เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 งามแบบต่างแดน

บทที่ 43 งามแบบต่างแดน

บทที่ 43 งามแบบต่างแดน


บทที่ 43 งามแบบต่างแดน

บางทีอาจเป็นเพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของเสี่ยวเจียว หลี่ฉางอันจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า

“สมุนไพรที่ข้าให้ใส่ลงไปเมื่อครู่ ก็เพื่อกระตุ้นให้โลหิตภายในกายเจ้าปั่นป่วน”

“จากนั้นตัวยาจะทำหน้าที่แยกพิษร้ายออกจากโลหิตของเจ้าชั่วคราว”

“เมื่อขับโลหิตพิษเหล่านี้ออกมาจนหมด แล้วให้เจ้าแช่น้ำพุร้อนต่ออีกสักสองสามวัน พิษจาก ‘หัตถ์แมงมุมหมื่นพิษ’ ก็จะสลายไปจนหมดเอง”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ หลี่ฉางอันหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสริมว่า “ที่สำคัญ หลังจากนี้ ต่อให้เจ้าไม่ได้รับยาแก้พิษใดๆ เจ้าก็จะไม่รู้สึกทุกข์ทรมานอีกต่อไป”

สิ้นเสียงของเขา ร่างของเสี่ยวเจียวพลันชะงักงัน ดวงตาที่เคยหม่นหมองพลันฉายประกายแห่งความหวังจับจ้องไปยังหลี่ฉางอัน

ราวกับต้องการการยืนยันซ้ำอีกครั้ง

แต่เมื่อสายตาของนางจับจ้องไปยังใบหน้าของหลี่ฉางอัน และเห็นท่าทีสบายๆ ไม่ยี่หระของเขา

แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยคำใดอีก ทว่าเสี่ยวเจียวกลับรู้สึกสงบใจลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ในเวลาไม่นาน เมื่อโลหิตพิษหยดสุดท้ายจากฝ่ามือทั้งสองข้างของเสี่ยวเจียวไหลออกมา มือของนางก็กลับมาขาวผ่องนวลเนียนดังเดิม หลี่ฉางอันจึงลงมือสกัดจุดบนข้อมือทั้งสองของนางเพื่อห้ามเลือด

พร้อมทั้งนำโอสถสมานแผลมาโรยและพันแผลให้เสี่ยวเจียว

ฝีมือการลงมีดของอึ้งย้งก่อนหน้านี้นับว่าแม่นยำยิ่ง บาดแผลจึงไม่ได้ลึกอะไร

ประกอบกับพื้นฐานร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ คาดว่าพรุ่งนี้บาดแผลของเสี่ยวเจียวก็น่าจะเริ่มสมานตัวแล้ว

หลังจากพันแผลให้เสี่ยวเจียวเสร็จ หลี่ฉางอันก็ลูบศีรษะเล็กๆ ของนางเบาๆ แล้วกล่าวว่า “กลับไปแช่น้ำต่ออีกครึ่งชั่วยาม หลังจากนี้ให้มาแช่ทุกเช้าอีกครึ่งชั่วยาม เพื่อขับพิษที่ยังตกค้างอยู่ออกมาให้หมด”

“จำไว้ว่าให้ยกมือขึ้นสูง อย่าให้แผลโดนน้ำ มิเช่นนั้นบาดแผลอาจต้องใช้เวลาสมานตัวเพิ่มขึ้นอีกวันสองวัน”

เมื่อได้ฟังคำกำชับของหลี่ฉางอัน เสี่ยวเจียวก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินกลับไปยังบ่อน้ำพุร้อนอีกครั้ง

ทว่า...ย่างก้าวของนางในยามนี้กลับแฝงไว้ด้วยความสับสนในใจ แลดูใจลอยอยู่หลายส่วน

ภาพนั้นทำให้หลี่ฉางอันได้แต่ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ

‘เมื่อมีวรยุทธ์ กฎเกณฑ์ก็ไร้ความหมาย’

แม้แต่ในโลกชีวิตที่แล้วที่หลี่ฉางอันจากมา เรื่องราวชีวิตของผู้คนบางส่วนยังมิอาจหลีกหนีความทุกข์ระทมได้

นับประสาอะไรกับโลกยุทธภพที่ยึดถือวิถีแห่งกำลังเป็นใหญ่แห่งนี้

บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ... ความรักและความเกลียดชังเพียงน้อยนิดก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนมากมายหน้ามืดตามัวจนกลายเป็นคนสุดโต่ง บ้าคลั่งและโหดเหี้ยม

เสี่ยวเจียว... เดิมทีอยู่ในวัยที่ควรจะร่าเริงสดใสไม่ต่างจากอึ้งย้ง ทว่านางกลับทั้งเชื่อฟังและรู้จักวางตัวอย่างยิ่ง ความรู้ความของนางในตอนนี้กลับยิ่งขับเน้นให้น่าเวทนา

เมื่อเห็นหลี่ฉางอันลุกขึ้นยืน อึ้งย้งก็มองเขาด้วยแววตาประหลาดใจ

“เจ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ? เหตุใดก่อนหน้านี้ไม่เคยบอกพวกเราเลย?”

ได้ยินดังนั้น หลี่ฉางอันก็ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์

“แล้วจะให้ข้าเที่ยวไปดึงหูผู้คนแล้วกระซิบข้างหูพวกเขาว่าข้ารู้วิชาแพทย์รึอย่างไร?”

ริมฝีปากเล็กๆ ของอึ้งย้งเบะลงทันควัน นางถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ครั้นเมื่อตั้งสติได้ นางก็พลันทะยานร่างเข้าหาหลี่ฉางอันอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ก่อนจะฝังคมเขี้ยวเล็กๆ ลงบนไหล่ของเขา!

“ไอ้คนสารเลว ข้าจะกัดเจ้าให้ตาย!”

หลี่ฉางอันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเจ็บปวด รีบดันศีรษะเล็กๆ ของอึ้งย้งออก

“โอ๊ย! เจ็บๆๆ ปล่อยนะ! เจ้าเกิดปีจอหรืออย่างไรกัน!”

เมื่อมองดูคนทั้งสองที่หยอกล้อกัน เอี้ยง้วยที่อยู่ข้างๆ มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง

ทว่าเมื่อสายตาของนางเหลือบไปเห็นคราบเลือดในอ่างไม้ รอยยิ้มนั้นก็เลือนหายไป พร้อมกับความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้น

จากคำอธิบายของหลี่ฉางอันก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าพิษ ‘หัตถ์แมงมุมหมื่นพิษ’ ในร่างของเสี่ยวเจียวได้หลอมรวมเข้ากับโลหิตไปแล้ว

ทว่าพิษที่แค่ฟังก็รู้แล้วว่าร้ายกาจยากที่จะรับมือเช่นนี้ กลับถูกหลี่ฉางอันขจัดออกไปได้อย่างง่ายดาย

เพียงข้อนี้ข้อเดียว ก็บ่งบอกได้แล้วว่าวิชาแพทย์ของหลี่ฉางอันนั้นสูงล้ำเกินกว่าหมอธรรมดาทั่วไปจะเทียบเทียมได้

แต่แล้วเอี้ยง้วยกลับส่ายศีรษะช้าๆ ให้กับความคิดของตนเอง

“ขนาดหูชิงหนิวกับเซวียมู่หัว พวกที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอเทวดาในตอนนั้นยังจนปัญญากับอาการของ ‘นาง’ เขาที่อายุยังน้อยเพียงนี้ ต่อให้วิชาแพทย์จะสูงส่งแล้วจะทำอะไรได้?”

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของนางก็ฉายแววหม่นแสงวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับสู่สภาพเดิม

ทว่าอารมณ์ของนางก็พลันดิ่งลงอย่างกะทันหัน

….

ยามไฮ่ (21:00 น. - 22:59 น.)

หลี่ฉางอันวางพู่กันในมือลง มองรายการสมุนไพรและของที่ต้องซื้อในวันพรุ่งนี้ซึ่งเขียนไว้จนเต็มหน้ากระดาษ เขาอดถอนหายใจยาวออกมาไม่ได้

เมื่อคราวหมักสุราเดือนก่อน เดิมทีหลี่ฉางอันคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับดื่มไปได้อย่างน้อยครึ่งปี

ตัวเขาเองก็ไม่ใช่พวกขี้เมา แค่จิบเบาๆ พอให้รู้สึก ‘กรึ่มๆ’  ในแต่ละวันก็พอแล้ว

ทว่าหลี่ฉางอันอาจจะพอใจแค่ ‘กรึ่มๆ’ แต่อึ้งย้งกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เพราะอย่างไรสุราของเขาดื่มแล้วไม่ปวดศีรษะ แม้จะเมาหลับไป ตื่นมาอีกวันก็มีแต่จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ยามอารมณ์ดีอึ้งย้งก็จะดื่มสักสองสามจอก ยามเล่นหมากล้อมหรือไพ่นกกระจอกแล้วแพ้พนันก็ดื่มอีกสองสามจอก จากนั้นก็หลับยาวไปจนถึงรุ่งสาง

เมื่อรวมกับการแช่น้ำพุร้อนที่ต้องใช้สุราหนึ่งไหเล็กทุกวัน

ทำให้เวลาเพียงเดือนเดียว สุราที่เก็บไว้ในห้องก็ร่อยหรอลงไปจนแทบจะไม่เหลือแล้ว

ดังนั้น หลี่ฉางอันจึงเตรียมตัวที่จะออกไปจัดซื้อวัตถุดิบเพิ่มในวันพรุ่งนี้ ตั้งใจว่าจะจัดการให้เสร็จสิ้นในคราเดียว เตรียมให้พอใช้ไปได้อีกสามเดือนหรือกระทั่งครึ่งปี

สมุนไพรที่ใช้ในการหมักสุรานั้นราคาไม่นับว่าแพง แต่ปริมาณที่ต้องการนั้นค่อนข้างมากพอสมควร!

นับว่าโชคดีที่บัดนี้หลี่ฉางอันมีเงินทองเหลือเฟือ

ทั้งระบบเช็คอินก็ยังมอบเงินทองให้เขาได้อย่างต่อเนื่อง

มิเช่นนั้นเขาคงไม่อาจใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเฉกเช่นในตอนนี้ได้

หลังจากทบทวนรายการอีกครั้งจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น

หลี่ฉางอันจึงวางพู่กันลง บิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูและก้าวออกไปด้านนอก

และทันทีที่บานประตูเปิดออก สิ่งแรกที่หลี่ฉางอันเห็นก็คือเสี่ยวเจียวที่นั่งอยู่บนม้านั่งหินกลางลานบ้าน

เงาร่างนั้นนั่งอยู่เงียบงัน อาบไล้ด้วยแสงจันทร์นวลกระจ่าง เผยให้เห็นเส้นผมของนางที่ยังคงเปียกอยู่ นางไม่ได้ใช้พลังลมปราณทำให้แห้ง

บางทีอาจเป็นเพราะนางกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด จนกระทั่งหลี่ฉางอันเดินเข้ามาใกล้นางก็ยังไม่รู้สึกตัว

“ดึกป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่นอนอีก?”

สุ้มเสียงที่เอ่ยขึ้นเบาๆ ของหลี่ฉางอันทำให้นางสะดุ้งสุดตัว

เมื่อหันมาเห็นว่าเป็นเขาที่มานั่งลงข้างๆ ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ เสี่ยวเจียวก็รีบลุกขึ้นคารวะ“คุณชาย!”

หลี่ฉางอันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางกล่าวว่า “นั่งเถิด! บอกไปกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่จำเป็นต้องคารวะทุกครั้ง ข้าไม่ชอบเรื่องพวกนี้”

ท่าทีสบายๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขานั้น ทำให้ในใจของเสี่ยวเจียวผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ

นางนั่งลงข้างกายเขาอีกครั้ง พลางเงยหน้าขึ้นมองจันทร์กระจ่างฟ้าอย่างเงียบงัน

หลี่ฉางอันมองจันทร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาพินิจใบหน้าของเสี่ยวเจียว

หากความงามของอึ้งย้งและเอี้ยง้วยคือความ “งามอันหมดจดละเอียดอ่อน”

ความงามของเสี่ยวเจียวก็เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของดินแดนห่างไกล ด้วยมีเชื้อสายชาวเปอร์เซีย

ดังนั้นเครื่องหน้าของนางจึงแลดูมีมิติคมคายกว่า

ประกอบกับดวงตากลมโตคู่นั้น ยิ่งเสริมให้มีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหามากขึ้นอีกหลายส่วน

ในยามนี้ แสงจันทร์สาดกระทบลงบนใบหน้าของเสี่ยวเจียว

ราวกับเป็น ‘ฟิลเตอร์’ ในชาติภพก่อน ขับให้ใบหน้าของนางดูนวลกระจ่างเรืองรอง แลดูมีมิติชวนฝัน

ยิ่งขับเน้นให้เครื่องหน้าของเสี่ยวเจียวดูมีมิติเด่นชัดขึ้นไปอีก

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ ประโยคหนึ่งพลันผุดขึ้นในความคิดของหลี่ฉางอัน

“มนต์เสน่ห์จากต่างแดน ส่ายสะโพกสะกดใจ”

เมื่อคิดดังนั้น หลี่ฉางอันก็อดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้ “เสี่ยวเจียว”

เสี่ยวเจียวตอบรับ “อืม? คุณชายมีอันใดหรือเจ้าคะ?”

ดวงตาสองข้างของหลี่ฉางอันฉายแววคาดหวัง “เจ้าร่ายรำเป็นหรือไม่?”

จบบทที่ บทที่ 43 งามแบบต่างแดน

คัดลอกลิงก์แล้ว