เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 มหาอำนาจ

บทที่ 22 มหาอำนาจ

บทที่ 22 มหาอำนาจ


บทที่ 22 มหาอำนาจ

เฉินเหยียนสูดหายใจเข้าลึกแล้วกล่าว “ผู้ที่เข้าร่วมแก๊งชิงปังแล้ว จะไม่สามารถออกไปได้ หากเลือกที่จะจากไป แก๊งชิงปังจะออกคำสั่งไล่ล่าสังหารต่อเขาและครอบครัวของเขา! ไม่ตายไม่เลิกรา!”

“นี่!” เฉินเสวียนขมวดคิ้ว “แล้วถ้าข้าสามารถให้ฮูหยินใหญ่แห่งจวนแม่ทัพไปเจรจาขอตัวจากแก๊งชิงปังด้วยตนเองเล่า?”

“ก็คงไม่ได้เหมือนกัน!” เฉินเหยียนกล่าว “แก๊งชิงปังนั้นซับซ้อนมาก แท้จริงแล้วพวกเขามีเงาของขุนนางในราชสำนักอยู่มากมาย และพวกเรา นอกจากจะเป็นคนไร้หน้าแสดงละครในยามปกติแล้ว ก็ยังมีภารกิจอื่นๆ อีก... ข้าไม่สามารถบอกเจ้าอย่างชัดเจนได้!”

“สิ่งที่ข้ายืนยันได้เพียงอย่างเดียวคือ ก่อนหน้านี้มีคนหนึ่งหลังจากเข้าร่วมแก๊งชิงปังแล้ว เขาก็ส่งเสียน้องชายของเขา ในที่สุดน้องชายของเขาก็ได้เป็นจอหงวนฝ่ายบู๊ และยังได้แต่งงานกับองค์หญิงในราชวงศ์ กลายเป็นราชบุตรเขย!” เฉินเหยียนกล่าว “น้องชายของเขาจึงช่วยให้เขาถอนตัวออกจากแก๊งชิงปัง!”

“นี่ก็ยังไม่สำเร็จรึ?” เฉินเสวียนเอ่ยถาม

“อืม!” เฉินเหยียนพยักหน้า “คนผู้นั้นออกจากแก๊งชิงปังได้อย่างราบรื่น แต่หลังจากนั้นสามเดือน คนในครอบครัวของเขาทั้งสิบสามคน นอกจากจอหงวนฝ่ายบู๊ผู้นั้นแล้ว ที่เหลือตายหมด!”

“ซี้ด!” เฉินเสวียนสูดลมหายใจเย็นเยียบ

ในที่สุดเฉินเสวียนก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเฉินเหยียนถึงได้คอยกำชับเขามาโดยตลอดว่าในเมืองหลวง อย่าได้ไปยั่วยุคนของแก๊งชิงปัง

แก๊งใหญ่ขนาดนี้ดำรงอยู่ในเมืองหลวง จากคำบอกเล่าของเฉินเหยียน เห็นได้ชัดว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลผู้มีอิทธิพลในเมืองหลวงอย่างไม่ต้องสงสัย มิฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ถึงขนาดนี้!

ครอบครัวราชบุตรเขยตายหมด แต่แก๊งชิงปังกลับอยู่รอดปลอดภัย!

นี่ทำให้เฉินเสวียนตกใจอย่างยิ่ง

“ดังนั้น...” เฉินเหยียนตบไหล่ของเฉินเสวียนแล้วกล่าว “ตอนนี้เจ้าได้รับการชื่นชมจากฮูหยินรองแล้ว ก็จงตั้งใจทำงานให้ดีเถิด ตั้งหลักปักฐานในเมืองหลวงให้มั่นคง”

เฉินเสวียนยิ้มขื่นในใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแก๊งชิงปังจะเป็นมหาอำนาจเช่นนี้

เขาใคร่ครวญว่าคืนนี้จะต้องไปหาหลินหว่าน สามารถสอบถามนางอย่างละเอียดได้

เฉินเหยียนอาจจะรู้เรื่องอยู่บ้าง แต่ตำแหน่งของเขาในแก๊งชิงปังไม่สูงนัก ส่วนใหญ่คงเป็นเพียงแค่เรื่องที่ได้ยินมาเท่านั้น

“พลังหมัดของเจ้าเท่าไหร่แล้ว?” ในขณะนั้นเอง เฉินเหยียนก็เอ่ยถาม “แล้วก็ การต่อสู้ของเจ้าเมื่อครู่นี้ ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะเคยสู้กับคนเป็นครั้งแรกเลยนะ”

“ข้าก็ไม่รู้ว่าพลังหมัดเท่าไหร่” เฉินเสวียนกล่าว “ข้าเพิ่งจะเริ่มฝึกยุทธได้ไม่นาน เมื่อครู่ล้วนเป็นสัญชาตญาณ!”

พูดพลาง เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องถาม “พี่ แล้วท่านเล่า? ท่านก็เก่งกาจไม่เบา แต่ดูเหมือนว่าท่านจะยังไม่เข้าสู่ระดับหนึ่ง?”

เฉินเหยียนพยักหน้า “ยังไม่เข้าสู่ระดับหนึ่ง ข้าเข้าร่วมแก๊งชิงปังมาสองปีแล้ว หลังจากเข้าร่วมก็เริ่มฝึกยุทธ ตอนนี้พลังหมัดน่าจะอยู่ที่ประมาณห้าร้อยชั่งแล้ว”

“ห้าร้อยชั่งรึ?” เฉินเสวียนสีหน้าเปลี่ยนไป “ไม่ใช่ว่าสามร้อยชั่งก็สามารถเข้าสู่ระดับหนึ่งได้แล้วหรือ?”

เฉินเหยียนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ก็เป็นเช่นนั้นแหละ สามร้อยชั่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของการชุบกระดูก แต่ยิ่งพลังหมัดแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ การชุบกระดูกในภายหลัง ก็จะยิ่งมีโอกาสในการพัฒนามากขึ้นเท่านั้น และในแก๊งชิงปัง ยิ่งฝีมือแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ สิ่งที่ต้องเผชิญก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น การที่ข้ายังไม่เข้าสู่ระดับหนึ่ง อันที่จริงแล้วก็ปลอดภัยกว่าอยู่บ้าง!”

“ไม่มีจำกัดเวลาหรือ?” เฉินเสวียนเอ่ยถาม

“สองปีครึ่ง!” เฉินเหยียนกล่าว “นับตั้งแต่เริ่มฝึกยุทธ ฝึกฝนเป็นเวลาสองปีครึ่ง ก็จะต้องเข้าสู่ระดับหนึ่งแล้ว”

“สองปีครึ่งนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาให้แก่คนใหม่ได้ปรับตัวและคุ้นเคย คนส่วนใหญ่จะเลือกที่จะรอจนถึงช่วงสุดท้ายของสองปีครึ่งจึงจะทำการชุบกระดูกเข้าสู่ระดับหนึ่ง!” เฉินเหยียนกล่าว

เฉินเสวียนมีสีหน้าแปลกประหลาด “กำหนดการนี้... หรือว่าเป็นพี่จีที่เป็นคนกำหนด?”(มุกอะไรสักอย่างไม่เข้าใจเลย)

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” เฉินเหยียนมองเฉินเสวียนอย่างงุนงง “เจ้าเคยได้ยินชื่อรองหัวหน้าของพวกเราหรือ?”

“หา?” เฉินเสวียนเอ่ยถาม

“รองหัวหน้าแก๊งชิงปัง พี่จีไง!” เฉินเหยียนมองเฉินเสวียน

“เอ่อ!” เฉินเสวียนพูดไม่ออก

ในตอนนี้ เฉินเหยียนก็พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าก็สมควรกลับไปได้แล้ว ที่นี่ข้าจะจัดการเอง แต่เจ้าก็จำไว้ด้วย ไม่ว่าใครจะจ้างนักฆ่ามาลงมือกับเจ้า ขอเพียงอยู่ในเมืองหลวง พวกเขาก็ไม่กล้าทำอย่างโจ่งแจ้ง ขอเพียงเจ้าไม่อยู่ตามลำพัง นักฆ่าทั่วไปก็ไม่กล้าลงมือกับเจ้า”

“แล้วศพนั่น!” เฉินเสวียนมองไปที่พื้น!

“ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยเอง” เฉินเหยียนกล่าว

เฉินเสวียนพยักหน้า เขามองเฉินเหยียนอีกครั้ง ไม่ได้พูดอะไร เขาหันหลังเดินจากไป

เขาไม่อยากให้เฉินเหยียนอยู่ในแก๊งชิงปังต่อไป

แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงๆ เขาอ่อนแอเกินไป

เขาสะพายตะกร้าขึ้นหลัง เดินออกจากลานรกร้างแห่งนี้ เขามองแสงแดดที่ค่อนข้างแยงตาแล้วกล่าว “ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ในทุกๆ ด้าน”

พูดจบ เขาก็สะพายตะกร้า เดินผ่านตลาด มุ่งหน้ากลับไปยังจวนแม่ทัพ!

ในไม่ช้า เขาก็กลับมาถึงครัวหลังของจวนแม่ทัพ!

ทันทีที่เดินเข้ามา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “เฉินเสวียน รีบทำอาหารให้คุณหนูผู้นี้เร็วเข้า ข้าหิวแล้ว!”

เฉินเสวียนมองไปอย่างตกตะลึง เขาพบว่าฉินเสวี่ยเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่ในครัวหลัง

จ้าวซงกำลังยืนอยู่ข้างๆ นางอย่างนอบน้อม

เมื่อเห็นเฉินเสวียนกลับมา สีหน้าตกตะลึงของจ้าวซงก็ปรากฏขึ้นวูบหนึ่งแล้วหายไป

แต่ก็ถูกเฉินเสวียนจับสังเกตได้อย่างชัดเจน

เห็นได้ชัดว่า นักดาบเมื่อครู่นี้เป็นคนที่จ้าวซงจ้างมา

“เอ๊ะ!” ในขณะนั้นเอง ฉินเสวี่ยเอ๋อร์ก็เห็นคราบเลือดบนเสื้อผ้าของเฉินเสวียน ดูสกปรกมอมแมม นางจึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เฉินเสวียน เจ้าเป็นอะไรไป? ไปสู้กับคนอื่นมาหรือ?”

นางลุกขึ้นยืนพรวดพราดแล้วเดินมาอยู่ตรงหน้าเฉินเสวียนพลางกล่าว “กล้าดีอย่างไรมาลงมือกับเจ้า หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าวของคุณหนูผู้นี้จะทำอย่างไร เจ้าบอกคุณหนูผู้นี้มาว่าเป็นใคร? คุณหนูผู้นี้จะไปสับมันให้เจ้าเอง!”

เฉินเสวียนประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าฉินเสวี่ยเอ๋อร์จะมีความยุติธรรมเช่นนี้ ถึงแม้ว่าความยุติธรรมนี้ดูเหมือนจะเป็นเพราะกลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน แต่ในใจของเฉินเสวียนก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้าง

สีหน้าของจ้าวซงกลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เฉินเสวียนกลับยิ้มแล้วกล่าวว่า “คุณหนูรอง ไม่มีอะไรขอรับ แค่เจอหมาป่าสองสามตัวเท่านั้น”

“หา!” ฉินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ผ่อนคลายลงในทันที นางมองเฉินเสวียนอย่างพูดไม่ออก “แค่หมาป่าสองสามตัวเจ้าก็ยังสู้ไม่ได้ เจ้าต้องรีบฝึกยุทธได้แล้วนะ!”

และที่อยู่ไม่ไกล มุมปากของจ้าวซงก็กระตุกเล็กน้อย

“คุณหนูรอง ข้าขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วจะมาทำอาหารให้ท่าน รอสักครู่นะขอรับ!” เฉินเสวียนกล่าว

“ก็ได้!” ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กล่าว “รีบๆ เข้าล่ะ ทำอาหารเสร็จ รอให้ข้ากินเสร็จแล้ว บ่ายนี้ข้าจะพาเจ้าไปฝึกยุทธที่ลานประลอง!”

เฉินเสวียนรู้สึกยินดีในใจ “ขอรับ!”

พูดจบ เขาก็รีบกลับไปยังห้องเก็บของของตนเอง!

ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม

จ้าวซงมองแผ่นหลังของเฉินเสวียน สีหน้าของเขาย่ำแย่ถึงขีดสุด!

เขาไม่คิดว่า เฉินเสวียนจะรอดชีวิตกลับมาได้

ถึงแม้จะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับหนึ่ง แต่เฉินเสวียนยังไม่เคยฝึกฝนมาก่อนด้วยซ้ำ!

สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ ฉินเสวี่ยเอ๋อร์กลับคิดจะช่วยออกหน้าให้เฉินเสวียนถึงเพียงนี้!

และในวันนี้ เขาได้รับข่าวมาว่า นอกจากไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนแล้ว แม้แต่อาหารสามมื้อของหลินหว่านและฉินเสวี่ยเอ๋อร์ ก็ล้วนแต่ให้เฉินเสวียนเป็นผู้รับผิดชอบ!

เขารู้สึกว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวของครัวหลังในจวนแม่ทัพนี้คงจะต้องเปลี่ยนมือแล้ว

ในใจของเขาพลันเกิดความรู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!

“เจ้าหนู คงต้องรีบกำจัดเจ้าให้สิ้นซากเสียแล้ว!” ในแววตาของจ้าวซงเต็มไปด้วยจิตสังหาร

จบบทที่ บทที่ 22 มหาอำนาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว