เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 ยัยหนูนี่...ท่าทางแปลกๆ

บทที่ 44 ยัยหนูนี่...ท่าทางแปลกๆ

บทที่ 44 ยัยหนูนี่...ท่าทางแปลกๆ


บทที่ 44 ยัยหนูนี่...ท่าทางแปลกๆ

คำถามที่ไร้ที่มาที่ไปของหลี่ฉางอัน ทำให้ดวงตากลมโตของเสี่ยวเจียวเต็มไปด้วยความสงสัย

นางไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ เหตุใดหลี่ฉางอันถึงได้ถามคำถามนี้ขึ้นมา

“ไม่เป็นเจ้าค่ะ! ไม่เคยเรียนมาก่อนเลย!”

หลี่ฉางอันเหลือบมองเสี่ยวเจียวอย่างประหลาดใจ

อย่างไรเสีย นางก็มีมารดาบังเกิดเกล้าเป็นแม่เฒ่ากิมฮวย หรือก็คือมังกรเสื้อม่วง ผู้ซึ่งมาจากเปอร์เซีย

ในยุคสมัยนี้ สตรีที่มาจากเปอร์เซีย...มีผู้ใดบ้างที่จะร่ายรำไม่เป็น?

แต่พอคิดทบทวนดูอีกครั้ง หลี่ฉางอันก็พลันเข้าใจ

ในเมื่อวิชายุทธ์อย่าง ‘หัตถ์แมงมุมหมื่นพิษ’ เสี่ยวเจียวยังได้ฝึกฝนมัน เรื่องอย่างการร่ายรำ สำหรับเสี่ยวเจียวในอดีตแล้ว เกรงว่าคงเป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ฉางอันจึงเอ่ยขึ้น “เช่นนั้น...ให้ข้าสอนเจ้าดีหรือไม่?”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลนัก แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ร่ายรำ’ ดวงตาของเสี่ยวเจียวก็ทอประกายความสนใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

สายตาของหลี่ฉางอันสำรวจร่างกายของเสี่ยวเจียวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำกับตนเอง “เสื้อผ้าของเจ้าก็ดูเรียบง่ายเกินไป…ข้ารู้สึกว่ายังใช้ไม่ได้ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปสั่งตัดอาภรณ์ให้เจ้ากับยัยหนูอึ้งย้งสักสองสามชุด”

อย่างไรเสียการร่ายรำก็ต้องดูงดงามน่ามองเป็นสำคัญ

หากเสื้อผ้าอาภรณ์ไม่ส่งเสริม อรรถรสก็คงจะลดน้อยลงไปหลายส่วน

ส่วนเอี้ยง้วยน่ะหรือ...ช่างนางเถิด!

หลี่ฉางอันคาดว่าหากเขาคะยั้นคะยอให้ประมุขวังบุปผาผู้สูงส่งร่ายรำในแบบที่เขาสอน

เพียงร่ายรำไปได้ไม่กี่ท่า นางคงจะกำหมัดน้อยๆ ซัดมาที่หน้าอกเขาเป็นแน่

การลงทุนที่ต้องเสี่ยงตายเพื่อชมการร่ายรำเพียงครั้งเดียว หลี่ฉางอันรู้สึกว่าการค้าครั้งนี้ขาดทุนย่อยยับ

ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

เมื่อได้ฟังเสียงพึมพำของหลี่ฉางอัน ความสงสัยในแววตาของเสี่ยวเจียวก็ยิ่งทวีคูณ

นางรู้สึกว่าหลายต่อหลายครั้งตนเองมักจะตามความคิดของคุณชายผู้นี้ไม่ทัน

หลี่ฉางอันลุกขึ้นยืน เอื้อมมือไปลูบศีรษะของเสี่ยวเจียวเบาๆ แล้วกล่าวว่า

“วางใจเถอะ! ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ก็ยังมีข้าคอยค้ำไว้ให้เจ้า”

“อายุยังน้อย อย่าได้อมทุกข์เช่นนี้เลย”

กล่าวจบ เขาก็หมุนกายเดินกลับไปยังห้องพักของตน จนกระทั่งมองส่งหลี่ฉางอันเข้าไปในห้องแล้ว เสี่ยวเจียวจึงค่อยละสายตากลับมา

ช่วงเวลาที่ผ่านมา จากการได้อยู่ร่วมกับหลี่ฉางอัน พอจะเข้าใจในตัวตนของหลี่ฉางอันขึ้นมาบ้าง

อ่อนโยน อิสระ และเกียจคร้านจนน่าโมโห

โดยพื้นฐานแล้วคือ ‘หากนั่งได้จะไม่ยืน หากนอนได้จะไม่นั่ง’

อีกทั้งวิถีชีวิตของเขาก็แม้จะไม่ถึงกับฟุ้งเฟ้อหรูหรา แต่เรียกได้เต็มปากว่าสุขสบายและละเมียดละไมอย่างยิ่ง

การได้อาศัยอยู่ในเรือนสี่ประสานของหลี่ฉางอันแห่งนี้ ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเสี่ยวเจียวคือ…

ในแต่ละวัน นอกจากตอนที่เล่นไพ่นกกระจอกและหมากล้อมห้าตัวแล้ว เวลาอื่นนางแทบไม่ต้องขบคิดเรื่องใดๆ ให้วุ่นวายใจอีกเลย

ทว่าชีวิตเช่นนี้ กลับทำให้นางรู้สึกถึงความสงบสุขอย่างที่ไม่เคยพบพานมาก่อน

พร้อมกับความอบอุ่นที่ค่อยๆ โอบอุ้มจิตใจของนางไว้

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วไปนั่งลงบนม้านั่งหินตัวที่หลี่ฉางอันเคยนั่งก่อนหน้านี้

สัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนม้านั่งหิน

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้ง

เสี่ยวเจียวพลันพบว่า ดวงจันทร์บนฟากฟ้าในค่ำคืนนี้ กลับดูราวจะสุกสว่างกว่าคืนไหนๆ

……..

เช้าตรู่ของวันถัดมา

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย หลี่ฉางอันก็ออกจากเรือนไปตั้งแต่ยังไม่สาย

เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง ด้านหลังของเขาก็มีขบวนรถม้าขนาดใหญ่ตามมาด้วยหลายคัน

เมื่อเห็นข้าวของทยอยถูกขนเข้าไปในห้องเก็บสุรา ดวงตาของอึ้งย้งก็เปล่งประกายเจิดจ้า

เมื่อคนงานขนของทุกอย่างเข้าไปในห้องเก็บสุราเรียบร้อยแล้ว

อึ้งย้งก็มองดูกองข้าวของที่กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งห้อง ใบหน้าน้อยๆ ก็ฉายแววตื่นเต้นยินดี

“สุรามากมายถึงเพียงนี้ เช่นนั้นต่อไปพวกเราก็ดื่มกันได้ไม่อั้นทุกวันเลยใช่หรือไม่?”

ได้ยินคำพูดนี้ หลี่ฉางอันก็เอ่ยขึ้นอย่างระอา “เจ้าคิดจะเป็นแมวน้อยขี้เมาทุกวันเลยหรือไร? ยังจะดื่มไม่อั้นอีก?”

อึ้งย้งเบะปากแล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ก็สุราของเจ้าทั้งรสเลิศทั้งไม่ทำให้ปวดหัว เมามายไปก็แค่หลับสักตื่นหนึ่งก็หาย เสี่ยวเจียว เจ้าว่าจริงหรือไม่!”

เสี่ยวเจียวที่ถูกลากเข้าไปร่วมวงด้วยได้แต่ยิ้มพลางพยักหน้า  “สุราที่นายน้อยหมักนั้นรสเลิศยิ่งนักเจ้าค่ะ”

หลี่ฉางอันมองค้อนอึ้งย้งแวบหนึ่ง ก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มจัดการกับข้าวของภายในห้อง

ของที่จัดซื้อมาในวันนี้มีปริมาณมากเกินไปจริงๆ

เมื่อเทียบกับการหมักสุราครั้งแรก ปริมาณวัตถุดิบในคราวนี้นับว่ามากกว่าถึงสามเท่าตัว

หลี่ฉางอันต้องทุ่มเทเวลาไปเกือบตลอดทั้งวันจึงจะหมักสุราทั้งหมดได้สำเร็จ

เมื่อมองดูไหสุราที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเต็มห้อง ทั้งยังติดป้ายชื่อกำกับไว้เรียบร้อย หลี่ฉางอันก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเห็นหลี่ฉางอันเดินออกมา อึ้งย้งก็มองเขาอย่างประหลาดใจ “หาได้ยากนักที่จะเห็นเจ้าขยันขันแข็งถึงเพียงนี้! ถึงกับยอมไม่ออกไปนอนอาบแดดเลย”

หลี่ฉางอันยักไหล่ “ความเหนื่อยยากในวันนี้ก็เพื่อความสุขสบายในวันข้างหน้า”

พูดพลางก็ชำเลืองมองห่อผ้าบนโต๊ะแล้วเอ่ยถาม “นี่อันใดรึ?”

อึ้งย้งตอบทันควัน “เถ้าแก่ร้านหนังสือฉางซานนำมาส่งให้เมื่อครู่นี้ บอกว่าเป็นเงินส่วนแบ่งจากการขายหนังสือของเจ้าเมื่อเดือนก่อน”

“แล้วเขาก็ฝากข้ามาถามเจ้าด้วยว่านิยายเล่มถัดไปจะออกเมื่อใด?”

ได้ยินดังนั้น หลี่ฉางอันก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อีกสักสองวันกระมัง!”

คำตอบนั้นทำให้อึ้งย้งตาโตด้วยความสนใจ

“เจ้าเขียนนิยายเรื่องใหม่เสร็จแล้วหรือ?”

“ยัง” หลี่ฉางอันตอบเรียบๆ “แต่การเขียนนิยายประเภทนี้ไม่ได้ยากเย็นอันใด รอวันพรุ่งนี้มะรืนนี้หาเวลาว่างสักหน่อยก็เขียนเสร็จแล้ว”

ขณะที่พูด หลี่ฉางอันก็คลี่ห่อผ้าออก

เมื่อห่อผ้าถูกเปิดออก ภายในเผยให้เห็นแท่งเงินขาวบริสุทธิ์หลายแท่งและปึกตั๋วเงิน

เพียงกวาดตามองคร่าวๆ แท่งเงินก็น่าจะมีมูลค่าหลายร้อยตำลึงแล้ว

นอกจากนั้นยังมีตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงอีกหนึ่งปึก

ดูจากความหนาแล้วน่าจะราวๆ สิบกว่าฉบับ

รวมๆ กันแล้วน่าจะเกือบหนึ่งหมื่นตำลึง

“เยอะถึงเพียงนี้เชียว?”

เมื่อเห็นแท่งเงินและตั๋วเงินในห่อผ้า อึ้งย้งก็เบิกตากว้าง

พลันเกิดความรู้สึกราวกับถูกเงินตราทำให้ตามืดบอดขึ้นมาฉับพลัน

ทว่าหลี่ฉางอันกลับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนัก

ผลลัพธ์นี้เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ นิยายเรื่อง ‘จ้าวตำหนักจอมเผด็จการหลงรักข้า?’ ของเขาเพียงแค่วางจำหน่าย ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แค่ในเมืองฉางซานก็ขายไปได้หลายพันเล่มแล้ว

บางครั้งยามที่เขาออกไปเดินเล่น ก็ยังเห็นพ่อค้าหาบเร่แผงลอยบางคนนั่งยองๆ ริมถนนอ่านนิยายของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ

หลังจากนั้น เถ้าแก่ร้านหนังสือก็ได้ขออนุญาตจากเขานำนิยายไปจำหน่ายยังเมืองอื่นๆ ด้วย

แต่เรื่องที่ว่าจำนวนเท่าใดนั้น หลี่ฉางอันก็ไม่ได้ใส่ใจติดตามรายละเอียดมากนัก

ทว่าเมื่อดูจากตอนนี้แล้ว ยอดขายน่าจะจัดว่าไม่เลวเลยทีเดียว

นอกจากเงินแล้ว ในห่อผ้ายังมีสมุดบัญชีที่คัดลอกด้วยลายมืออีกเล่มหนึ่ง

หลังจากกวาดสายตาดูสมุดบัญชีอย่างรวดเร็ว แล้วเปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่เถ้าแก่ส่งมา หลี่ฉางอันจึงพยักหน้าเบาๆ

เดิมทีในช่วงเช้า การซื้อสุราและสมุนไพรทำให้หลี่ฉางอันต้องจ่ายออกไปไม่น้อย แต่เมื่อได้เงินก้อนนี้มาหักลบกันแล้วกลับยังมีกำไรเหลืออีก

อย่างไรเสีย การมีช่องทางสร้างรายได้แบบนี้ไว้บ้างย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด

ขณะเดียวกัน สายตาของอึ้งย้งกลับจับจ้องอยู่ที่แท่งเงินและปึกตั๋วเงินบนโต๊ะหินตาไม่กะพริบ

ดวงตาคู่สวยของนางกลอกไปมาครู่หนึ่ง ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นที่มุมปาก นางย่างเท้าเข้าไปด้านหลังของหลี่ฉางอัน สองมือวางลงบนบ่าของเขาแล้วเริ่มนวดเบาๆ

“น้ำหนักมือเป็นอย่างไรบ้าง? พอดีหรือไม่?”น้ำเสียงหวานใสเอ่ยถามอย่างเอาใจ

“หืม?”

เมื่อเผชิญหน้ากับการเอาอกเอาใจอย่างกะทันหันของอึ้งย้ง หลี่ฉางอันก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองนางที่อยู่ด้านหลังด้วยความแปลกใจ

ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาของหลี่ฉางอัน อึ้งย้งเผยรอยยิ้มที่หวานหยดย้อยเป็นพิเศษ ประกอบกับใบหน้างามล่มเมืองของนาง ยิ่งดูน่ารักน่ามองจนมิอาจบรรยายได้

ทว่า เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอึ้งย้งในยามนี้ ในใจของหลี่ฉางอันกลับยิ่งระแวงสงสัยมากขึ้น

“ยัยหนูนี่...ท่าทางไม่ชอบมาพากล”

จบบทที่ บทที่ 44 ยัยหนูนี่...ท่าทางแปลกๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว