับไว้
"วังเทพศักดิ์สิทธิ์ หึหึ..."
เดิมทีเขาก็มีความประทับใจต่อวังเทพศักดิ์สิทธิ์ไม่ดีอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ ในใจเขามีเพียงเสียงหัวเราะเยาะ
บางที สักวันหนึ่ง เขาจะต้องไปดูให้เห็นกับตาที่วังเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ว่าคนในที่แห่งนั้น ล้วนไร้ยางอายเช่นนี้กันหมดหรือไม่
ปั่นหัวตนเองเช่นนี้ ปั่นหัวเขตสวรรค์ของทั้งสามประเทศเช่นนี้!
เขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้จินอี้เซวียนพอใจมาก
สำหรับพวกเขาแล้ว เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ถือว่าจบลงแล้ว
ทันใดนั้น ก็มีคนจำนวนไม่น้อยพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ทั้งหมดห้าคน ในนั้นมีมู่หยางอยู่ด้วย!
"ท่านรองผู้ตรวจการ!"
มู่หยางรีบเข้ามา เขากวาดตามองปราดเดียว ทั้งหกคนของประเทศจู้เจ๋อยังอยู่ครบ มีเพียงมู่ชิงชิงที่บาดเจ็บสาหัส เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ไม่ตายสักคน สุดยอดจริงๆ!
แต่ประเด็นคือ พวกเขามีเหตุผลที่ไม่ตาย
เช่นซิงเชว่ เฉินฮ่าว หลังจากถูกหลี่เทียนมิ่งตีแตกพ่าย พวกเขาก็ไปซ่อนตัวรักษาอาการบาดเจ็บ ไม่กล้าเสนอหน้าออกมา กลับกลายเป็นการเก็บชีวิตรอดมาได้
โม่หลินยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถูกหลี่เทียนมิ่งช่วยไว้
มู่ชิงชิงมีตราประทับวิญญาณเลือดม่วง เยว่หลิงจีก็อาจจะสู้ชนะนางไม่ได้
ส่วนเจียงชิงหลวน ถูกมู่ชิงชิงจับเป็นตัวประกัน จึงรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์
มู่หยางรู้สึกสบายใจมาก
แต่คนอื่น กลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ตัวอย่างเช่นเจ้าวังเขตสวรรค์ประเทศชางไห่ 'มู่หรงเทียนไห่'
เขาเพิ่งรับตำแหน่งเจ้าวังได้ไม่นาน อายุมากกว่ามู่หยางไม่กี่ปี
เขาเข้ามาดู ไม่เห็นศิษย์ประเทศชางไห่แม้แต่คนเดียว
นี่หมายความว่าอย่างไร?
เจ้าวังเขตสวรรค์ประเทศจูหลง 'หวังคุน' ก็รู้สึกแย่มากเช่นกัน
ศิษย์ของเขาจีฉางเหยียนล่ะ?
นอกจากเยว่หลิงจีที่ถูกจัดแจงเข้ามา หกคนของประเทศจูหลง เหลือแค่สองคน ตายไปสี่?
แม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง
"พวกเจ้าทั้งสี่เสียสละ แต่รักษาการสืบทอดของเขตสวรรค์ไว้ได้ พวกเจ้าคือผู้ยิ่งใหญ่ พวกเรา 'วังตระกูลหวัง' จะจดจำตลอดไป" เจ้าวังหวังถอนหายใจ
แต่มู่หรงเทียนไห่กลับมีสีหน้าย่ำแย่
"ท่านผู้ตรวจการ อัจฉริยะเขตสวรรค์ของประเทศชางไห่ข้าล่ะขอรับ?"
"ข้าบอกแล้ว ศึกสัตว์อสูรเฉินยวน ไม่สนความเป็นความตาย ทั้งเจ็ดคนนี้ตายในการต่อสู้ พูดได้เพียงว่าโชคไม่ดี พลังรบไม่พอ จิตใจไม่แกร่งพอ" จินอี้เซวียนกล่าว
มู่หรงเทียนไห่ชะงัก ถอยหลังไปสามก้าว สีหน้าย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
ในเบ้าตา มีน้ำตาเอ่อล้นออกมาแล้ว
"ประเทศชางไห่ของข้า อัจฉริยะขาดช่วง!"
ตอนนี้อาจจะไม่เห็นความแตกต่าง
แต่อีกยี่สิบปีข้างหน้า ยอดฝีมือของประเทศชางไห่ จะถูกอีกสองประเทศบดขยี้อย่างสิ้นเชิง
ถึงเวลานั้น ประเทศจะล่มสลายหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว
น่าสังเวชเกินไป
เมื่อเทียบกันแล้ว ประเทศจู้เจ๋อช่างมีความสุขเหลือเกิน
สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ถือว่าชนะแล้ว
การพลาดที่หนึ่ง มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อหลี่เทียนมิ่งเพียงคนเดียว
"ที่หนึ่งในศึกสัตว์อสูรเฉินยวน คือเยว่หลิงจีแห่งประเทศจูหลง นางมีพลังฝีมือขั้นแหล่งกำเนิดวิญญาณระดับที่เก้า ช่วงชิงแหล่งกำเนิดเทพระดับลึกลับมาได้ เอาชนะคู่ต่อสู้ไปมากกว่าแปดคน สมศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง!"
"อัจฉริยะเช่นนี้ มีคุณสมบัติเข้าวังเทพศักดิ์สิทธิ์ของข้า เจ้าวังหวัง ยินดีด้วยนะ" ซ่งอี้เสวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจ้าวังหวังแห่งประเทศจูหลงตะลึงงัน
ยินดีกับตนเอง?
ต้องรู้ก่อนนะว่า เขตสวรรค์ของเขา อัจฉริยะตายไปสี่คน ล้วนเป็นสายเลือดหลักของตระกูลขุนนางชั้นสูงในประเทศจูหลงทั้งสิ้น!
เขาดีใจไม่ออก
เยว่หลิงจี ก็ไม่ใช่คนของเขา
"เยว่หลิงจีไม่ทำให้ผิดหวัง ข้าขอขอบคุณท่านผู้ตรวจการทั้งสองแทนนางด้วย!" เจ้าวังหวังกล่าวอย่าง 'ตื่นเต้น'
จินอี้เซวียนและซ่งอี้เสวี่ยต่างก็หัวเราะ
นอกจากมู่หรงเทียนไห่ที่หน้าซีดเผือด บรรยากาศทั้งงานเต็มไปด้วยความปรองดอง
"มา ข้าจะแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก"
ข้างกายจินอี้เซวียน ยังมีอีกสองคน
คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนรุ่นราวคราวเดียวกับมู่หยาง อีกคนเป็นชายชรา
สองคนนี้สวมชุดคลุมขาว ท่าทางสง่าผ่าเผย
แม้แต่ชายชราผู้นั้น ร่างกายยังคงกำยำแข็งแรง และเลือดลมสมบูรณ์ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดฝีมือระดับสูง
ดีไม่ดี อาจจะไม่ด้อยไปกว่าเจ้าวังทั้งสาม
ยังไงเสีย อีกสามปีมู่หยางถึงจะเป็นเจ้าวังอย่างเป็นทางการ
ในความเป็นจริงตอนนี้ทั่วทั้งเขตสวรรค์ ล้วนเป็นเขาที่ดูแลจัดการ
"ท่านนี้คือประมุขตระกูลสันโดษแห่งประเทศจูหลง 'ตระกูลเยว่หลิง' นามว่า เยว่หลิงหง" จินอี้เซวียนผายมือไปทางชายชราผู้นั้น
"ท่านเจ้าวังทั้งสอง ได้ยินชื่อเสียงมานาน" ชายชราเยว่หลิงหงประสานมือยิ้มแย้ม
"คารวะท่านผู้อาวุโส" มู่หยางประสานมือ
แต่ทว่า ในเมื่อเป็นตระกูลสันโดษของประเทศจูหลง ไม่ควรเป็นหวังคุนแนะนำหรอกหรือ?
ดูเหมือนท่านผู้ตรวจการจะสนิทสนมกับพวกเขาพอสมควร
อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าบอกว่าต้องเป็นเจ้าวังถึงจะพาคนเข้ามาได้หรือ ทำไมพวกเขาถึงมารอคนอยู่ที่นี่ได้?
-สองสิงห์:ผู้แปล- “เฮอะ ช่างน่าอัปยศสิ้นดี รู้สึกเครียดแทนเด็กๆ”