เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ทั่วหล้าจะมีผู้ใดคู่ควรให้อึ้งย้งเป็นแม่ครัวส่วนตัวกัน?

บทที่ 3 ทั่วหล้าจะมีผู้ใดคู่ควรให้อึ้งย้งเป็นแม่ครัวส่วนตัวกัน?

บทที่ 3 ทั่วหล้าจะมีผู้ใดคู่ควรให้อึ้งย้งเป็นแม่ครัวส่วนตัวกัน?


บทที่ 3 ทั่วหล้าจะมีผู้ใดคู่ควรให้อึ้งย้งเป็นแม่ครัวส่วนตัวกัน?

ทันทีที่รสเปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม สารพัดรสชาติระเบิดออกมาพร้อมกันจนเต็มโพรงปาก

ในที่สุดขอทานน้อยก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหลี่ฉางอันถึงไม่คิดจะไปซื้อยาพิษที่ร้านขายยา

นั่นก็เพราะว่าของพวกนี้...มันก็คือยาพิษดีๆ นี่เอง

เป็นยาพิษที่ร้ายกาจถึงขนาดที่สามารถทิ้งบาดแผลฝังลึกในใจไปได้ชั่วชีวิต

ผ่านไปเนิ่นนาน...หลังจากพอจะตั้งสติได้บ้างแล้ว ขอทานน้อยก็อดไม่ได้ที่จะมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาตื่นตระหนกสุดขีดแล้วเอ่ยขึ้น

“เจ้ากล้าเรียกสิ่งวิปริตนี่ว่าอาหารงั้นรึ? รสชาติยาพิษเกรงว่ายังดีกว่าอาหารฝีมือเจ้าหลายส่วน”

เมื่อเห็นท่าทีของขอทานน้อยตรงหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า “เจ้าวางยาพิษข้า” หลี่ฉางอันก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่บ้าง

ในชาติก่อน หลี่ฉางอันเคยมีความฝันอยากจะเป็นพ่อครัว

เพียงแต่ว่ามัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องธุรกิจจนไม่มีโอกาส

พอมาถึงชาตินี้ หลี่ฉางอันจึงคิดว่าตนเองน่าจะลองดูสักตั้ง

ทว่า อาหารที่เขาทำกินเองในช่วงสองวันที่ผ่านมานั้น...แม้แต่ตัวเขาเองยังกินไม่ลง

ดังนั้น หลี่ฉางอันจึงคิดหาใครสักคนมาลองชิมอาหารฝีมือตัวเอง แล้วให้คำยืนยัน เพื่อที่เขาจะได้มีกำลังใจเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งศาสตร์การทำอาหารนี้

และขอทานน้อยที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ ก็ตกอับถึงขนาดต้องไปขโมยผักกิน

ในสายตาของหลี่ฉางอันแล้ว นางย่อมต้องไม่เรื่องมากเลือกกินอย่างแน่นอน

เห็นได้ชัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะมาสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เขาได้

แต่ตอนนี้...อาหารที่เขาทำออกมา ขนาดขอทานยังทนรับไม่ไหว

ช่างน่าเจ็บปวดใจยิ่งนัก

หลังจากที่แสดงความรังเกียจ ดูแคลนต่อฝีมือทำอาหารของหลี่ฉางอันอย่างจริงใจแล้ว ขอทานน้อยก็ลุกขึ้นยืน

“เจ้ารออยู่ตรงนี้แหละ ข้าจะให้เจ้ารู้เองว่าแท้จริงแล้ว อาหารที่ผู้คนเขากินกันนั้นเป็นเช่นไร!”

พูดจบ ต่อหน้าต่อตาของหลี่ฉางอัน ขอทานน้อยก็เดินกระทืบเท้าตรงไปยังห้องครัว

ขณะที่เดินก็ยังพับแขนเสื้อไปด้วย

หลี่ฉางอันจึงสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าแขนที่อยู่ใต้แขนเสื้อของขอทานน้อยผู้นี้นั้น...

ช่างเรียวบางและนุ่มนวลยิ่ง

ครึ่งเค่อต่อมา (ประมาณ 7-8 นาที) กลิ่นหอมกรุ่นก็เริ่มโชยออกมาจากห้องครัว ลอยมาถึงที่ที่หลี่ฉางอันนั่งอยู่

“หืม?”

เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารที่เข้มข้นนี้ สีหน้าของหลี่ฉางอันก็พลันเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ

ครึ่งชั่วยามต่อมา (ประมาณ 1 ชั่วโมง) เมื่อมองดูข้าวสวยที่หอมนุ่มกำลังดี และกับข้าวสามอย่างกับน้ำแกงอีกถ้วยบนโต๊ะ ซึ่งล้วนมีพร้อมทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติ

หลี่ฉางอันก็หยิบตะเกียบขึ้นมาลองชิม

เมื่อเห็นท่าทีของหลี่ฉางอัน ขอทานน้อยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“เห็นหรือยัง? นี่จึงจะเรียกได้ว่าอาหารที่ผู้คนกินกัน ส่วนสิ่งวิปริตที่เจ้าทำเมื่อครู่น่ะ ซุปยาพิษในบึงมรณะยังอร่อยกว่า”

ทว่า สำหรับคำพูดของขอทานน้อยนั้น หลี่ฉางอันกลับทำราวกับไม่ได้ยิน

ในมือของเขาคีบอาหารส่งเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างไม่หยุดหย่อน

ในชาติก่อน หลี่ฉางอันได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสมาไม่น้อย

แต่ถึงแม้จะเป็นอาหารเลิศรสในชาติก่อน เมื่อนำมาเทียบกับฝีมือของขอทานน้อยผู้นี้แล้ว กลับยังด้อยกว่าอยู่หลายส่วน

นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!

ถึงอย่างไร ในชาติก่อนของเขาก็มีเครื่องปรุงรสมากมายหลากหลายชนิด

แม้ว่าในตอนนี้จะมีเครื่องปรุงพื้นฐานครบครันแล้ว

แต่รสชาติก็ไม่น่าจะดีไปกว่าชีวิตก่อนของเขาได้

เหตุใดอาหารที่ขอทานน้อยผู้นี้ทำ ถึงได้อร่อยถึงเพียงนี้กัน?

เมื่อเห็นหลี่ฉางอันกินเร็วปานนั้น ขอทานน้อยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เลิกแสดงท่าทีภูมิใจแล้ว

รีบหยิบตะเกียบขึ้นมาร่วมวงแย่งอาหารกับหลี่ฉางอันทันที

จนกระทั่งอาหารในถ้วยชามตรงหน้าถูกกวาดจนเกลี้ยง หลี่ฉางอันก็ลูบท้องของตนอย่างพึงพอใจ

จากนั้นก็จ้องมองไปยังขอทานน้อยที่อยู่ตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่านางก็กินเข้าไปไม่น้อยเช่นกัน

หลังจากครุ่นคิดอยู่หลายวินาที ทันใดนั้น หลี่ฉางอันก็ลุกขึ้นเก็บถ้วยชามบนโต๊ะ

แล้วเดินเข้าห้องของตนเองไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เมื่อกลับออกมาอีกครั้ง ในมือของเขาก็มีกระดาษ หมึก พู่กัน และจานฝนหมึกปรากฏขึ้นแล้ว

“ส่งมือมาให้ข้า!”

หลังจากนั่งลง หลี่ฉางอันก็เอ่ยปาก

เมื่อขอทานน้อยยื่นมือออกมาอย่างงุนงง หลี่ฉางอันก็ฉวยโอกาสจับมือของนางไว้ทันที

“หืม? นุ่มดีนี่ ไฉนจึงไม่หยาบกร้านเลย?”

ขณะที่จับมือนางอยู่ หลี่ฉางอันรู้สึกว่ามือของขอทานน้อยผู้นี้ไม่มีความหยาบกร้านเหมือนมือของคนยากจนที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย

กลับกัน มันให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูก

“เจ้าจะทำอะไร?”

เมื่อเห็นหลี่ฉางอันจับมือของตนเองอย่างกะทันหัน ขอทานน้อยก็ชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แล้วกำหมัดน้อยๆ ของตนเองอีกครั้ง

“อย่าขยับ!”

หลี่ฉางอันเอ่ยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะจับมือนางอีกครั้ง แล้วนำนิ้วของนางไปกดลงบนตลับตราประทับชาดที่บดผสมน้ำจนเปียกชุ่ม

จากนั้นก็นำมือของนางไปกดลงบนมุมขวาล่างของกระดาษเซวียนสีขาวสะอาดสองแผ่น

“ตกลงเจ้าจะทำอะไรกันแน่?”

เมื่อเผชิญกับการกระทำของหลี่ฉางอัน ขอทานน้อยก็มีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ

หลี่ฉางอันยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบว่า “เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง!”

ตอบกลับไปเช่นนั้นแล้ว หลี่ฉางอันก็เริ่มฝนหมึก

สิบกว่าลมหายใจต่อมา หลี่ฉางอันก็เริ่มจรดพู่กันเขียนลงบนกระดาษเซวียนสีขาว

“จริงสิ เจ้าชื่ออะไร?”

ขอทานน้อยตอบกลับว่า “อึ้งย้ง (黄蓉 - หวงหรง)”

“อึ้งย้ง? หรง (荣) ที่แปลว่ารุ่งเรืองเฟื่องฟูน่ะหรือ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น ขอทานน้อยที่อยู่ข้างๆ ก็กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “คือ หรง (蓉) ในคำว่าฝูหรง (芙蓉) ต่างหาก”

หลี่ฉางอันหัวเราะออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “ก็จริง เป็นเด็กผู้หญิง ก็ควรจะเป็น หรง (蓉) ตัวนี้ถึงจะถูก!”

พูดจบ ทันใดนั้นหลี่ฉางอันก็นึกถึงตัวละครตัวหนึ่งขึ้นมา ซึ่งก็มีชื่อว่าอึ้งย้งเช่นกัน และนางก็ทำอาหารเก่งกาจเป็นเลิศอีกด้วย

เพียงแต่ว่า...อึ้งย้งคนนั้นน่าจะอยู่ที่แคว้นต้าซ่ง แต่ที่ที่ตนเองอยู่ตอนนี้คือแคว้นต้าหมิง

“คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ….!”

หลังจากคาดเดาในใจแล้ว หลี่ฉางอันก็จรดพู่กันเขียนลงบนกระดาษต่อไป

ครู่ต่อมา บนกระดาษเซวียนที่เคยขาวสะอาดก็ปรากฏตัวอักษรขนาดเล็กขึ้นมาหลายสิบตัว

หลังจากเขียนเสร็จ หลี่ฉางอันก็ประทับลายนิ้วมือของตนเองลงบนกระดาษทั้งสองแผ่น

จากนั้น จึงวางแผ่นหนึ่งลงตรงหน้าอึ้งย้ง

“เรียบร้อย ข้าทำไว้สองฉบับ เจ้าหนึ่งฉบับข้าเก็บไว้หนึ่งฉบับ!”

พูดจบ หลี่ฉางอันยังเอื้อมมือไปลูบศีรษะของอึ้งย้งที่สวมหมวกเก่าๆ สกปรกอยู่เบาๆ

“ต่อไปก็ฝากตัวด้วยนะ!”

อึ้งย้ง: “?????????”

เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่ฉางอันพูด อึ้งย้งก็ทำหน้างุนงง

จากนั้นจึงรีบหยิบกระดาษเซวียนที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาอ่าน

“สัญญาจ้างงาน ข้าพเจ้าอึ้งย้งยินยอมเป็นแม่ครัวของหลี่ฉางอันแห่งตระกูลหลี่ เพื่อเป็นค่าตอบแทน หลี่ฉางอันจะจัดหาที่พักให้แก่อึ้งย้ง พร้อมทั้งจ่ายเงินเดือนให้เดือนละหนึ่งตำลึงเงิน”

“หากมีการทำอาหารมื้อดึก ให้ถือเป็นการทำงานล่วงเวลา โดยมีค่าล่วงเวลาครั้งละสิบเหวิน”

“อนึ่ง หากต้องการลาหยุดต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งวัน หากต้องการลาออก ต้องแจ้งล่วงหน้าสามเดือน”

“หากฝ่าฝืนสัญญา จะต้องจ่ายค่าเสียหายชดเชยทางด้านจิตใจให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงินหนึ่งล้านตำลึงทอง”

อึ้งย้ง: “?????”

เมื่อมองดูข้อความบนกระดาษ พร้อมทั้งลายนิ้วมือของตนเองและหลี่ฉางอัน อึ้งย้งก็ถึงกับตาเบิกโพลง

ในหัวพลันขาวโพลนไปชั่วขณะ

ในเสี้ยววินาทีนั้น ในที่สุดอึ้งย้งก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อครู่หลี่ฉางอันถึงให้ตนเองประทับลายนิ้วมือ

“เพื่อเงินแค่หนึ่งตำลึง...ข้าก็ขายตัวเองเลยหรือนี่?”

ชั่วขณะหนึ่ง อึ้งย้งจ้องมองสัญญาในมือ พลางจมดิ่งสู่ภวังค์แห่งความสับสนงุนงงอย่างลึกซึ้ง

ไม่กี่ลมหายใจต่อมา เมื่อสายตาของนางเลื่อนไปเห็นค่าปรับในบรรทัดสุดท้าย...อึ้งย้งก็ถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก

จบบทที่ บทที่ 3 ทั่วหล้าจะมีผู้ใดคู่ควรให้อึ้งย้งเป็นแม่ครัวส่วนตัวกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว