เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 1 วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 1 วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์


บทที่ 1 วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

ตำนานเล่าขานกันว่า ทุกครั้งที่สัจธรรมแห่งสวรรค์ล่มสลาย วัฏสงสารมาถึงจุดสิ้นสุด ในดินแดนอันไร้ที่สิ้นสุดก็จะถือกำเนิด 'สัตว์ใหญ่โบราณอลเวง' สิบตัว

พวกเขามีร่างกายใหญ่โตมโหฬารเทียบเท่าดินแดนเซียน ทุกหนแห่งที่พวกเขาไปถึง ฟ้าดินสะบั้นคว่ำ กาลเวลาพลิกกลับ ดวงดาวดับสูญ สรรพชีวิตล้วนทุกข์ทรมาน

หลังจากทำลายล้างโลกเก่าสิ้น พวกเขาก็จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากนั้น ฟ้าดินถือกำเนิดใหม่ ระเบียบถูกสร้างขึ้นใหม่ ชีวิตฟื้นคืน โลกใหม่จึงถือกำเนิด

...

ยามดึกสงัด ฝนห่าใหญ่โหมกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า เมฆาทมิฬหนาทึบประดุจภูตผีปิศาจหลายร้อยล้านตนทับถมรวมกัน จ้องมองมายังโลกมนุษย์อันมืดมิดนี้อย่างดุร้าย

อสรพิษสายฟ้าอันเจิดจ้านับไม่ถ้วนแหวกว่ายอยู่ระหว่างชั้นเมฆ ปลดปล่อยเสียงอัสนีบาตดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก ทั้งฟ้าดินต่างสั่นสะท้าน

"เทียนมิ่ง ช่วยข้าด้วย!"

หลี่เทียนมิ่งปวดศีรษะราวกับจะระเบิด เขาอยู่ท่ามกลางพายุฝนที่ชะล้าง ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก

เบื้องหน้าของเขามีนกเพงที่มีปีกสีทองสองคู่หมอบอยู่ นกเพงที่เดิมทีสง่างามองอาจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบาดแผล โลหิตไหลรินดั่งสายน้ำ ไหลรวมเข้ากับสายฝน ย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีแดงฉาน

"จินอวี่!" หลี่เทียนมิ่งเห็นภาพนี้ หัวใจของเขาก็ราวกับถูกฉีกกระชาก! เพราะนี่คือสัตว์ประจำตัวของเขา 'นกเพงไนปีกทองสี่ปีก' เป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาสิบหกปี!

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าร้องดังสนั่น สายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้า ในชั่วพริบตาที่แสงสว่างวาบขึ้น เหยี่ยวสามตาสีม่วงตัวหนึ่งก็โฉบลงมาจากฟากฟ้า!

บนร่างของเหยี่ยวสามตานั้นมีอสรพิษสายฟ้านับไม่ถ้วนพันอยู่รอบตัว มันกรีดร้องอย่างดุร้าย กรงเล็บอันแหลมคมกด 'จินอวี่' ไว้ จากนั้นก็อ้าจะงอยปาก ถอนขนสีทองบนร่างของ 'จินอวี่' ออกมาทีละเส้น ทีละเส้น

ทุกครั้งที่ขนถูกดึงออกมา ก็คือรูเลือดรูหนึ่ง!

เสียงร้องโหยหวนของจินอวี่เหมือนดั่งหนามแหลมทิ่มแทงเข้ามาในอกของหลี่เทียนมิ่ง ทำให้เขาเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก!

"หลี่เทียนมิ่ง เจ้ากล้าวางยาหวังจะล่วงเกิน 'มู่ชิงชิง' ด้วยพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานของเจ้า ข้าในฐานะ 'ศิษย์เขตสวรรค์' ของสำนักยั้นหวง จำต้องลงโทษเจ้า!"

บนเหยี่ยวสามตานั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ ระหว่างดวงตาทั้งสองของเด็กหนุ่มราวกับมีบ่ออัสนี ท่ามกลางสายฟ้าฟาดและเสียงฟ้าร้อง เขาควบคุมเหยี่ยวสามตา ประดุจบุตรแห่งสายฟ้า

"เห็นแก่ที่ปกติเจ้าประพฤติตัวดี ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่ตัดสินประหารชีวิตสัตว์ประจำตัวของเจ้า 'นกเพงไนปีกทองสี่ปีก'!" เด็กหนุ่มประกาศด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

นี่เขากำลังจะสังหาร 'จินอวี่' อย่างทารุณ!

"พี่ถิง 'วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์' เป็นของท่านแล้ว หลี่เทียนมิ่งไอ้คนชั้นต่ำสารเลวผู้นี้ ไม่คู่ควรที่จะได้ของเทพสิ่งนี้เลยแม้แต่น้อย"

ข้างกายเด็กหนุ่มมีหญิงสาวงดงามล่มเมืองซบอยู่ ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ร่างกายของนางเปียกโชกไปทั้งตัว เรือนร่างที่ซุกอยู่ในอ้อมอกของเด็กหนุ่มนั้น ช่างงดงามยั่วยวนใจอย่างยิ่ง

นางคือมู่ชิงชิง ต่อให้หลี่เทียนมิ่งกลายเป็นเถ้าถ่าน เขาก็ไม่มีวันลืมนาง!

'พี่ถิง' ที่นางเอ่ยถึง ก็คือเด็กหนุ่มสายฟ้าที่นั่งอยู่บนเหยี่ยวสามตา หลินเสี่ยวถิง!

หลี่เทียนมิ่งนึกขึ้นได้ในที่สุด——

จุดประสงค์ที่พวกเขาฆ่า 'จินอวี่' ก็คือการแย่งชิง 'วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์'!

ในประเทศนี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นของล้ำค่าเพียงใด มูลค่าของมันมหาศาล เป็นสิ่งที่ 'สัตว์ศักดิ์สิทธิ์' ในตำนานทิ้งไว้หลังจากตาย ว่ากันว่าพลังของวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถสร้างยอดฝีมือที่อยู่เหนือสรรพชีวิตทั้งปวงได้!

วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่หลี่เทียนมิ่งได้รับมา ถูก 'จินอวี่' หลอมรวมเข้าไปในขนของเขาแล้ว

ความโกรธในอกของเขาประดุจภูเขาไฟที่กำลังปะทุออกมาในตอนนี้ กลุ่มควันม้วนตลบ!

แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลี่เทียนมิ่งกลับขยับตัวไม่ได้เลย เขาทำได้เพียงมองดูขนบนร่างของจินอวี่ถูกเหยี่ยวเทพสายฟ้าตัวนั้นดึงทึ้งออกมาทีละเส้น มองดูเขาที่อาบไปด้วยโลหิต กรีดร้องโหยหวนมาทางตน

ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอ้อนวอน ทำให้หัวใจของหลี่เทียนมิ่งแทบแหลกสลาย

ยังจะมีเรื่องใดในโลกนี้ ที่น่าเจ็บปวดไปกว่าการที่พี่น้องของตนถูกสังหารอยู่ตรงหน้า โดยที่ตนเองไม่สามารถทำอะไรได้อีกหรือ?

"หลินเสี่ยวถิง มู่ชิงชิง! ชาตินี้ข้าหลี่เทียนมิ่งตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย ข้าจะส่งพวกแกลงนรกให้ได้!" หลี่เทียนมิ่งต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืมสองชื่อนี้ เขาดิ้นรนอย่างสุดกำลัง อยากจะไปฉีกกระชากใบหน้าที่น่ารังเกียจของพวกมัน!

แต่ที่น่าแปลกก็คือ พวกเขาห่างจากตนเองออกไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ถูกกลืนหายไปในม่านหมอกหนาและสายฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าล้วนสลายไปดั่งควัน

หลี่เทียนมิ่งยืนอยู่ท่ามกลางฟ้าดินสีเทาหม่น มองไปรอบกายอย่างว่างเปล่า

มู่ชิงชิงเล่า?

หลินเสี่ยวถิงเล่า!

พวกเขาไปที่ไหนกัน?

...

เอี๊ยด!

พลันมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นข้างหู

"เทียนมิ่ง เจ้าฝันร้ายอีกแล้ว" ท่ามกลางความเลือนราง มีเสียงหนึ่งดังแว่วมา เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและเวทนา

หลี่เทียนมิ่งปวดศีรษะราวกับจะระเบิด เขาดิ้นรนลุกขึ้นนั่งโดยมีแขนผอมบางคู่หนึ่งช่วยประคอง ในที่สุดก็ลืมตาขึ้น

เบื้องหน้าคือห้องนอนอันมืดสลัว แสงเทียนที่มุมห้องสั่นไหว ทอดเงาของโต๊ะและเก้าอี้จนยาวเหยียด

"ที่แท้เมื่อครู่คือฝันร้าย มิน่าเล่าข้าถึงขยับตัวไม่ได้"

ทว่านี่ก็ไม่นับว่าเป็นความฝัน เพราะเรื่องราวในฝันนั้นล้วนเคยเกิดขึ้นจริง!

ทุกฉากทุกตอน ทุกคำพูดของพวกเขา เหมือนกับตอนนั้นไม่ผิดเพี้ยน!

เขา หลี่เทียนมิ่ง เคยเป็นอัจฉริยะแห่ง 'เมืองหลีหัว' เมืองห่างไกลของประเทศจู้เจ๋อ อีกทั้งยังเป็นบุตรชายของผู้ว่าเมืองหลีหัว!

เมื่อสามปีก่อน หลี่เทียนมิ่งอยู่ที่เมืองหลีหัวได้รับการยอมรับจาก 'สำนักยั้นหวง' สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของประเทศจู้เจ๋อ เขาแบกรับความหวังของผู้คนในเมืองหลีหัว ไปฝึกฝนที่สำนักยั้นหวง

ระหว่างการเดินทางไปยังสำนักยั้นหวง เขาได้พบและใกล้ชิดกับ 'มู่ชิงชิง' อัจฉริยะจาก 'เมืองเสินเฟิง' ซึ่งเป็นเมืองห่างไกลเช่นกัน ครั้งหนึ่งเขาได้ช่วยเหลือนางจากอันตราย ทำให้พวกเขาทั้งสองตกหลุมรักกัน หลังจากนั้นก็คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เติบโตไปด้วยกัน คบหากันเป็นเวลาหนึ่งปี

ตลอดหนึ่งปีนี้ มู่ชิงชิงใช้เหตุผลว่า 'การฝึกฝนสำคัญกว่า' และไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อสาธารณะ

หลี่เทียนมิ่งเคยคิดว่า นางคือสตรีแห่งโชคชะตาของตน ชาตินี้เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้

แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า ตนเองไม่เข้าใจนางเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้ระแวงถึงความทะเยอทะยานของนางเลย!

ในปีนั้น หลี่เทียนมิ่งได้รับ 'วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์' ที่สามารถสร้างความฮือฮาได้จาก 'สมรภูมิเฉินยวน' แดนลับของสำนักยั้นหวง มันคือขนนกโบราณเส้นหนึ่ง ที่มีลวดลายแห่งยุคบรรพกาล เขารู้ดีว่าของสิ่งนี้ล้ำค่าเพียงใด จึงเก็บเป็นความลับอย่างเข้มงวด และให้ 'จินอวี่' สัตว์ประจำตัวของตนหลอมรวมมันเข้าไปในขนก่อน

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาบอกเรื่องนี้กับมู่ชิงชิงเพียงคนเดียว!

แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า คนที่เขาไว้ใจที่สุด กลับนำข่าวเรื่องวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไปบอกหลินเสี่ยวถิง จาก 'เขตสวรรค์' ของสำนักยั้นหวง!

นางจึงพลิกโฉมหน้า ถีบหัวส่งหลี่เทียนมิ่ง และกลายเป็นคนรักของหลินเสี่ยวถิง

'เขตสวรรค์' ของสำนักยั้นหวง คือสถานที่ลับสุดยอดของสำนัก เป็นที่ที่มีเพียงอัจฉริยะที่เจิดจ้าที่สุดในประเทศเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ ทุกคนล้วนเป็นดั่งตำนาน

อิทธิพลเบื้องหลังของพวกเขา โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นตระกูลใหญ่และเชื้อพระวงศ์ขุนนางของประเทศ อย่างเช่นหลินเสี่ยวถิงผู้นี้ ก็เป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะที่เจิดจ้าที่สุดของ 'คฤหาสน์เหลยจุน' ผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายหนึ่ง

เบื้องหลังเช่นนี้ เป็นสิ่งที่หลี่เทียนมิ่งไม่อาจเอื้อมถึง

ในคืนนั้น เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่พวกเขาคบกัน หลี่เทียนมิ่งเตรียมของขวัญอย่างตั้งใจ มอบให้ถึงมือนาง นางดีใจอย่างมาก หลอกล่อให้หลี่เทียนมิ่งดื่มสุราจอกหนึ่ง หลังจากดื่มเข้าไป หลี่เทียนมิ่งไม่รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติ ภายใต้ความสับสนมึนงงเพิ่งจะขยับมือขยับเท้าได้ไม่กี่ครั้ง หลินเสี่ยวถิงก็ปรากฏตัวขึ้น

เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ก็เหมือนกับในฝันไม่ผิดเพี้ยน พวกเขาฆ่าจินอวี่อย่างโหดเหี้ยม และแย่งชิงวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีมูลค่าเทียบเท่าทรัพย์สมบัติครึ่งประเทศไป

สิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือ ในตอนนั้นเขาและจินอวี่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานหลินเสี่ยวถิง อัจฉริยะขั้นสุดยอดจาก 'เขตสวรรค์' ของสำนักยั้นหวงได้

ข่าวลือภายนอกกล่าวว่า หลี่เทียนมิ่งไล่ตามมู่ชิงชิงไม่สำเร็จ จึงวางยาหวังจะกระทำการเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน แต่กลับถูกหลินเสี่ยวถิง คนรักของมู่ชิงชิงจับได้คาหนังคาเขา และทำลายสัตว์ประจำตัวของหลี่เทียนมิ่งทิ้ง!

นับตั้งแต่นั้นมา หลี่เทียนมิ่งไม่เพียงแต่สูญเสียสัตว์ประจำตัวไป แต่ชื่อเสียงยังป่นปี้ กลายเป็นตัวตลกของสำนักยั้นหวง สุดท้ายจึงจำต้องออกจากสำนักยั้นหวงไปอย่างหมดหนทาง

หลังจากนั้น มู่ชิงชิงก็ได้รับการช่วยเหลือจากหลินเสี่ยวถิง เข้าไปฝึกฝนใน 'เขตสวรรค์' ของสำนักยั้นหวง ระดับการบำเพ็ญเพียรก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหลินเสี่ยวถิงก็อาศัยวิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเขตสวรรค์!

ทั้งสองกลายเป็นคู่รักดั่งเทพเซียน เป็นที่กล่าวขานชื่นชม ในขณะที่หลี่เทียนมิ่งซึ่งเคยเป็นตัวตลกที่น่าสมเพช หลังจากสูญเสียสัตว์ประจำตัวไป ก็ตกต่ำดั่งธุลีดิน นอกจากเรื่องน่าหัวเราะแล้ว ก็ไม่มีใครสนใจอีกเลย!

แล้วจะมีใครรู้บ้างว่า เขาและมู่ชิงชิงเคยคบหากันมาหนึ่งปี?

หลังจากกลับมายังเมืองหลีหัว ก็ผ่านไปสามปีแล้ว

สามปีนี้ เขาใช้ชีวิตราวกับซากศพเดินได้ ดุจดังมดปลวก หากไม่ใช่เพราะมีความแค้นที่ต้องชำระคอยค้ำจุน หากไม่ใช่เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลมารดา ป่านนี้เขาคงตายอยู่ที่มุมไหนสักแห่งไปแล้ว

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกคืนที่ฝนตก เขาแทบจะฝันเห็นเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ฝันเห็นแววตาที่รังเกียจและขยะแขยงของพวกเขา ฝันเห็น 'จินอวี่' ถูกดึงขนออกทีละเส้น ราวกับการถูกแล่เนื้อเถือหนัง

เมื่อตื่นขึ้นในตอนนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนั้นยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว ทุกสีหน้าท่าทางของพวกเขา หลี่เทียนมิ่งจดจำได้อย่างชัดเจน

ดวงตาของเด็กหนุ่มในค่ำคืนอันมืดมิดนี้ แดงก่ำราวกับโลหิต

สามปีแล้ว ความฝันนี้ยังคงทำให้ตนจดจำทุกสิ่งได้ชัดเจนถึงเพียงนี้

สามปีแห่งความอดทนอดกลั้นนี้ ก็ยากที่จะดับไฟแห่งความแค้นลงได้!

"เทียนมิ่ง ไม่ต้องกลัวนะ นอนเถอะ แม่อยู่นี่แล้ว"

ในขณะที่เขาโกรธแค้นที่สุด สตรีผู้อ่อนโยนข้างกายก็ค่อยๆ ลูบหน้าผากของเขา ทำให้เขาค่อยๆ สงบลง

ภายใต้แสงเทียน มารดาของเขา 'เว่ยจิง' ดูผ่ายผอมยิ่งขึ้น นางดูแก่ชราไปบ้าง แต่ถึงกระนั้น ดวงตาที่มองมายังบุตรชายของตนก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยความรักอันลึกซึ้งของผู้เป็นแม่

"ข้าขอโทษ ที่ทำให้ท่านตกใจ ท่านแม่"

หลี่เทียนมิ่งสูดหายใจลึก หลุดพ้นจากความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูก เขาเข้าใจดีว่า การดูแลสตรีตรงหน้าที่ให้ชีวิตตนมา คือสิ่งที่เป็นจริงที่สุดที่เขาต้องทำในอนาคต

"ไม่เป็นไร" เว่ยจิงลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทาแล้วพูดว่า "แม่เห็นเจ้านอนไม่ค่อยหลับ เกรงว่าคืนฝนตกจะนอนไม่สบาย ก็เลยเอา 'สมุนไพรใสวิญญาณ' มาต้มเป็นยา เดี๋ยวแม่ไปยกมาให้"

"สมุนไพรใสวิญญาณเป็นยาของท่าน ท่านเลอะเลือนอีกแล้ว ถ้าไม่มีสมุนไพรใสวิญญาณ ท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไร?" หลี่เทียนมิ่งร้อนใจ รีบลุกขึ้นไปประคองนาง

เมื่อมองดูใบหน้าที่ซูบซีดของนาง หัวใจของหลี่เทียนมิ่งก็ขมขื่น หมอบอกแล้วว่า ด้วยอาการของนางในตอนนี้ คงจะยื้ออยู่ได้อีกไม่นาน แต่ถึงกระนั้น นางก็ยังลุกขึ้นมาต้มยาให้ตนกลางดึก

"เทียนมิ่ง แม่ชาตินี้มีชีวิตอยู่มาพอแล้ว ของดีๆ พวกนี้ ก็ควรจะให้พวกเจ้าคนหนุ่มสาว แม่ใช้ไปก็เสียเปล่า" ถึงขนาดนี้แล้ว นางยังมีหน้าตายิ้มแย้มพูดคุยกับตนอีก

"เหลวไหลน่า รีบดื่มเข้าไป" หลี่เทียนมิ่งชินเสียแล้ว หากไม่ทำเสียงเข้มขึ้นมาหน่อย นางก็จะไม่ยอมกินยาตามเวลา

"ก็ได้ๆ แม่ดื่มก็ได้ ขอแค่ลูกของแม่ดีใจ แม่จะดื่มเท่าไรก็ได้"

"สมัยสาวๆ แม่ก็คอทองแดงนะ" นางกะพริบตาปริบๆ เหมือนเด็กน้อยเจ้าเล่ห์

หลี่เทียนมิ่งจ้องมองนางดื่มยาต้มสมุนไพรใสวิญญาณจนหมด ยานี้สามารถยืดชีวิตให้นางได้ แต่ยาของเดือนนี้หมดแล้ว เดือนหน้าจะไปหาสมุนไพรใสวิญญาณจากที่ไหน เขายังคิดไม่ออก

ชาตินี้ นางทุ่มเทเพื่อตนมากเกินไปแล้ว

ตนมีบุญวาสนาใดหนอ ถึงได้มีครอบครัวเช่นนี้

เคยคิดว่าจะต้องยิ่งใหญ่เกรียงไกร เพื่อมอบชีวิตที่ดีกว่าให้นาง แต่กลับไม่คิดว่าตนเองจะตกต่ำกลายเป็นคนไร้ค่า ต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับนางเพียงลำพังที่นี่

"เทียนมิ่ง เจ้าต้องจำไว้นะ โชคชะตาบางครั้งก็อาจจะทำให้คนดีต้องลำบากบ้าง แต่ว่า ความลำบากทั้งหมดนั้นคือการฝึกฝน คือการหล่อหลอมให้เจ้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น เจ้ายังมีชีวิตที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้า อย่าเพิ่งยอมแพ้เด็ดขาด ต้องพยายามต่อไป" หลังจากดื่มยาเสร็จ นางก็กล่าวกับหลี่เทียนมิ่งด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง

"ข้ารู้แล้ว ท่านไปนอนเถอะ"

หลี่เทียนมิ่งประคองนางกลับห้อง พูดจาปลอบโยนราวกับกล่อมเด็ก กว่าครึ่งชั่วยามนางถึงจะหลับลง

ค่ำคืนลึกล้ำ

หลี่เทียนมิ่งมองเส้นผมสีขาวที่แซมอยู่บนศีรษะของมารดาอย่างเหม่อลอย

ทันใดนั้น——

พื้นที่อันน่าอัศจรรย์แห่งหนึ่งภายในร่างกายของเขา พลันเกิดความเคลื่อนไหวขึ้น

พื้นที่นี้เรียกว่า 'พื้นที่ประจำตัว' บนทวีปยั้นหวง ทุกคนเมื่อเกิดมา ภายในร่างกายจะมี 'พื้นที่ประจำตัว' ถือกำเนิดขึ้น

เจ็ดวันหลังจากผู้คนถือกำเนิด ภายในพื้นที่ประจำตัวจะฟัก 'สัตว์ประจำตัว' ออกมาหนึ่งตัว บนทวีปยั้นหวง แทบทุกคนล้วนมีสัตว์ประจำตัวของตนเอง

สัตว์ประจำตัวนั้นลึกลับและหลากหลาย มีมากมายหลายสายพันธุ์ ตัวที่แข็งแกร่งสามารถเหินฟ้าดำดินได้ บรรพชนในยุคโบราณได้สร้าง 'ระบบการปลูกฝังร่วม' ขึ้นมา สร้างช่องทางการฝึกฝนระหว่างมนุษย์และสัตว์ประจำตัว ทำให้ 'ผู้ควบคุมสัตว์' ถือกำเนิดขึ้น

ผู้ควบคุมสัตว์และสัตว์ประจำตัวจะฝึกฝนอยู่ร่วมกัน ทั้งสองแบ่งปันสายเลือดและสติปัญญา ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ก่อเกิดเป็นหน่วยต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่ประกอบด้วยหนึ่งคนหนึ่งสัตว์

หลี่เทียนมิ่งก็เคยเป็นผู้ควบคุมสัตว์มาก่อน 'จินอวี่' ก็คือสัตว์ประจำตัวของเขา

หลังจากจินอวี่ตาย พื้นที่ประจำตัวของเขาก็เงียบสงัดมาสามปีแล้ว

จนกระทั่งวันนี้ ภายในพื้นที่ประจำตัวก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นในที่สุด!

หลี่เทียนมิ่งมีสีหน้าประหลาดใจและยินดี

พื้นที่ประจำตัวของเขา มีความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครล่วงรู้มาโดยตลอด!

นั่นก็คือ นอกจาก 'จินอวี่' ที่ฟักออกมาพร้อมกับการเกิดของเขาแล้ว จริงๆ แล้วภายในพื้นที่ประจำตัวของเขา ยังมีไข่ลึกลับอีกสิบฟองอยู่ตลอดเวลา!

หลังจากที่จินอวี่ฟักออกมา ไข่ทั้งสิบฟองนี้ก็ปรากฏขึ้น พวกมันให้ความรู้สึกแตกต่างจากจินอวี่อย่างสิ้นเชิง

พวกมันเงียบสนิทมากว่าสิบปี ตามทฤษฎีแล้ว พวกมันควรจะเป็นสัตว์ประจำตัวของหลี่เทียนมิ่งทั้งหมด แต่สถานการณ์เช่นนี้ ไม่เคยปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์ของทวีปนี้มาก่อน

และในวันนี้ เขามีลางสังหรณ์อันแรงกล้า——

ไข่ลึกลับทั้งสิบฟองนี้ ในที่สุดก็กำลังจะฟักออกมาแล้ว!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 1 วิญญาณศึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว