เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 อาหารครึ่งชีวิตหลังของข้า ฝากไว้กับเจ้าแล้วนะ

บทที่ 21 อาหารครึ่งชีวิตหลังของข้า ฝากไว้กับเจ้าแล้วนะ

บทที่ 21 อาหารครึ่งชีวิตหลังของข้า ฝากไว้กับเจ้าแล้วนะ


บทที่ 21 อาหารครึ่งชีวิตหลังของข้า ฝากไว้กับเจ้าแล้วนะ

หนึ่งก้านธูปต่อมา เมื่อสรรพคุณของสุราจ้าวตานหงในบ่อน้ำพุร้อนเริ่มเจือจางลง หลี่ฉางอันก็ลุกขึ้นจากบ่อ

เมื่อได้ยินเสียงน้ำข้างๆ อึ้งย้งที่ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำจากการแช่น้ำก็เอ่ยปากถาม  “เจ้าไม่แช่ต่อแล้วหรือ?”

หลังจากเช็ดตัวจนแห้งและเปลี่ยนเป็นชุดที่ค่อนข้างหลวมสบายแล้ว หลี่ฉางอันก็ตอบกลับไป

“แช่น้ำนานไปล้วนมีแต่โทษ วันข้างหน้ายังมีเวลาแช่ทุกวัน เอาแต่พอดีก็พอ” จากนั้นจึงกล่าวเสริม “พวกเจ้าสองคนก็สมควรแก่เวลาแล้ว! รีบขึ้นมาเถิด!”

แม้ว่าปกติหลี่ฉางอันจะดูเกียจคร้าน แต่ในเรื่องของการหาความสุขและความพิถีพิถันนั้น ทั้งเอี้ยง้วยและอึ้งย้งต่างยอมรับว่าไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่เหนือกว่าหลี่ฉางอัน

ในเมื่อเป็นคำพูดของหลี่ฉางอัน ทั้งสองจึงไม่ได้สงสัยอะไรมาก

เมื่อหลี่ฉางอันลุกขึ้นแล้ว ทั้งสองก็ทยอยกันขึ้นมาจากบ่อน้ำพุร้อน

และเมื่อมองดูรูปร่างอันโค้งเว้าได้สัดส่วนของเอี้ยง้วย แล้วหันกลับมามองของตนเอง

อึ้งย้งก็พลันเบะปากน้อยๆ

นางตัดสินใจว่าในวันข้างหน้า จะต้องใส่ใจตำรับอาหารให้มากเป็นพิเศษ พยายามให้แน่ใจว่าร่างกายของตนเองจะเจริญเติบโตได้เต็มที่

เมื่อหญิงสาวทั้งสองออกมาจากบ่อน้ำพุร้อน ภาพแรกที่เห็นก็คือหลี่ฉางอันที่นั่งอยู่กลางลานเรือน

เมื่อได้กลิ่นหอมที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงลอยมาในอากาศ อึ้งย้งก็พลันขยับร่างวูบหนึ่งมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าหลี่ฉางอัน

สายตาของนางจับจ้องไปยังของเหลวสีฟ้าครามในจอกสุราพลางเอ่ยถาม “นี่มันสุราอันใดของเจ้าอีก?”

“หลานไฉ่เตี๋ย อยากดื่มก็รินเอง”

กล่าวพลางเหลือบมองอึ้งย้งแวบหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตาไปยังเอี้ยง้วย

เนื่องจากเพิ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำพุร้อน ปลายผมของหญิงสาวทั้งสองจึงยังไม่แห้งสนิท มีปอยผมบางส่วนระต้นคอและใบหน้า เมื่อเทียบกับยามปกติแล้วกลับดูมีเสน่ห์เย้ายวนเพิ่มขึ้นหลายส่วน

ช่างงดงามเกินกว่าจะบรรยายได้หมดสิ้นจริงๆ

หลี่ฉางอันอดมิได้ที่จะลอบมองซ้ำอีกสองสามครา ในใจลอบถอนใจ

ไม่ว่าจะเป็นอึ้งย้งหรือเอี้ยง้วย รูปโฉมของพวกนางล้วนจัดเป็นหนึ่งในใต้หล้า หากได้เห็นภาพอันงดงามล่มเมืองยามพวกนางขึ้นจากบ่อ ย่อมเป็นวาสนาตาโดยแท้

ขอเพียงเป็นบุรุษ ไหนเลยจะไม่หวั่นไหว

น่าเสียดายที่ราคาของอาหารตาชิ้นนี้...ออกจะสูงไปบ้าง

หลี่ฉางอันคาดว่าหากคิดจะชมให้เต็มตา คงต้องเตรียมที่ฝังร่างและโลงไม้ไว้ให้พร้อมสรรพเสียก่อน

ขณะที่อึ้งย้งหยิบจอกขึ้นรินสุรา เอี้ยง้วยก็เดินมาจากอีกทางหนึ่ง พอร่างนั้นขยับใกล้ กลิ่นสุราจ้าวตานหงผสานกับกลิ่นชะมดเชียงอันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยมาแตะจมูกหลี่ฉางอัน

ว่าตามจริง ในอดีตหลี่ฉางอันไม่ค่อยเชื่อเรื่องกลิ่นกายหอมตามธรรมชาติสักเท่าไหร่

เพราะอย่างไรเสียเป็นมนุษย์ก็ต้องมีเหงื่อไคล เมื่อผสมกับฝุ่นและจุลินทรีย์ในอากาศ หากปล่อยไว้นานๆ ยังหอมได้ ก็นับว่าประหลาดเกินไป

ทว่า….อึ้งย้งและเอี้ยง้วยกลับแตกต่างออกไป!

ทั้งสองล้วนมีวรยุทธ์ติดตัว สภาพร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก

หากไม่ใช่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อ ในยามปกติพวกนางแทบจะไม่มีเหงื่อออกเลยด้วยซ้ำ

ซึ่งนั่นก็ช่วยขจัดปัญหาเรื่องกลิ่นเหงื่อไปได้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนร่างกายจึงมีเพียงกลิ่นหอมตามธรรมชาติของพวกนางเท่านั้น

เพียงแต่เมื่อเทียบกับอึ้งย้งแล้ว กลิ่นชะมดเชียงบนตัวของเอี้ยง้วยจะชัดเจนกว่า

อีกด้านหนึ่ง เมื่อสุราชั้นเลิศไหลเข้าสู่ปาก

รสชาติสดชื่นเย็นซ่านพลันแผ่ซ่านทั่วโพรงปาก ตามด้วยรสหวานชุ่มคอที่เปลี่ยนไอสุราให้กลายเป็นความรู้สึกปลอดโปร่งเบิกบานใจ

ความรู้สึกนั้นประหนึ่งกลืนก้อนน้ำแข็งลงไป ให้ความรู้สึกเย็นซ่านอยู่บ้าง

ทว่าเมื่อสุรานี้ไหลลงสู่ท้อง กลับให้ความรู้สึกอ่อนโยนราวกับน้ำในบ่อน้ำพุร้อนเมื่อครู่

ทั้งยังค่อยๆ ไหลเวียนไปทั่วร่าง ทำให้รู้สึกสบายราวกับได้กลับไปแช่กายในบ่อน้ำพุร้อนอีกครั้ง

ภายใต้ความรู้สึกนี้ อึ้งย้งพลันพบว่าจุดที่เคยติดขัดในเส้นลมปราณบางสายกลับผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด

เมื่อตระหนักถึงข้อนี้ อึ้งย้งก็อุทานอย่างตกตะลึง “สุรานี้...เสริมสร้างเส้นลมปราณได้ด้วยรึ?”

ด้านเอี้ยง้วยซึ่งเพิ่งดื่มสุราหมดจอกก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย

เมื่อมองไปยังจอกในมือของตน ในแววตาก็ฉายความประหลาดใจอยู่หลายส่วน

พลังลมปราณนั้น โดยแก่นแท้คือพลังงานแขนงหนึ่ง สามารถใช้ต่อต้านศัตรูและเสริมความแข็งแกร่งแก่ผู้ฝึกยุทธ์ได้ จึงมีพลังทำลายล้างน่าเกรงขามเป็นธรรมดา

แม้แต่พลังลมปราณที่รวบรวมขึ้นจากวิชาบำเพ็ญที่อ่อนโยนที่สุดก็ยังเป็นเช่นนั้น

ด้วยเหตุนี้ ในขั้นหลอมกายและรวบรวมปราณ จึงต้องขัดเกลาร่างกาย อาศัยวัตถุภายนอกหรือเคล็ดวิชาบางอย่างเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่เส้นลมปราณ ให้สามารถทนทานต่อการโคจรพลังได้

ถึงกระนั้น เมื่อวันเวลาผ่านไป เส้นลมปราณในร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ย่อมต้องได้รับความเสียหายไม่มากก็น้อย

หากเสียหายเพียงเล็กน้อย ก็เป็นเพียงพลังลมปราณติดขัดยามโคจรชั่วคราว ทว่าหากรุนแรงกว่านั้น อาจถึงขั้นเส้นลมปราณแตกสลาย

พลาดพลั้งอาจเกิดธาตุไฟเข้าแทรก หรือแม้กระทั่งเส้นลมปราณขาดสะบั้น กลายเป็นคนพิการไปชั่วชีวิต

และยิ่งระดับของวิชาบำเพ็ญและวรยุทธ์สูงเท่าไหร่ ความเสียหายประเภทนี้ก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างขวนขวายแสวงหาวรยุทธ์และวิชาบำเพ็ญขั้นสูง มิใช่เพียงเพื่อเพิ่มพูนพลังหรือความร้ายกาจของมันเท่านั้น

เมื่อเส้นลมปราณเสียหาย โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่ทำได้เพียงใช้พลังลมปราณของตนบำรุงรักษา

แต่เส้นลมปราณมนุษย์นั้นทั้งมากมายและซับซ้อน

แม้จะโคจรพลังลมปราณ ก็ยากที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง

ด้วยเหตุนี้ แม้แต่เอี้ยง้วยเอง เส้นลมปราณบางส่วนก็ยังมีอาการบาดเจ็บแฝงเร้นอยู่เช่นกัน

ทว่าบัดนี้ เอี้ยง้วยกลับสัมผัสได้ว่าจุดที่เคยเสียหายเหล่านั้นมีอาการดีขึ้น

อาจเพราะเคยชินจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

มาถึงตอนนี้ เมื่อเผชิญกับน้ำเสียงตกตะลึงของอึ้งย้ง หลี่ฉางอันก็รู้สึกเฉยเมยจนกลายเป็นเรื่องปกติ

หลังกลืนสุราเลิศรสในจอกลงคอ หลี่ฉางอันก็พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

ก่อนจะหยุดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ว่า “ก่อนหน้านี้ที่ได้แช่จ้าวตานหง แม้ร่างกายภายนอกจะได้รับการขัดเกลา ทว่าภายในยังคงเปราะบาง”

“หากปล่อยไว้นานวันเข้า ย่อมกระทบกระเทือนอวัยวะภายในและเส้นชีพจร”

“ดังนั้น การดื่มหลานไฉ่เตี๋ยสักเล็กน้อย จะช่วยบำรุงจากภายใน รักษาอาการบาดเจ็บแฝงเร้นบางส่วนได้ สุราสองชนิดนี้จึงนับว่าส่งเสริมซึ่งกันและกัน”

เมื่อฟังคำอธิบายของหลี่ฉางอันจบ อึ้งย้งก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว

นางมองจอกในมือสลับกับมองหลี่ฉางอัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน

ชั่วครู่ให้หลัง นางจึงอดมิได้ที่จะเอ่ยถาม “เจ้าไปเอาตำรับสุราล้ำค่าถึงเพียงนี้มาจากที่ใดกัน?”

เริ่มจากดอกท้อเมามาย ต่อด้วยจ้าวตานหง และตอนนี้ก็มีหลานไฉ่เตี๋ย

สุราทั้งสามชนิด ล้วนมีสรรพคุณพิสดารเฉพาะตัว ล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้

ยิ่งไปกว่านั้น ห้องเก็บสุราห้องนั้นอึ้งย้งก็เคยเข้าไปแล้ว ภายในยังมีสุราอีกมากหลายชนิด

ดูจากการณ์แล้ว เกรงว่าสุราที่เหลืออยู่ก็คงมิใช่ของธรรมดาสามัญเช่นกัน

ของล้ำค่าถึงเพียงนี้ ในสายตาของอึ้งย้ง แม้แต่ยอดขุมกำลังอย่างบู๊ตึ๊งหรือเส้าหลิน ก็ยังมิอาจเทียบเคียง

เรื่องนี้จะไม่ทำให้นางตกตะลึงได้อย่างไร?

หลี่ฉางอันตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ก็แค่เรื่องบังเอิญวาสนาพาส่งมาเท่านั้น!”

พูดจบ เขาก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “ดูเถิด... ที่ผ่านมาข้าเคยใจดำกับพวกเจ้าหรือไม่? ข้าล้วนนำมาแบ่งปันพวกเจ้าก่อนเสมอ”

“เจ้าอย่าได้ลืมเสียเล่า ในภายภาคหน้ายังต้องเป็นแม่ครัวให้ข้า อาหารการกินในครึ่งชีวิตหลังของข้า ล้วนต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 21 อาหารครึ่งชีวิตหลังของข้า ฝากไว้กับเจ้าแล้วนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว